เลือกตั้ง 2566 : สรุปยอด-สำรวจสถิติน่าสนใจหลัง กกต. ปิดรับสมัคร ส.ส.

รทสช.

ที่มาของภาพ, EPA

    • Author, หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

กกต. สรุปยอดผู้สมัคร ส.ส. ทั้ง 2 ระบบ พบ 70 พรรคการเมืองส่งผู้สมัครเข้าแข่งขัน ด้วยยอดรวมกันถึง 6,679 คน

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สรุปภาพรวมการเปิดรับสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ตั้งแต่วันที่ 3-7 เม.ย. และการเปิดรับสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) และแจ้งรายชื่อบุคคลที่พรรคการเมืองมีมติเสนอสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 4-7 เม.ย. พบว่า

  • การสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.เขต มี 70 พรรค ส่งผู้สมัครรวม 4,781 คน
  • การสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ มี 67 พรรค ส่งผู้สมัครรวม 1,898 คน
  • การเสนอรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี มี 43 พรรค ส่งแคนดิเดตรวม 63 คน

สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ จะมีการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัคร ซึ่งนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ระบุว่า จะสามารถประกาศรายชื่อผู้สมัครได้ในวันที่ 14 เม.ย. ทั้งนี้บุคคลที่ กกต. ไม่ประกาศรายชื่อให้เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง สามารถร้องต่อศาลฎีกาได้ภายใน 7 วัน และศาลฎีกาต้องพิจารณาให้เสร็จก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 3 วัน

บีบีซีไทยตรวจสอบข้อมูลผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. (อย่างไม่เป็นทางการ) ตามฐานข้อมูลที่สำนักงาน กกต. รวบรวมไว้ แล้วขอสรุปประเด็นที่น่าสนใจ โดยเทียบเคียงกับการเลือกตั้งในอดีต

สถิติในบัญชีปาร์ตี้ลิสต์

การเลือกตั้ง 2566 เกิดขึ้นภายใต้กติกาที่แตกต่างจากเมื่อ 4 ปีก่อน แต่ไปคล้ายกับการเลือกตั้งเมื่อปี 2544 และ 2548 มี ส.ส. 500 คน แบ่งเป็น ส.ส.เขต 400 คน และ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ 100 คน มีบัตรเลือกตั้งให้เรา 2 ใบ แยกการตัดสินใจเลือกระหว่าง “คนที่รัก” กับ “พรรคที่ชอบ”

แม้กติกานี้ถูกมองว่าทำให้พรรคใหญ่ซึ่งเป็นที่รู้จักของประชาชนมากกว่าและมีทรัพยากรเหนือกว่า ได้รับอานิสงส์มากกว่าพรรคใหม่-พรรคเล็ก โดยเฉพาะในการส่งผู้สมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ซึ่งใช้เขตประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีพรรคการเมืองส่งผู้สมัครแบบปาร์ตี้ลิสต์ถึง 67 พรรค รวม 1,898 คน

ขณะที่เมื่อ 4 ปีก่อน มี 81 พรรคส่งผู้สมัคร ส.ส. ระบบนี้ แต่ กกต. รับรองเป็นผู้สมัคร 76 พรรค รวมจำนวน 2,702 คน (จากผู้สมัครทั้งหมด 2,917 คน)

นั่นเท่ากับว่าผู้ประสงค์ลงสมัคร ส.ส.บัญชีในคราวนี้ หายไปจากการเลือกตั้ง 2562 ถึง 34.93%

พท.

ที่มาของภาพ, EPA

2 พรรค ส่งปาร์ตี้ลิสต์เต็มบัญชี

อย่างไรก็ตามในการเลือกตั้งครั้งนี้ มีเพียง 2 พรรค ที่ส่งผู้สมัครเต็มบัญชีปาร์ตี้ลิสต์ 100 คนคือ พรรคเพื่อไทย และพรรครวมไทยสร้างชาติ

10 พรรค ส่งผู้สมัครเกิน “ครึ่งบัญชี”

พรรคที่ส่งผู้สมัครเกินครึ่งบัญชี หรือเกิน 50 คนขึ้นไป มี 10 พรรค เรียงตามลำดับตามพรรคที่ส่งผู้สมัครจำนวนมากไปน้อยได้ ดังนี้ พรรคภูมิใจไทย 98 คน, พรรคประชาธิปัตย์ 98 คน, พรรคไทยสร้างไทย 97 คน, พรรคก้าวไกล 92 คน, พรรคพลังประชารัฐ 85 คน, พรรคชาติไทยพัฒนา 87 คน, พรรคประชาชาติ 68 คน, พรรคครูไทยเพื่อประชาชน 58 คน, พรรคเสรีรวมไทย 57 คน และพรรคคลองไทย 56 คน

12 พรรค ส่งผู้สมัครหลักหน่วย

ส่วนพรรคที่ส่งผู้สมัครหลักหน่วย หรือไม่ถึง 10 คน มี 12 พรรค ซึ่งพรรคที่ส่งผู้สมัครน้อยที่สุดคือ พรรคอนาคตไทย ส่งเพียง 1 คน

พรรคอื่น ๆ ที่ส่งผู้สมัครต่ำสิบ ได้แก่ พรรคภาคีเครือข่ายไทย 3 คน, พรรคพลังไทยรักชาติ 4 คน, พรรคพลังประชาธิปไตย 4 คน, พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย 5 คน, พรรคสังคมประชาธิปไตย 5 คน, พรรคพลังสยาม 6 คน, พรรคพลังสหกรณ์ 6 คน, พรรคสามัญชน 6 คน, พรรคภราดรภาพ 6 คน, พรรคแผ่นดินธรรม 6 คน และพรรคเป็นธรรม 9 คน

ภท.

ที่มาของภาพ, Reuters

6 “พรรคจิ๋ว” ยังขอลงต่อ

เมื่อสำรวจการส่งผู้สมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ของบรรดา “พรรคจิ๋ว” หรือพรรคที่ได้เข้าสภาฯ ภายหลังการเลือกตั้ง 2562 ด้วยการ “ปัดเศษทศนิยม” ตามสูตรคำนวณ ส.ส. ของ กกต. พรรคละ 1 คน ทั้งที่มีคะแนนมหาชน (ป็อปปูลาร์โหวต) ไม่ถึงเกณฑ์มี ส.ส. พึงมีได้ 1 คน หรือ 71,123.112 คะแนน พบว่า เหลือเพียง 6 จาก 11 พรรคที่ยังส่งผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์ ได้แก่ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน 58 คน, พรรคเพื่อชาติไทย (เดิมคือพรรคพลังไทยรักไทย) 32 คน, พรรคไทยศรีวิไลย์ 21 คน, พรรคประชาภิวัฒน์ 17 คน, พรรคประชาธิปไตยใหม่ 16 คน และพรรคพลังธรรมใหม่ 11 คน

บรรดา “พรรคจิ๋ว” ทั้ง 11 พรรค เคยได้คะแนนเสียงทั้งประเทศที่ 33,748-69,417 คะแนน แต่ในการเลือกตั้งรอบนี้ การจะได้เข้าสภาฯ ภายใต้สูตรปาร์ตี้ลิสต์หาร 100 ต้องใช้คะแนนเสียงราว 3.5 แสนคะแนน ถึงจะมีโอกาสได้ ส.ส. 1 คน

8 พรรคของสภาชุดก่อน งดส่งบัญชีปาร์ตี้ลิสต์

ด้านพรรคการเมืองอื่น ๆ ที่เคยมีที่นั่งในสภาชุดที่ 25 ปรากฏว่า มีอยู่ 3 พรรคงดส่งผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อคือ พรรคเศรษฐกิจใหม่, พรรคพลังท้องถิ่นไทย และพรรคพลังชาติไทย เมื่อรวมกับ 5 พรรคจิ๋วที่หายไป ซึ่งบางส่วนหัวหน้าพรรค/ส.ส. ได้ย้ายสังกัดไปก่อนหน้านี้ หรือบางส่วนยังดำรงสถานะการเป็นพรรคการเมืองอยู่ แต่ไม่ได้ส่งผู้สมัคร นั่นเท่ากับว่ามี 8 พรรค จากทั้งหมด 27 พรรคในสภาชุดก่อน ไม่ได้ส่งผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ

ส่วนพรรคชาติพัฒนากล้า ส่ง 39 คน, พรรคเพื่อชาติ 38 คน, พรรครวมพลัง (เดิมคือพรรครวมพลังประชาชาติไทย) 23 คน และพรรคพลังปวงชนไทย 14 คน

นอกจากนี้ยังมีพรรคไทยภักดี ซึ่งไม่เคยมีที่นั่งในสภามาก่อน ร่วมส่งผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์รวม 28 คน, พรรคกรีน 14 คน, พรรคเปลี่ยน 13 คน และพรรคเส้นด้าย 11 คน

ทภด.

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

พรรคกรีน

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

สถิติจากผู้สมัคร ส.ส.เขต

ในจำนวนผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต จำนวน 4,781 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย 3,903 คน และผู้หญิง 878 คน

ขณะที่เมื่อปี 2562 มี 80 พรรคส่งคนลงสนามเลือกตั้ง โดยมีอยู่ 10,608 คน ที่ กกต. รับรองเป็นผู้สมัคร (จากผู้สมัครทั้งหมด 11,181 คน)

นั่นเท่ากับว่า ผู้ประสงค์ลงสมัคร ส.ส.เขตรอบนี้ หายไปจากการเลือกตั้ง 2562 ถึง 57.24%

จังหวัดที่มีผู้สมัครมากที่สุด หนีไม่พ้น กรุงเทพมหานคร (กทม.) เพราะมีเขตเลือกตั้งมากที่สุดของประเทศ 33 เขต ทำให้ผู้สมัครรวมกันมากถึง 498 คน

ส่วนจังหวัดที่มีผู้สมัคร ส.ส.เขต จำนวนมากรอง ๆ ลงไป ล้วนแต่เป็นจังหวัดใหญ่ที่มีเขตเลือกตั้งจำนวนมาก ได้แก่

  • นครราชสีมา 192 คน (16 เขตเลือกตั้ง)
  • ขอนแก่น 165 คน (11 เขตเลือกตั้ง)
  • อุดรธานี 161 คน (10 เขตเลือกตั้ง)
  • อุบลราชธานี 152 คน (11 เขตเลือกตั้ง)
  • เชียงใหม่ 150 คน (10 เขตเลือกตั้ง)
  • นครศรีธรรมราช 123 คน (10 เขตเลือกตั้ง)
  • บุรีรัมย์ 112 คน (10 เขตเลือกตั้ง)
  • ชลบุรี 111 คน (10 เขตเลือกตั้ง)
  • สงขลา 105 คน (9 เขตเลือกตั้ง)
  • ร้อยเอ็ด 104 คน (8 เขตเลือกตั้ง)
  • สุรินทร์ 100 คน (8 เขตเลือกตั้ง)