ผลเลือกตั้ง 2562 ชายแดนใต้ บอกอะไรได้บ้าง

ที่มาของภาพ, BBC THAI
- Author, ธันยพร บัวทอง
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
สนามเลือกตั้งสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ (จชต.) เป็นการชิงเก้าอี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) รวม 11 ที่นั่ง ปรากฏว่าพรรคประชาชาติ ที่ชูจุดแข็งความเป็นนักการเมืองมุสลิมมลายู คว้าเก้าอี้มาครองได้มากที่สุด 6 เขต ตามด้วยพรรคพลังประชารัฐ 3 เขต พร้อม ๆ กับกระแสคนรุ่นใหม่และแนวคิดประชาธิปไตยที่นักวิเคราะห์ชายแดนใต้ มองว่าเป็นการเลือกตั้งคึกคักที่สุดในรอบหลายปี
"ถือเป็นปีแรก ๆ หลังจากความรุนแรงรอบใหม่ ที่การปราศรัยหาเสียงคึกคักที่สุดในรอบ 15 ปี เทียบกับการเลือกตั้งครั้งก่อน ๆ เพราะเงื่อนไขรัฐธรรมนูญเปิดโอกาสให้คนธรรมดาเข้าไปมีส่วนร่วมในพรรคการเมือง" รอมฎอน ปันจอร์ สมาชิก "โปรเจค ซามอ ซามอ" เครือข่ายนักกิจกรรมทางการเมืองและสังคมชายแดนใต้-ปาตานี ที่รวมตัวสังเกตการณ์การเลือกตั้งครั้งนี้ กล่าวกับบีบีซีไทย
เขาตั้งข้อสังเกตต่อไปว่า "ดูเหมือนผู้ถืออาวุธ ทั้งสองฝ่ายจะมีฉันทามติร่วมกันในการปล่อยให้กระบวนการเลือกตั้ง และบรรยากาศที่ผู้คนออกไปโหวตราบรื่น"
มีปรากฏการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้างในการเลือกตั้งชายแดนใต้ครั้งนี้ และโฉมหน้าว่าที่ ส.ส. ชายแดนใต้ 11 เขต ในปัตตานี ยะลา นราธิวาส มีนัยสำคัญอย่างไร

ที่มาของภาพ, กองโฆษก พรรคอนาคตใหม่
ประชาธิปัตย์เกือบสูญพันธุ์ใน 3 จชต.
หลังเหตุปล้นปืนเมื่อปี 2547 ที่นำมาสู่เหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ที่ยืดเยื้อ-ยาวนาน-ไร้บทสรุป มีการจัดการเลือกตั้งทั่วไปเกิดขึ้นแล้ว 4 ครั้ง (2548, 2550, 2548, 2562) ซึ่ง รอมฎอน เห็นว่า การเลือกตั้งชายแดนใต้สะท้อนลักษณะพิเศษที่ "ไม่มีใครครองพื้นที่ได้ยาวนาน"
เป็นภาพของความหลากหลายของพรรคการเมืองที่ได้ที่นั่ง ส.ส. ในพื้นที่ปลายด้ามขวานแห่งนี้ ตามความเห็นของเขา
"บางช่วงจังหวะปีกการเมืองฝั่งนี้ได้ แต่ครั้งต่อไปอาจมีเทกลับ"
ครั้งนี้ก็เช่นกัน ผลการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต ทำให้เห็นว่ามีว่าที่ ส.ส. กระจายในหลายพรรคการเมือง แต่ที่น่าสนใจคือประชาธิปัตย์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
หากเปรียบเทียบที่นั่ง ส.ส. 11 เขต ในปัตตานี ยะลา นราธิวาส ในผลการเลือกตั้งปี 2554 และ 2562 ประชาธิปัตย์สูญเสียที่นั่งจากเดิมที่ได้ 9 เขต เหลือเพียง 1 เขตเท่านั้น ได้แก่ ปัตตานี เขต 1 จากนายอันวาร์ สาและ

ที่มาของภาพ, BBC THAI
เลือกตั้ง 2554 ที่นั่ง ส.ส. เป็นของประชาธิปัตย์ 9 ที่นั่ง, มาตุภูมิ 1 ที่นั่ง และภูมิใจไทย 1 ที่นั่ง
ส่วนการเลือกตั้ง 2562 ประชาธิปัตย์ได้ ส.ส. เพียง 1 ที่นั่ง, ภูมิใจไทย 1 ที่นั่ง, ประชาชาติ 6 ที่นั่ง และพลังประชารัฐ 3 ที่นั่ง
เก้าอี้ ส.ส. ที่ลดลง เป็นไปในทิศทางเดียวกับผลผู้ชนะเลือกตั้งแต่ละเขตตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประชาธิปัตย์ ได้ 33 ที่นั่งทั่วประเทศ ขณะที่ใน 3 จชต. อย่างน้อย 4 เขต ผู้สมัครจากประชาธิปัตย์ เสียเก้าอี้ให้ประชาชาติ และพลังประชารัฐ
"ประชาธิปัตย์ตอนหาเสียงกระแสลงจริง ๆ คงเป็นเทรนด์ในระดับชาติด้วย แต่ก็มีปัจจัยเฉพาะบางเขตอย่าง เขต 1 ยะลา ส.ส. เก่า ไม่สามารถลงได้ แต่ส่งลูกชายลงก็สู้ พปชร. ไม่ได้" รอมฎอน ให้ความเห็นกับบีบีซีไทย
ที่มา : ข้อมูลสถิติเลือกตั้ง ส.ส. ปี 2554 จาก กกต., รายชื่อผู้ได้คะแนนสูงสุดรายจังหวัด/เขต (อย่างไม่เป็นทางการ) กกต. 25 มี.ค. 2562 ทั้งนี้คำย่อพรรคต่าง ๆ คือ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พรรคมาตุภูมิ (มภ.) พรรคภูมิใจไทย (ภท.) พรรคประชาชาติ (ปช.) พรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.)
เก้าอี้ ส.ส. ประชาชาติ มีผลต่อทิศทางสันติภาพ จชต.
ในการเลือกตั้งครั้งนี้ กลุ่มวาดะห์ที่นำโดยนายวันมูหะหมัดนอร์ มะทา แยกตัว "ในเชิงยุทธศาสตร์" ออกมาจากเพื่อไทย ก่อตั้งพรรคประชาชาติ เพื่อเลี่ยงค่ายกลของรัฐธรรมนูญ 2560 ที่วางกติกาไม่ให้พรรคหนึ่งพรรคใดครองเสียงในสภาเกินกึ่งหนึ่ง
วันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ วัย 74 ปี เคยให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยเมื่อเดือน ต.ค. ปีที่แล้วว่า "พรรคการเมืองใดที่สนับสนุนอำนาจเผด็จการ น่าจะได้รับการปฏิเสธจากประชาชนอย่างเงียบ ๆ ด้วยการไม่ไปกาบัตร (โนโหวต) วันเลือกตั้ง ผมเดาเอานะ"
แม้ว่าการเลือกตั้งปี 2554 ไร้ ส.ส. สังกัดพรรคเพื่อไทย แต่ครั้งนี้กลุ่มวาดะห์ในร่มของพรรคประชาชาติ คว้าชัยได้ถึง 6 ที่นั่ง

ที่มาของภาพ, TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC THAI
ในจำนวนนี้ 2 ที่นั่ง เป็นผู้สมัครอดีต ส.ส. ที่ย้ายมาจากภูมิใจไทยและมาตุภูมิ นำพาฐานเสียงมาชนะในนามพรรคประชาชาติได้สำเร็จในเขต 3 และ เขต 4 ปัตตานี
ส่วนในนราธิวาส ประชาชาติปักธงได้ 2 เขต จากทั้งหมด 4 เขต หลังแชมป์เก่าจากประชาธิปัตย์ ย้ายไปสังกัดพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) และสอบตกในครั้งนี้
เขตที่น่าสนใจ ได้แก่ เขต 3 ว่าที่ ส.ส. คือ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ผู้สมัคร ส.ส. นราธิวาส พรรคประชาชาติ หรือที่คนในพื้นที่รู้จักกันในนาม "ทนายแวยูแฮ" ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ทนายมุสลิม ที่ลงสมัครในต่างพรรค และต่างมุ่งเป้าในการผลักดันการแก้ไขประเด็นความขัดแย้งใน จชต.
อย่างไรก็ตาม รอมฎอน ชี้ว่า ในการเลือกตั้ง 3 จชต. และอีกบางอำเภอของสงขลา ผู้สมัคร ส.ส. มีอัตลักษณ์ร่วมกันคือเชื้อสายมลายูมุสลิม และเกือบครึ่งหนึ่งอยู่ในพรรคขนาดเล็กอย่างประชาชาติ ที่ชูความเป็นพหุวัฒนธรรมในระดับชาติ และสะท้อนความภูมิใจในอัตลักษณ์มลายูมุสลิมเป็นกลยุทธ์ในการได้มาซึ่งคะแนนเสียง

ที่มาของภาพ, BBC THAI
นอกจากนี้ "คีย์แมนคนสำคัญ" เรื่องชายแดนใต้ อย่าง พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง อดีตเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เลขาธิการพรรค ก็มีผลอย่างยิ่งต่อการได้เก้าอี้ใน จชต. ไม่แพ้จุดแข็งความเป็นมลายูมุสลิมของว่าที่ ส.ส. และไม่ว่าพรรคประชาชาติจะได้เข้าสภาในฐานะรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน เสียงของ ส.ส. กลุ่มนี้ก็มีความสำคัญ
"รอบนี้ถ้าฝ่ายประชาชาติกับพรรคพันธมิตรได้จัดตั้งรัฐบาล จะทำให้มีน้ำหนักกำหนดทิศทางบางอย่าง แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเสถียรภาพของรัฐบาลด้วย" รอมฎอนกล่าวถึงยุทธศาสตร์การพูดคุยสันติภาพในอนาคตที่คาดว่าจะเปลี่ยนไปจากยุครัฐบาล คสช.
"ประชาชาติคงต่อรองตำแหน่งที่มีอำนาจในการกำหนดทิศทางจัดการความขัดแย้ง จชต. ได้ แต่ก็มีแรงเสียดทานจากฝ่ายความมั่นคง" แต่ พ.ต.อ. ทวี ก็น่าจะได้มีส่วนสำคัญในเรื่องการพูดคุยสันติสุขด้วยในรัฐบาลหน้าไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน
ความสำเร็จว่าที่ ส.ส. พปชร. ไม่อาจจะสะท้อนเสียงการเมืองในระดับชาติ
แม้การเลือกตั้งในสนามการเมืองระดับชาติ จะถูกมองจากหลายฝ่ายทั้งนักวิชาการ และหัวหน้าพรรคการเมืองบางพรรค ว่าเป็นการเลือกระหว่างการ "เอาหรือไม่เอาเผด็จการ" ของประชาชน แต่ในมุมมองของ รอมฎอน เห็นว่าการที่ผู้สมัครจากพรรคพลังประชารัฐ ได้เก้าอี้ ส.ส. มากถึง 3 ที่นั่ง ในยะลา (1 เขต) และนราธิวาส (2 เขต) ก็ไม่อาจตีความได้ว่าเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
"เราไม่เห็นการยกชูแคนดิเดตในพื้นที่คู่ไปกับแนวทางของพลังประชารัฐในระดับชาติ แต่เป็นการชูในเรื่องตัวบุคคลของผู้สมัครมากกว่า" รอมฎอนกล่าวกับบีบีซีไทย

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai
รอมฎอน ชี้ว่า การที่พลังประชารัฐ "ตีแตก" ในพื้นที่ 3 จชต. เป็นผลมาจากหลายปัจจัย ทั้งแรงสนับสนุนจากกลไกรัฐบางส่วน ปัจจัยตัวบุคคลของผู้สมัครแต่ละคนที่ต่างมีบารมี มีอิทธิพลเป็นที่รู้จัก มีบางคนได้รับเลือกตั้งครั้งแรก ซึ่งทำให้เห็นว่าพลังประชารัฐได้ตัวผู้สมัครที่แข็งแรงมาร่วมชิงเก้าอี้ ส.ส.
หากไม่นับปัจจัยที่อาศัยอำนารัฐ พลังประชารัฐมีผู้สมัครที่โดดเด่นและ มี "ต้นทุนสูง" อย่าง อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ว่าที่ ส.ส. ยะลา เขต 1 พปชร. ซึ่งมีภูมิหลังจากการเป็นทนายความอาสาที่ จ.ยะลา
ผลงานการทำคดีความมั่นคงให้กับชาวบ้านในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ถูกกล่าวหาว่ามีความสัมพันธ์กับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบมาตั้งแต่ไฟใต้ปะทุเมื่อปี 2547 การเป็นอดีตสมาชิกสภาเทศบาล และมีผลงานอันเป็นที่พิสูจน์ ทำให้เขาสามารถโค่นพรรค ปชป. แชมป์เก่าที่ครั้งนี้เปลี่ยนตัวเอาลูกชายมาลงแข่งแต่สอบตก
โหวตโน ร่างรัฐธรรมนูญ สะท้อนผลเลือกตั้ง ?
"ทหารเรื่องหนึ่ง แต่ไพ่ของชาติพันธุ์ศาสนาเป็นไพ่เดียวกันกับการรณรงค์โหวตโน และคะแนนเสียงที่ออกมาให้กับนักการเมืองมุสลิมมลายู" รอมฎอน ชี้ให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างผลการออกเสียงประชามติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปี 2559 กับโฉมหน้าว่าที่ ส.ส. ในปี 2562

กระแสคนรุ่นใหม่-ประชาธิปไตย เข้ามาเปลี่ยนเกมต่อสู้
รอมฎอนกล่าวว่า กระแสคนรุ่นใหม่และแนวคิดประชาธิปไตยของพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ก็เข้ามากระเพื่อมคะแนนเสียงในฐานะผู้เล่นที่ "เปลี่ยนเกมการต่อสู้พอสมควร" ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ทั้งที่เป็นพรรคที่ไม่เคยมีฐานเสียงใน จชต. มาก่อน
แม้ว่า อนค. จะไม่ใช่คู่ต่อสู้หลัก แต่ "ตอนคนรุ่นใหม่มาแรก ๆ ทำให้บางพรรคก็ต้องปรับ มีการตั้งกลุ่มเยาวชนขึ้นมาในพื้นที่เช่นกัน"
รอมฎอน ซึ่งสังเกตการณ์การเลือกตั้งครั้งนี้ ชี้ว่า อนค. ได้คะแนนไม่น้อยในเขตเมืองปัตตานี นับคะแนน รวมกัน 3 เขต อนค. ได้คะแนนเสียงหลัก 30,000-40,000 เสียง เช่น เขตรูสะมิแล อนค. มาแรงในระดับหน่วย
นอกจากนี้ที่น่าสนใจคือเขตพื้นที่สีแดง บางหน่วยเขต อ.บันนังสตาร์ จ.ยะลา อนค. ก็มีคะแนนตีตื้นพรรคประชาชาติ
"ความรู้สึกของคนเกิดอาการว่า แม้ว่าเราจะมีนักการเมืองเป็นที่นับถืออย่างต่อเนื่อง แต่ว่าเป็นนักการเมืองรุ่นเก่า ประสบการณ์จากผู้คนจำนวนหนึ่ง เลือกตั้งก็สร้างการเปลี่ยนแปลงไม่ได้เยอะมาก" รอมฎอนให้ความเห็น
"ทางเลือกใหม่ ๆ น่าดึงดูดใจ และดูเป็นความหวัง และการพยายามจะลดอิทธิพลของกองทัพ ก็ได้รับการตอบสนองพิจารณาเยอะ"

ที่มาของภาพ, กองโฆษก พรรคอนาคตใหม่
หาก พปชร. ได้จัดตั้งรัฐบาล ทิศทางการแก้ปัญหาไฟใต้จะใช้ทหารนำการเมือง
ก่อนการเลือกตั้งจะเกิดขึ้น บรรดาพรรคการเมืองต่าง ๆ ได้เรียกร้องให้ถอนทหารออกจากพื้นที่ และยกเลิกการใช้กฎหมายพิเศษในชายแดนใต้ แต่เมื่อผลการเลือกตั้งออกมาแบบพรรคที่เรียกตัวเองว่า "ฝ่ายประชาธิปไตย" กับพรรคที่สนับสนุนนายกฯ ทหารให้ครองอำนาจต่อได้ที่นั่งออกมาแบบก้ำกึ่ง จะส่งผลอย่างไร
ผศ.ดร. สุทธิศักดิ์ ดือแระ รองคณบดีฝ่ายยุทธศาสตร์และการพัฒนาองค์กร วิทยาลัยอิสลามศึกษา มอ. ปัตตานี กล่าวกับบีบีซีไทยว่าขึ้นอยู่กับว่าพรรคไหนได้เป็นรัฐบาล เพราะเป็นปัจจัยหลักที่สำคัญมากกว่า
หากว่ากันในระดับพื้นที่ นักวิชาการชายแดนใต้มองว่า ว่าที่ ส.ส. จากพลังประชารัฐ ไม่น่าจะเป็นตัวแปรสำคัญ ยกเว้นว่าที่ ส.ส. ยะลา เขต 1 นายอาดิลัน อาลีฮิสเลาะ ทนายความมุสลิม จากปีกภาคประชาสังคม ซึ่งมีจุดแข็งจากผลงานการสร้างความเป็นธรรมแก่คนในพื้นที่และงานเชิงพัฒนา
หาก พปชร. ที่เป็นพรรคทหาร ได้จัดตั้งรัฐบาล ทิศทางการแก้ปัญหาไฟใต้จะยังคงนำด้วยทหาร แต่คาดว่าบทบาทประชาสังคมอาจจะเข้าไปมีบทบาทเพิ่มมากขึ้น
ผศ.ดร. สุทธิศักดิ์ กล่าวว่า หากพิจารณาเฉพาะตัว ส.ส. ที่มาจากปีกประชาสังคมรายนี้ ก็เป็นทิศทางที่ไม่ขัดกับแนวทางของพรรคประชาชาติ ส.ส. จากทางสองพรรค เมื่อได้เป็นตัวแทนเข้าสภา น่าจะมีบทบาทสำคัญในการส่งเสียงจากพื้นที่ได้ แม้มาจากต่างขั้ว ต่างพรรค เช่น ในระดับอนุกรรมาธิการชายแดนใต้









