ประชุม GBC: ไทย-กัมพูชาลงนามข้อตกลง "หยุดยิงอย่างเคร่งครัด" ตั้งผู้ช่วยทูตทหารอาเซียนเป็นผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว

ประธาน GBC ของกัมพูชา-ไทย พล.อ.เตีย เซ็ยฮา (ซ้าย) กับ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์

ที่มาของภาพ, AFP

คำบรรยายภาพ, ประธาน GBC ของกัมพูชา-ไทย พล.อ.เตีย เซ็ยฮา (ซ้าย) กับ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์

ประธานคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee - GBC) ไทย–กัมพูชา ร่วมลงนามในบันทึกผลการประชุม 13 ข้อ ซึ่งเป็นแนวทางการปฏิบัติเพื่อสร้างสันติภาพชายแดน ในจำนวนนี้คือ "การหยุดยิงอย่างเคร่งครัด" และให้ผู้ช่วยทูตทหารของอาเซียนประจำประเทศไทยและกัมพูชาเป็นคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว

การประชุมจีบีซีจัดขึ้นในช่วงบ่ายวันนี้ (7 ส.ค.) ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย หลังจากคณะเลขานุการร่วม 2 ฝ่ายปิดห้องประชุมกันนาน 3 วัน (4-6 ส.ค.)

ฝ่ายไทย นำโดย พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม ในฐานะรักษาการแทน รมว.กลาโหม

ฝ่ายกัมพูชา นำโดย พล.อ.เตีย เซ็ยฮา รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม

สำหรับข้อตกลงที่ประธานจีบีซีฝ่ายไทยกับฝ่ายกัมพูชาเห็นพ้อง ตามที่ฝ่ายเลขานุการเสนอมา และได้รับการสรุปโดย พล.อ.ณัฐพลในระหว่างเปิดแถลงข่าว ได้แก่

  • ทั้ง 2 ฝ่ายตกลงจะยึดมั่นการหยุดยิงอย่างเคร่งครัด โดยในการหยุดยิงต้องครอบคลุมอาวุธทุกประเภท และทั้ง 2 ฝ่ายคงกำลังไว้ที่ตั้งเดิมตั้งแต่วันหยุดยิงโดยไม่มีการเสริมกำลังเข้าไปเพิ่มเติม
  • ให้มีคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว (Interim Observer Teams: IOTs) ประกอบด้วย ผู้ช่วยทูตทหารของอาเซียนประจำประเทศไทยและกัมพูชา นำโดยผู้ช่วยทูตทหารของมาเลเซียเข้าไปสังเกตการณ์ในพื้นที่อย่างสม่ำเสมอโดยจะไม่มีการข้ามแดน และมีการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (Regional Border Committee - RBC) และจีบีซีในแต่ละประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีการละเมิดการหยุดยิงโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
  • ทั้ง 2 ฝ่ายจะหลีกเลี่ยงการกระทำที่เป็นการยั่วยุทั้งในการทหารและการให้ข้อมูลที่บิดเบือนหรือเป็นข่าวเท็จ เพื่อเสริมสร้างเอื้ออำนวยต่อการพูดคุยเพื่อหาทางออกโดยสันติ
  • ทั้ง 2 ฝ่ายจะปฏิบัติตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด โดยในระยะเวลาเฉพาะหน้าคือการเร่งเก็บและส่งร่างผู้เสียชีวิตกลับประเทศอย่างมีเกียรติและศักดิ์ศรี สำหรับส่งกลับการเชลยศึกตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ให้ส่งกลับทันทีที่มีการยุติการใช้กำลังระหว่างกันโดยสมบูรณ์ ซึ่งเป็นไปตามอนุสัญญาเจนีวาฉบับที่ 3 โดยในระหว่างนี้ ตนยืนยันว่าฝ่ายไทยได้ให้การดูแลคนเหล่านี้ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศอย่างครบถ้วน
  • ทั้ง 2 ฝ่ายจะรักษาช่องทางการพูดคุย และการใช้กลไกทวิภาคีที่มีอยู่ในการแก้ไขปัญหาที่อาจมีอยู่ไม่ให้ลุกลามบานปลาย โดยหลังจากนี้จะมีอาร์บีซีภายใน 2 สัปดาห์เพื่อประสานงานการปฏิบัติตามที่ได้ตกลงกัน นอกจากนี้จะมีการประชุมจีบีซีอีกครั้งในอีก 1 เดือนข้างหน้าเพื่อติดตามความคืบหน้าตามผลการประชุมครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม มี 2 ประเด็นที่ไทยเสนอ แต่ทางกัมพูชายังไม่ตอบรับและขอนำไปหารือ และจะนำกลับมาพูดคุยในการประชุมจีบีซีครั้งหน้า ได้แก่ 1. ความร่วมมือในการเก็บกู้ทุ่นระเบิดซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การใช้กำลังระหว่างกัน โดยไทยพร้อมให้ความร่วมมือในพื้นที่ปะทะและตลอดแนวชายแดนเพื่อความปลอดภัยของทั้ง 2 ฝ่าย และ 2. ความร่วมมือในการปราบปรามการพนันข้ามชาติ ภัยออนไลน์โดยเฉพาะสแกมเมอร์ที่ส่งผลกระทบต่อคนไทยและประเทศในภูมิภาคอย่างกว้างขวาง

พล.อ.ณัฐพลกล่าวย้ำว่า สิ่งที่ทั้ง 2 ฝ่ายได้หารือและเห็นพ้องร่วมกันวันนี้จะเกิดผลเป็นรูปธรรมได้ "ต้องอาศัยความจริงใจและร่วมมือ ขอยืนยันว่าฝ่ายไทยจะยึดมั่นในการให้ความร่วมมืออย่างสุจริตใจและจริงใจบนพื้นฐานการเป็นเพื่อนบ้านที่ดี และหวังว่ากัมพูชาจะปฏิบัติตามเช่นกัน" ไทยและกัมพูชาเป็นเพื่อนบ้านมีพรมแดนติดกันและย้ายหนีจากกันไม่ได้ เป็นสมาชิกครอบครัวอาเซียน หากแก้ไขปัญหาได้รวดเร็วจะนำสันติภาพมาสู่ชายแดน และประชาชนจะได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติอีกครั้ง

การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา สมัยวิสามัญ ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง

ที่มาของภาพ, FACEBOOK/ศูนย์เฉพาะกิจฯ ชายแดนไทย-กัมพูชา

คำบรรยายภาพ, การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา สมัยวิสามัญ ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง

วงประชุมจีบีซีเกิดขึ้นหลังจากทหารไทยและกัมพูชาเปิดฉากปะทะกันด้วยอาวุธหนักตามแนวชายแดนตั้งแต่ 24 ก.ค. ก่อนที่ผู้นำรัฐบาล 2 ประเทศจะบรรลุข้อตกลง 3 ประการในระหว่างเผชิญหน้ากันเป็นครั้งแรกที่มาเลเซียในอีก 4 วันต่อมา (28 ก.ค.) โดยมีนายอันวา อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน เป็นผู้ประสานงานและจัดการประชุม

นอกจากข้อตกลง "หยุดยิงทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข" ตั้งแต่เวลาเที่ยงคืนของวันที่ 28 ก.ค. ทั้ง 2 ฝ่ายยังเห็นพ้องให้จัดประชุมจีบีซีวันที่ 4 ส.ค. โดยมีกัมพูชาเป็นเจ้าภาพ ก่อนที่ไทยจะทำหนังสือเสนอให้เปลี่ยนสถานที่จัดการประชุมเป็นประเทศที่ 3 จึงมาลงเอยที่มาเลเซียซึ่งเป็นตัวกลางในการประสานงานอยู่แล้ว และขยาย เวลาหารือจากเดิม 1 วัน เป็น 4 วัน

ในการประชุมวันสุดท้าย มีผู้แทนจากสหรัฐอเมริกาและจีนร่วมสังเกตการณ์ด้วย เช่นเดียวกับที่ 2 ชาติมหาอำนาจเคยเข้ามามีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในวงหารือระหว่างนายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรีไทย กับนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา รอบก่อน

ระหว่างเปิดแถลงข่าว พล.อ.ณัฐพลกล่าวด้วยว่า ได้ย้ำในที่ประชุมว่าตั้งแต่เวลาเที่ยงคืนของวันที่ 28 ก.ค. ฝ่ายไทยปฏิบัติตามสิ่งที่ผู้นำทั้งสองเห็นชอบร่วมกันเรื่องการหยุดยิงอย่างเคร่งครัด แต่พบว่าฝ่ายกัมพูชามีการละเมิดหยุดยิงหลังเที่ยงคืนของวันที่ 28 ก.ค. ซึ่งไทยใช้ความอดทนอดกลั้นที่สุด และตอบโต้เพื่อป้องกันตนเองเท่านั้น แม้ปัจจุบันสถานการณ์ชายแดนมีความสงบ แต่พบว่ากัมพูชายังเสริมกำลังเข้าไปในพื้นที่ และยังมีการใช้อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) เข้ามาสอดแนมในพื้นที่ต่าง ๆ ของไทย ซึ่งเป็นการกระทำที่ยั่วยุและอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดระหว่างกัน นอกจากนี้ยังมีการเผยแพร่ข้อมูลและข่าวบิดเบือน ไม่สร้างสรรค์ ไม่ช่วยให้สร้างบรรยากาศที่เอื้ออำนวยต่อการเจรจาและฟื้นฟูความสัมพันธ์

สำหรับการประชุมจีบีซีครั้งนี้ ฝ่ายกัมพูชาระดับนโยบายได้แสดงให้เห็นความจริงใจต่อมาตรการหยุดยิงที่ได้ตกลงกันไว้ การกระทำที่ละเมิดการหยุดยิงที่กล่าวมาข้างต้น อาจเป็นการดำเนินการโดยพลการของหน่วยงานในพื้นที่

ประชาชนจะกลับบ้านได้เมื่อไร

การสู้รบตามตามแนวชายแดนของ 2 ประเทศ ซึ่งมีพรมแดนติดกัน 817 กม. ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 43 คนตามข้อมูลของทางการไทยและกัมพูชา และมีประชาชนรวมกันกว่า 3 แสนคนต้องกลายเป็นผู้อพยพไปอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิง

ภายใต้ข้อตกลงหยุดยิงนี้ จึงมีคำถามว่าประชาชนจะกลับบ้านได้เมื่อไรอย่างไร พล.อ.ณัฐพลไม่ได้ให้กรอบเวลาที่แน่ชัด โดยย้ำหลักการว่าในการประชุมจีบีซีวันนี้ รมว.กลาโหม 2 ชาติได้ลงนามบันทึกการประชุมไปแล้ว ซึ่งจะเป็นกรอบการประชุมอาร์บีซีที่จะเกิดขึ้นภายใน 2 สัปดาห์ข้างหน้า และจะลงรายละเอียดภายในกรอบที่ได้ตกลงกัน "แต่ในกรณีที่เกิดเหตุไม่พึงประสงค์ มีการปะทะกันเกิดขึ้น จะมีการประชุมจีบีซีวิสามัญเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว"

สำหรับประชาชนที่จะกลับภูมิลำเนา ปัจจุบันทางศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) กำหนดให้ผู้ว่าราชการแต่ละจังหวัดประสานผู้บัญชาการหน่วยทหารในพื้นที่ได้โดยตรง เพราะสถานการณ์แต่ละจังหวัดไม่เท่ากัน จังหวัดใดมีความพร้อม สามารถกลับภูมิลำเนาได้ แต่สิ่งที่กองทัพห่วงใยคือปัจจุบันมีกระสุนและจรวดที่ฝ่ายกัมพูชายิงมาตกในชุมชน อาจยังหลงเหลืออยู่ จึงเร่งสำรวจ ดังนั้นประชาชนที่กลับภูมิลำเนาแล้ว หากพบเห็นวัตถุระเบิดดังกล่าวให้แจ้งหน่วยทหารและตำรววจในพื้นที่เพื่อดำเนินการเก็บกู้ระเบิดเพื่อความปลอดภัย

ขณะที่กัมพูชาได้เปิดแถลงข่าวโดยมีเนื้อหาเช่นเดียวกัน ทว่าในช่วงท้ายมีการระบุว่า กัมพูชาได้ร้องขอให้มีการปล่อยตัวทหารกัมพูชา 18 นายที่ถูกกองทัพไทยควบคุมตัวโดยเร็ว

เปิด 13 ข้อตกลงหยุดยิงไทย-กัมพูชา

นอกจากคำแถลงของประธานจีบีซีที่สรุปสาระสำคัญมา ศบ.ทก. เผยแพร่ 13 ข้อตกลงหยุดยิงไทย-กัมพูชา โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

1. ยุติการใช้อาวุธทุกประเภท การโจมตีต่อพลเรือน เป้าหมายพลเรือน และเป้าหมายทางทหาร ในทุกพื้นที่และทุกกรณี

2. รักษาสถานะการวางกำลังในที่ตั้งปัจจุบัน สถานะตั้งแต่ 28 ก.ค. โดยไม่มีการเคลื่อนย้ายกำลัง และไม่มีการลาดตระเวนไปยังที่ตั้งของอีกฝ่าย

3. ไม่เพิ่มเติมกำลังตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

4. ไม่กระทำการอันเป็นการยั่วยุที่ส่งผลให้เกิดความตึงเครียด การมีกิจกรรมทางทหารเข้าไปยังดินแดน เขตน่านฟ้า หรือที่ตั้งของอีกฝ่าย ตามสถานะการหยุดยิง ตั้งแต่ 28 ก.ค. และไม่สร้างโครงสร้างพื้นฐานทางทหารล้ำออกไปนอกขอบเขตของฝ่ายตน

5. ไม่ใช้กำลังต่อพลเรือน หรือเป้าหมายทางพลเรือนในทุกกรณี

6. การปฏิบัติตามอนุสัญญาเจนีวา: การปฏิบัติต่อผู้ที่ถูกจับกุมตัว การขอส่งตัวผู้บาดเจ็บมารักษาในสถานพยาบาลของอีกฝ่าย โดยจะขึ้นอยู่กับศักยภาพในการรองรับของสถานพยาบาลแล้วแต่กรณี สำหรับทหารที่อยู่ในความควบคุมของอีกฝ่ายหนึ่งจะได้รับการปล่อยตัวและส่งกลับประเทศ หลังจากยุติการใช้กำลังโดยสมบูรณ์ รวมทั้งอำนวยความสะดวกในการส่งคืนร่างผู้เสียชีวิตอย่างสมเกียรติโดยเร็ว และจัดการศพภายใต้สภาพที่ถูกสุขลักษณะและด้วยความเคารพ

7. กรณีมีความขัดแย้งกันด้วยอาวุธทั้งตั้งใจและไม่ตั้งใจ ทั้ง 2 ฝ่ายจะหารือกันในระดับปฏิบัติผ่านกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ เพื่อป้องกันการขยายตัวของสถานการณ์

8. เห็นชอบให้เพิ่มในเรื่องของการปฏิบัติ ดังนี้

8.1 ดำรงการติดต่อสื่อสารอย่างต่อเนื่องระหว่างหน่วยทหารในพื้นที่

8.2 จัดการประชุมอาร์บีซีภายใน 2 สัปดาห์นับจากการประชุมจีบีซีวันที่ 7 ส.ค.

8.3 ดำรงช่องทางการติดต่อสื่อสารโดยตรงระดับรัฐมนตรีและผู้บัญชาการทหารสูงสุดของทั้ง 2 ประเทศ

9. งดเว้นการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จหรือข่าวปลอม

ส่วนที่ 2 กลไกตรวจสอบการหยุดยิง

10. ทั้ง 2 ฝ่ายต้องดำเนินการตามผลหารือเมื่อ 28 ก.ค. ซึ่งรวมถึงการหยุดยิงและการมีคณะผู้สังเกตการณ์จากประเทศสมาชิกอาเซียนนำโดยมาเลเซีย

11. เห็นชอบให้อาร์บีซีในแต่ละพื้นที่ดำเนินการตามข้อตกลงหยุดยิง โดยมีคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน ซึ่งนำโดยมาเลเซียเป็นผู้ร่วมสังเกตการณ์ โดยอาร์บีซีจะพบกันเป็นประจำ และส่งรายงานให้จีบีซีตามสายการบังคับบัญชาของแต่ละฝ่าย

12. ในระหว่างการจัดตั้งคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนที่มีมาเลเซียเป็นผู้นำ จะใช้กลไกคณะผู้สังเกตการณชั่วคราว ซึ่งประกอบด้วย ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารประเทศสมาชิกอาเซียนประจำประเทศไทยและกัมพูชา ทำหน้าที่แทนเป็นการชั่วคราว

ส่วนที่ 3 การประชุมจีบีซี

13. ให้จัดการประชุมจีบีซีใน 1 เดือนหลัง 7 ส.ค. (สถานที่จะตกลงกันภายหลัง) หรือมิเช่นนั้นการประชุมจีบีซีวิสามัญจะถูกจัดขึ้นเพื่อเจรจาการหยุดยิง

กว่าจะถึงวันนี้

ผู้ช่วยทูตทหารจากหลายประเทศลงพื้นที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาเมื่อ1 ส.ค. หลังเกิดการปะทะกันช่วงปลายเดือน ก.ค. โดยบางส่วนได้เก็บภาพบริเวณร้านสะดวกซื้อภายในปั๊มน้ำมัน อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ถูกโจมตี เป็นเหตุให้มีพลเรือนเสียชีวิต 7 ราย

ที่มาของภาพ, EPA/Shutterstock

คำบรรยายภาพ, ผู้ช่วยทูตทหารจากหลายประเทศลงพื้นที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาเมื่อ 1 ส.ค. หลังเกิดการปะทะกันช่วงปลายเดือน ก.ค. โดยบางส่วนได้เก็บภาพบริเวณร้านสะดวกซื้อภายในปั๊มน้ำมัน อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ถูกโจมตี เป็นเหตุให้มีพลเรือนเสียชีวิต 7 ราย

ก่อนมาถึงวันนี้ ไทยได้นำข้อตกลงของฝ่ายเลขานุการร่วม 2 ฝ่ายเข้าสู่การพิจารณาและขอมติรับรองโดยที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดเล็กนัดพิเศษเมื่อ 6 ส.ค.

นายภูมิธรรมกล่าวเมื่อ 6 ส.ค. ว่า "แนวโน้มมีทิศทางที่ดี" และ "คาดว่าจะสามารถเจรจาเพื่อหาข้อยุติในสิ่งที่เป็นประโยชน์" แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้

เช่นเดียวกับ พล.อ.ณัฐพลที่กล่าวว่า มีความมั่นใจเกิน 90% เพราะระดับที่ 1 วัดจากกองเลขานุการ "ซึ่งเกณฑ์ที่ผมวัดไว้ผ่านแล้ว" ระดับที่ 2 วัดจากผลการประชุมระดับรัฐมนตรี 7 ส.ค. และระดับที่ 3 วัดเมื่อถึงการปฏิบัติจริงว่าทำตามข้อตกลงหรือไม่ หากเขาทำเรื่อย ๆ ก็เป็นสัญญาณดีเรื่อย ๆ อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า "กังวลนิดเดียว" เนื่องจากมีผู้สังเกตการณ์จากประเทศต่าง ๆ

พล.อ.ณัฐพลคาดการณ์ด้วยว่า หลังการประชุมจีบีซี กลไกทวิภาคีอื่นจะง่ายขึ้น เช่น คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) ซึ่งเป็นกลไกของฝ่ายทหารระดับแม่ทัพภาค/ผู้บัญชาการภาค เพราะในที่ประชุมจีบีซีจะหารือเรื่องกรอบการหยุดยิง ส่วนรายละเอียดการปรับกำลัง การวางกำลัง จะให้อาร์บีซีเป็นผู้กำหนด

ในระหว่างการแถลงข่าวของ ศบ.ทก. เมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 6 ส.ค. พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษก ศบ.ทก. เล่าเบื้องหลังเอาไว้ว่า คณะเลขานุการจีบีซีของทั้ง 2 ฝ่ายประชุมเจรจากันถึงเวลา 00.15 น. ของเช้าวันที่ 6 ส.ค. เนื่องจากฝ่ายเลขานุการกัมพูชาไม่สามารถตัดสินใจได้ในบางหัวข้อ ต้องส่งเรื่องต่าง ๆ กลับไปให้ทางกรุงพนมเปญพิจารณาก่อน ทำให้เกิดความล่าช้าในการตกลงใจ จนกระทั่งเช้าวันที่ 6 ส.ค. "ข่าวดีคือ 2 ฝ่ายสามารถสรุปข้อตกลงได้ และปัจจุบันอยู่ระหว่างการเตรียมเอกสารให้ประธานทั้ง 2 ฝ่ายพิจารณา..."

สำหรับเลขานุการจีบีซีฝ่ายไทยคือ พล.ท.ณัฐพงศ์ เพราแก้ว เจ้ากรมกิจการชายแดนทหาร

ก่อนการประชุมจีบีซีจะเริ่มขึ้น พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เข้าเยี่ยมคารวะนายอันวา อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และประธานอาเซียน

ที่มาของภาพ, FACEBOOK/ศูนย์เฉพาะกิจฯ ชายแดนไทย-กัมพูชา

คำบรรยายภาพ, ก่อนการประชุมจีบีซีจะเริ่มขึ้น พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เข้าเยี่ยมคารวะนายอันวา อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และประธานอาเซียน เมื่อ 7 ส.ค.

ในวันประชุมจีบีซี (7 ส.ค.) พล.อ.ณัฐพลเดินทางถึงกรุงกัวลาลัมเปอร์ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น (ตรงกับเวลา 07.00 น. ของไทย) โดยเข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ก่อนเปิดเผยว่า นายกฯ มาเลเซียยินดีที่เห็นการหยุดยิง และความคืบหน้าที่ดีในการหารือกรอบจีบีซี พร้อมระบุด้วยว่าได้หารือกับผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนและเห็นตรงกันว่าการแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นเรื่องทวิภาคี ทางมาเลเซียจะเพียงช่วยประสานงานให้ทั้ง 2 ฝ่ายหารือเพื่อแก้ไขปัญหากันเอง โดยมีอาเซียนสนับสนุน

จากนั้นเขาหารือกับ "ทีมไทยแลนด์" และทีมเลขานุการจีบีซี โดยเขาได้กล่าวแสดงความชื่นชมทุกคนด้วยความจริงใจ และขอบคุณที่ทำให้สถานการณ์คลี่คลาย

"ขอให้น้อง ๆ จงภูมิใจว่าการทำงานครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ เป็นวาระสำคัญแห่งชาติ" คำกล่าวของ รมช.กลาโหม ได้รับการเผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊ก ศูนย์เฉพาะกิจฯ ชายแดนไทย-กัมพูชา

พล.อ.ณัฐพลบอกด้วยว่า ความสำเร็จที่เกิดขึ้นตอนนี้มาถึงครึ่งทาง ต้องลุ้นตอนบ่ายนี้ว่า "ทางกัมพูชาจะจริงใจกับเราด้วยหรือไม่ ถ้าจริงใจกับเรา ก็จะสำเร็จ"

รมช.กลาโหมขอบคุณทีมไทยแลนด์และทีมเลขานุการจีบีซี โดยขอให้ภูมิใจว่า “การทำงานครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์”

ที่มาของภาพ, FACEBOOK/ศูนย์เฉพาะกิจฯ ชายแดนไทย-กัมพูชา

คำบรรยายภาพ, รมช.กลาโหมขอบคุณทีมไทยแลนด์และทีมเลขานุการจีบีซี โดยขอให้ภูมิใจว่า "การทำงานครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์"