ชาวอิหร่านในกรุงเตหะรานกักตุนของจำเป็น ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากสงครามที่เพิ่มสูงขึ้น

ที่มาของภาพ, AFP via Getty Images
- Author, กอนเชห์ ฮาบิบิอาซาด
- Role, ผู้สื่อข่าวอาวุโสบีบีซีแผนกภาษาเปอร์เซีย
- เวลาอ่าน: 6 นาที
ประชาชนในกรุงเตหะรานกำลังกักตุนสิ่งของจำเป็น เนื่องจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับระยะเวลาที่สงครามจะดำเนินต่อไปเพิ่มมากขึ้นในเมืองหลวงของอิหร่าน
คนในพื้นที่บอกกับบีบีซีแผนกภาษาเปอร์เซียว่า พวกเขามีความกังวลเกี่ยวกับการหาซื้อของกินของใช้และการขึ้นราคาสินค้า ขณะที่เสียงระเบิดยังคงดังขึ้นทั่วเมือง
"พวกเราต้องกักตุนของ เพราะเราไม่รู้ว่าสถานการณ์จะยืดเยื้อไปนานแค่ไหน" นัสริน ชาวกรุงเตหะรานคนหนึ่งกล่าว
"เรากังวลว่าเราจะขาดแคลนของจำเป็น หากไม่กักตุนไว้"
ก่อนความขัดแย้งครั้งล่าสุดปะทุขึ้น ราคาสินค้าในอิหร่านนั้นสูงอยู่ก่อนแล้ว โดยแรงกดดันเรื่องค่าครองชีพและมาตรการการคว่ำบาตรจากนานาประเทศเคยจุดชนวนให้เกิดการประท้วงทั่วประเทศเมื่อเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งนำไปสู่การปราบปรามอย่างรุนแรงโดยระบอบสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน
การโจมตีทางอากาศ

จากคำบอกเล่าของชาวบ้านบางรายที่สามารถหาสัญญาณอินเทอร์เน็ตเพื่อให้สัมภาษณ์กับบีบีซีแผนกภาษาเปอร์เซียได้ แม้ประเทศอยู่ระหว่างการตัดสัญญาณ พวกเขาบอกว่าการโจมตีของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลตลอดหลายวันที่ผ่านมา ทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง
ทั้งนี้ สำนักข่าวนานาชาติมักถูกปฏิเสธวีซ่าเข้าประเทศอิหร่าน ส่งผลให้ความสามารถในการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ภายในประเทศถูกจำกัดอย่างหนัก ขณะที่การตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตยิ่งทำให้การรายงานยากขึ้นไปอีก
ปูยา ผู้พักอาศัยในกรุงเตหะราน กล่าวว่าราคาสินค้าได้ปรับเพิ่มขึ้นตั้งแต่สงครามปะทุเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
"ผมเพิ่งเช็กราคา ข้าวตอนนี้อยู่ที่ 625 โตมาน ก่อนสงครามราคายังอยู่ที่ 530 โตมาน" เขากล่าว และเสริมว่า สินค้าที่ได้รับผลกระทบรุนแรงมากที่สุดคือมันฝรั่ง
สื่อทางการของอิหร่านรายงานว่า "เพื่อให้สอดคล้องกับการตัดสินใจของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการจัดหาสินค้าจำเป็น" การส่งออกสินค้าอาหารและผลิตผลทางการเกษตรทั้งหมดจึงถูกสั่งห้าม "จนกว่าจะมีประกาศเป็นอย่างอื่น"
แพ็กเกจอินเทอร์เน็ตก็มีราคาเพิ่มขึ้นเช่นกัน ตามคำบอกของชายัน ชาวเมืองคาราจ ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเตหะรานราว 1 ชั่วโมงด้วยการเดินทางด้วยรถยนต์
"ตอนนี้เข้าถึงอินเทอร์เน็ตยากมาก" เขากล่าว และบอกด้วยว่าราคาแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตผ่านระบบสตาร์ลิงก์ของอีลอน มัสก์ แพงขึ้น "อย่างมหาศาล"
โอมิด ชายวัย 26 ปีในกรุงเตหะราน กล่าวว่า "ผู้คนเริ่มรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อยเกี่ยวกับสถานการณ์ที่ยืดเยื้อออกไป"
เขาบอกว่าเขาเคยคิดว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลจะมุ่งเป้าไปที่บุคคลบางคน เช่น อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ซึ่งถูกลอบสังหารเมื่อวันเสาร์ และคาดว่าการโจมตี "คงจะสิ้นสุดลงแล้วตอนนี้"
แต่เขายังคงได้ยินเสียงระเบิดมากขึ้นในเมืองช่วงบ่ายวันอังคารที่ผ่านมา และเนื่องจากการโจมตียังคงดำเนินต่อไป เขาจึงกักตุนของจำเป็นไว้
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกร้านที่จะยังเปิดทำการ "มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบนท้องถนนมากขึ้น แต่ท้องถนนกลับเงียบ" เขากล่าว
"บางร้านปิดให้บริการ โดยเฉพาะร้านที่อยู่ใกล้บริเวณที่ได้รับผลกระทบ"
หนีออกจากกรุงเตหะราน

ชาวเมืองคนอื่น ๆ รายงานว่าพวกเขาได้ยินและเห็นการระเบิดในกรุงเตหะรานเมื่อวันจันทร์และวันอังคารที่ผ่านมา
มาร์ยัม ชาวกรุงเตหะรานอีกคนหนึ่ง บอกว่าเธออยู่ใกล้บริเวณที่ถูกขีปนาวุธโจมตีในคืนวันจันทร์ที่ 2 มี.ค.
"การโจมตีเมื่อคืนเลวร้ายมาก" เธอกล่าวผ่านข้อความ "บ้านของพวกเราสั่นไปหมด"
ชาวเมืองบางส่วนกล่าวว่าพวกเขาได้หนีออกจากกรุงเตหะราน หลังเกิดการโจมตีในเมืองหลวง ทว่ามาร์ยัมตั้งใจจะอยู่ที่นี่ต่อ
"บางคนออกจากกรุงเตหะรานไปแล้ว แต่พวกเรายังอยู่ที่บ้าน" เธอกล่าว
"ถ้าเราไม่ถูกฆ่า เราก็จะอยู่ที่นี่ตราบเท่าที่มีการเรียกร้องให้ออกมาประท้วงบนท้องถนน แล้วฉันกับครอบครัวจะออกไปเข้าร่วม ฉันดีใจมากที่เจ้าหน้าที่พวกนี้ถูกจัดการ พวกเราจะทนการโจมตีต่อไปจนกว่าพวกมันทั้งหมดจะหมดสิ้น"
สมาคมเสี้ยววงเดือนแดงอิหร่านระบุว่ามีผู้เสียชีวิตราว 787 คนในอิหร่าน นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มโจมตีประเทศเมื่อวันที่ 28 ก.พ.
สถานการณ์ยังคงปั่นป่วนอย่างหนัก โดยกองทัพอิสราเอลระบุว่าได้โจมตีทำเนียบประธานาธิบดีของอิหร่านไปเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา รวมถึงเป้าหมายโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ
วิดีโอที่บีบีซีตรวจสอบแล้ว แสดงให้เห็นภาพการระเบิดทางทิศตะวันออกของกรุงเตหะราน รวมถึงในเมืองปาร์ดีสด้วยเช่นกัน
ขณะเดียวกัน ทางอิหร่านก็ตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนในวงกว้าง โดยมุ่งเป้าใส่หน่วยงานรัฐบาลและกองทัพอิสราเอลในกรุงเทลอาวีฟและพื้นที่อื่น ๆ
นอกจากนี้ยังมีรายงานการโจมตีในประเทศที่มีฐานทัพสหรัฐฯ ได้แก่ กาตาร์ บาห์เรน จอร์แดน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์หรือยูเออี (UAE) และคูเวต รวมถึงโอมานและซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นพันธมิตรของสหรัฐฯ
อิหร่านยังถูกกล่าวหาว่าขยายการโจมตีไปยังเป้าหมายอื่นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเรือพาณิชย์ พื้นที่พลเรือน โรงแรมในดูไบ ไปจนถึงสถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงริยาด เมืองหลวงของซาอุดีอาระเบีย































