พบวาฬเพชฌฆาตออกล่าฉลามขาวเพียงลำพัง "ฉีกทึ้งครีบ" และ "กินตับ"

น้องออกล่า

ที่มาของภาพ, IMAGE SOURCE,CHRISTIAAN STOPFORTH/DRONE FANATICS

คำบรรยายภาพ, วาฬออร์กาเพียงตัวเดียว (ปรากฏทางขวาของภาพ) “ฉีกทึ้งอวัยวะ” ของฉลามออกมาได้ภายใน 2 นาที
    • Author, วิคตอเรีย กิลล์
    • Role, ผู้สื่อข่าววิทยาศาสตร์ บีบีซี

การออกล่าและฆ่าปลาฉลามขาวยักษ์โดยลำพังของวาฬเพชฌฆาต หรือวาฬออร์กา ถูกบันทึกภาพไว้ได้ เผยให้เห็น การโจมตีอันเด็ดเดี่ยวที่ “น่าอัศจรรย์” ของนักล่าแห่งท้องทะเล

นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า ภาพที่ปรากฏและมีการบันทึกไว้ได้ ถือว่า “ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน” แสดงให้เห็นทักษะการล่าที่ยอดเยี่ยมของวาฬเพชฌฆาต

ก่อนที่จะเกิดภาพการสังหารอันน่าทึ่งนี้ ทีมนักวิทยาศาสตร์สังเกตเห็นวาฬออร์กา 2 ตัว บริเวณชายฝั่งของแอฟริกาใต้ จากนั้นก็พบว่า พวกมันกำลังร่วมมือกันออกล่าและฆ่าปลาฉลามหลายตัว ซึ่งในจำนวนนั้น รวมถึงปลาฉลามขาว นักล่าเหยื่อขั้นสุดแห่งท้องทะเล

“สิ่งที่เกิดขึ้น เราแทบไม่ทันได้ตั้งตัวเลย” ดร.อลิสัน ทาวเนอร์ นักชีววิทยาฉลาม กล่าว

ดร.ทาวเนอร์ ซึ่งมาจากมหาวิทยาลัยโรดส์ในเมืองเกรแฮมส์ทาวน์ ของแอฟริกาใต้ ได้ศึกษาวาฬเพชฌฆาตและฉลามขาวมาหลายปีแล้ว โดยเธอและเพื่อนร่วมงานได้ตีพิมพ์เรื่องราวการไล่ล่าอันน่าสะพรึงอย่างละเอียดในวารสารวิทยาศาสตร์ทางทะเลแห่งแอฟริกา

วิดีโอดังกล่าวถูกบันทึกภาพไว้ได้ในปี 2023 แสดงให้เห็นการโจมตี “อันเด็ดเดี่ยวและรวดเร็ว” ของวาฬเพชฌฆาตตัวผู้ที่ฆ่าปลาฉลามขาว และกินตับของมันในเวลาเพียง 2 นาที

น้องในปี 2022

ที่มาของภาพ, IMAGE SOURCE,CHRISTIAAN STOPFORTH

คำบรรยายภาพ, ในปี 2022 นักวิทยาศาสตร์บันทึกภาพถ่ายทางอากาศขณะวาฬเพชฌฆาตออกล่าปลาฉลามขาวร่วมกันไว้ได้

อันที่จริง นักวิทยาศาสตร์เคยใช้โดรนบันทึกภาพวาฬออร์กาตัวผู้ 2 ตัวร่วมกันออกล่าปลาฉลามขาว มาได้แล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งถือเป็นครั้งแรกด้วย เมื่อปี 2022

นักวิทยาศาสตร์ตั้งชื่อเล่นให้วาฬเพชฌฆาตทั้งสองตัวว่า พอร์ต และ สตาร์บอร์ด โดยเรียกตามลักษณะของครีบหลังที่งอไปในทิศทางตรงกันข้ามกัน พวกมัน “แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมที่ชื่นชอบการฉีกทึ้งตับฉลามออกมากิน”

ดร.ทาวเนอร์ เล่าย้อนไปถึงภาพโดรนเมื่อปี 2022 ว่า “กลุ่มฉลามขาวว่ายวนรอบวาฬเพชฌฆาตอย่างใกล้ชิด ซึ่งเป็นความพยายามหลีกหนีการถูกล่าอย่างสิ้นหวัง"

แล้วในการล่าและฆ่าปลาฉลามขาวครั้งล่าสุดนี้ วาฬออร์กาชื่อ "สตาร์บอร์ด" ออกไล่ล่าเพียงลำพัง เริ่มจากงับครีบอกด้านซ้ายของฉลามขาววัยรุ่น ความยาว 2.5 เมตร พร้อม "ดึงทึ้งไปด้านหน้าหลายครั้ง จนครีบฉีกหลุดออกมา"

ดร.ลุค เรนเดลล์ นักวิทยาศาสตร์ด้านสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทางทะเลจากมหาวิทยาลัยเซนต์แอนดรูว์บรรยายว่า มันเป็นการสังเกตพฤติกรรมที่ “สวยงามจริง ๆ”

“น่าสนใจมากที่วาฬเพชฌฆาตตัวนี้ทำได้โดยลำพัง” เขาบอกกับบีบีซี พร้อมอธิบายว่า การที่เจ้า "สตาร์บอร์ด" พุ่งกระแทกฉลามขาวข้างลำตัว และกัดครีบอก เพื่อหลีกเลี่ยงการตกอยู่ในรัศมีคมเขี้ยวที่ใหญ่และอันตรายของฉลามขาว แสดงให้เห็นถึงทักษะการไล่ล่าอันยอดเยี่ยม

“ปลาฉลามขาวคือแหล่งอาหารชั้นเยี่ยม ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมประชากรวาฬออร์กาบางส่วนที่อาศัยอยู่ในแหล่งปลาฉลาม จึงเรียนรู้ที่จะใช้ประโยชน์ทำเลนี้ (เพื่อล่าฉลามขาว)"

เพนกวิน

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า เพนกวินแอฟริกันที่ใกล้สูญพันธุ์อาจได้รับผลกระทบ หากสมดุลนักล่าระดับสูงสุดถูกรบกวน

แต่พฤติกรรมอันเด็ดเดี่ยวของวาฬเพชฌฆาตนี้ ก่อให้เกิดคำถามว่า จะส่งผลกระทบต่อประชากรฉลามในพื้นที่อย่างไร

ในขณะเดียวกัน นักวิทยาศาสตร์ยังไม่ทราบว่าแรงจูงใจของพฤติกรรมนี้ว่าเกิดจากอะไร แต่ดร.ทาวเนอร์ บอกกับบีบีซีว่า มันเป็นหลักฐานสะท้อนให้เห็นว่า “กิจกรรมของมนุษย์ เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการประมงเชิงพาณิชย์ กำลังสร้างแรงกดดันอย่างมหาศาลต่อมหาสมุทรของเรา”

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้อาจไม่ใช่ผลดีต่อสุขภาพวาฬเพชฌฆาตเท่าไหร่นัก เพราะการกินฉลาม หมายความว่า วาฬออร์กาได้กลืนสารพิษและสารโลหะจากเนื้อฉลามเข้าไปด้วย

“สมดุลที่เปลี่ยนไปของสัตว์นักล่าขั้นสุดแห่งท้องทะเล ยังอาจกระทบไปถึงสปีชีส์อื่น ๆ ด้วย" ดร.ทาวเนอร์ อธิบายต่อว่า “เพนกวินแอฟริกันที่ใกล้สูญพันธุ์อาจเผชิญกับการถูกล่าโดยแมวน้ำแอฟริกาใต้มากขึ้น เพราะแมวน้ำถูกฉลามล่าเป็นอาหารน้อยลง”

ดร.เรนเดลล์ ชี้ว่า เราไม่มีทางรู้เลยว่าพฤติกรรมนี้เป็นเรื่องใหม่ หรือเพิ่งสังเกตพบได้เป็นครั้งแรก “แต่สิ่งที่โดดเด่นจริง ๆ คือความชำนาญของสัตว์เหล่านี้ในฐานะนักล่า”

ดร.ทาวเนอร์ กล่าวเสริมอีกว่า ทุกการค้นพบที่เกี่ยวกับปฏิสัมพันธุ์ระหว่างวาฬออร์กาและฉลามนั้น “มันช่างน่าทึ่ง”