ทำไมการทานแมลงถึงกำลังทำให้สังคมอิตาลีแตกแยก

BBC reporter Sofia Bettiza tries cricket tagliatelle

ที่มาของภาพ, Francesco Tosto/BBC

คำบรรยายภาพ, ลูกค้าที่ร้านอาหารในเมืองตูริน ที่เสิร์ฟพาสตาแมลง กำลังลองทานด้วยความอยากรู้อยากเห็น
    • Author, โซเฟีย เบ็ตติซา
    • Role, บีบีซีนิวส์ เมืองตูริน อิตาลี

ภายในห้องขนาดเล็กใกล้เทือกเขาแอลป์ ทางตอนเหนือของอิตาลี ภาชนะที่เต็มไปด้วยจิ้งหรีดหลายล้านตัว ถูกวางซ้อนกันจนละลานตา

จิ้งหรีดที่ถูกขังอยู่ภายใน กระโดดไปมา ส่งเสียงดัง ระหว่างี่รอชะตากรรม กลายเป็นอาหาร

กระบวนการทำจิ้งหรีดเป็นอาหารนั้นไม่ซับซ้อน นำพวกมันแช่แข็ง ต้ม ตากแห้ง แล้วบดให้เป็นผง

ที่นี่คือฟาร์มจิ้งหรีดอิตาลี (Italian Cricket Farm) ถือเป็นฟาร์มแมลงขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ ทุกวัน จะมีจิ้งหรีดถูกแปรรูปเป็นอาหารกว่า 1 ล้านตัว

อิวาน อัลแบโน เจ้าของฟาร์ม เปิดภาชนะออกมา ทำให้เห็นผงสีน้ำตาลอ่อน ที่เกิดจากการนำแมลงมาบด โดยผงนี้สามารถนำไปทำเป็นเส้นพาสตา ขนมปัง แพนเค้ก เอเนอร์จีบาร์ และแม้กระทั่งเครื่องดื่มเกลือแร่สำหรับการเล่นกีฬาได้

การทานจิ้งหรีด มด และหนอน ถือเป็นเรื่องปกติในหลายพื้นที่ทั่วโลก รวมถึงทวีปเอเชีย มานานหลายพันปีแล้ว

แต่ภายหลังสหภาพยุโรปอนุมัติการจำหน่ายแมลงเพื่อการบริโภคของมนุษย์ในช่วงปีที่ผ่านมา ก่อให้เกิดการจับตาว่า ทัศนคติการทานแมลงจะเปลี่ยนไปในยุโรปหรือไม่

ข้อมูลจากบริษัทการแสดงความเห็นสาธารณะระดับโลก ยูกอฟ (YouGov) ชี้ว่า ไม่มีประเทศไหนในยุโรปที่ต่อต้านการทานแมลงเท่ากับอิตาลี และกระแสต่อต้านนี้ก็มาจากผู้มีอำนาจในรัฐบาล ที่ได้ดำเนินมาตรการสั่งห้ามการใช้วัตถุดิบจากแมลงในอาหารจำพวกพิซซา และพาสตา

“เราจะต่อต้านในทุกวิถีทาง และในทุก ๆ ที่ ต่อความบ้าคลั่งนี้ที่จะบั่นทอนภาคเกษตรกรรมและวัฒนธรรมของเรา” มัตเตโอ ซัลวินี รองนายกรัฐมนตรีอิตาลี โพสต์บนเฟซบุ๊ก

แต่ทัศนคติกำลังเปลี่ยนไปหรือไม่ เพราะผู้ผลิตอิตาลีหลายรายกำลังปรับปรุงอาหารอย่าง พาสตาจิ้งหรีด พิซซาจิ้งหรีด และขนมจิ้งหรีด ให้อร่อยและสมบูรณ์แบบมากขึ้น

“สิ่งที่เราทำอยู่มันยั่งยืนมาก” อิวาน กล่าว “การผลิตผงจิ้งหรีดเพียง 1 กิโลกรัม เราใช้น้ำเพียง 12 ลิตรเท่านั้น” เขาเสริมอีกว่า หากจะผลิตโปรตีนในปริมาณเดียวกันจากเนื้อวัว จะต้องใช้น้ำหลายพันลิตรเลยทีเดียว

การทำฟาร์มแมลงยังใช้เนื้อที่เพียงไม่มากอีกด้วย ทำให้นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า แมลงอาจเป็นกุญแจสำคัญต่อการรับมือปัญหาสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง เพราะก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่า เมื่อเทียบกับการทำฟาร์มปศุสัตว์ และฟาร์มนม

ข้ามไปที่ร้านอาหารใกล้เมืองตูริน เชฟ ซิโมน ลอดโด ได้ดัดแปลงสูตรพาสตาเส้นสดของเขา ที่มีประวัติยาวนานเกือบ 1,000 ปี โดยหันมาใช้ผงจิ้งหรีด 15% ในแป้งโด

ผลลัพธ์คือเส้นพาสตาที่แข็ง และมีกลิ่นแบบถั่ว

The cooked cricket tagliatelle is served with pancetta and courgette

ที่มาของภาพ, AFP

คำบรรยายภาพ, หน้าตาของพาสตาจิ้งหรีด

ลูกค้าหลายคนเลือกไม่ขอลอง ตัลยาเตลเลจิ้งหรีด (พาสตาชนิดหนึ่ง) แต่อีกหลายคน รวมถึงผู้เขียน ตกใจกับรสชาติที่ดีเกินคาด

นอกเหนือจากรสชาติแล้ว ผงจิ้งหรีดยังเป็นซูเปอร์ฟู้ด อุดมไปด้วยวิตามิน เส้นใย แร่ธาตุ และกรดอะมิโน ยกตัวอย่าง อาหารจานจิ้งหรีด 1 จาน ประกอบไปด้วยธาตุเหล็ก และแมกนีเซียม มากกว่าสเต็กเนื้อเซอร์ลอยน์เสียอีก

แต่อาหารจิ้งหรีดจะเป็นตัวเลือกสำหรับคนที่อยากทานเนื้อลดลงได้หรือไม่ ประเด็นจึงอยู่ที่เรื่องราคา

“ถ้าคุณอยากทานอาหารจากจิ้งหรีด คุณต้องจ่ายมากหน่อย” อิวาน กล่าว “ผงจิ้งหรีดเป็นผลิตภัณฑ์ขั้นสูง ราคา 2,300 บาทต่อกิโลกรัม ยกตัวอย่าง พาสตาจิ้งหรีด 1 ถุง ราคาจะอยู่ที่ถุงละ 300 บาท”

ราคานี้ถือว่าสูงกว่าราคาพาสตาตามซูเปอร์มาร์เก็ต ถึง 8 เท่า

แม้ในเวลานี้ อาหารจากจิ้งหรีดยังเป็นตัวเลือกสำหรับกลุ่มคนที่พอมีอันจะกินในสังคมชาติตะวันตก แต่นั่นหมายความว่า เจ้าของฟาร์มสามารถจำหน่ายไก่และเนื้อวัวในราคาที่ต่ำกว่าได้

“เนื้อที่ผมผลิตมีราคาถูกกว่าผงจิ้งหรีด และมันมีคุณภาพดี” คลอดิโอ ลอเตรี ที่เป็นเจ้าของฟาร์มใกล้กรุงโรม เป็นฟาร์มที่สืบทอดต่อกันมาแล้ว 4 รุ่น

ทั้งนี้ การทานแมลงในอิตาลีไม่ได้มีประเด็นแค่เรื่องราคา แต่ยังรวมถึงการยอมรับทางสังคมด้วย

ทั่วอิตาลีนั้น ประชาชนที่มีอายุเกินกว่า 100 ปี กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หลายคนชี้ว่า นี่เป็นผลจากโภชนาการแบบเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งถือเป็น “จอกศักดิ์สิทธิ์” ของไลฟ์สไตล์การมีสุขภาพดี

“คนอิตาลีทานเนื้อมาหลายศตวรรษแล้ว ถ้าไม่ทานมากเกินควร เนื้อดีต่อสุขภาพแน่ ๆ” คลอดิโอ กล่าว และเขาเชื่อว่า อาหารจากแมลงจะเป็นภัยคุกคามต่อประเพณีการทำอาหารของอิตาลี ซึ่งถือเป็นประเพณีศักดิ์สิทธิ์ในประเทศ

“อาหารเหล่านี้มันคือขยะ” เขากล่าว “เราไม่คุ้นกับมัน มันไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโภชนาการเมดิเตอร์เรเนียน มันอาจเป็นภัยต่อผู้คนด้วย เราไม่รู้หรอกว่าทานแมลงไปแล้ว จะเกิดอะไรกับร่างกายเราบ้าง”

“ผมต่อต้านผลิตภัณฑ์อาหารใหม่นี้อย่างเต็มที่ ผมปฏิเสธจะทานมัน”

Claudio Lauteri, who owns a farm near Rome that has been in his family for four generations

ที่มาของภาพ, Francesco Tosto/BBC

คำบรรยายภาพ, เจ้าของฟาร์มปฏิเสธทานอาหารจากแมลง และมองว่าแมลงเป็นภัยต่อโภชนาการเมดิเตอร์เรเนียน

ในขณะที่การทำฟาร์มแมลงกำลังเพิ่มจำนวนขึ้นในยุโรป แต่กระแสต่อต้านอาหารจากแมลงก็เพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน

การตัดสินใจของสหภาพยุโรปที่อนุมัติการจำหน่ายแมลงเพื่อการบริโภคของมนุษย์ เป็นสิ่งที่สมาชิกพรรคขวาจัดอย่าง “พรรคพี่น้องแห่งอิตาลี” (Brothers of Italy) วิจารณ์ว่า เป็น “เหมือนความบ้าคลั่ง”

นายกรัฐมนตรี จอร์เจีย เมลานี ที่เปรียบอิตาลีว่าเป็น “มหาอำนาจทางอาหาร” ได้จัดตั้งกระทรวง “เมดอินอิตาลี” (Made in Italy) เมื่อเธอได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่ง ด้วยเป้าหมายพิทักษ์ประเพณีด้านอาหารอันดีงาม

“ผลิตภัณฑ์แมลงกำลังถูกจัดวางตามชั้นวางในซูเปอร์มาร์เก็ต ผงแมลง ตัวอ่อนแมลง อร่อยนักล่ะ” เธอพูดด้วยโทนเสียงเหมือนขยะแขยง

ท่ามกลางความวิตกว่า แมลงอาจกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของอาหารอิตาลี รัฐมนตรีอิตาลี 3 คน ได้ออกกฎหมาย 4 ฉบับ ระบุว่า “ในทางหลักการนั้น ไม่ควรนับผงแมลงเหล่านี้ว่าเป็นอาหารที่ผลิตในอิตาลี” ฟรานเชสโก โลลโลบริกิดา รัฐมนตรีกระทรวงเกษตร กล่าว

A chef at a restaurant in Italy makes pasta using flour made from crickets

ที่มาของภาพ, Francesco Tosto/BBC

คำบรรยายภาพ, เชฟ ซิโมน ลอดโด ทำพาสตาจากแป้งที่มีส่วนผสมของจิ้งหรีดให้ลูกค้าที่ร้านอาหารใกล้เมืองตูริน

อาหารจากแมลงไม่เพียงทำให้ความคิดเห็นแตกแยกในอิตาลี เพราะในโปแลนด์ นี่กลายเป็นประเด็นร้อนก่อนการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปีนี้

เมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา นักการเมืองจากสองพรรคการเมืองหลัก กล่าวหาอีกฝ่ายว่านำเสนอนโยบายที่จะบีบบังคับให้ประชาชนทานแมลง ผู้นำพรรคฝ่ายค้านหลัก อย่าง โดนัลด์ ทัสค์ ตีตรารัฐบาลว่ากำลัง “สนับสนุนซุปหนอน” ให้คนกิน

ขณะเดียวกัน ออสเตรีย เบลเยียม และเนเธอร์แลนด์ ดูจะเปิดใจรับการกินแมลงมากกว่า โดยในออสเตรียนั้น ประชาชนกินแมลงตากแห้งเป็นอาหารเรียกน้ำย่อย ส่วนชาวเบลเยียมเปิดรับการทานหนอนนกในเครื่องดื่มชูกำลัง เบอเกอร์ และซุป

“โชคร้าย มันยังมีการบิดเบือนข้อมูลมากมายเกี่ยวกับการทานแมลง” แดเนียล สค็อกนามิกลิโอ เจ้าของร้านอาหารที่เสิร์ฟพาสตาจิ้งหรีด ระบุ

แต่เขาก็ชี้ว่า เริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงบ้างแล้ว เพราะคนจำนวนหนึ่ง เริ่มสั่งอาหารที่ผลิตจากแมลงจากเมนูอาหารของเขา แม้ส่วนใหญ่จะสั่งเพราะความฉงนสงสัยก็ตาม

ด้วยประชากรโลกเพิ่มทะลุ 8 พันล้านคน ก่อให้เกิดความกลัวว่าทรัพยากรโลกจะไม่เพียงพอรองรับความต้องการอาหารของประชากรมากขนาดนี้

องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติประเมินว่า การผลิตทางการเกษตรทั่วโลกจะต้องเพิ่มขึ้น 70% เพื่อรองรับประชาชนที่เพิ่มมากขึ้น ดังนั้น การเปลี่ยนมาทานโปรตีนที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม อย่าง แมลง อาจกลายเป็นสิ่งจำเป็น

จนถึงตอนนี้ ความเป็นไปได้ที่จะผลิตและจัดจำหน่ายอาหารแมลงยังถูกจำกัดอยู่ แต่การอนุมัติของสหภาพยุโรป ทำให้เกิดความคาดหวังว่าอุตสาหกรรมนี้จะเติบโต และราคาลดลง จนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น

อิวาน กล่าวว่า เขาได้รับคำร้องขอซื้อผลิตภัณฑ์ของเขาจากร้านอาหารและซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่ง

“ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแทบเป็นศูนย์ เราเป็นจิ๊กซอร์หนึ่งที่จะช่วยโลกนี้ได้”