"เส้นแดงต้องห้ามถูกข้ามไปหมดแล้ว" ประเทศในอ่าวอาหรับต่างชั่งน้ำหนัก จะตอบโต้การโจมตีของอิหร่านหรือไม่อย่างไร

A satellite image of Jebel Ali Port, after one of the berths caught fire because of debris from an intercepted missile, in Dubai, United Arab Emirates

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ที่จอดเรือบริเวณท่าเรือเจเบล อาลี ของดูไบ เกิดไฟปะทุขึ้นหลังถูกเศษซากขีปนาวุธที่ถูกสกัดกั้นตกใส่
    • Author, บาร์บารา เพลตต์-อัชเชอร์
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซี
    • Reporting from, กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์
  • เวลาอ่าน: 5 นาที

ประเทศต่าง ๆ ในอ่าวอาหรับต่างพบว่าพวกเขาตกอยู่ในแนวหน้าของสงครามครั้งล่าสุดในตะวันออกกลาง และพวกเขากำลังโกรธเกรี้ยว

อิหร่านได้ตอบโต้การโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ-อิสราเอล ด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนรวมหลายร้อยครั้งไปยังประเทศเพื่อนบ้านต่าง ๆ ในอ่าวอาหรับ โดยมุ่งเป้าไปที่ฐานทัพต่าง ๆ ที่อเมริกามาตั้งไว้ในประเทศเหล่านั้น แต่ในขณะเดียวกันพวกเขาก็โจมตีโครงสร้างของพลเรือนและโครงสร้างทางพลังงานไปด้วย

การกระทำเช่นนี้กระทบภาพลักษณ์อ่าวอาหรับในฐานะศูนย์กลางการเดินทาง การท่องเที่ยว และการเงินที่ปลอดภัยและมีอารยะ ทั้งยังทำให้อุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซปั่นป่วนได้อย่างฝังลึกถึงแก่น

นี่คือสงครามที่รัฐบาลชาติอาหรับต่าง ๆ ไม่ต้องการและพยายามป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น คำถามก็คือพวกเขาจะถูกดึงเข้าสู่สงครามนี้ผ่านสิ่งที่พวกเขาเรียกว่าการโจมตี "อันทรยศ" ของอิหร่านหรือไม่

"เส้นแดงต้องห้ามถูกข้ามไปหมดแล้ว" มาเจด อัล อันซารี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของกาตาร์ ระบุในการแถลงข่าวเมื่อวันอังคาร

"การโจมตีอธิปไตยของเรายังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง" เขาบอกกับผู้สื่อข่าว

"มีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน มีการโจมตีพื้นที่อยู่อาศัยของเรา และผลกระทบจากการโจมตีนั้นชัดเจนมาก เมื่อพูดถึงการตอบโต้ที่อาจเกิดขึ้น ทางเลือกทั้งหมดอยู่กับผู้นำของเรา แต่เราต้องทำให้ชัดเจนมาก ๆ ว่าการโจมตีเช่นนี้จะไม่ถูกปล่อยผ่าน และไม่สามารถถูกปล่อยผ่านไปได้"

คำบรรยายวิดีโอ, จากวิดีโอจะเห็นกลุ่มควันลอยขึ้นจากฐานทัพเรือที่สหรัฐฯ ดำเนินการอยู่ในบาห์เรน

โดยส่วนใหญ่แล้ว ขีปนาวุธที่อิหร่านยิงมาจะถูกสกัดกั้นไว้ได้ทั่วทั้งภูมิภาค แต่เศษซากของมันที่ตกลงมาได้ก่อให้เกิดเปลวเพลิงลุกไหม้และคร่าชีวิตผู้คน ส่วนโดรนที่สามารถผ่านระบบป้องกันภัยทางอากาศมาได้ง่ายกว่าก็มักจะสร้างความเสียหายเพียงเล็กน้อย แต่ก็ยังสามารถสร้างความโกลาหลที่รบกวนการค้าและการเดินทางท่องเที่ยว

มันดูจะเป็นกลยุทธ์ของอิหร่านเพื่อเพิ่มเดิมพันสำหรับเพื่อนบ้านประเทศอาหรับต่าง ๆ ด้วยความหวังว่าพวกเขาจะไปเพิ่มแรงกดดันต่อสหรัฐฯ ให้ยุติสงคราม

เชื่อกันว่าอิหร่านได้ส่งโดรนและยิงขีปนาวุธใส่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นประเทศศูนย์กลางทางการค้าและการท่องเที่ยวที่มีอิทธิพลในอ่าวอาหรับ มากเกือบจะเท่ากับที่ส่งไปโจมตีอิสราเอล ตามการรายงานของไฟแนลเชียลไทมส์

อิหร่านสามารถใช้อุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซซึ่งมีความสำคัญในภูมิภาคมาเป็นอาวุธได้ การก่อกวนอุตสาหกรรมเหล่านี้อาจสร้างแรงกระแทกไปทั่วเศรษฐกิจโลก

แต่กลยุทธ์นี้ของอิหร่านก็อาจย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองได้ อิหร่านเสี่ยงที่จะผลักให้ประเทศต่าง ๆ ในอ่าวอาหรับไปใกล้ชิดกับรัฐบาลอเมริกามากขึ้น รวมทั้งเสี่ยงทำให้เหล่าประเทศอาหรับเข้ามาร่วมในสงครามด้วยในบางรูปแบบ

จนถึงตอนนี้ พวกเขายังคงปฏิเสธที่จะให้สหรัฐฯ ใช้น่านฟ้าและดินแดนของพวกเขาในการโจมตีอิหร่าน

แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งมันก็อาจเปลี่ยนแปลงได้ โดยพวกเขาอาจตัดสินใจเข้าร่วมปฏิบัติการทางการทหารก็ได้

ตอนนี้ยังไม่ถึงจุดนั้น โดยประเทศอาหรับต่างให้ความสนใจไปที่การป้องกันตัวเอง แต่มันก็ขึ้นอยู่ด้วยว่าสงครามครั้งนี้จะยืดเยื้อไปยาวนานแค่ไหน

คำบรรยายวิดีโอ, วิดีโอแสดงให้เห็นเศษซากปรักหักพังกระจายบนพื้นสนามบินในดูไบ

บางประเทศอาจลังเลที่จะแสดงท่าทีเหมือนว่าเข้าข้างอิสราเอลในความขัดแย้งครั้งนี้

การรุกรานของอิสราเอลที่ทำลายล้างและคร่าชีวิตผู้คนในกาซาเพื่อตอบโต้การโจมตีของกลุ่มฮามาสเมื่อเดือน ต.ค. 2023 ตลอดจนการแทรกแซงทางการทหารในประเทศอื่น ๆ เช่น ในเลบานอน และซีเรีย ทำให้ความสัมพันธ์ของอิสราเอลกับชาติอาหรับต่าง ๆ ตึงเครียดขึ้น พวกเขาโกรธที่อิสราเอลทิ้งระเบิดในกาตาร์เมื่อปีที่แล้วในความพยายามเพื่อจะสังหารผู้นำฮามาส

แต่สิ่งที่ชัดเจนในตอนนี้คือ การโจมตีจากอิหร่านได้เสริมสร้างความสมัครสมานสามัคคีระหว่างประเทศต่าง ๆ ในอ่าวอาหรับ

สมาชิกทั้งหกประเทศของคณะมนตรีความร่วมมือแห่งรัฐอ่าวอาหรับ ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย, คูเวต, กาตาร์, บาห์เรน, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และโอมาน ได้พบปะกันในการประชุมฉุกเฉินเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเพื่อแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน โดยพวกเขาได้ให้คำมั่นด้วยว่าจะ "ใช้มาตรการที่จำเป็นทุกประการในการรักษาความมั่นคงและเสถียรภาพของพวกเขา รวมถึงปกป้องดินแดน พลเรือน และผู้อยู่อาศัยในดินแดนของพวกเขา ซึ่งนี่รวมถึงทางเลือกในการตอบสนองต่อการรุกรานนี้ด้วย"

อันวาร์ การ์กาช ที่ปรึกษาอาวุโสด้านการทูตของประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้เรียกร้องให้อิหร่านมีสติ

"สงครามของคุณไม่ใช่สงครามกับเพื่อนบ้าน" เขาเขียนลงบนโพสต์ในแพลตฟอร์มเอ็กซ์ (X) "กลับสู่ที่มั่นของคุณเถิด และตกลงกับบรรดาเพื่อนบ้านของคุณด้วยเหตุผลและความรับผิดชอบ ก่อนที่วงแห่งความโดดเดี่ยวและความรุนแรงจะขยายกว้างขึ้น"