รู้จัก “เด็กยุคหิน” ชีวิตวัยเยาว์เป็นอย่างไรในสมัยก่อนประวัติศาสตร์

ancient painting

ที่มาของภาพ, Getty Images

    • Author, คริสตินา เด ฮัวนา ออร์ติน
    • Role, เดอะคอนเวอร์เซชัน

ไม่ว่าจะในยุคสมัยไหน ช่วงชีวิตในวัยเด็กของมนุษย์ล้วนเต็มไปด้วยความบริสุทธิ์ไร้เดียงสา ทั้งมีความต้องการพึ่งพาผู้ใหญ่เป็นหลัก แต่ในขณะเดียวกัน วัยเด็กก็ยังเป็นวัยแห่งการเล่นซน เพื่อสำรวจโลกหาประสบการณ์รวมทั้งเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ซึ่งเด็กในยุคปัจจุบันก็ไม่แตกต่างไปจากเด็กในสมัยโบราณมากนัก เพราะแม้กระทั่งเด็กในยุคก่อนประวัติศาสตร์เมื่อหลายพันปีที่แล้วก็เป็นเช่นนี้

นักมานุษยวิทยาพบหลักฐานทางโบราณคดีมากมายที่ช่วยยืนยันข้อเท็จจริงข้างต้น รวมทั้งรอยมือและรอยเท้าเล็ก ๆ ของเด็กยุคก่อนประวัติศาสตร์ ซึ่งพวกเขาได้ประทับทิ้งร่องรอยเอาไว้ในสถานที่ต่าง ๆ มาตั้งแต่ยุคหินเก่าแล้ว

ที่แหล่งขุดค้นทางโบราณคดีลาการ์มา (La Garma) ในชุมชนปกครองตนเองกันตาเบรีย (Cantabria) ของสเปน นักโบราณคดีได้พบรอยเท้าของเด็กวัย 6-7 ขวบ ที่อาจมีอยู่มากถึง 14 รอยด้วยกัน โดยรอยเท้าเหล่านี้มีอายุเก่าแก่ถึง 16,500 ปี ส่วนใหญ่เป็นรอยประทับของส้นเท้า หัวแม่เท้า และข้อศอกในพื้นโคลน นอกจากนี้ยังพบรอยประทับดังกล่าวในดินโคลนที่ถูกขุดออกมาเป็นก้อน ๆ ซึ่งสันนิษฐานว่าอาจเป็นเศษดินที่เหลืออยู่จากการละเล่นบางอย่างของเด็ก ๆ ในยุคหินเก่า (Paleolithic) ก็เป็นได้

ดูเหมือนว่า 29% ของรอยเท้าเด็กยุคหินเก่าในแหล่งโบราณคดีข้างต้น จะเป็นของเด็กเล็กวัยต่ำกว่า 4 ขวบ ซึ่งกำลังเดินมุ่งหน้าไปบนเส้นทางสู่แหล่งน้ำที่มีการทำประมง ร่องรอยที่เหล่าหนูน้อยยุคก่อนประวัติศาสตร์ทิ้งไว้ทำให้สันนิษฐานได้ว่า พวกเขาอาจกำลังเล่นดินโคลน ระหว่างที่เดินทางไปกลับจากแหล่งทำมาหากินของพ่อแม่ในทุกวัน

นอกจากรอยประทับมือและเท้าในดินโคลนแล้ว นักโบราณคดียังพบรอยประทับแบบเดียวกันที่มีสีสัน เนื่องจากมีส่วนประกอบของเม็ดสีปะปนอยู่ด้วย เช่นรอยมือของเด็กที่ประทับลงบนผนังถ้ำมอนเตคาสตีโญ (Monte Castillo) ของสเปน ซึ่งอยู่ในแหล่งโบราณคดีเดียวกันกับรอยเท้าในดินโคลน แต่มีอายุเก่าแก่ระหว่าง 17,000 – 10,000 ปี ก่อนคริสตกาล

Footprints found in the caves of Monte Castillo, in an exhibition at the Cave Art Museum of Cantabria.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, รอยเท้าเด็กที่พบในถ้ำมอนเตคาสตีโญของสเปน ถูกนำมาจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะยุคหินกันตาเบรีย

ส่วนที่ถ้ำฮูฟฟีแย็ก (Rouffignac) ในประเทศฝรั่งเศส พบจิตรกรรมยุคก่อนประวัติศาสตร์บนผนังถ้ำ ซึ่งใช้รอยนิ้วมือของเด็กเล็กหลายคนที่มีอายุระหว่าง 2-5 ปี ประทับรวมกันเป็นรูปทรงพุ่มไม้ ความสูงของภาพดังกล่าวที่อยู่เหนือพื้นถ้ำค่อนข้างมาก ทำให้เลสลี ฟาน เกลเดอร์ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวัลเดนของสหรัฐฯ สันนิษฐานว่า น่าจะมีผู้ใหญ่ช่วยอุ้มหรือยกตัวเด็กน้อยขึ้น ขณะที่พวกเขากำลังสร้างสรรค์ผลงานศิลปะชิ้นนี้

ภาพเหมือนของหนูน้อยยุคหิน

นอกจากรอยมือและรอยเท้าของเด็กแล้ว นักโบราณคดียังสามารถจะศึกษาชีวิตวัยเยาว์ของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ได้ จากรูปปั้นหรือรูปสลักคนตัวเล็กที่อาจสันนิษฐานได้ว่าเป็นรูปเด็กจากฝีมือผู้ใหญ่ รูปปั้นเหล่านี้มีลักษณะเรียบง่ายและมักจะมีส่วนศีรษะใหญ่ผิดปกติ ซึ่งคล้ายกับภาวะศีรษะโต (macrocephaly) ในทางการแพทย์ รูปปั้นเด็กเหล่านี้มักอยู่ในท่างอตัว และไม่มีลักษณะทางเพศปรากฏอย่างชัดเจนมากนัก

ตัวอย่างหนึ่งของภาวะศีรษะโตในเด็กยุคก่อนประวัติศาสตร์ ได้แก่รูปสลักนูนต่ำยุคหินเก่าบนผนังถ้ำที่หมู่บ้านลามาร์เช (La Marche) ของฝรั่งเศส ซึ่งปรากฏเป็นรูปศีรษะของเด็ก 5 คน นักโบราณคดีสันนิษฐานว่า รูปสลักดังกล่าวอาจเป็นภาพที่แสดงถึงการเต้นรำ บ่งบอกถึงการมีส่วนรวมของเด็ก ๆ ในกิจกรรมทางสังคมของชุมชน

ในเวลาต่อมาเมื่อมนุษยชาติก้าวเข้าสู่ยุคหินใหม่ (Neolithic) มีการทำรูปปั้นขนาดเล็กของหญิงมีครรภ์และทารกซึ่งยังมีสายสะดือติดอยู่ โดยพบหลักฐานทางโบราณคดีดังกล่าวที่เมืองกาสเตญอน (Castellón) ของสเปน ทั้งยังพบรูปปั้นหญิงกำลังคลอดบุตรที่เมืองเตรูเอล (Teruel) ของสเปนเช่นกัน

The representation of a family of prehistoric primitive hunter-gatherers living in a cave.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ภาพจากจินตนาการของศิลปิน แสดงให้เห็นครอบครัวยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่อาศัยอยู่ในถ้ำ พวกเขาหาเลี้ยงชีพด้วยการล่าสัตว์และเก็บของป่า

ยิ่งไปกว่านั้น นักโบราณคดียังพบภาพเขียนบนผนังถ้ำหรือเพิงหิน ซึ่งแสดงให้เห็นการขนย้ายเด็กหรือภาพเด็กเดินเคียงข้างไปกับผู้ใหญ่ ที่เมืองเซนเตเญส (Centelles) รวมทั้งที่ถ้ำลาซัลตาดอรา (La Saltadora) และเพิงหินที่พักยุคก่อนประวัติศาสตร์วัลเดลชาร์โค (Val Del Charco) ซึ่งล้วนตั้งอยู่ในเมืองกาสเตญอนของสเปน นอกจากนี้ยังพบภาพเขียนโบราณลักษณะดังกล่าวที่เมืองซาราโกซา (Zaragoza) ของสเปนอีกด้วย

แม้ในภาพหรือรูปปั้นเกี่ยวกับแม่และเด็ก ทารกและผู้เยาว์มักจะมีบทบาทเป็นรอง โดยเป็นผู้ได้รับการดูแลจากแม่เสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ในกรณีของภาพหรือรูปปั้นที่มีการเดินทาง ดูเหมือนว่าเด็กโตจะมีบทบาทนำในการช่วยดูแลเด็กเล็กในขบวน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกลุ่มเด็กหญิงที่เป็นพี่สาวผู้มีอายุมากกว่า

ภาพของเด็กโตที่ช่วยอุ้มน้องหรือแบกสัมภาระ มักจะมีศีรษะตั้งตรงและเหยียดแขนออกไปอย่างมีชีวิตชีวา ซึ่งแสดงถึงการกระทำที่อาจมองได้ว่าเป็นพิธีกรรมแรกรับเข้ากลุ่ม (initiation rite) อันบ่งบอกว่าพวกเขาได้เข้าเป็นสมาชิกและส่วนหนึ่งของชุมชนและสังคมนั้นแล้ว โดยมีสถานะและบทบาทเป็นตัวแสดงทางสังคม (social actor) เช่นเดียวกับผู้ใหญ่

การละเล่นของเด็กเมื่อกว่าหมื่นปีก่อน

เด็กในทุกยุคทุกสมัย นอกจากจะเที่ยวเล่นซุกซนหรือหยอกล้อกับสัตว์ต่าง ๆ แล้ว พวกเขายังเสาะแสวงหาของเล่น ซึ่งไม่ใช่อุปกรณ์นันทนาการเพื่อความสนุกสนานเท่านั้น แต่เราควรจะมองว่าของเล่นยังเป็นเครื่องมือสำหรับการเรียนการสอนด้วย

ตัวอย่างเช่นรูปสลักขนาดเล็กของหัวหมีหรือหัวควายไบซันที่แกะจากกระดูกสัตว์ รวมทั้งรูปสลักสิงโตถ้ำที่แกะจากเขากวางเรนเดียร์ ซึ่งถูกพบที่ถ้ำแห่งหนึ่งในเมืองอิซตูริตซ์ (Isturitz) ของฝรั่งเศส ถือเป็นอุปกรณ์ประกอบการสอนวิชาล่าสัตว์และเอาตัวรอดในป่าอย่างดีให้กับเด็ก ๆ เพราะสัตว์เหล่านี้เป็นจำพวกที่นายพรานคนถ้ำรู้จักคุ้นเคยอยู่ทุกวัน ในยุคก่อนประวัติศาสตร์เมื่อกว่า 12,000 ปีที่แล้ว

ของเล่นโบราณที่น่าทึ่ง ยังรวมถึงวงล้อหรือจานแบนที่ทำจากกระดูก โดยมีการประดับประดาด้วยภาพสัตว์และสัญลักษณ์ต่าง ๆ ในขณะที่ตรงกลางมีรอยปรุฉีก (perforation) เหลืออยู่ นักโบราณคดีคาดว่า วงล้อนี้น่าจะเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องดนตรีโบราณที่ใช้เคาะจังหวะ หรือเป็นส่วนประกอบหนึ่งในของเล่นเด็กที่ใช้เขย่าให้เกิดเสียง

Representation of a Neanderthal child dressed in animal skin drawing animals and abstractions on the walls at night.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, วาดภาพสัตว์และลวดลายนามธรรมลงบนผนังถ้ำในเวลากลางคืน

หากสอดสายเชือกเข้าไปในรูตรงกลางแล้วดึงให้หมุนติ้ว ของเล่นชิ้นนี้จะกลายเป็นอุปกรณ์ฉายภาพเคลื่อนไหวของสัตว์ต่าง ๆ ให้เด็กได้ดูอย่างเพลิดเพลิน เนื่องจากมีการแกะสลักภาพสัตว์ที่เหมือนหรือต่างกันไว้ที่ทั้งสองด้านของวงล้อ โดยของเล่นชนิดนี้ถูกค้นพบในถ้ำหลายแห่งของเมืองอัลฟอซ เด ญอเรโด (Alfoz de Lloredo) ในเขตชุมชนปกครองตนเองกันตาเบรียของสเปน

ส่วนยุคหินใหม่ในช่วงที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุคทองแดง (Chalcolithic) เริ่มมีการทำเซรามิกและมีการขยายตัวของชุมชนจนกลายเป็นเมืองแห่งแรก ๆ ของโลก นักโบราณคดีจากสภาเพื่อการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ (CSIC) ของสเปน ชื่อว่าดร.ฮวน โฮเซ เนโกร ได้พบของเล่นเด็กอีกชิ้นหนึ่งจากยุคนี้ นั่นก็คือแผ่นคล้ายเครื่องรางขนาดเล็กที่มีสองตาใหญ่ยักษ์ ซึ่งดร.เนโกรเชื่อว่าอาจเป็นภาพสลักของนกฮูกตาโตจากฝีมือเด็ก

หากเราสามารถทำความเข้าใจแผ่นเครื่องรางนี้ด้วยมุมมองเชิงพิธีกรรม เราอาจได้ทราบถึงบทบาทที่แท้จริงของมัน ซึ่งอาจจะเป็นอุปกรณ์ประกอบการเรียนการสอนสำหรับเด็กอย่างหนึ่ง

นอกจากนี้ยังมีความเป็นไปได้ว่า เด็กหญิงในยุคก่อนประวัติศาสตร์ก็มีตุ๊กตาที่ทำจากไม้ ดินเหนียว หรือเศษวัสดุต่าง ๆ เหมือนกับเด็กหญิงในชนเผ่าทางตอนใต้ของแอฟริกาในปัจจุบัน แต่ก็เป็นไปได้ด้วยว่า ตุ๊กตาโบราณเหล่านั้นได้สูญสลายหายไปจนหมดสิ้นแล้วตามกาลเวลา

สิ่งของที่ติดตามเราไปสู่ปรโลก

หากเด็กยุคก่อนประวัติศาสตร์มีอันต้องเสียชีวิตลงก่อนวัยอันควร ก็จะมีการประกอบพิธีศพเหมือนกับผู้วายชนม์ที่เป็นผู้ใหญ่ โดยจะมีการชำระล้างและแต่งตัวให้ศพก่อนจะนำไปฝัง ตัวอย่างเช่น”หลุมฝังกระดูก” (Sima de los Huesos) ของเด็ก 10 คน ที่มีอายุเก่าแก่ 350,000 ปี ซึ่งถูกขุดพบที่เมืองบูร์โกส (Burgos) ของสเปน

สุสานของเด็กที่เป็นมนุษย์โบราณสายพันธุ์หนึ่ง ประกอบไปด้วยฟอสซิลกระดูกของเด็กชายวัย 5 ขวบ 1 คน และผู้เยาว์อายุระหว่าง 11-15 ปี อีก 9 คน ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นการประกอบพิธีศพด้วยการฝังอย่างตั้งใจ เพราะมีการฝังเครื่องสังเวยอย่างเช่น “ดาบวิเศษ” (Excalibur) หรือหินเหล็กไฟสีแดงที่มีรอยถากอยู่ทั้งสองหน้าลงไปด้วย

นอกจากนี้ นักโบราณคดียังพบหลุมศพของเด็กยุคก่อนประวัติศาสตร์หลายคน ในถ้ำแห่งหนึ่งที่หมู่บ้านฟินาเล ลิกูเร (Finale Ligure) ของอิตาลี ซึ่งหนึ่งในจำนวนนั้นเป็นผู้เยาว์วัย 15 ปี เด็กวัยรุ่นคนนี้มีเครื่องแต่งกายหรูหราติดตัวเป็นหมวก ซึ่งประดับประดาด้วยการปักเปลือกหอยเจาะรู ทั้งยังมีจี้ห้อยที่ทำจากงาช้างแมมมอธปักติดอยู่โดยรอบอีก 4 ชิ้น ข้างกายยังมีคทาที่แสดงถึงอำนาจอีก 4 ท่อน, เขากวางเอลค์, และแผ่นหินเหล็กไฟขนาด 25 เซนติเมตรอีก 1 แผ่น

หลุมศพของเด็กที่ฝังพร้อมเครื่องสังเวยมีค่าสูงอีกแห่ง อยู่ที่แหล่งโบราณคดี Majoonsuo ทางตะวันออกของฟินแลนด์ โดยเด็กชายผู้นี้น่าจะมีอายุระหว่าง 3-10 ปี สวมเสื้อกันหนาวมีหมวกคลุมศีรษะทำจากขนห่านซึ่งตกแต่งด้วยสีแดง ทั้งยังมีหัวลูกศรทำจากหินควอร์ตซ์และขนเหยี่ยวรวมอยู่ด้วย

Prehistoric rock art from Wadi Sura, in the Foggini-Mistikawi cave.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ศิลปะในถ้ำหินยุคก่อนประวัติศาสตร์ จากถ้ำฟ็อกกีนี-มิสติคาวี ในหุบเขาแห่งภาพวาด (Wadi Sura) ของอียิปต์

สิ่งที่น่าสังเกตก็คือ มีซากของสุนัขบ้านหรือหมาป่าตัวหนึ่งอยู่ที่ปลายเท้า ทั้งหลุมศพถูกราดทับด้วยสีธรรมชาติจากดินเหลือง (ocher) ซึ่งนอกจากจะมีความหมายในเชิงสัญลักษณ์แล้ว สีนี้ยังมีคุณสมบัติเป็นสารฆ่าเชื้ออีกด้วย ทำให้สันนิษฐานได้ว่าศพเด็กที่ได้รับการฝังอย่างหรูหราไม่ธรรมดาเช่นนี้ น่าจะเป็นทายาทของตระกูลสำคัญผู้มีบารมีในยุคนั้น

ในกรณีที่มีเด็กถูกฝังรวมกันจำนวนมาก อาจใช้เทคโนโลยีตรวจสอบความเกี่ยวข้องทางพันธุกรรม เพื่อพิสูจน์ว่าดีเอ็นเอของพวกเขาเป็นของคนในครอบครัวเดียวกันหรือไม่ ทั้งยังอาจจะบอกได้ด้วยว่า สาเหตุที่ทำให้เด็กเหล่านี้ด่วนจากไปเป็นเพราะโรคร้ายหรือเพราะอุบัติเหตุแบบใดกันแน่

อย่างไรก็ตาม เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไปการทำพิธีศพให้เด็กก็มีความเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย เช่นในยุคทองแดงนิยมฝังศพทารกร่วมกับผู้ใหญ่ ทั้งยังเริ่มมีการฝังภาชนะเซรามิกลงไป นอกเหนือจากวัตถุที่ทำจากหิน และเครื่องประดับต่าง ๆ ที่ทำจากกระดูกและเปลือกหอย

ซากกระดูกและโบราณวัตถุเหล่านี้ บ่งบอกถึงชีวิตที่ร่ำรวยและมีสีสันหลากหลายของเด็กในยุคก่อนประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าพวกเขามีตัวตนในชุมชนและมีบทบาทสำคัญในสังคมของผู้ใหญ่ และเมื่อพวกเขาจากไป เราได้เห็นร่องรอยของความรักและความห่วงหาอาทรผ่านการประกอบพิธีศพอย่างซับซ้อน ซึ่งปัจจุบันได้กลายมาเป็นแหล่งความรู้ทางวิทยาศาสตร์และโบราณคดีที่ไม่อาจประเมินค่าได้