ระเบิดพัทลุง สตูล : ฝีมือผู้ก่อความไม่สงบขยายเขต หรือ นักการเมืองในพื้นที่

ระเบิดใต้ สตูล

ที่มาของภาพ, AFP/GETTY IMAGES

คำบรรยายภาพ, เหตุระเบิดภายในบริเวณโรงพัก สภ.เมืองสตูล เป็น 1 ใน 13 จุด

เหตุลอบวางระเบิดที่ จ. สตูล และพัทลุง ตั้งแต่กลางดึกวันที่ 9 จนถึงวันที่ 10 มี.ค. อย่างน้อย 13 จุด เป็นเหตุการณ์ความไม่สงบช่วงก่อนการเลือกตั้งนอกพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ที่ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม บอกว่าไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง

แต่นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญชายแดนใต้บางคน ให้น้ำหนักไปที่เป้าหมายในทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ซึ่งส่งสัญญาณคล้ายกับหลังการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญในจังหวัดชายแดนใต้เมื่อ ส.ค. 2559

พล.อ. ประวิตร ลงพื้นที่เมื่อ 11 มี.ค. พร้อมระบุก่อนเดินทางว่า เหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือของผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และที่ขึ้นมาก่อเหตุใน จ.พัทลุง และ จ.สตูล เพราะไม่สามารถก่อเหตุในพื้นที่จังหวัดชายแดนได้ ขณะเดียวกันคิดว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง

นายปณิธาน วัฒนยากร ที่ปรึกษาพล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์เสริมว่า หน่วยข่าวกรองได้แจ้งเตือนเหตุดังกล่าวล่วงหน้า 1-2 วัน โดยเฉพาะวันที่จะมีคอนเสิร์ตที่พัทลุง ซึ่งหน่วยงานด้านความมั่นคงมีความกังวลเนื่องจากมีคนร่วมงานจำนวนมาก การลงพื้นที่ของ พล.อ.ประวิตร คือ ไปติดตามสาเหตุว่าทำไม่ไม่สามารถสกัดกั้นเหตุร้ายได้ แม้ไม่มีผลกระทบและความสูญเสีย แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องทำงานให้ได้ผลมากกว่านี้ โดยเบื้องต้นกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพบุคคลและจักรยานยนต์ ที่ใช้ก่อเหตุได้และขณะนี้อยู่ระหว่างขยายผล

ด้าน พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) กล่าวว่า ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นสืบสวนสอบสวนที่ประเมินไว้อาจจะเป็นการก่อเหตุของผู้ก่อความไม่สงบ จากพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้และขยายพื้นที่ออกมา นอกจากนี้ อาจเป็นเรื่องของการเมือง และการขัดแย้งทางผลประโยชน์ของกลุ่มอิทธิพลต่างๆก็เป็นได้ และยังไม่มีข้อสรุป

"ดูจากระเบิดที่ใช้ก่อเหตุแล้ว เพื่อให้เกิดความตระหนกและหวาดกลัว เป็นระเบิดเพื่อสร้างสถานการณ์ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเกิดขึ้น อย่างไรก็ตามถ้ากรณีเกี่ยวโยงกับการเลือกตั้งก็จะเพิ่มมาตรการความเข้มงวดให้มากขึ้น เพื่อไม่ให้มากระทบกับการเลือกตั้ง" พล.อ.วัลลภ กล่าว

มัสยิดกลาง ปัตตานี

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, มัสยิดกลาง ปัตตานี

ปฏิบัติการเชิงสัญลักษณ์ ครบรอบ 110 ปี แยกรัฐปาตานี ?

ผศ. ดร. ศรีสมภพ จิตต์ภิรมย์ศรี จากสถานวิจัยความขัดแย้งและหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ให้น้ำหนักไปที่กลุ่มที่ปฏิบัติการในจังหวัดชายแดนใต้มากกว่าเป็นประเด็นการเมืองในพื้นที่ โดยมี 2 เหตุจูงใจ ได้แก่ 1. การก่อเหตุเนื่องในวันครบรอบ ปาตานี 110 ปี ในวันที่ 10 มี.ค. และ 2. เป้าหมายทางการเมืองเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 24 มี.ค. 2562

เขากล่าวกับบีบีซีไทยว่า ก่อนหน้านี้ราว 1 สัปดาห์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีการพ่นสีตามสถานที่ต่าง ๆ และถนนหลายจุดเป็นคำว่า PATANI 110 อันมีนัยสื่อถึงวันครบรอบ 110 ปี ของสนธิสัญญาแองโกล-สยาม พ.ศ. 2452 ตรงกับวันที่ 10 มี.ค. อันนำไปสู่การแบ่งแยกดินแดนมลายูระหว่างสองฝ่าย ด้านหนึ่งถูกรวมเข้ากับมาเลเซีย อีกด้านคือพื้นที่จังหวัดชายแดนที่อยู่กับภาคใต้ของไทย

เหตุที่ความรุนแรงเกิดนอกพื้นที่ก็เนื่องจากว่าฝ่ายความมั่นคงมีการข่าวที่บอกว่าอาจมีการก่อเหตุจึงมีการป้องกันควบคุมพื้นที่จนไม่สามารถปฏิบัติการในชายแดนใต้ได้ ซึ่ง ผศ. ดร. ศรีสมภพชี้ว่า ที่ผ่านมา ก็เคยมีการปฏิบัติการของขบวนการนอกพื้นที่มาแล้ว

นอกจากนี้ลักษณะการก่อเหตุที่ใช้ระเบิดแสวงเครื่อง ทำพร้อมกันหลาย ๆ จุด บ่งชี้ว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุค่อนข้างมีศักยภาพ ซึ่งน่าจะมีองค์กรของกลุ่มขบวนการในชายแดนใต้เป็นหน่วยสำคัญ และไม่ใช่ความรุนแรงของการเมืองท้องถิ่นในช่วงเลือกตั้ง

"ปฏิบัติการในลักษณะแบบนี้ เป็นการเลือกเวลาในการทำที่ไม่เกิดผลกระทบกับชีวิตคน เพราะว่าตั้งใจให้เป็นปฏิบัติการในเชิงสัญลักษณ์มากกว่า"

สวด

ที่มาของภาพ, Getty Images

ส่งสัญญาณก่อนการเลือกตั้ง ?

ผศ. ดร. ศรีสมภพ วิเคราะห์ความเป็นไปได้อีกทางหนึ่งว่า เป็นการก่อเหตุเพื่อเป้าหมายในทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ซึ่งคล้ายกับเหตุการณ์ความรุนแรงช่วงก่อนการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2559

ผู้เชี่ยวชาญชายแดนใต้เห็นว่า เหตุการณ์ความรุนแรงซึ่งเกิดขึ้นในช่วงการเลือกตั้งมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะทิศทางการลงคะแนนของประชาชนว่าจะลงให้กับพรรคการเมืองไหน

"พรรคการเมืองนี้ที่ไม่สนับสนุนรัฐบาล หรือเป็นพรรคที่ตรงข้ามฝ่ายทหาร น่าจะทำให้ประชาชนหันมาทางนี้ด้วย ถ้ามีการก่อเหตุหรือปฏิบัติการก่อนการเลือกตั้ง จะมีผลในทางบวกต่อฝ่ายตรงข้ามกับฝ่ายรัฐบาล"

ผศ. ดร. ศรีสมภพ ชี้ว่า เหตุรุนแรงกระทบต่อความน่าเชื่อถือของรัฐบาลกับพรรคที่สนับสนุนรัฐบาลปัจจุบัน ดังจะเห็นตัวอย่างในการลงประชามติรัฐธรรมนูญเมื่อสองปีที่แล้ว ก่อนลงคะแนน มีเหตุการณ์ลักษณะนี้ต่อเนื่อง

"พอลงคะแนนก็มีผลทันทีว่าไม่รับร่าง เป็นการส่งสัญญาณบอกว่าไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญ...แต่ไม่ใช่ว่าพรรคลงมาก่อเหตุเอง นี่อาจมองได้ว่าตอนนี้พรรคของรัฐบาลทหารอาจจะกำลังได้เปรียบ" ผศ. ดร. ศรีสมภพ ระบุ

ทั้งนี้ ผลการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงเมื่อปี 2559 ในจังหวัดชายแดนใต้ 3 จังหวัด ได้แก่ ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญยกจังหวัด

15 ปี

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ภาพความรุนแรงที่พบเห็นได้บ่อยครั้งในรอบ 15 ปี ของความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนใต้

ด้าน น.ส. รุ่งรวี เฉลิมศรีภิญโญรัช นักวิจัยอิสระด้านความมั่นคง ให้ความเห็นว่าจากรูปแบบการก่อเหตุทำให้เชื่อได้ว่าผู้ก่อเหตุอาจจะเกี่ยวข้องกับ ขบวนการในจังหวัดชายแดนใต้ วิธีการและเป้าหมาย เช่น การโจมตีสถานที่ของเจ้าหน้าที่ความมั่นคง ไม่หวังทำลายชีวิต วางระเบิดแสวงเครื่องในเวลาไล่เลี่ยกันในหลายจุด รวมทั้งรถที่ใช้เป็นรถที่ขโมยมาจาก อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา

น.ส. รุ่งรวี กล่าวอีกว่า การก่อเหตุนอกพื้นที่ที่เคลื่อนไหวประจำนั้นก็ทำได้ง่ายกว่าเพราะการรักษาความปลอดภัยอาจจะไม่เข้มข้นเท่าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ปฏิบัติการเช่นนี้ก็จะเป็นการวัดความสามารถและปลุกใจสมาชิกรุ่นใหม่ๆ ซึ่งก็จะมีอยู่เป็นระยะๆ เพื่อแสดงให้เห็นว่าขบวนการนั้นยังมีความเข้มแข็งทางการทหารอยู่

เธอเสริมว่า การก่อเหตุนอกพื้นที่ที่เชื่อว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับขบวนการที่เคลื่อนไหวเรื่องเอกราชในภาคใต้มีมาหลายรอบแล้ว หากเป็นหลายปีก่อน นักการทูตต่างประเทศในไทยหวาดเกรงเรื่องนี้ แต่ดูเหมือนว่าเหตุการณ์หลายครั้งที่เกิดขึ้น สังคมตกใจอยู่ไม่กี่วันและอาจจะเริ่มชาชินมากขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้ง การก่อเหตุนอกพื้นที่ยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงจุดยืนทางการเมืองของรัฐไทยต่อปัญหาภาคใต้ได้มากนัก

ส่วนจะเกี่ยวกับเรื่อง ปาตานี 110 หรือไม่ น.ส. รุ่งรวี บอกว่าไม่มีข้อมูลบ่งชัดแต่ก็เป็นไปได้ ส่วนอีกวันสำคัญที่ทางการจับตาคือ 13 มีนาคม ปี้นี้ ซึ่งจะเป็นวันครบรอบ 59 ปีของแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติ ( Barisan Revolusi Nasional - BRN) กองกำลังหลักที่ก่อความรุนแรงในพื้นที่

นักวิชาการราชภัฏสงขลา มองเป็นประเด็นพรรคการเมือง

ด้าน ผศ. ดร. บูฆอรี ยีหมะ อาจารย์ประจำสาขารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา ประเมินกับบีบีซีไทยว่า อาจเกี่ยวโยงกับประเด็นการเมืองเรื่องการเลือกตั้ง โดยสตูล กับพัทลุง เป็นพื้นที่สำคัญที่มีการแข่งขันสูง

ผศ. ดร. บูฆอรี กล่าวว่า มีการคาดหมายว่าพรรคประชาธิปัตย์อาจเสียที่นั่งให้กับพรรคภูมิใจไทยอย่างน้อย 1 เขต หรือทั้งหมดในสตูล เช่นเดียวกับพัทลุงที่ถือว่าเป็นเมืองหลวงของแม่ทัพภูมิใจไทย ที่ขับเคี่ยวกันอย่างหนักกับผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์

นักวิชาการรัฐศาสตร์ผู้นี้มองว่า หากจะเป็นการก่อเหตุในวันครบรอบ 110 ปี สนธิสัญญาแองโกล-สยาม น่าจะเป็นการเคลื่อนไหวในพื้นที่ชายแดนใต้มากกว่า เพราะพื้นที่พัทลุง สตูล ไม่มีความเชื่อมโยงในแง่ของความขัดแย้งจังหวัดชายแดนใต้เลย และเห็นว่าเหตุการณ์ในพัทลุง และสตูลอาจส่งผลให้ฝ่ายความมั่นคง เข้ามาในพื้นที่มากขึ้น

"เป็นไปได้เหมือนกันว่าเป็นการเตือน สร้างความหวาดกลัว สับสนอลหม่าน ให้เกิดขึ้นว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มันจะรุนแรง และอาจนำไปสู่การเข้มงวด อะไรบางอย่างจากฝ่ายรัฐเอง ทหารเข้ามาในพื้นที่มากขึ้น จะส่งผลให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบของพรรคการเมืองใดหรือไม่ โดยเฉพาะพลังประชารัฐที่ไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควรตอนนี้" ผศ. ดร. บูฆอรี กล่าว

การละหมาดขอพรเพื่อความสงบในพื้นที่

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, การละหมาดขอพรเพื่อความสงบในพื้นที่

ย้อนเหตุวินาศกรรม 7 จังหวัดใต้ หลังประชามติร่างรัฐธรรมนูญ

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เหตุความไม่สงบเกิดนอกพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนใต้ ในช่วงการปกครองของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

ภายหลังประเทศไทยจัดให้มีการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 7 สิงหาคม 2559 ได้เกิดเหตุวินาศกรรมทั้งระเบิดและไฟไหม้ใน 7 จังหวัดภาคใต้ คือ ภูเก็ต ตรัง ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พังงา กระบี่ จากเหตุการณ์นี้ มีผู้เสียชีวิต 4 คน บาดเจ็บ 32 คน ทั้งหมดเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 10-12 ส.ค. ภายหลังวันลงประชามติไม่กี่วัน

ฝ่ายความมั่นคง ออกมาระบุว่า เหตุระเบิดภาคใต้เชื่อมโยงกับการเมืองที่สืบเนื่องจากการลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ และจากหลักฐานระเบิดที่พบมีความคล้ายคลึงกับการก่อเหตุในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้