เลือกตั้ง 2566: คุยอนาคต 3 จังหวัดชายแดนใต้กับ 3 พรรค 19 ปีแก้ไฟใต้ ทำไมยิ่งยากจนสุดในประเทศ

ที่มาของภาพ, Napasin Samkaewcham / BBC Thai
- Author, ธันยพร บัวทอง ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
- Role, นภสินธุ์ สามแก้วแจ่ม ผู้สื่อข่าววิดีโอบีบีซีไทย
นอกจากความไม่สงบและความขัดแย้งในชายแดนใต้ที่กินเวลามากว่า 19 ปี อีกมิติหนึ่งที่ทับซ้อนในพื้นที่ คือ ปัญหาปากท้องและเศรษฐกิจ ที่คู่ขนานเป็นปัญหาพื้นฐานของ จ.ปัตตานี ยะลา นราธิวาส มานานราวสองทศวรรษ
ปัตตานี ยะลา นราธิวาส เป็นจังหวัดที่มีปัญหาความยากจนเรื้อรัง และติดอันดับจังหวัดที่ยากจนที่สุดในประเทศ 10 อันดับแรก ต่อเนื่องนานเกินกว่า 16 ปี จากข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติหรือสภาพัฒน์
"นั่นเป็นเหตุผลทำให้ชาวบ้านออกไปหางานทำข้างนอก" แม่ค้ามะตะบะที่ตลาดนัดมิสยิดกรือเซะ แสดงความเห็นกับบีบีซีไทย เมื่อถูกถามเรื่องภูมิลำเนาของเธอเป็นจังหวัดที่คนจนมีมากที่สุดในประเทศ ขณะที่หญิงแม่ค้าชาวมุสลิมอีกราย บอกว่า "เด็กตกงานเยอะ เด็กเรียน จบแล้วก็ไม่มีงานทำ"
ปัตตานี นับเป็นจังหวัดหัวตารางที่มีสัดส่วนคนจนมากที่สุดในประเทศไทย 3 ปีซ้อน และยากจนติดในอันดับสูงสุด 10 อันดับ ตั้งแต่ปี 2549-2564
ตัวเลขความจนที่ว่านี้ เมื่อเทียบกับ 3 ปี ก่อนที่ความไม่สงบในพื้นที่จะเกิดขึ้นในปี 2547 จังหวัดปลายด้ามขวานแห่งนี้ไม่ได้อยู่ในบัญชีจังหวัดยากจนอันดับต้น ๆ ของประเทศ แต่อย่างใด
น่าสนใจว่าความไม่สงบในชายแดนใต้ กับงบประมาณที่รวมกันแล้วเกือบ 5 แสนล้านบาท ก่อให้เกิดตัวเลขความยากจนสูงสุดในประเทศนี้ ได้อย่างไร

ที่มาของภาพ, Napasin Samkaewcham / BBC Thai
19 ปี งบประมาณเกือบ 5 แสนล้าน
เมื่อกลางปี 2565 สถาบันวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เผยแพร่งานวิจัยเรื่องงบประมาณในจังหวัดชายแดนภาคใต้ นับตั้งแต่ปี 2547-2565 รวม 19 ปี พบว่า รัฐบาลไทยใช้งบประมาณไปแล้วรวมทั้งสิ้น 484,134 ล้านบาท หรือเฉลี่ยปีละ 25,480.89 ล้านบาท
ข้อค้นพบสำคัญชี้ด้วยว่า ภายหลังการรัฐประหารของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในปี 2557 งบประมาณชายแดนใต้ มุ่งให้ความสำคัญอย่างมากกับงานด้านความมั่นคงและโครงการก่อสร้าง แต่ไม่ได้ให้ความสำคัญด้านการศึกษา สวัสดิการสังคม และการพัฒนาอาชีพและรายได้
“ถ้าไปดูในพื้นที่โครงการพัฒนา ก็จะเปลี่ยนเป็นโครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคง โครงการการศึกษาก็จัดการศึกษาเพื่อ ความมั่นคง วัฒนธรรมก็เพื่อความมั่นคง ทุกอย่างมันเติมด้วยคำว่าความมั่นคงทั้งหมด” ผศ. ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี นักวิชาการและนักวิจัยของสถาบันสันติศึกษา มอ. กล่าวกับบีบีซีไทย
“ถ้ามาสามจังหวัดจะเห็นเลยว่า ถนนดีมากตั้งแต่หาดใหญ่ ตัดเป็นถนนสี่เลน เสาไฟฟ้าถนนแบบสปอตไลท์เหมือนในสนามกีฬา ราคาเป็นล้าน”

ที่มาของภาพ, Napasin Samkaewcham / BBC Thai
ตลาดแรงงานในสามจังหวัด
ผศ. อสมา มังกรชัย คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ได้ฉายภาพในสามจังหวัดฯ ให้เห็นว่า เศรษฐกิจปากท้องในพื้นที่เป็นปัญหาระดับโครงสร้าง เพราะไม่มีตลาดแรงงานที่ใหญ่พอจะรองรับคนรุ่นใหม่ ขณะที่ ภาคเกษตรกรรมก็ไม่ได้ทำให้ประชาชนมีชีวิตรอด เช่นเดียวกับเกษตรกรรมในภูมิภาคอื่นของประเทศ
"มีคำหนึ่งที่เขาจะพูดว่า เขาอยากได้สันติภาพที่กินได้ คือ ไม่ได้มองแต่เรื่องของประเด็นความมั่นคง ประเด็นอิสระในการปกครองตนเอง แต่เขาอยากมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีด้วย เป็นเรื่องปากท้อง economy (เศรษฐกิจ) " ผศ. อสมา กล่าวกับบีบีซีไทย
ในทัศนะของ ผศ. อสมา เธอยังไม่เห็นว่า นโยบายของพรรคการเมืองใดที่นำเสนอการแก้ไขเชิงโครงสร้างเกี่ยวกับการสร้างตลาดแรงงานในพื้นที่
"เราเห็นนโยบายที่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเศรษฐกิจในระดับประเทศ เช่น ปัญหาที่ดิน ภาษีบ้านเกิดเมืองนอนจากบางพรรค แต่นโยบายที่บอกว่าสามจังหวัดฯ มีปัญหาปากท้อง ปัญหาเรื่องเส้นความยากจน เราไม่เห็นนโยบายเชิงโครงสร้างใด ๆ ที่จะเปลี่ยนแปลงปัญหานี้ แต่นโยบายประชานิยม มีเกือบทุกพรรค"

ที่มาของภาพ, Napasin Samkaewcham / BBC Thai
ภาพของแรงงานในจังหวัดชายแดนใต้ที่ปรากฏต่อสื่อมวลชนบ่อยครั้ง คือ กลุ่มแรงงานที่เดินทางไปเป็นแรงงานในประเทศมาเลเซีย แต่สำหรับแรงงานในระบบเศรษฐกิจแบบใหม่ เช่น เศรษฐกิจดิจิทัล มีคนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยในชายแดนใต้ที่เดินทางไปทำงานที่มาเลเซียเช่นกัน เพราะมีโอกาสได้ทำงานกับบริษัทชั้นนำระดับโลก
นัสมี สาแระ เจ้าหน้าที่วิทยาการคอมพิวเตอร์ วัย 33 ปี ของมหาวิทยาลัยฟาฏอนีใน จ.ยะลา คือหนึ่งในคนรุ่นใหม่สามจังหวัดชายแดนใต้ ที่เคยมีโอกาสได้ทำงานในบริษัทไอบีเอ็ม ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองไซเบอร์จายา ที่รัฐบาลมาเลเซียกำหนดนโยบายให้เป็นเมืองศูนย์กลางทางเทคโนโลยีของประเทศ
นัสมี กล่าวกับบีบีซีไทยว่า เพราะไม่มีตลาดงานในพื้นที่ ประกอบกับปัจจัยทางสังคมวัฒนธรรมที่คล้ายกับชายแดนใต้ ทำให้เขาเลือกที่ไปทำงานในมาเลเซีย แต่หวังว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะได้เห็นนโยบายใหม่ ๆ จากพรรคการเมืองที่มุ่งสร้างตลาดแรงงานให้กับชายแดนใต้
"มุมเศรษฐกิจด้านดิจิทัล ยังไม่มีใครพูดถึงมากในสามจังหวัดฯ ทั้งที่แรงงาน ก็ไหลไปประเทศเพื่อนบ้านกันหมด ถ้ามีนโยบายเหล่านี้ ก็ดึงแรงงานเหล่านี้กลับมาทำงานในพื้นที่ได้บางส่วน" อดีตคนทำงานด้านไอทีของไอบีเอ็ม มาเลเซีย กล่าวกับบีบีซีไทย

ที่มาของภาพ, สภาพัฒน์
วิสัยทัศน์แก้ปากท้องเศรษฐกิจของผู้สมัคร ส.ส. ชายแดนใต้
ในภาพรวมนโยบายเรื่องเศรษฐกิจปากท้องของพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครเลือกตั้ง 2566 ใน จ. ปัตตานี ยะลา นราธิวาส เป็นชุดนโยบายเดียวกับนโยบายระดับประเทศ โดยแนวนโยบายหลักจะไปในทิศทางของประชานิยมและรัฐสวัสดิการ
พญ. เพชรดาว โต๊ะมีนา ผู้สมัคร ส.ส. เขต 1 ปัตตานี จากพรรคภูมิใจไทย บอกว่า แม้การเลือกตั้งรอบที่แล้วได้หาเสียงกับประชาชนถึงนโยบายร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เขตพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ด้วยการเป็นรัฐบาลผสมหลายพรรค ทำให้การผลักดัน พ.ร.บ. ฉบับนี้ ไม่ได้แม้แต่เริ่มต้น
"ในนั้นมีทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ท่องเที่ยว การศึกษา เรื่องความรุนแรงที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทุกอย่างอยู่ในนั้นหมด ฉะนั้น ถ้าสมมติออกเป็นกฎหมาย เรารู้สึกว่าการแยกมันทำเป็นเรื่อง ๆ มันยาก ถ้าออกเป็น พ.ร.บ. ก็จะสามารถที่จะบังคับใช้เป็นกฎหมายได้เลย"

ที่มาของภาพ, Napasin Samkaewcham / BBC Thai
"จนกับโง่สองอย่าง อยู่กับสามจังหวัดมาโดยตลอด และวันนี้ก็ยังจนกับโง่อยู่ แถมรัฐบาลยังคิดบังคับให้จนอีกต่างหาก" อับดุลอายี สาแม็ง อดีต ส.ส. ยะลา พรรคประชาชาติ เริ่มต้นบทสนทนากับบีบีซีไทย เมื่อถูกถามถึงปัญหาความยากจนในพื้นที่
อับดุลอายี ซึ่งเป็น ส.ส. ในสภาสมัยที่แล้ว และผู้สมัครในการเลือกตั้งครั้งนี้ เผยแนวคิดในการพัฒนาพื้นที่ทางเศรษฐกิจว่า ทั้งสามจังหวัดฯ ควรได้ประโยชน์จากทรัพยากรบ่อน้ำมันดิบที่ใกล้กับชายฝั่ง ปัตตานี นราธิวาส 90 กิโลเมตร เช่นเดียวกับที่ จ.ระยอง พื้นที่ปลายทางของการกลั่นน้ำมัน ขยายไปสู่การเป็นพื้นที่อุตสาหกรรม สร้างรายได้ต่อหัวประชากรให้เป็นอันดับหนึ่งของประเทศ
"สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทุกจังหวัดรายได้น้อยกว่า 1 แสนบาทต่อหัวต่อปี ห่างกัน (จากระยอง) 10 เท่าตัว ทั้ง ๆ ที่ทรัพยากรอยู่ใกล้ ทำไมไม่เอาขึ้นมา ทำให้เกิดความเป็นธรรมกับเขาบ้าง" อับดุลอายี กล่าว
"น้ำมันดิบที่มันอยู่ตรงนั้นจากตัวเลขมีประมาณ 20% เป็นบ่อน้ำมันที่เจาะขึ้นมานานในประเทศไทย... แต่สิ่งเหล่านี้ ไม่ได้เอามาใช้ในพื้นที่ของสามจังหวัดเลย" ผู้สมัคร ส.ส. จากพรรคประชาชาติ กล่าว

ที่มาของภาพ, Napasin Samkaewcham / BBC Thai
ด้านพรรคก้าวไกล นอกจากการรื้อโครงสร้างบริหารชายแดนภาคใต้ที่ผูกโยงกับทหาร และเพิ่มบทบาทของผู้แทนจากสภาแล้ว รอมฎอน ปันจอร์ ผู้สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 20 พรรคก้าวไกลชี้ว่า ต้องเพิ่มอำนาจให้กับท้องถิ่น ซึ่งยึดโยงกับประชาชนและสะท้อนเสียงของคนพื้นที่ ได้ชอบธรรมกว่า หน่วยการปกครองอื่นใด
ในด้านเศรษฐกิจปากท้อง รอมฎอนชี้ ว่าไม่ว่าพรรคการเมืองใด ก็มองเห็นโอกาสที่ชายแดนใต้จะเติบโตทางเศรษฐกิจได้มากกว่านี้ หากไม่อยู่ภายใต้การกำกับทิศทางของฝ่ายความมั่นคงที่เป็นมา 19 ปี พร้อมเปรียบพื้นที่ชายแดนใต้ว่าเสมือนเป็น "หินที่ถูกกดเอาไว้ไม่ให้เติบโต" ทั้ง ๆ ที่มีศักยภาพในการเป็นสะพานเชื่อมทางเศรษฐกิจไปยังประเทศอาเซียนและโลกอาหรับ
"คนของเราสามารถเพิ่มศักยภาพในการเชื่อมต่อข้ามภาษา ข้ามวัฒนธรรมได้ เราคือสะพาน เราไม่ใช่กำแพงกั้นระหว่างชายแดน" รอมฎอนกล่าว
"เราเป็นคนมลายู เป็นคนปาตานี มีแบรนด์แบบนี้ในโลกอาหรับ เราต้องใช้มัน แต่เราไม่สามารถใช้ได้ เพราะมีคนหวั่นไหวกับคำว่าปาตานี เพราะอิมเมจ (ภาพลักษณ์) แบบนี้ถูกมองว่าเอาใจออกห่าง"
เขาสรุปปมทั้งหมดด้วยว่า "ปากท้องเราอิ่มได้มากกว่านี้ถ้าเรามีสันติภาพ"

ที่มาของภาพ, Napasin Samkaewcham / BBC Thai
ปัญหาความยากจนสามจังหวัดฯ กับการผลักดันของพรรคการเมือง
มุมมองของ ผศ.ดร. ศรีสมภพ มองว่า เหตุที่แนวนโยบายเศรษฐกิจ การยกระดับรายได้ ไม่ได้มีพรรคใดเสนอขึ้นมาเป็นจุดเด่นเท่าใดนัก เพราะพรรคการเมืองต่างประเมินว่า เรื่องของสันติภาพ ยังเป็นข้อเรียกร้องที่คนส่วนใหญ่ในพื้นที่ให้ความสำคัญ ความสนใจจึงไปเน้นที่ความมั่นคงสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนที่ถูกกระทบจากกฎหมายพิเศษ กฎอัยการศึก ที่ต้องปลดล็อกเป็นอันดับแรกก่อนที่จะแก้ไขเรื่องอื่น
อย่างไรก็ตาม อ. ศรีสมภพ มองว่า เรื่องปากท้อง เศรษฐกิจ ความยากจน ก็เป็นเรื่องใหญ่เหมือนกระบวนการสร้างสันติภาพด้วย เพราะถือว่าเป็นความรุนแรงในเชิงโครงสร้างอย่างหนึ่ง
"การลดปัญหาความยากจน การศึกษา วัฒนธรรมที่ต้องแก้ปัญหาพวกนี้ไปด้วย ก็จะช่วยลดเงื่อนไขเชิงโครงสร้างและนำไปสู่การแก้ปัญหาเรื่องของความมั่นคงหรือการลดความรุนแรงในพื้นที่"

ที่มาของภาพ, Napasin Samkaewcham / BBC Thai
ส่วนใครจะได้เป็นรัฐบาลชุดต่อไปในการเลือกตั้ง 2566 หากรัฐบาลเปลี่ยนขั้วใหม่ ก็จะ "มีผลอย่างมาก" ต่อโครงสร้างอำนาจการตัดสินใจทางนโยบายในพื้นที่ชายแดนใต้
"สตรัคเจอร์นี้ (โครงสร้าง) มันแข็งมาก ถ้าหากรัฐบาลพลเรือนจากการเลือกตั้งที่ไม่ใช่เป็นฝ่ายอำนาจเก่าเข้ามา จะต้องมีการรื้อหรือปรับโครงสร้างให้มันกลับไปสู่ภาวะปกติ อันดับแรกเลย การจัดโครงสร้างของการตัดสินใจในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้จะต้องปรับเปลี่ยนก่อน ไม่เช่นนั้นทำอย่างอื่นไม่ได้"
คนสามจังหวัดฯ เลือกผู้แทนจากอะไร
ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีต่อกระบวนการสันติภาพ หรือ PEACE SURVEY ที่มีการสำรวจตั้งแต่ปี 2559 ครั้งล่าสุดในปี 2564 คะแนนนิยมในตัว พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เป็นผู้นำรัฐบาลมาตั้งแต่ยุค คสช. ได้ไม่ถึงครึ่งจากคะแนนเต็ม 10 คะแนน ทั้ง 4 ครั้ง จากการสำรวจทั้งหมด 6 ครั้ง
"คะแนนส่วนใหญ่ คือการไม่ยอมรับต่อรัฐบาล ทำให้มีแนวโน้มสูงที่ความเป็นทหาร ความเป็นอำนาจเก่ายังเป็นปัจจัยที่สำคัญ" ผศ.ดร. ศรีสมภพ กล่าว

ที่มาของภาพ, Napasin Samkaewcham / BBC Thai
ทว่าศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “คนสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เลือกพรรคไหน” เมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา พล.อ. ประยุทธ์ คะแนนนำมาเป็นอันดับ 1 ร้อยละ 19.82 เพราะ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา พรรคประชาชาติ ร้อยละ 17.55 และอันดับ 3 ร้อยละ 16.73 ระบุว่าเป็น น.ส.แพทองธาร ชินวัตร จากพรรคเพื่อไทย
ส่วน ส.ส. แบบแบ่งเขต โพลคนสามจังหวัดฯ เลือกพรรคประชาชาติ เป็นอันดับหนึ่ง ตามด้วยเพื่อไทย และประชาธิปัตย์
แล้วคนชายแดนใต้ จะเลือกตั้งด้วยเหตุผลอะไร ผศ. อสมา นักวิชาการรัฐศาสตร์ มอ. ชี้ว่า นโยบายอาจจะไม่ใช่ปัจจัยหลักในการตัดสินใจในการเลือกตั้ง
ส่วนปัจจัยเรื่อง "บ้านใหญ่" ยังมีความสำคัญมาก ซึ่งมีทุกพรรคการเมือง แต่บางพรรคอย่างประชาชาติ มีมิติทางศาสนาเข้ามามีส่วนสำคัญด้วย เพราะว่าผู้นำศาสนาทั้งสายเก่า และสายใหม่ ก็เป็นเครือข่ายความสัมพันธ์กับทางพรรค
"การเมืองของสามจังหวัดชายแดนใต้ เป็นการเมืองของสายสัมพันธ์ ระบบอุปถัมป์ และบารมี เราอาจจะดูเหมือนเป็นการเมืองเก่า... แต่หลังจากเก็บข้อมูลพบว่า ชาวบ้านเขาจะเลือกจากสายสัมพันธ์ที่เขารู้จัก ที่นี่นักการเมืองเก่า คนเก่าคนแก่ทางการเมืองก็อาจจะได้เปรียบทางการเมืองมากกว่า"











