เลือกตั้ง 2566: 3 เป้าหมาย จาก 3 ผู้สมัคร ส.ส. หน้าใหม่ ชายแดนใต้

Metee Labanoon/ก้าวไกล นราธิวาส/กองโฆษก เป็นธรรม

ที่มาของภาพ, Metee Labanoon/ก้าวไกล นราธิวาส/กองโฆษก เป็นธรรม

คำบรรยายภาพ, เมธี ประชาธิปัตย์ (นราธิวาส เขต 2), อามีเน๊าะ ก้าวไกล (นราธิวาส เขต 1) และสุไฮมี เป็นธรรม (ปัตตานี เขต 4)
    • Author, ธันยพร บัวทอง
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
    • Reporting from, ปัตตานี

ต้นเดือน เม.ย. ช่วงเวลาของเดือนรอมฎอนที่ชายแดนใต้ ป้ายหาเสียงจากหลายพรรคการเมือง และรถหาเสียงของผู้สมัคร ส.ส. เป็นความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมบรรยากาศเดือนบวชของชาวมุสลิม 3 จังหวัด

การเลือกตั้งในเดือน พ.ค. ที่จะถึงนี้ เพิ่มความเข้มข้นมากกว่าเมื่อ 4 ปีก่อน เมื่อที่นั่ง ส.ส. ชายแดนใต้ จ. ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เพิ่มขึ้นเป็น 13 ที่นั่ง จากเดิมในการเลือกตั้ง 2562 ที่มี 11 ที่นั่ง

ที่เรียกว่าคึกคัก ก็เพราะมีผู้สมัคร ส.ส. ใน สามจังหวัดฯ ถึง 161 คน จาก 21 พรรคการเมืองที่ลงชิงชัย

บางเขตเลือกตั้งดูจะมีผู้สมัคร ส.ส. มากเป็นพิเศษ อย่างเขต 1 ปัตตานี ที่มีคนลงสมัครถึง 16 พรรค

การเลือกตั้งครั้งนี้ ยังเป็นครั้งแรกที่เห็นการส่งผู้สมัคร ส.ส. จากพรรคการเมือง "น้องใหม่" และผู้สมัครเองก็มี ทั้ง "หน้าใหม่" และ "รุ่นใหม่" เช่นกัน

ผู้หญิงชายแดนใต้ในสนามเลือกตั้ง ศิลปินผู้ศรัทธากับพรรคประชาธิปัตย์ และนักกิจกรรมการเมืองปาตานีที่อำลาท้องถนนมาต่อสู้ผ่านระบบรัฐสภา คือ บางส่วนของปรากฏการณ์ที่น่าสนใจในการเลือกตั้งครั้งนี้

เมธี ลาบานูน (ประชาธิปัตย์) กับความเชื่อมั่นว่า ปชป. มี "ขาขึ้น"

ท่ามกลางวิกฤตศรัทธาต่อพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จากการเลือกตั้งเมื่อ 4 ปีก่อน เมธี อรุณ หรือ ที่คนทั้งประเทศรู้จักว่า "เมธี ลาบานูน" บอกบีบีซีไทยว่า ความเชื่อมั่นเป็นของธรรมดาที่ "มีขึ้นมีลง" เหมือน ๆ กับชีวิตคนเรา

กับพรรคการเมืองเช่นกัน "พรรคไหนที่ก่อตั้งมาด้วยเจตนารมณ์ของประชาชนก็จะเป็นแบบนี้จะมีขึ้นมีลง" และเป็นเรื่องธรรมดาที่ชาวบ้านจะ "ให้ประชาธิปัตย์ได้เรียนรู้"

ย้อนไปที่การเลือกตั้งปี 2562 ปชป. ตกที่นั่ง "พรรคต่ำร้อย" ในรอบ 14 ปี เสียสถานะพรรคอันดับ 2 ในรอบ 27 ปี และสูญพันธุ์ในกรุงเทพมหานคร ครั้งแรก ต่อเนื่องมาถึงครั้งนี้ สมาชิก ปชป. หลายคนย้ายพรรค แต่เมธี บอกว่า เขายังเชื่อมั่นว่า ประชาธิปัตย์จะมี "ขาขึ้น"

"วันไหนที่รู้สึกว่าเราไม่ได้ทำตามเจตนารมณ์ของประชาชน ประชาชนก็จะสอนบทเรียนให้แก่เรา เพราะฉะนั้น ประชาธิปัตย์ มันมีขึ้นและมีลง ช่วงนี้แม้จะเป็นช่วงขาลง แต่ผมก็เชื่อมั่นว่าจะมีช่วงขาขึ้น"

บทบาทใหม่ของ เมธี ตอนนี้ คือ ผู้สมัคร ส.ส. นราธิวาส เขต 2 ในนามพรรค ปชป. หลังจากเข้าเป็นสมาชิกพรรคไปเมื่อเดือน ต.ค. 2564

ทำไมถึงต้องเป็นการเลือกตั้งครั้งนี้ เมธี บอกกับเราว่า ด้วยอายุ 40 กว่า ๆ เป็นวัยที่ "กำลังสมบูรณ์แบบ ไม่แก่ ไม่หนุ่ม วัยกลาง ๆ" ยังมีแรงกำลัง "เป็นช่วงเหมาะในการที่จะสานต่อให้กับลูก ๆ หลาน ๆ ได้" ส่วนเป้าหมายที่ตั้งใจ คือ เขาอยากจะร่วมวางโครงเส้นทางเดินให้กับลูก ๆ หลาน ๆ อีก 20 ปี ข้างหน้า

facebook/Metee Labanoon

ที่มาของภาพ, facebook/Metee Labanoon

"ประเทศไทยมันจะเป็นแบบไหน และสิ่งที่จะกุมทิศทางประเทศไทยจะเป็นแบบไหนได้ ต้องมาลงการเมืองอย่างเดียว"

คำตอบของเมธี สอดคล้องกับความเชื่อมั่นที่เขามีต่อประชาธิปัตย์ เขากล่าวว่า พื้นฐานทั้งหมดของประเทศทิศทางทั้งหมด จุดเริ่มต้นมาจากประชาธิปัตย์ อย่างโครงการในอดีต เช่น โครงการอาหารกลางวัน นมโรงเรียน กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) สมัยนายกรัฐมนตรี ชวน หลีกภัย เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ การยกระดับสถานีอนามัยเป็นโรงพยาบาลสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ล้วนเริ่มมาจากช่วงที่ ปชป. เป็นรัฐบาล

"รู้สึกว่าพรรคนี้ไม่ธรรมดา ถึงแม้ว่ากระแสนิยมหลายคนอาจจะมองเรื่องความหวังก็แล้วแต่ แต่เราก็ติดพันมาแล้วว่า เขา (ปชป.) วางโครงให้กับประเทศนี้ ก็เลยติดใจว่า เอาวะ เรามาอยู่ประชาธิปัตย์"

ไม่เพียงแต่เชื่อในอดีตของ ปชป. เมธี บอกว่า เขายังเชื่อมั่นในปัจจุบันของพรรค "และเชื่อมั่นว่าในอนาคตพรรคนี้จะเป็นที่พึ่งของประชาชนได้" เพราะแม้ว่ารัฐบาลชุดล่าสุด ที่ประชาธิปัตย์ ได้ดูแล 2-3 กระทรวงใหญ่ เป็นรัฐมนตรีว่าการฯ และรัฐมนตรีช่วยฯ ก็ทำผลงานได้อย่างชัดเจน

"ทุกคนพอใจกับประกันรายได้ (เกษตรกร) แน่นอนมันไม่หวือหวา แต่เรารู้ว่าในกระเป๋าของเรา เวลาเกิดวิกฤต รัฐบาลต้องดูแลให้ และมันไม่ได้เป็นหนี้ของรัฐมากมาย เพราะอิงกับตลาด ไม่ใช่เป็นนโยบายประชานิยมที่ว่าจะให้จะให้อย่างเดียว" เมธีกล่าว

facebook/Metee Labanoon

ที่มาของภาพ, facebook/Metee Labanoon

กับหัวหน้าพรรค จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เขาบอกว่า "หัวหน้าจุรินทร์ ไม่ได้เป็นสองรองใคร" ในบรรดาแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคอื่น ๆ "โดยเฉพาะความซื่อสัตย์ ความโปร่งใส เราอย่าไปมองเรื่องเสน่ห์ไม่เสน่ห์ เราควรจะมองเรื่องความลึกของเขา ประสบการณ์ของเขา สัจจะของเขา และสิ่งที่เขาทำผลงานที่เห็น"

เป็นคน อ.แว้ง จ.นราธิวาส ลง ส.ส. เขต 2 ตากใบ และสุไหง โก-ลก เมธี แสดงทัศนะว่า หากได้ เป็น ส.ส. จะยกระดับให้ตากใบและ โก-ลก เป็นแหล่งเศรษฐกิจที่เพิ่มมูลค่ากว่าเดิมให้ได้ จากจุดแข็งของการเป็นพื้นที่ที่เชื่อมกับมาเลเซีย ส่วนเรื่องสันติภาพชายแดนใต้ เมธีเห็นว่า เมื่อมีความขัดแย้ง ต้องคุยกันเพื่อหาจุดลงตัว แล้วจับมือหามิติพัฒนาไปพร้อม ๆ กัน

ประเด็นการพัฒนาเยาวชน ดูจะเป็นเรื่องที่เมธีคลุกคลีมาหลายปี เมธีกล่าวว่า เยาวชนในสามจังหวัดชายแดนใต้ เป็นเยาวชนที่มีทักษะ เพียงแค่ต้องสร้างเวทีและสร้างโอกาส แล้วเด็กก็จะแสดงศักยภาพออกมาอย่างดีที่สุด

เมธีชูแนวคิดการสร้าง "ซอฟต์พาวเวอร์" โดยใช้ตัวแบบของเกาหลีใต้ ที่มีการส่งเสริมทักษะสมัยใหม่ หลาย ๆ ด้านให้เยาวชน ผ่านพื้นที่สาธารณะ เขาเห็นว่า ศูนย์กีฬาที่มีในแต่ละจังหวัด สามารถทำให้เป็นอย่างนั้นได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมด้านกีฬา สื่อใหม่ สื่อบันเทิง ดนตรี ศิลปะ

เมื่อถูกถามว่า ที่สุดแล้ว หาก ปชป. ได้มีโอกาสร่วมรัฐบาล แต่อาจจะเลือกข้างพรรคที่มีแนวคิดอนุรักษ์นิยม เมธีคิดอย่างไร เขาตอบทันทีว่า การแบ่งขั้วแบบนี้ "เป็นนามธรรม" และ "ไม่ได้เกิดผลดีจริง ๆ" การที่เราจะเป็นรัฐบาลหรือไม่เป็นรัฐบาล อยู่ขั้วไหน ต้องให้ประชาชนตัดสินใจก่อนว่า ปชป. จะได้ ส.ส. กี่ที่ และ "ต้องหมายถึงวิธีที่ดีที่สุดที่ทำเพื่อชาติให้ไปข้างหน้า"

"อีก 20 ปีข้างหน้าเราจะสร้างคนยังไง เราจะสร้างงานยังไง เราจะสร้างชาติยังไง อันนี้เป็นหลักเลยตรงนั้น เสรีนิยม อนุรักษ์นิยม ผมว่ามันเป็นเรื่องเล็ก มันไม่มีอยู่จริง" เมธีตอบคำถามสุดท้าย

อามีเน๊าะ อารง (ก้าวไกล) : ขึงตาข่ายรัฐสวัสดิการให้บ้านเกิด

การเลือกตั้งปี 2566 ที่ จ. ปัตตานี ยะลา นราธิวาส พรรคการเมือง 21 พรรค ที่ส่ง ผู้สมัคร ส.ส. แบบแบ่งเขต 161 คน

ในจำนวนนี้ มีผู้หญิงลงสมัคร 14 คน หรือคิดเป็นเพียงเกือบ 9% ของทั้งหมด ที่เหลือเป็นนักการเมืองชาย

แต่ที่นราธิวาส มีผู้หญิงที่ลงสมัครเพียงคนเดียวจากทั้งหมด 5 เขต คือ อามีเน๊าะ อารง ผู้สมัคร ส.ส. เขต 1 นราธิวาส พรรคก้าวไกล (กก.) และเป็นผู้สมัครหญิงคนเดียวของพรรค กก. ในชายแดนใต้

นักกิจกรรม สื่อมวลชน คอนเทนท์ครีเอเตอร์ และแม่ค้า คือนิยามภูมิหลังทั้งหมดของอามีเน๊าะ

ความสนใจเรื่องทางสังคมและการเมือง บทบาทการเป็นสื่อมวลชนในชายแดนใต้ การเป็นเสาหลักของครอบครัวในการค้าขาย ซึ่งทำให้เข้าใจปัญหาเศรษฐกิจของคนรากหญ้า เสมือนเป็นถ่านไฟที่มีอยู่เดิมของผู้หญิงวัย 33 รายนี้

ทว่า การตัดสินใจมาสู่บทบาทใหม่ในการลงรับสมัครเลือกตั้งเป็นผู้แทนของประชาชนนั้นไม่ง่าย

ก้าวไกล นราธิวาส

ที่มาของภาพ, ก้าวไกล นราธิวาส

"คุณเป็นใครจะลงสนามการเมือง คุณมีเงินไหม ครอบครัวของคุณเป็นนักการเมืองเก่าหรือเปล่า" และเงื่อนไขของคนในชายแดนใต้ที่ผูกกับวิถีของศาสนา กับนโยบายพรรคก้าวไกล อย่างสุราก้าวหน้า และการสนับสนุนสิทธิของคนกลุ่มเพศหลากหลาย (LGBT) ทำให้มีคำถามถึงการลงสมัคร

แต่ท้ายที่สุดแล้ว อามีเน๊าะ มองว่า นโยบายภาพใหญ่ของพรรค ทั้งสวัสดิการถ้วนหน้า และสันติภาพก้าวหน้า มีน้ำหนักมากกว่า

"ถ้าจะพูดถึงนราธิวาสเอง เป็นจังหวัดที่มีคนจนเยอะมาก และเป็นจังหวัดที่รายได้ต่ำสุดในประเทศ มีเด็กและเยาวชนที่มีไอคิวและอีคิวต่ำสุดในประเทศ ทำให้เห็นว่าเรื่องของปากท้อง เรื่องของเศรษฐกิจมันเป็นเรื่องที่ต้องรีบฟื้นฟู"

เธอบอกว่า แนวคิดเรื่องรัฐสวัสดิการถ้วนหน้าจะช่วย "ขึงตาข่าย" สำหรับคนทุกคนตั้งแต่เกิด โต ทำงานไปจนถึงตาย

"ที่นี่เจอทั้งโควิด และเหตุรุนแรงของสถานการณ์ความไม่สงบ บางครอบครัวเราเห็นเลยว่า ล้มบนหิน ที่มันเข็บปวดมาก บางบ้านไม่มีรายได้ ขาดเสาหลัก จะดีแค่ไหนถ้าเรามีสวัสดิการรองรับ อย่างน้อยเขาล้มบนฟูก บนตาข่ายที่สามารถเด้งตัวเอง จากภาวะเศรษฐกิจในสิ่งแวดล้อมที่เป็นอยู่ได้"

อีกนโยบายหลักที่เป็นนโยบาย "ธง" ของก้าวไกล ในชายแดนใต้ คือ สันติภาพก้าวหน้า และการผลักดันการลดอำนาจทหาร

"งบประมาณก้อนใหญ่มาก เราไม่สามารถตรวจสอบได้เลย ว่าเอาไปทำอะไรบ้าง ในขณะที่คน ปัญหาปากท้องก็แย่ หรือในกระบวนการเจรจาสันติภาพ คิดว่า จะต้องถูกได้รับการมีส่วนร่วมจากระบบรัฐสภามากขึ้น ชาวบ้าน คนมีส่วนได้ส่วนเสีย ควรเข้ามาร่วมกำหนดในข้อตกลงมากกว่านี้" อามีเน๊าะ กล่าว

ก้าวไกล นราธิวาส

ที่มาของภาพ, ก้าวไกล นราธิวาส

ขณะที่คำถามสำคัญเกี่ยวกับนโยบายหลักของก้าวไกลที่มุ่งเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในระดับประเทศ อย่างสมรสเท่าเทียม และสุราก้าวหน้า ที่่เป็นประเด็นละเอียดอ่อนต่อศาสนาอิสลาม อามีเน๊าะ ยอมรับว่า ในสังคมคนมุสลิม "เป็นห่วง" ต่อเรื่องนี้ไม่น้อย

ผู้สมัคร ส.ส. หญิงมุสลิม ชวนให้รับฟังว่า "สมรสเท่าเทียมเป็นเรื่องของการคืนสิทธิให้กับคู่สมรสที่ต้องการรักษาสิทธิของตัวเอง รักษาความเท่าเทียมในเชิงกฎหมายของ คนที่มีความแตกต่างไปจากเรา" และยังห่างไกลกับการแต่งงานในศาสนาอิสลามที่ยังมีองค์ประกอบสำคัญอื่นอีก

"มุสลิมเรา การแต่งงาน หัวใจและองค์ประกอบหลัก คือ การนิกะห์ พิธีการการแต่งงาน จำเป็นต้องมีอิหม่าม พยานที่เป็น พ่อหรือพี่ชายของของฝ่ายหญิง องค์ประกอบของนิกะห์ยังมีบรรทัดฐานทางสังคม ที่ยังคอยควบคุมชุมชนมุสลิม แน่นอนว่า ชุมชนมุสลิมไม่มีภาพของการแต่งงานหญิงหญิงหรือชายชายได้ ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว"

ส่วนวาระสุราก้าวหน้า อามีเน๊าะบอกว่า ต้องอธิบายกับคนที่ไปเจอด้วยว่า นโยบายสุราเสรี สุราก้าวหน้า ไม่ได้ให้อิสระแก่ใครในการดื่มเหล้า ดื่มเบียร์ เพราะทุกคนในประเทศไทยมีอิสระอยู่แล้ว แต่เป็นเรื่อง "อิสระในการผลิต ในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จากวัตถุดิบการเกษตร ลดอำนาจการผูกขาดเจ้าใหญ่ ๆ ในตลาดสุราไทย"

เธอบอกว่า แม้ทั้งสองเรื่องนี้ จะไม่ใช่สารหลักสำหรับการเดินลงพื้นที่หาเสียง แต่ในฐานะผู้สมัครของก้าวไกล "ยินดี" อธิบายต่อทุกคำถาม

หากมองในแว่นตาทางศาสนา เป็นที่รับรู้ว่า ผู้หญิงมีเงื่อนไขที่แตกต่างไปจากผู้ชาย อย่างผู้สมัคร ส.ส. ผู้ชาย อาจเดินเข้าไปมัสยิด ประกอบศาสนกิจต่าง ๆ ได้ แต่อามีเน๊าะ บอกกับบีบีซีไทยว่า การเป็นผู้หญิง "ไม่ใช่ทั้งเงื่อนไข ไม่ใช่จุดอ่อน"

"หลัก ๆ ของเรา จะใช้วิธีการพูดในที่สาธารณะมากกว่า เช่น ตลาด ที่เราอาจจะต้องเข้าไปปรากฏตัว เยอะหน่อย หรือ การละหมาดตามชุมชน และการพบปะกับกลุ่มผู้หญิง"

เธอย้ำความคาดหวังว่า ผู้คนจะไม่ตัดสินแทนตัวเธอเองว่า "เป็นผู้หญิงจะมาลงการเมืองได้ยังไง เป็นผู้หญิงจะไปเดินหาเสียงได้ยัง เป็นผู้หญิงจะเสียเปรียบหรือเปล่า"

"ถ้าเป็นแต่ก่อน เราอาจจะจบตรงที่เรามันคนตัวเล็ก ๆ เราจะไปทำอะไรได้ แต่พอเจอกับก้าวไกล เราเริ่มปลดล็อกว่า อันนี้หรือเปล่าที่ทำให้ต้องก้าวที่สนามการเมืองแล้ว ในเมื่อคำตอบทุกอย่างอยู่ที่โครงสร้าง อยู่ที่ระบบที่เราต้องช่วยกันรื้อ ช่วยกันปรับ"

สุไฮมี ดูละสะ (เป็นธรรม): ตัวตนและการลงมือ (ทำ) ของหนุ่มสาวปาตานี บารู (คนรุ่นใหม่)

หากพูดถึงพรรคการเมืองที่ชื่อว่า "เป็นธรรม" ในระดับประเทศ เชื่อว่าน้อยคนจะรู้จักหรือได้ยินชื่อ

แต่กับถนนใน จ. ปัตตานี เรื่อยไปจนถึงถนนหลักสู่ จ.ยะลา ป้ายหาเสียงพรรคเป็นธรรม มีตั้งรายทางไม่ใช่น้อย

เป็นพรรคการเมืองน้องใหม่ ที่เพิ่งมีสมาชิกพรรคครบ 10,000 คน เมื่อเดือน ธ.ค. 2565 หรือราว ๆ 4 เดือนที่แล้ว เป็นตัวเลขสมาชิกที่ถึงเกณฑ์ของ กกต. ที่สามารถส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งได้

สุไฮมี ดูละสะ คนหนุ่มปาตานีวัย 35 หนึ่งในสมาชิกกลุ่ม "ปาตานี บารู" (บารู แปลว่า คนรุ่นใหม่) กลุ่มคนรุ่นใหม่นักกิจกรรมการเมืองของสามจังหวัดชายแดนใต้ คือ ผู้ลงสมัคร ส.ส. เขต 4 จ. ปัตตานี

พรรคเป็นธรรม มีกลุ่มปาตานี บารู เป็นองค์ประกอบหลัก จาก 13 เขตเลือกตั้ง มีสมาชิกกลุ่มลงสมัคร 8 เขต พวกเขาเป็นกลุ่มคนหนุ่มสาวในสามจังหวัดชายแดนใต้ อายุราว ๆ 20-30 กว่าปี ที่เป็นอดีตนักกิจกรรมนักศึกษาในชายแดนใต้ ส่วนหนึ่งคือ อดีตสมาชิกสหพันธ์นิสิตนักศึกษาเยาวชนนักเรียนปาตานี (PerMAS)

กองโฆษก พรรคเป็นธรรม

ที่มาของภาพ, กองโฆษก พรรคเป็นธรรม

หากจะทำความรู้จัก พรรคเป็นธรรมที่ลงเลือกตั้งในชายแดนใต้ อาจต้องย้อนที่มาของกลุ่ม ปาตานี บารู ด้วย

สุไฮมี เล่าว่า นักกิจกรรมชายแดนใต้ที่พัฒนามาจากกลุ่มนักกิจกรรมนักศึกษาเปอร์มาส คุยกันตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง 2562 แล้วว่า ควรจะเข้าไปเคลื่อนไหวผลักดันวาระของพวกเขาผ่านระบบรัฐสภา แต่การรวมตัวเป็นกลุ่มการเมืองปาตานี บารู เริ่มเป็นรูปเป็นร่างที่ชัดเจน ในปีที่พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ถูกยุบ และการเกิดกระแสการชุมนุมคนรุ่นใหม่กลุ่ม "ราษฎร" ในปี 2563

"แนวคิดทางการเมืองของคนรุ่นใหม่ส่วนกลางของไทยในภาพรวมเริ่มเปลี่ยน เมื่อก่อนเราไม่เชื่อระบบสภาอะไรมากมาย แต่เรารู้สึกว่ากระแสการเมืองที่เปลี่ยนของคนรุ่นใหม่จะเอื้อต่อการต่อสู้ทางการเมืองของปาตานี" สุไฮมี บอกถึงที่มา

สุไฮมี บอกว่าเคยมีการคุยถึงขั้นตั้งพรรคการเมือง แต่มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำได้ยาก ทั้งทุนและบุคลากร ช่วงปี 2564 กลุ่มปาตานี บารู ได้ร่วมงานกับพรรคไทยสร้างไทย อยู่ระยะหนึ่ง แต่ด้วยความไม่ลงตัวทางแนวคิด ทำให้เลือกแยกทางเดินออกมา จนกระทั่งได้ร่วมงานกับพรรคเป็นธรรม

ภายในเดือน ธ.ค. 2565 ช่วงเดือนเดียว พรรคเป็นธรรม ต้องหาสมาชิกพรรคเพิ่ม เตรียมร่างนโยบายพรรค และสรรหาผู้สมัคร ความฝันของคนหนุ่มสาวปาตานี เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง เมื่อนโยบายหลักของพวกเขา 6 ด้าน ถูกบรรจุเป็นนโยบายพรรคที่ได้รับการรับรองจาก กกต. ให้ส่งผู้สมัครเลือกตั้ง

กองโฆษก พรรคเป็นธรรม

ที่มาของภาพ, กองโฆษก พรรคเป็นธรรม

การกระจายอำนาจและปฏิรูปรูปแบบการปกครองของจังหวัดชายแดนใต้ คือนโยบายหลัก พร้อมชุดนโยบาย ด้านสร้างสันติภาพและความมั่นคง เช่น การพาทหารกลับบ้าน การยุบเลิกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ รมน.) ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนใต้ (ศอ.บต.) การยกระดับเจรจาสันติภาพให้เป็นสากล นอกจากนี้ยังมีนโยบายด้านเศรษฐกิจ สวัสดิการสังคม การพัฒนาสังคม และนโยบายด้านการพัฒนาในมุมทรัพยากรธรรมชาติของพื้นที่

สุไฮมี ขยายความถึงการกระจายอำนาจ เขาและกลุ่มเชื่อว่า การผลักดันให้ปาตานีปกครองตนเอง จะเป็นทางออกจากปัญหาความขัดแย้งความรุนแรงในชายแดนใต้ที่ดำเนินมาเกือบ 20 ปี ซึ่งการต่อสู้ระหว่างกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่ต้องการเอกราช และฝ่ายรัฐ

"เรามองว่า อะไรคือจุดกึ่งกลางที่จะทำให้รัฐไทยสามารถผลักดันให้คนปาตานี โดยที่ก็ไม่ได้ผิดหลักรัฐธรรมนูญเอง ในขณะที่ฝ่ายขบวนการเอง แม้อาจจะไม่ใช่เป้าหมายสูงสุดของเขา คือเรื่องเอกราช แต่อย่างน้อยเขายังสามารถให้ความเชื่อ คุณค่า ความเป็นปาตานีของเขายังคงอยู่" สุไฮมี กล่าว

"ถ้าคนคนมลายูปาตานี สามารถออกกฎหมายบางอย่าง ออกระเบียบบางอย่างที่มันสอดคล้องกับวิถีชีวิต ไม่ขัดกับจารีตประเพณี ผมว่าความขัดแย้งต่าง ๆ มันจะค่อยลดดีกรีลงเอง”

กองโฆษก พรรคเป็นธรรม

ที่มาของภาพ, กองโฆษก พรรคเป็นธรรม

สุไฮมี เล่าแนวคิดคร่าว ๆ ให้ฟัง ว่ารูปแบบการปกครองแบบนี้ จะคล้ายรูปแบบองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แต่ระดับของการปกครองสูงกว่า ในลักษณะจังหวัดจัดการตนเองแนวชายแดน “ในรูปแบบอาจจะสูงกว่าพัทยา กรุงเทพฯ"

ข้อเสนอทางนโยบายที่แหลมคมเช่นนี้ สุไฮมีย้ำว่า ยังอยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญไทย ซึ่งเขาเองก็ยอมรับว่าการพูดคุยเรื่องนี้ไม่ง่าย เพราะพรรคก้าวไกล (กก.) ที่พูดถึงเรื่องการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วไปประเทศ ก็ยังถูก ส.ส. พรรคอื่น กล่าวหาว่าแบ่งแยกดินแดน

"ผมว่าคงต้องทำงานความคิดกับคนไทย 'ข้างบน' อีกเยอะ แต่การคุยในสภายังดีกว่า เพราะยังมีพื้นที่ให้ถกเถียง ดีกว่าจับปืนและฆ่ากัน"

เมื่อถามว่า อัตลักษณ์ปาตานีของพรรคเป็นธรรม ที่เน้นความเป็นคนปาตานี ต่างอย่างไร กับพรรคประชาชาติ (ปช.) ที่ชูความเป็นพรรคของคนมุสลิม สุไฮมี บอกว่า จุดที่แตกต่างคือความเป็นคนรุ่นใหม่ และมองว่าฐานเสียงน่าจะเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่อาจเป็นกลุ่มเป้าหมายเดียวกับพรรคก้าวไกลมากกว่า

"เราอาจจะไม่ได้ ส.ส. หรืออาจจะได้น้อยมาก แต่สิ่งที่เราได้ก็คือ การกระตุกให้ทุกพรรคการเมืองมองมาที่เรา เรื่องกระจายอำนาจ เรื่องกฎหมายพิเศษ เรื่องผลักดันการเจรจา (สันติภาพ) ที่มีรายละเอียดที่ต่างจากความเป็นวาทกรรมของนักการเมืองเก่า ๆ"

สำหรับสุไฮมี ชีวิตวัย 30 กว่า เป็นมาแล้วหลายบทบาท ทั้งครูสอนภาษาอังกฤษ หลังจากเรียนจบครุศาสตร์ที่มหาวิทยาราชภัฏยะลา เป็นผู้นำนักศึกษา นักกิจกรรม แต่ไม่มีบทบาทไหนที่เขาบอกว่า ยากเท่าการเป็น "นักการเมือง"

"พอเป็นนักการเมือง มันไม่ได้ง่ายตรงแค่กล้าหาญอย่างเดียวไม่พอ ต้องให้ชาวบ้านเลือกด้วย และที่ยากคือ ประเด็นต่าง ๆ ที่เราชู เราคิดว่าถูก คิดว่าใช่ แต่กับชาวบ้านอาจจะยังไม่ใช่... จะต้องให้คนอื่นเป็นคนกำหนดว่าสิ่งที่เราจะไปทำ มันถูก มันใช่ และต้องเป็นเสียงส่วนใหญ่ด้วยนะ แต่การเมืองการเลือกตั้งในระบบมันมีหลายปัจจัยที่เป็นตัวกำหนดว่าเราใช่หรือเปล่า" สุไฮมี กล่าว ถึงปัจจัยอื่น ๆ ในการเลือกตั้ง ทั้งกลไกหัวคะแนนในหมู่บ้าน การซื้อเสียง ความสัมพันธ์กับผู้สมัครคนเก่า และตัวบุคคล

แต่ถามว่าท้อถอยไหม เขาบอกว่า "ก็ต้องหวังผลระยะยาวอ่ะครับ”

“หมดการเลือกตั้งครั้งนี้ เราก็ต้องพยายามสร้างพรรคเป็นธรรมให้เป็นพรรคของคนปาตานีให้ได้" สุไฮมี ทิ้งท้าย