เปิดเหตุผลที่ฮามาสปฏิเสธการปลดอาวุธ จนกว่า "รัฐปาเลสไตน์" จะก่อตั้งสำเร็จ

Armed fighters from Hamas' Izz ad-Din al-Qassam Brigades stand guard during the handover of three Israeli hostages to Red Cross representatives in Al Nuseirat refugee camp, central Gaza Strip,

ที่มาของภาพ, EPA-EFE/REX/Shutterstock

คำบรรยายภาพ, ภาพจากเดือน ก.พ. แสดงให้เห็นกลุ่มติดอาวุธฮามาสในระหว่างการส่งมอบตัวประกันชาวอิสราเอล
    • Author, โทมัส แมคอินทอช
    • Role, บีบีซีนิวส์

กลุ่มฮามาสได้ออกมายืนยันอีกครั้งว่าพวกเขาจะไม่ปลดอาวุธจนกว่ารัฐปาเลสไตน์ที่มีอำนาจอธิปไตยจะก่อตั้งขึ้นสำเร็จ โดยถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นเพื่อตอบสนองต่อข้อเรียกร้องสำคัญข้อหนึ่งของอิสราเอลในการเจรจาหยุดยิงในฉนวนกาซา และเพื่อตอบโต้กรณีที่สตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษด้านกิจการตะวันออกกลางของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่ากลุ่มฮามาสได้ "แสดงความตั้งใจ" ที่จะวางอาวุธลง

ขณะที่อิสราเอลมองว่า การปลดอาวุธกลุ่มฮามาสนั้น คือหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญหลายประการในการตกลงใด ๆ ก็ตามเพื่อยุติความขัดแย้ง

อย่างไรก็ตาม การเจรจาทางอ้อมระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสเพื่อตกลงหยุดยิงและปล่อยตัวประกัน หยุดชะงักไปตั้งแต่ช่วงสัปดาห์ที่แล้ว

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา รัฐบาลชาติอาหรับเรียกร้องให้กลุ่มฮามาสปลดอาวุธและยอมจำนนต่อการควบคุมพื้นที่ฉนวนกาซา หลังจากหลายประเทศตะวันตก อาทิ ฝรั่งเศส และแคนาดา ประกาศแผนจะยอมรับ "รัฐปาเลสไตน์" ขณะที่สหราชอาณาจักรก็ประกาศว่าจะดำเนินการเช่นนั้นด้วยหากอิสราเอลไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขบางประการภายในเดือน ก.ย.

ฮามาส ซึ่งเป็นหนึ่งกลุ่มก่อการร้ายต้องห้ามในสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และสหภาพยุโรป ระบุในแถลงการณ์ว่า พวกเขาไม่สามารถละทิ้งสิทธิ์ของพวกเขาในการ "ต่อต้านและถือครองอาวุธ" เว้นแต่ "รัฐปาเลสไตน์ที่มีอิสรภาพและอธิปไตยอย่างเต็มรูปแบบจัดตั้งขึ้น พร้อมกับมีเมืองหลวงอยู่ที่นครเยรูซาเลม"

ด้านพลโท เอยาล ซามีร์ แห่งกองกำลังป้องกันอิสราเอล หรือ ไอดีเอฟ ออกมาเตือนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่าจะไม่มีการผ่อนปรนการสู้รบในฉนวนกาซา หากการเจรจาในการปล่อยตัวประกันออกมาอย่างรวดเร็วจากกลุ่มฮามาสล้มเหลว

และต่อมาในวันเสาร์ ครอบครัวของเอฟยาทาร์ เดวิด หนึ่งในตัวประกัน ออกแถลงการณ์หลังจากที่กลุ่มฮามาสปล่อยวิดีโอที่แสดงให้เห็นเขาในสภาพซูบผอมถอดเสื้ออยู่ในอุโมงค์มืดสลัว

พวกเขากล่าวหากลุ่มฮามาสว่าทำให้เดวิดอดอาหารเพื่อเป็นหนึ่งในเคมเปญโฆษณาชวนเชื่อ และเรียกร้องไปยังรัฐบาลอิสราเอลและสหรัฐฯ ให้ทำทุกวิธีทางที่ทำได้เพื่อช่วยชีวิตเขา

Lishay Lavi, the wife of hostage Omri Miran who was kidnapped in the deadly October 7, 2023 attack on Israel by Hamas, sits amid security wire during a protest to demand the release of hostages held in Gaza

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ลีเชย์ เลวี ภรรยาของออมรี มิราน ตัวประกันที่ถูกจับไปในวันที่กลุ่มฮามาสเข้าโจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2023 นั่งอยู่กลางรั้วลวดหนามในระหว่างการประท้วงที่กรุงเทลอาวีฟ

วิตคอฟฟ์ได้เดินทางไปเยือนอิสราเอลในช่วงเวลาที่เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลกำลังเผชิญกับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากสภาพทางด้านมนุษยธรรมที่เสื่อมโทรมในฉนวนกาซา

หน่วยงานของสหประชาชาติออกมาเตือนว่ากำลังเกิดภาวะอดอยากครั้งใหญ่ในฉนวนกาซาด้วยน้ำมือมนุษย์ และกล่าวโทษอิสราเอลที่เป็นผู้ควบคุมทรัพยากรทุกอย่างที่จะเข้าไปในดินแดนแห่งนี้ ขณะที่อิสราเอลยืนยันว่าไม่ได้มีข้อจำกัดใด ๆ ในการส่งมอบความช่วยเหลือ และ "ไม่มีความอดอยาก"

ก่อนหน้านี้ในวันเสาร์ วิตคอฟฟ์ได้พบกับครอบครัวของบรรดาตัวประกันชาวอิสราเอลที่ยังไม่ถูกปล่อยออกมา ณ กรุงเทลอาวีฟ

ภาพถูกเผยแพร่ผ่านทางออนไลน์แสดงให้เห็นมือเจรจาต่อรองจากรัฐบาลสหรัฐฯ ได้รับการต้อนรับด้วยเสียงปรบมือและการร้องขอความช่วยเหลือจากกลุ่มผู้สนับสนุนครอบครัวตัวประกัน ในขณะที่เขาเดินทางไปถึงจัตุรัสที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง ที่ตอนนี้กลายเป็นสถานที่รู้จักกับสำหรับการจัดชุมนุมประท้วง

วิตคอฟฟ์กล่าวว่า ความพยายามมุ่งสู่สันติภาพนั้น ควรมุ่งเป้าไปที่การยุติความขัดแย้งและพาตัวประกันกลับบ้านให้ได้ทั้งหมด มากกว่าที่จะเป็นการตกลงเพียงบางส่วน

ส่วนหนึ่งของการเดินทางเยือนอิสราเอลครั้งนี้ วิตคอฟฟ์ได้พบกับนายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูเมื่อวันพฤหัสบดี และในวันศุกร์เขาก็ไปตรวจสอบสถานที่ให้ความช่วยเหลือทางตอนใต้ของฉนวนกาซาที่ถูกวิพากย์วิจารณ์อย่างหนัก

ตัวเลขล่าสุดจากองค์การสหประชาชาติระบุว่า มีชาวปาเลสไตน์อย่างน้อย 1,373 คนที่ถูกสังหารระหว่างพยายามหาอาหารนับตั้งแต่ช่วงปลายเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา

องค์การสหประชาชาติยังระบุด้วยว่า ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ถูกสังหารโดยกองทัพอิสราเอล ใกล้กับจุดแจกจ่ายความช่วยเหลือของมูลนิธิด้านมนุษยธรรมกาซา (Gaza Humanitarian Foundation - GHF) ที่มีอิสราเอลและสหรัฐฯ หนุนหลัง

ขณะที่อิสราเอลกล่าวหากลุ่มฮามาสว่าเป็นผู้ยุยงให้เกิดความโกลาหลในสถานที่เหล่านั้น และระบุว่ากำลังพลของพวกเขาไม่ได้ตั้งใจจะยิงใส่พลเรือน

Steve Witkoff shakes hands with a woman wearing a headscarf

ที่มาของภาพ, Office of United States Special Envoy to the Middle East

คำบรรยายภาพ, สตีฟ วิตคอฟฟ์ เดือนทางไปยังฉนวนกาซาเมื่อวันศุกร์เพื่อดูสถานการณ์ด้านมนุษยธรรม

กองทัพอิสราเอลเริ่มการโจมตีในฉนวนกาซาเพื่อตอบโต้การโจมตีของกลุ่มฮามาสในตอนใต้ของอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2023 ซึ่งส่งผลให้มีผู้ถูกสังหาร 1,200 คน และอีกว่า 251 คนถูกจับเป็นตัวประกัน

นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา กระทรวงสาธารณสุขในกาซา ซึ่งบริหารโดยกลุ่มฮามาสรายงานว่า มีกว่า 60,000 คนถูกสังหารในฉนวนกาซา และ 169 คน เสียชีวิตจากภาวะทุพโภชนาการ ในจำนวนนี้มีเด็ก ๆ อยู่ด้วย 93 คน