รัสเซียทำการโจมตีทางอากาศ "ครั้งใหญ่ที่สุด" ต่อยูเครน มีพี่น้อง 3 คนอายุ 8-17 ปี เสียชีวิตด้วย

Emergency workers work at the site where private houses were destroyed in a Russian rocket strike, amid Russia's attack on Ukraine, in Markhalivka

ที่มาของภาพ, Reuters

    • Author, เจมส์ วอเตอร์เฮาส์
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซี ประจำประเทศยูเครน รายงานจากกรุงเคียฟ
    • Author, ยาโรสลาฟ ลูคิฟ, เจมมา ครูว์ และราเชล ฮาแกน
    • Role, บีบีซีนิวส์

ประธานาธิบดียูเครนโวโลดิมีร์ เซเลนสกี กล่าวหาว่าการที่สหรัฐฯ "นิ่งเฉย" หลังการโจมตีของรัสเซียระลอกล่าสุดถือเป็นการสนับสนุนประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน โดยเซเลนสกีกล่าวเช่นนี้หลังรัสเซียทำการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ที่สุด

ในการโจมตีช่วงค่ำวานนี้ รัสเซียยิงโดรนและขีปนาวุธจำนวน 367 ลูก ซึ่งเป็นจำนวนสูงที่สุดที่เคยยิงในคืนเดียวนับตั้งแต่ที่ปูตินเปิดฉากรุกรานยูเครนอย่างเต็มรูปแบบในปี 2022

มีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 ราย โดยในจำนวนนั้นเป็นเด็ก 3 ราย และยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายสิบราย จากเหตุโจมตีทั่วยูเครน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากการโจมตีกรุงเคียฟครั้งรุนแรงที่สุดในรอบหลายเดือน

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ตอบโต้เมื่อช่วงดึกของวันอาทิตย์ โดยเขาบอกกับนักข่าวว่า "ผมไม่พอใจในสิ่งที่ปูตินทำ เขาฆ่าคนไปจำนวนมาก"

กองทัพอากาศยูเครนกล่าวว่าตั้งแต่เวลา 20:40 น. ของวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น รัสเซียได้โจมตีทางอากาศโดยใช้โดรนจำนวน 298 ลำ และขีปนาวุธร่อนกับขีปนาวุธพิสัยไกลอีก 69 ลูก

กองทัพอากาศของยูเครนกล่าวว่า พวกเขาได้สกัดขีปนาวุธร่อน 45 ลูก และทำลายโดรน 266 ลำ โดยพื้นที่ส่วนใหญ่ของยูเครนได้รับผลกระทบ และมีรายงานการถูกโจมตีใน 22 พื้นที่ ซึ่งเป็นตัวเลขสูงที่สุดจนถึงปัจจุบัน เซเลนสกีกล่าวว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังทำงานในเมืองและหมู่บ้านต่าง ๆ มากกว่า 30 แห่ง

แม้จะมีการเรียกร้องจากนานาชาติที่เพิ่มมากขึ้น แต่รัสเซียก็ยังคงเพิ่มความรุนแรงในการโจมตีทางอากาศ โดยไม่มีทีท่าว่าจะยุติการโจมตี อีกทั้งยังเพิกเฉยต่อข้อเรียกร้องหยุดยิง

ในข้อความจากเซเลนสกีที่ส่งตรงถึงทรัมป์ ผู้ซึ่งเคยกล่าวอ้างว่าปูตินสนใจที่จะยุติสงคราม เซเลนสกีชี้ว่า "โลกอาจหยุดพักร้อน แต่สงครามดำเนินต่อไป ไม่เว้นวันหยุดสุดสัปดาห์หรือวันทำงาน"

"การโจมตีเหล่านี้ต้องไม่ถูกเพิกเฉย การนิ่งเฉยของสหรัฐฯ และของประเทศอื่น ๆ ในโลก ล้วนแต่เป็นการหนุนหลังต่อปูตินเท่านั้น"

เซเลนสกี เสริมด้วยว่า "จะไม่สามารถหยุดยั้งความโหดร้ายได้" หากปราศจาก "แรงกดดันอย่างยิ่งยวดต่อรัสเซีย"

ความคิดเห็นแรกของทรัมป์เกี่ยวกับการโจมตีครั้งล่าสุดของรัสเซียเกิดขึ้นไม่กี่ชั่วโมงให้หลังที่สนามบินในเมืองมอร์ริสทาวน์ รัฐนิวเจอร์ซี ขณะที่เขากำลังเตรียมตัวเดินทางกลับกรุงวอชิงตัน

"ผมไม่พอใจปูติน ผมไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไร เกิดบ้าอะไรขึ้นกับเขา" ทรัมป์กล่าว

ทั้งนี้ ทรัมป์ปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดว่าเขาจะตอบสนองต่อการโจมตีดังกล่าวอย่างไร

ก่อนทรัมป์จะให้สัมภาษณ์ มีเพียง คีธ เคลล็อกก์ ทูตพิเศษของทรัมป์ประจำยูเครน ในฐานะเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ที่ออกมาแสดงปฏิกิริยาต่อการโจมตีของรัสเซีย

โดยเขาได้โพสต์ภาพที่อ้างว่าคือควันที่พวยพุ่งขึ้นบนท้องฟ้ายามค่ำคืนเหนือเมืองหลวงของยูเครนหลังการโจมตีของรัสเซีย บนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ (X)

"นี่คือกรุงเคียฟ การสังหารผู้หญิงและเด็กโดยไม่เลือกหน้าในบ้านของพวกเขาในเวลากลางคืนเป็นการละเมิดอย่างชัดเจนต่อพิธีสารสันติภาพเจนีวาปี 1977 (Geneva Peace Protocols) ที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องผู้บริสุทธิ์ การโจมตีเหล่านี้เป็นเรื่องน่าละอายใจ หยุดการสังหาร หยุดยิง ณ ตอนนี้" เคลล็อกก์ เขียน

พิธีสารปี 1977 เป็นการแก้ไขอนุสัญญาเจนีวา ซึ่งกำหนดกฎเกณฑ์ที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติเพื่อปฏิบัติในช่วงสงคราม

ในจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมด มีเหยื่อ 3 รายจากภูมิภาคซิตโทเมีย (Zhytomyr) ทางตะวันตกของกรุงเคียฟ ที่เป็นเด็ก โดยพวกเขาเป็นพี่น้องกัน ตามคำกล่าวของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศยูเครน มาเรียอานา เบตซา ในแถลงการณ์บนเอ็กซ์ ซึ่งเธอระบุว่า เด็ก ๆ เหล่านนี้คือ สตานิสลาฟ วัย 8 ขวบ, ทามาร่า วัย 12 ขวบ และ โรมาน วัย 17 ปี

Three siblings eight-year-old Stanislav, Tamara, 12, and Roman, 17 killed in latest Russian strikes

ที่มาของภาพ, Ukraine deputy foreign minister

คำบรรยายภาพ, พี่น้องตานิสลาฟ วัย 8 ขวบ, ทามาร่า วัย 12 ขวบ และ โรมาน วัย 17 ปี ถูกสังหารจากการโจมตีของรัสเซีย ตามคำกล่าวของเจ้าหน้าที่รัฐในยูเครน

ตอนที่เซเลนสกีกล่าวถึง "ความนิ่งเฉยของอเมริกา" เขาน่าจะหมายถึง การที่สหรัฐฯ ยังลังเลที่จะออกมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมต่อมอสโก แม้รัสเซียจะยังคงรุกรานยูเครนอย่างต่อเนื่อง

ข้อโต้แย้งของเซเลนสกีคือ เครื่องจักรสงครามของรัสเซียยังไม่ได้ถูกบีบคั้นมากพอ อีกทั้งยังไม่มีแรงจูงใจมากพอที่จะชักจูงให้รัสเซียข้าร่วมการเจรจาหยุดยิงอย่างจริงจัง

ทรัมป์บอกว่าเขาต้องการใช้ผลประโยชน์มากกว่าบทลงโทษเพื่อโน้มน้าวให้รัสเซียตกลงหยุดยิง แต่นอกเหนือจากการเจรจาโดยตรงระหว่างยูเครนกับรัสเซียและการแลกเปลี่ยนเชลยศึกเพิ่มเติมแล้ว ก็แทบไม่มีความคืบหน้าในการยุติการสู้รบ แม้ว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะใจร้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็ตาม

ขณะที่พันธมิตรของยูเครนในยุโรปกำลังเตรียมพร้อมที่จะคว่ำบาตรรัสเซียเพิ่มเติม แต่สหรัฐฯ กล่าวว่าพวกเขาจะพยายามเป็นตัวกลางเจรจาสันติภาพต่อไปหรือ "ถอนตัว" หากไม่มีความคืบหน้าเกิดขึ้น

ทั้งข้อเรียกร้องเพื่อสันติภาพที่ยังคงสุดโต่งของรัสเซีย การที่ปูตินไม่ยอมเข้าร่วมการเจรจาหยุดยิงครั้งล่าสุดในตุรกี และการทิ้งระเบิดทางอากาศอย่างหนักต่อยูเครนตลอด 48 ชั่วโมงที่ผ่านมา ทำให้ยากจะเข้าใจว่ารัฐบาลรัสเซียต้องทำอะไรเพิ่มอีก เพื่อให้ทำเนียบขาวใช้มาตรการที่แข็งกร้าวมากขึ้น

กระทรวงกลาโหมของรัสเซียกล่าวว่า พวกเขาได้สร้างความเสียหายต่อเป้าหมายหลายแห่งในยูเครน รวมถึงสนามบินทหาร คลังกระสุน และสถานีสงครามไฟฟ้า โดยอ้างว่าได้สร้างความเสียหายใน 142 พื้นที่

มีรายงานการโจมตีเกิดขึ้นใน 13 ภูมิภาค มีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 60 คน อาคารที่พักอาศัยได้รับความเสียหาย 80 หลัง และเกิดเพลิงไหม้ 27 ครั้ง ตามคำกล่าวของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของยูเครนอิกอร์ คลีเมนโก

คลีเมนโกเรียกการโจมตีครั้งนี้ว่าเป็น "การโจมตีอย่างผสมผสานที่โหดร้าย โดยมุ่งเป้าไปที่พลเรือน"

ผู้หญิง 2 คน อายุ 85 ปี และ 56 ปี เสียชีวิตหลังจากบ้านหลังหนึ่งในเมืองคูเปียนส์คถูกโจมตี ตามคำกล่าวของนายโอเลห์ ซินีฮูบอฟ หัวหน้าภูมิภาคคาร์คิฟ

ในภูมิภาคเคียฟ มีผู้เสียชีวิต 4 ราย และบาดเจ็บ 16 ราย รวมถึงเด็ก 3 ราย ตามรายงานของบริการฉุกเฉินแห่งรัฐของยูเครน (DSNS)

ปูตินเปิดฉากการรุกรานยูเครนอย่างเต็มรูปแบบในเดือน ก.พ. 2022 และปัจจุบันมอสโกควบคุมพื้นที่ของยูเครนประมาณ 20% ซึ่งรวมถึงไครเมีย คาบสมุทรทางตอนใต้ของยูเครนที่ถูกรัสเซียผนวกเข้าในปี 2014

การโจมตีด้วยโดรนครั้งใหญ่ที่สุดของรัสเซียครั้งก่อนเกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ตอนที่พวกเขาปล่อยโดรนมากถึง 273 ลำ มาโจมตีพื้นที่ในภูมิภาคเคียฟตอนกลาง และภูมิภาคดนีโปรเปตรอฟสค์ (Dnipropetrovsk) และโดเนตสค์ (Donetsk) ทางตะวันออก ตามข้อมูลของกองทัพอากาศยูเครน

รัสเซียไม่เพียงแต่สามารถผลิตโดรนได้อย่างรวดเร็วมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องอีกด้วย ปัจจุบันโดรนชาเฮด (Shahed) ถูกบรรจุด้วยวัตถุระเบิดและเทคโนโลยีที่ปรับปรุงให้หลีกเลี่ยงการตรวจจับได้ดีขึ้น

ยูเครนระบุว่า 13 ภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบจากการหยุดงานในวันอาทิตย์ ได้แก่ กรุงเคียฟและภูมิภาคอื่น ๆ ของเมืองหลวง รวมถึงภูมิภาคของจิโตเมียร์ (Zhytomyr), คเมลนิตสกี (Khmelnytskyi), เทอร์โนปิล (Ternopil), ดนิโปรเปตรอฟสค์ (Dnipropetrovsk), ไมโคไลฟ (Mykolaiv), โอเดสซา (Odesa), คาร์คิฟ (Kharkiv), เชอร์นิฮิฟ (Chernihiv), เชอร์คาซี (Cherkasy), ซูมี (Sumy), และโปลตาวา (Poltava)

ในกรุงเคียฟ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นรายงานว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 11 ราย เกิดเหตุเพลิงไหม้หลายแห่ง และอาคารที่พักอาศัยได้รับความเสียหาย รวมถึงหอพัก

เพื่อนร่วมงานของผู้สื่อข่าวบีบีซี ส่งข้อความมาแจ้งว่าอาคารอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งถูกทำลาย ซึ่งอยู่ห่างจากที่ที่เธออาศัยเพียง 5 นาทีหากเดินทางด้วยรถยนต์

การโจมตีเกิดขึ้นในขณะที่กรุงเคียฟกำลังเฉลิมฉลองวันครบรอบ "วันเคียฟ" ประจำปี

A resident looks at an apartment building that was damaged in a Russian drone strike, amid Russia's attack on Ukraine, in Kyiv.

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ผู้อยู่อาศัยมองไปที่อาคารอพาร์ตเมนต์ที่ได้รับความเสียหายจากการโจมตีด้วยโดรนของรัสเซีย ในกรุงเคียฟ

กระทรวงกลาโหมของรัสเซียรายงานว่ามีโดรนยูเครนจำนวน 110 ลำถูกทำลายและสกัดกั้นใน 12 ภูมิภาคของรัสเซีย และคาบสมุทรไครเมียระหว่างเที่ยงคืนถึง 07:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น

นายกเทศมนตรีกรุงมอสโก เซอร์เกย์ โซเบียนิน รายงานว่ามีโดรน 12 ลำที่กำลังมุ่งหน้าไปยังเมืองหลวงถูกยิงสกัดตก พร้อมเสริมด้วยว่า ได้มีการส่งเจ้าหน้าที่บริการฉุกเฉินไปประเมินความเสียหายที่เกิดจากเศษซากโดรนที่ร่วงหล่นลงมา

ในภูมิภาคตูลา (Tula) ทางใต้ของมอสโก เศษซากโดรนตกลงมาที่ลานของอาคารที่พักอาศัย ทำให้หน้าต่างของอพาร์ตเมนต์หลายแห่งแตก ผู้ว่าการท้องถิ่นดมิทรี มิลยาเยฟ กล่าว พร้อมเสริมว่า ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ยังเป็นวันที่สามและวันสุดท้ายของการแลกเปลี่ยนเชลยศึกครั้งใหญ่ระหว่างทั้งสองฝ่ายสงคราม โดยหลังจากสุดสัปดาห์นี้ความหวังต่อความร่วมมือกันในอนาคตของทั้งสองประเทศก็ยิ่งลดน้อยลงไป

ในวันศุกร์ ยูเครนและรัสเซียต่างส่งมอบทหารและพลเรือน 390 นายในการแลกเปลี่ยนเชลยศึกครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากโจมตีเต็มรูปแบบในเดือน ก.พ. 2022

ต่อมาในวันเสาร์ เซเลนสกีประกาศว่าเชลยศึกยูเครนอีก 307 นายได้กลับบ้านแล้ว ตามข้อตกลงแลกเปลี่ยนกับรัฐบาลรัสเซีย

ในวันอาทิตย์ ยูเครนและรัสเซียต่างยืนยันว่าทหารของตน 303 นายได้กลับบ้านแล้ว ทำให้รวมแล้วตลอดสามวัน ทั้งสองประเทศได้เฉลยศึกกลับไปประเทศละ 1,000 นาย

การแลกเปลี่ยนครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากการเจรจาแบบพบหน้ากันครั้งแรกระหว่างทั้งสองฝ่ายในรอบสามปี ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศตุรกี

เมื่อต้นสัปดาห์นี้ ทรัมป์และปูตินได้โทรศัพท์คุยกันนานสองชั่วโมงเพื่อหารือเกี่ยวกับข้อตกลงหยุดยิงยูเครนที่สหรัฐฯ เสนอ

ทรัมป์กล่าวว่า เขาเชื่อว่าการเรียกร้องดังกล่าวเป็นไปอย่าง "ดียิ่ง" และเสริมว่ารัสเซียและยูเครนจะ "เริ่มการเจรจาโดยทันที" เพื่อการหยุดยิงและ "ยุติสงคราม"

อย่างไรก็ตาม ปูตินกล่าวเพียงว่ารัสเซียจะทำงานร่วมกับยูเครนเพื่อร่าง "บันทึกข้อตกลง" เกี่ยวกับ "สันติภาพในอนาคตที่เป็นไปได้" และประเทศยังไม่ได้ยอมรับข้อตกลงการหยุดยิง 30 วัน