เปิดเหตุผลที่ฮามาสปฏิเสธการปลดอาวุธ จนกว่า "รัฐปาเลสไตน์" จะก่อตั้งสำเร็จ

ที่มาของภาพ, EPA-EFE/REX/Shutterstock
- Author, โทมัส แมคอินทอช
- Role, บีบีซีนิวส์
กลุ่มฮามาสได้ออกมายืนยันอีกครั้งว่าพวกเขาจะไม่ปลดอาวุธจนกว่ารัฐปาเลสไตน์ที่มีอำนาจอธิปไตยจะก่อตั้งขึ้นสำเร็จ โดยถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นเพื่อตอบสนองต่อข้อเรียกร้องสำคัญข้อหนึ่งของอิสราเอลในการเจรจาหยุดยิงในฉนวนกาซา และเพื่อตอบโต้กรณีที่สตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษด้านกิจการตะวันออกกลางของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่ากลุ่มฮามาสได้ "แสดงความตั้งใจ" ที่จะวางอาวุธลง
ขณะที่อิสราเอลมองว่า การปลดอาวุธกลุ่มฮามาสนั้น คือหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญหลายประการในการตกลงใด ๆ ก็ตามเพื่อยุติความขัดแย้ง
อย่างไรก็ตาม การเจรจาทางอ้อมระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสเพื่อตกลงหยุดยิงและปล่อยตัวประกัน หยุดชะงักไปตั้งแต่ช่วงสัปดาห์ที่แล้ว
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา รัฐบาลชาติอาหรับเรียกร้องให้กลุ่มฮามาสปลดอาวุธและยอมจำนนต่อการควบคุมพื้นที่ฉนวนกาซา หลังจากหลายประเทศตะวันตก อาทิ ฝรั่งเศส และแคนาดา ประกาศแผนจะยอมรับ "รัฐปาเลสไตน์" ขณะที่สหราชอาณาจักรก็ประกาศว่าจะดำเนินการเช่นนั้นด้วยหากอิสราเอลไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขบางประการภายในเดือน ก.ย.
ฮามาส ซึ่งเป็นหนึ่งกลุ่มก่อการร้ายต้องห้ามในสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และสหภาพยุโรป ระบุในแถลงการณ์ว่า พวกเขาไม่สามารถละทิ้งสิทธิ์ของพวกเขาในการ "ต่อต้านและถือครองอาวุธ" เว้นแต่ "รัฐปาเลสไตน์ที่มีอิสรภาพและอธิปไตยอย่างเต็มรูปแบบจัดตั้งขึ้น พร้อมกับมีเมืองหลวงอยู่ที่นครเยรูซาเลม"
ด้านพลโท เอยาล ซามีร์ แห่งกองกำลังป้องกันอิสราเอล หรือ ไอดีเอฟ ออกมาเตือนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่าจะไม่มีการผ่อนปรนการสู้รบในฉนวนกาซา หากการเจรจาในการปล่อยตัวประกันออกมาอย่างรวดเร็วจากกลุ่มฮามาสล้มเหลว
และต่อมาในวันเสาร์ ครอบครัวของเอฟยาทาร์ เดวิด หนึ่งในตัวประกัน ออกแถลงการณ์หลังจากที่กลุ่มฮามาสปล่อยวิดีโอที่แสดงให้เห็นเขาในสภาพซูบผอมถอดเสื้ออยู่ในอุโมงค์มืดสลัว
พวกเขากล่าวหากลุ่มฮามาสว่าทำให้เดวิดอดอาหารเพื่อเป็นหนึ่งในเคมเปญโฆษณาชวนเชื่อ และเรียกร้องไปยังรัฐบาลอิสราเอลและสหรัฐฯ ให้ทำทุกวิธีทางที่ทำได้เพื่อช่วยชีวิตเขา

ที่มาของภาพ, Reuters
วิตคอฟฟ์ได้เดินทางไปเยือนอิสราเอลในช่วงเวลาที่เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลกำลังเผชิญกับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากสภาพทางด้านมนุษยธรรมที่เสื่อมโทรมในฉนวนกาซา
หน่วยงานของสหประชาชาติออกมาเตือนว่ากำลังเกิดภาวะอดอยากครั้งใหญ่ในฉนวนกาซาด้วยน้ำมือมนุษย์ และกล่าวโทษอิสราเอลที่เป็นผู้ควบคุมทรัพยากรทุกอย่างที่จะเข้าไปในดินแดนแห่งนี้ ขณะที่อิสราเอลยืนยันว่าไม่ได้มีข้อจำกัดใด ๆ ในการส่งมอบความช่วยเหลือ และ "ไม่มีความอดอยาก"
ก่อนหน้านี้ในวันเสาร์ วิตคอฟฟ์ได้พบกับครอบครัวของบรรดาตัวประกันชาวอิสราเอลที่ยังไม่ถูกปล่อยออกมา ณ กรุงเทลอาวีฟ
ภาพถูกเผยแพร่ผ่านทางออนไลน์แสดงให้เห็นมือเจรจาต่อรองจากรัฐบาลสหรัฐฯ ได้รับการต้อนรับด้วยเสียงปรบมือและการร้องขอความช่วยเหลือจากกลุ่มผู้สนับสนุนครอบครัวตัวประกัน ในขณะที่เขาเดินทางไปถึงจัตุรัสที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง ที่ตอนนี้กลายเป็นสถานที่รู้จักกับสำหรับการจัดชุมนุมประท้วง
วิตคอฟฟ์กล่าวว่า ความพยายามมุ่งสู่สันติภาพนั้น ควรมุ่งเป้าไปที่การยุติความขัดแย้งและพาตัวประกันกลับบ้านให้ได้ทั้งหมด มากกว่าที่จะเป็นการตกลงเพียงบางส่วน
ส่วนหนึ่งของการเดินทางเยือนอิสราเอลครั้งนี้ วิตคอฟฟ์ได้พบกับนายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูเมื่อวันพฤหัสบดี และในวันศุกร์เขาก็ไปตรวจสอบสถานที่ให้ความช่วยเหลือทางตอนใต้ของฉนวนกาซาที่ถูกวิพากย์วิจารณ์อย่างหนัก
ตัวเลขล่าสุดจากองค์การสหประชาชาติระบุว่า มีชาวปาเลสไตน์อย่างน้อย 1,373 คนที่ถูกสังหารระหว่างพยายามหาอาหารนับตั้งแต่ช่วงปลายเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา
องค์การสหประชาชาติยังระบุด้วยว่า ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ถูกสังหารโดยกองทัพอิสราเอล ใกล้กับจุดแจกจ่ายความช่วยเหลือของมูลนิธิด้านมนุษยธรรมกาซา (Gaza Humanitarian Foundation - GHF) ที่มีอิสราเอลและสหรัฐฯ หนุนหลัง
ขณะที่อิสราเอลกล่าวหากลุ่มฮามาสว่าเป็นผู้ยุยงให้เกิดความโกลาหลในสถานที่เหล่านั้น และระบุว่ากำลังพลของพวกเขาไม่ได้ตั้งใจจะยิงใส่พลเรือน

ที่มาของภาพ, Office of United States Special Envoy to the Middle East
กองทัพอิสราเอลเริ่มการโจมตีในฉนวนกาซาเพื่อตอบโต้การโจมตีของกลุ่มฮามาสในตอนใต้ของอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2023 ซึ่งส่งผลให้มีผู้ถูกสังหาร 1,200 คน และอีกว่า 251 คนถูกจับเป็นตัวประกัน
นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา กระทรวงสาธารณสุขในกาซา ซึ่งบริหารโดยกลุ่มฮามาสรายงานว่า มีกว่า 60,000 คนถูกสังหารในฉนวนกาซา และ 169 คน เสียชีวิตจากภาวะทุพโภชนาการ ในจำนวนนี้มีเด็ก ๆ อยู่ด้วย 93 คน











