เลือกตั้ง 2566 : เช็กชื่อปาร์ตี้ลิสต์ 3 ลำดับแรกของพรรคหลัก-ที่นั่งเป้าหมาย-เซฟโซน

นายกฯ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ชูหมายเลขประจำพรรครวมไทยสร้างชาติ 22 หลังเสร็จสิ้นการจับสลากเบอร์ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ เมื่อ 4 เม.ย.
    • Author, หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

แกนนำพรรคการเมืองต่าง ๆ ได้ออกมาประกาศ “ที่นั่งเป้าหมาย” ในวันแรกของการยื่นสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) ทว่าลำดับที่ปลอดภัย หรือ “เซฟโซน” ซึ่งถูกพูดกันภายในหมู่คนการเมือง เป็นตัวเลขน้อยกว่าสิ่งที่พรรคสื่อสารต่อสาธารณะ

ภายใต้สูตรคำนวณปาร์ตี้ลิสต์หายอด ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ แบบหารด้วย 100 ต้องอาศัยคะแนนเสียงถึง 3.5 แสนคะแนน ถึงจะมีโอกาสได้ ส.ส. 1 คน

นอกจากแต่ละพรรคต้อง “ลุ้นเบอร์” ปาร์ตี้ลิสต์ที่หัวหน้าพรรคจะจับสลากได้ในวันนี้ (4 เม.ย.) บรรดาผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อต่างก็รอ “ลุ้นลำดับ” ที่ตัวเองจะได้อยู่ในบัญชี เพราะนั่นหมายถึงโอกาสได้เข้าไปทำหน้าที่ในสภา

บีบีซีไทยตรวจสอบบัญชีปาร์ตี้ลิสต์ที่แต่ละพรรคการเมืองยื่นต่อ กกต. และเปิดเผยผ่านสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการ แล้วขอสรุปประเด็นที่น่าสนใจไว้ ดังนี้

ว่าที่แคนดิเดตนายกฯ 5 คน เลือกเป็น “นายกฯ คนนอก”

ว่าที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอย่างน้อย 5 คน จาก 3 พรรคการเมือง ได้แก่ พรรคเพื่อไทย (พท.) พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) และพรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) ไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.

แม้ทั้งหมดเป็นสมาชิกพรรคการเมือง แต่ในทางทฤษฎี/วิชาการ ยังถือว่าคนเหล่านี้เป็น “นายกฯ คนนอก” เนื่องจากประเทศไทยอยู่ในระบบรัฐสภา นายกฯ ต้องมาจาก ส.ส. ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน นี่ถือเป็นหลักการที่สังคมการเมืองไทยเห็นพ้องต้องกันหลังผ่านเหตุการณ์พฤษภาคม 2535 ถึงขนาดบรรจุลงรัฐธรรมนูญฉบับ 2540 และ 2550

ทว่าหลักการ “นายกฯ คนใน” ต้องเปลี่ยนแปลงไป เมื่อมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 2560 ที่ไม่ได้บังคับให้นายกฯ ต้องเป็น ส.ส. แต่กำหนดเพียงว่าให้พรรคการเมืองส่งรายชื่อบุคคลที่จะเสนอให้เป็นนายกฯ ไม่เกิน 3 รายชื่อ และให้สภาผู้แทนฯ ให้ความเห็นชอบชื่อจากบัญชีของพรรคการเมือง

ต่อไปนี้คือรายชื่อว่าที่แคนดิเดตนายกฯ ในบัญชีของพรรคการเมือง ซึ่งไม่ปรากฏชื่อลงสมัคร ส.ส. ในการเลือกตั้ง 2566

พรรคเพื่อไทย (พท.) - น.ส. แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และว่าที่แคนดิเดตนายกฯ ลำดับที่หนึ่ง และนายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และว่าที่แคนดิเดตนายกฯ ลำดับที่สอง (พท. ยังไม่ยื่นบัญชีนายกฯ โดยจะเปิดชื่อครบ 3 คน วันที่ 5 เม.ย.)

แคนดิเดต พท.

ที่มาของภาพ, กองโฆษก พรรคเพื่อไทย

คำบรรยายภาพ, เศรษฐา แพทองธาร และชัยเกษม (จากซ้ายไปขวา) 3 บุคคลที่คาดกันว่าจะเป็นแคนดิเดตนายกฯ ในบัญชีของพรรคเพื่อไทย ขึ้นรถแห่หาเสียงเดินทางไปร่วมลุ้นการจับสลากเบอร์พรรค

พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) - พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประธานกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรค และว่าที่แคนดิเดตนายกฯ ลำดับที่หนึ่ง

พรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) – นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรค และว่าที่แคนดิเดตนายกฯ ลำดับที่หนึ่ง และนายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรค และว่าที่แคนดิเดคนายกฯ ลำดับที่สอง (ชพก. ยังไม่ยื่นบัญชีนายกฯ โดยเพิ่งมีมติพรรคเรื่องแคนดิเดตฯ ช่วงบ่ายที่ผ่านมา)

เปิดชื่อปาร์ตี้ลิสต์ 3 ลำดับแรกของพรรคหลัก

เมื่อพิจารณารายชื่อผู้สมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ของพรรคการเมืองหลัก พบว่า แทบทุกพรรคจัดให้หัวหน้าพรรค ซึ่งเป็นแคนดิเดตนายกฯ ลงสมัครอยู่ในลำดับแรก ยกเว้น พท. ที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค เลือกลงสมัคร ส.ส.น่าน ทำให้ปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 และ 2 เป็นชื่ออดีตหัวหน้าพรรคแทน

ขณะที่ น.ส. ปวิศรัฐฐ์ ติยะไพรัช หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ มีอายุเพียง 27 ปี ทำให้ขาดคุณสมบัติการเป็นนายกฯ ซึ่งต้องอายุ 35 ปีขึ้นไป จึงได้แค่ลงสมัคร ส.ส. ซึ่งกำหนดให้มีอายุ 25 ปีขึ้นไป แต่เธอก็เป็นปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 ของพรรค

ส่วนเลขาธิการพรรคส่วนใหญ่จะเป็นปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 2 แต่ก็มีเลขาธิการพรรค พท. และ รทสช. ที่เป็นปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 3 เพื่อหลีกทางให้ผู้อาวุโสอยู่หัว ๆ ตาราง ขณะเดียวกันมี 2 พรรคการเมืองที่เลขาฯ ยังขอลงสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตคือ นายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการ ชทพ. สมัคร ส.ส.สุพรรณบุรี และนายเทวัญ ลิปตพัลลภ เลขาธิการพรรค ชพก. และว่าที่แคนดิเดตนายกฯ ลำดับที่สาม ลงสมัคร ส.ส.นครราชสีมา ส่วนเลขาธิการ ปชป. นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ขอเว้นวรรคการลงสมัคร ส.ส.

ฮาย

ที่มาของภาพ, Thai news Pix

คำบรรยายภาพ, ปวิศรัฐฐ์ ติยะไพรัช บุตรสาวของ ยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานสภา เพิ่งก้าวขึ้นสู่การเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อชาติ ด้วยวัยเพียง 27 ปี และเป็นปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 ของพรรค

พรรคเพื่อไทย 1. พล.ต.ท. วิโรจน์ เปาอินทร์ อดีตหัวหน้าพรรค 2. นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ อดีตหัวหน้าพรรค 3. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค

ขณะที่นายชัยเกษม นิติสิริ ประธานกรรมการยุทธศาสตร์พรรค ด้านประชาธิปไตย กระบวนการยุติธรรม และความเสมอภาคเท่าเทียม ซึ่งมีแนวโน้มสูงว่าจะเป็นว่าที่แคนดิเดตนายกฯ ลำดับที่สาม มีชื่ออยู่ในลำดับที่ 10 ของบัญชีผู้สมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์

พรรคก้าวไกล 1. นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ 2. นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค 3. น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค

พรรคภูมิใจไทย 1. นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ 2. นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรค 3. นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองหัวหน้าพรรค

พรรคพลังประชารัฐ 1. พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ 2. นายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรค 3. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรค

หนู

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นหัวหน้าพรรคการเมืองหลักคนเดียวที่ “มือดี” จับสลากได้เลขตัวเดียว หมายเลข 7
ป้อม

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ พยายามทำมือสื่อสัญลักษณ์ 37 โชว์สื่อมวลชน หลังจับสลากได้เลขดังกล่าวเป็นเบอร์พรรคพลังประชารัฐ

พรรครวมไทยสร้างชาติ 1. นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ ลำดับที่สอง 2. นายสุพัฒน์พงษ์ พันธ์มีเชาว์ ที่ปรึกษาทีมเศรษฐกิจพรรค 3. นายเอกนัฎ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค

พรรคประชาธิปัตย์ 1. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ 2. นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรค และประธานสภาที่ปรึกษาพรรค 3. นายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรค และกรรมการสภาที่ปรึกษาพรรค

พรรคชาติไทยพัฒนา 1. นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ 2. นายชาติชาย พยุหนาวีชัย รองหัวหน้าพรรค 3. นายนิกร จำนง ประธานกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์พรรค และ ผอ.พรรค

พรรคชาติพัฒนากล้า 1. นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล ที่ปรึกษาพรรค 2. นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรค 3. นายอรัญ พันธุมจินดา นายทะเบียนพรรค

พรรคเพื่อชาติ 1. น.ส. ปวิศรัฐฐ์ ติยะไพรัช หัวหน้าพรรค 2. นพ.เรวัต วิศรุตเวช แคนดิเดตนายกฯ ลำดับที่หนึ่ง 3. พล.ต.ต. ชยุต มารยาทตร์ รองหัวหน้าพรรค

ส่วน ร.อ. จารุพล เรืองสุวรรณ เลขาธิการพรรค และแคนดิเดตนายกฯ ลำดับที่สอง มีชื่ออยู่ในลำดับที่ 10 ของบัญชีผู้สมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์

พรรคไทยสร้างไทย 1. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ ลำดับที่หนึ่ง 2. นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการพรรค 3. น.อ. อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รองหัวหน้าพรรค

ส่วนแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคอีก 2 คนคือ นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานกรรมการด้านเศรษฐกิจ และแคนดิเดตนายกฯ ลำดับที่สอง เป็นผู้สมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ลำดับที่ 4 และ น.ต. ศิธา ทิวารี อดีตเลขาธิการพรรค และแคนดิเดตนายกฯ ลำดับที่สาม เป็นผู้สมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ลำดับที่ 5

เจ้

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นำทีมพรรคไทยสร้างไทย มายื่นสมัครสมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์

สูตรปาร์ตี้ลิสต์หาร 100 อยากเข้าสภาต้องหา 3.5 แสนเสียง/ส.ส.

ในการเลือกตั้ง 2566 ผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวไทยจะได้กลับไปใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ แยกการตัดสินใจเลือกระหว่าง ส.ส.แบบแบ่งเขต 1 ใบ กับ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ 1 ใบ โดยไม่นำคะแนนมานับรวมกัน แล้วเข้าสูตรคณิตศาสตร์การเมืองแบบในการเลือกตั้งเมื่อ 4 ปีก่อน

สำหรับการคำนวณหายอด ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ รอบนี้จะใช้สูตรหาร 100 ซึ่งเป็นจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อทั้งหมดนั่นเอง โดยมีวิธีคิด ดังนี้

  • ให้รวมคะแนนที่ทุกพรรคได้จากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อทั้งประเทศ แล้วนำไปหารด้วย 100
  • ผลลัพธ์ที่ได้คือ คะแนนเฉลี่ยต่อ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 คน
  • ให้นำคะแนนรวมจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคได้รับ หารด้วยคะแนนเฉลี่ยข้างบน
  • ผลลัพธ์ที่ได้คือ จำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่พรรคการเมืองนั้นพึงได้รับ
  • ในกรณีที่จำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่ทุกพรรคได้รับรวมกันไม่ครบ 100 คน ให้พรรคที่มีผลลัพธ์ที่เป็นเศษโดยไม่มีจำนวนเต็ม และพรรคที่มีเศษหลังจากการคำนวณจำนวนมากที่สุด ได้รับจํานวน ส.ส.บัญชีรายชื่ออีก 1 คน เรียงตามลําดับ จนกว่าจะมีจํานวน ส.ส.บัญชีรายชื่อครบ 100 คน
  • ในการคำนวณนี้ ถ้ามีเศษเท่ากันและทำให้จำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อเกิน 100 คน ให้ตัวแทนพรรคที่มีเศษเท่ากันจับสลาก เพื่อให้ได้ ส.ส. ครบจำนวน

ที่มา: สรุปจากพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ. 2566

บีบีซีไทยนำฐานคะแนนที่ทุกพรรคการเมืองได้รับในการเลือกตั้งเมื่อ 24 มี.ค. 2562 มาทดลองคำนวณหายอด ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ที่แต่ละพรรค โดยเข้าสูตรหาร 100 พบข้อมูล ดังนี้

  • ผลรวมคะแนนเลือกตั้งของ 74 พรรคที่ส่งผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ อยู่ที่ 35,561,556 คะแนน
  • เมื่อนำไปหารด้วย 100 ได้ผลลัพธ์ 355,615 เป็นคะแนนเฉลี่ยต่อ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 คน
  • นำคะแนนรวม ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่แต่ละพรรคได้รับ ไปหารด้วยคะแนนเฉลี่ย ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ พบว่า มีเพียง 11 พรรค ที่มีโอกาสได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อเบื้องต้นรวม 90 คน ส่วนอีก 10 คน ต้องนำเศษมาคำนวณหายอด ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์เพิ่มเติมต่อไป
CG

อย่างไรก็ตามการใช้ฐานคะแนนเลือกตั้งปี 2562 มาทดลองคำนวณ อาจไม่ตรงกับข้อเท็จจริงทั้งหมด เนื่องจากการเลือกตั้งครั้งนั้นใช้บัตรเลือกตั้งเพียงใบเดียว อีกทั้งพรรคเพื่อไทยก็ส่งผู้สมัคร ส.ส. ไม่ครบทุกเขตเลือกตั้ง เพราะตัดสินใจเดินยุทธศาสตร์ “แตกแบงก์ย่อย” ด้วยการสร้างพรรคพันธมิตรอย่างพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) หวังให้เป็นพรรคปาร์ตี้ลิสต์ แต่สุดท้าย ทษช. ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคก่อนถึงวันเลือกตั้ง

แต่ถึงกระนั้นตัวเลข 3.5 แสนคะแนน/1 ส.ส.บัญชีรายชื่อ ก็เป็นตัวเลขที่แต่ละพรรคใช้คิดคำนวณเบื้องต้น เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์ในการหาเสียงและจัดคนลงบัญชีปาร์ตี้ลิสต์

ที่นั่งเก่า-ที่นั่งเป้าหมาย-ลำดับที่ปลอดภัย

แกนนำการเมืองทุกค่ายต่างประกาศที่นั่งเป้าหมายในบัตรเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ต่อสาธารณะเพื่อปลุกใจลูกพรรคและบรรดาผู้สนับสนุน แต่เป็นตัวเลขที่เกินไปจากตัวเลขที่มีการประเมินกันภายในพรรค อย่างไรก็ตามสังคมได้เห็นเค้าลางของตัวเลขจริงจากความเคลื่อนไหวของคนการเมืองในพรรคเหล่านั้นเอง บ้างก็ออกมา “ตัดพ้อ” ผู้มีอำนาจในการจัดโผ บ้างก็ออกมาชิงแถลงข่าวขอ “ตัดตัวเอง” ออกจากบัญชีผู้สมัคร หลังรู้ว่าลำดับที่ได้รับเกินไปจาก “ลำดับที่ปลอดภัย” หรือ “เซฟโซน”

บีบีซีไทยสอบถามตัวเลขเป้าหมายจากแกนนำทุกพรรคการเมือง เพื่อเทียบเคียงกับ “ลำดับที่ปลอดภัย” ซึ่งถูกพูดถึงกันอย่างกว้างขวางในหมู่ผู้สมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์

พรรคพลังประชารัฐ :

  • เดิมมี ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ 19 คน
  • เป้าหมาย 20 คน
  • ลำดับที่ปลอดภัยคือ 9-10 (ประเมินโดย กก.บห.พรรค 2 ราย โดยคาดว่าคะแนนส่วนหนึ่งจะไหลตาม พล.อ. ประยุทธ์ไปพรรค รทสช.)

พรรคเพื่อไทย :

  • เดิมไม่มี ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์เลย
  • เป้าหมาย 50 คน
  • ลำดับที่ปลอดภัยคือ 40 (ประเมินโดย กก.บห.พรรค 2 ราย โดยพิจารณาจากฐานเสียงเดิม ประกอบกับกระแสนิยมในพรรค และว่าที่แคนดิเดตนายกฯ ของพรรค)

พรรคก้าวไกล :

  • เดิมมี ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ 50 คน (อนาคตใหม่)
  • เป้าหมาย 30 คน+
  • ลำดับที่ปลอดภัยคือ 18 (ประเมินโดยแกนนำพรรครายหนึ่ง ซึ่งคิดจากการรักษาฐานเสียงเดิม 6.3 ล้านคะแนน)
ทิม

ที่มาของภาพ, กองโฆษก พรรคก้าวไกล

คำบรรยายภาพ, พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ลงจากรถเมล์ไฟฟ้า พร้อมเพื่อนร่วมพรรคก้าวไกล โดยรถดังกล่าวเคลื่อนมาจากอาคารไทยซัมมิท-ศาลาว่าการ กทม. 2

พรรคประชาธิปัตย์ :

  • เดิมมี ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ 20 คน
  • เป้าหมาย 18-20 คน
  • ลำดับที่ปลอดภัยคือ 10 (ประเมินโดยแกนนำพรรครายหนึ่ง ซึ่งคิดจากการรักษาฐานเสียงเดิม 3.9 ล้านคะแนน)

พรรคภูมิใจไทย :

  • เดิมมี ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ 12 คน
  • หัวหน้าพรรคไม่ได้เปิดเผยตัวเลขเป้าหมาย
  • ลำดับที่ปลอดภัยคือ 10 (ประเมินโดยแกนนำพรรครายหนึ่ง ซึ่งคิดจากการรักษาฐานเสียงเดิม 3.7 ล้านคะแนน แต่คาดว่ารอบนี้อาจได้คะแนนลดลงเพราะใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ)

พรรคเสรีรวมไทย :

  • เดิมมี ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ล้วน 10 คน
  • หัวหน้าพรรคไม่ได้เปิดเผยตัวเลขเป้าหมาย โดยบอกว่า “ส่งเท่าไร ก็หวังเท่านั้น” และไม่ได้เปิดเผยลำดับที่ปลอดภัย ทว่าถ้าคิดจากฐานคะแนนเสียงเดิม 8.2 แสนเสียง มีโอกาสได้ ส.ส. 2-3 คน

พรรคชาติไทยพัฒนา :

  • เดิมมี ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ 4 คน
  • เป้าหมาย 7-10 คน
  • ลำดับที่ปลอดภัยคือ 2-3 (ประเมินโดยแกนนำพรรครายหนึ่ง ซึ่งคิดจากการรักษาฐานเสียงเดิม 7.8 แสนคะแนน)
ท็อป

ที่มาของภาพ, Thai news Pix

คำบรรยายภาพ, นายวราวุธ ศิลปอาชา จับสลากได้หมายเลข 18 ให้กับพรรคชาติไทยพัฒนา
ปชป.

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์นำทีมชูกำปั้นทำท่า “สู้” หลังเสร็จสิ้นการสมัคร ส.ส.บัญีรายชื่อ

พรรคประชาชาติ :

  • เดิมมี ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ 1 คน
  • เป้าหมาย 5 คน
  • ลำดับที่ปลอดภัย 2 (ประเมินจากคำกล่าวของเลขาธิการพรรคที่บอกว่า ปช. น่าจะได้คะแนนจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ราว 8 แสนเสียง แต่ตั้งเป้าเก็บคะแนนมหาชนทั้งประเทศให้ได้ 1.5-2 ล้านเสียง)

พรรคเพื่อชาติ :

  • เดิมมี ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ล้วน 5 คน
  • เป้าหมาย 3 คน
  • ลำดับที่ปลอดภัยคือ 1 (ประเมินโดยหัวหน้าพรรค ที่คาดหวังจะรักษาฐานเสียงเดิม 4.1 แสนคะแนน เอาไว้ให้ได้)

พรรคชาติพัฒนากล้า :

  • เดิมมี ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ 2 คน (ชาติพัฒนา)
  • เป้าหมาย 3 คน
  • ลำดับที่ปลอดภัยคือ 2 (ประเมินโดย กก.บห. พรรครายหนึ่ง ทว่าถ้าพิจารณาฐานเสียงเดิมของพรรคชาติพัฒนา มีอยู่ 2.5 แสนเสียง ซึ่งไม่เพียงพอต่อการมี ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ 1 คน)
วันนอร์

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, พรรคประชาชาติภายใต้การนำของวันมูหะมัดนอร์ มะทา ส่งผู้สมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ 69 คน และผู้สมัคร ส.ส.เขต 19 เขต
ชพก.

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, ว่าที่แคนดิเดตนายกฯ 2 นายสุวัจน์อยู่ในแจ็กเก็ตสีส้ม ซึ่งเป็นสีประจำพรรคชาติพัฒนาเดิม ส่วนนายกรณ์สวมแจ็กเก็ตสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นสีประจำพรรคกล้าเดิม โดยทั้งคู่ประกาศผนึกกำลังเป็นพันธมิตรการเมือง ก่อนย้ายมาร่วมพรรคเดียวกัน เปลี่ยนชื่อเป็นพรรคชาติพัฒนากล้า

ส่วนพรรคการเมืองตั้งใหม่ ก็ตั้งเป้ามี ส.ส.บัญชีรายชื่อด้วย

พรรครวมไทยสร้างชาติ :

  • เป้าหมาย 15-20 คน
  • ลำดับปลอดภัยคือ 15 คน (ประเมินโดยแกนนำพรรค 2 คน ซึ่งเชื่อว่า พล.อ. ประยุทธ์มีคะแนนติดตัวมาขั้นต่ำ 5 ล้านเสียง)

พรรคไทยสร้างไทย :

  • หัวหน้าพรรคไม่ได้เปิดเผยตัวเลขเป้าหมาย โดยบอกเพียงว่า “ตั้งเป้ามากที่สุด” และไม่เปิดเผยลำดับเซฟโซนแต่อย่างใด