โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านยังเหลืออะไรอยู่บ้างและมันเป็นภัยคุกคามจริงหรือไม่ ?

A giant banner in Tehran features artwork depicting tall metal centrifuges similar to those at the Natanz nuclear enrichment facility and of scientists killed in Israeli attacks during the 12‑day war in June 2025

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, โปสเตอร์ในกรุงเตหะรานแสดงภาพอุปกรณ์เสริมสมรรถนะยูเรเนียม และนักวิทยาศาสตร์ชาวอิหร่านที่ถูกสังหารในการโจมตีของอิสราเอลเมื่อเดือน มิ.ย. 2025
    • Author, หลุยส์ บาร์รูโช
    • Role, บีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส
  • เวลาอ่าน: 10 นาที

โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านกลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง

ในเวลาเดียวกัน ทางสหรัฐอเมริกาก็กำลังระดมเครื่องบินและเรือรบในภูมิภาค ดูเหมือนเตรียมพร้อมจะโจมตีหากอิหร่านไม่ยอมตกลงในข้อตกลงเกี่ยวกับกิจกรรมนิวเคลียร์ของตน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่เมื่อวันที่ 19 ก.พ. ว่า "เรื่องเลวร้าย" จะเกิดขึ้นหากไม่สามารถบรรลุ "ข้อตกลงที่มีความหมาย" ได้ โดยย้ำจุดยืนของเขาว่า "พวกเขาไม่สามารถมีอาวุธนิวเคลียร์ได้ เรื่องนี้มันง่ายมาก… คุณไม่มีทางมีสันติภาพในตะวันออกกลางได้ ถ้าพวกเขามีอาวุธนิวเคลียร์"

อิหร่านปฏิเสธมาโดยตลอดว่าไม่เคยแสวงหาอาวุธนิวเคลียร์ แต่หลายประเทศรวมถึงหน่วยเฝ้าระวังนิวเคลียร์ระหว่างประเทศอย่างทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ หรือ ไอเออีเอ (IAEA) ก็ยังไม่ปักใจเชื่อ

สถานะของโครงการนิวเคลียร์อิหร่านตอนนี้

หลังเกิดการโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ที่สำคัญของอิหร่านหลายแห่งในช่วงสงคราม 12 วันกับอิสราเอลเมื่อเดือน มิ.ย. ปีที่แล้ว ก็ยังไม่ทราบได้ว่าสถานะโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นเช่นไร

สหรัฐฯ เข้าร่วมสงครามในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ด้วยการโจมตีเป้าหมายที่เป็นโครงการนิวเคลียร์ 3 แห่ง ได้แก่ ศูนย์วิจัยนิวเคลียร์ขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองอิสฟาฮาน รวมถึงโรงเสริมสมรรถนะยูเรเนียมในเมืองนาทันซ์และเมืองฟอร์โดว์ ซึ่งเป็นสถานที่ช่วยเพิ่มสัดส่วนไอโซโทปบางชนิด เพื่อให้สามารถใช้ยูเรเนียมเป็นเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ได้

หลังการโจมตี ทรัมป์กล่าวว่าสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้ถูก "ทำลายจนสิ้นซาก" แต่หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ราฟาเอล กรอสซี ผู้อำนวยการทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ระบุว่าการโจมตีสร้างความเสียหายในระดับรุนแรง แต่ "ไม่ถึงขั้นทำลายจนสิ้นซาก" ซึ่งบ่งชี้ว่ากิจกรรมเสริมสมรรถนะบางส่วนอาจกลับมาเริ่มต้นทำงานได้ภายในระยะเวลาไม่กี่เดือน

.

ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ประเมินว่าเมื่ออิสราเอลเริ่มการโจมตีทางอากาศเมื่อวันที่ 13 มิ.ย. ปีที่แล้ว อิหร่านมีปริมาณยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ 440 กิโลกรัม ที่ระดับความบริสุทธิ์สูงสุด 60% ใกล้เคียงกับระดับทางเทคนิคสำหรับการผลิตอาวุธที่ 90%

กรอสซีให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอพีในเดือน ต.ค. ว่าปริมาณดังกล่าว หากได้รับการเสริมสมรรถนะเพิ่มเติม มันจะเพียงพอสำหรับอาวุธนิวเคลียร์ 10 ลูก

ในเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเดอะ อีโคโนมิสต์ (the Economist) ว่าการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม "ได้ยุติลง" เมื่อเดือนที่แล้ว โดยเขาบอกกับสำนักข่าวฟ็อกซ์นิวส์ (FoxNews) ด้วยว่า "ใช่ คุณทำลายสถานที่อำนวยความสะดวก เครื่องจักร… แต่เทคโนโลยีไม่สามารถถูกทิ้งระเบิดให้หายไปได้ และความมุ่งมั่นก็ไม่สามารถถูกทิ้งระเบิดทำลายได้เช่นกัน"

กรอสซีให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์สในเดือน ม.ค. ที่ผ่านมาว่าทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศตรวจสอบพบโรงงานนิวเคลียร์ในอิหร่าน 13 แห่งที่ไม่ถูกโจมตี แต่ไม่สามารถเข้าตรวจสถานที่สำคัญ 3 แห่งที่ถูกโจมตีได้

เขาบอกว่าผ่านมา 7 เดือนแล้ว นับตั้งแต่ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศตรวจสอบยืนยันปริมาณยูเรเนียมเสริมสมรรถนะระดับสูงของอิหร่านครั้งล่าสุด

นอกจากนี้ ยังมีคำถามสำคัญที่ยังหาคำตอบไม่ได้ เช่น สถานที่จัดเก็บและสภาพของยูเรเนียมเหล่านั้น ตลอดจนสภาพของโรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเอง

Close up of US President Donald Trump with his hand outstretched as he speaks into a microphone against a blue background in Washington DC on 19 Feb 2025

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ทรัมป์กล่าวซ้ำหลายครั้งว่าอิหร่านไม่ควรมีอาวุธนิวเคลียร์

เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ?

รัฐบาลอิหร่านยืนยันว่าสิ่งที่ตนทำในโครงการนิวเคลียร์มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ทางพลเรือนเท่านั้น

อิหร่านเป็นภาคีสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ หรือ เอ็นพีที (Nuclear Non-Proliferation Treaty-NPT) ซึ่งอนุญาตให้ใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์เพื่อวัตถุประสงค์ด้านพลเรือน เช่น การแพทย์ เกษตรกรรม และพลังงาน แต่ห้ามไม่ให้แสวงหาอาวุธนิวเคลียร์

อย่างไรก็ตาม การสอบสวนยาวนานกว่าทศวรรษโดยทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ พบว่าอิหร่านได้ดำเนิน "กิจกรรมหลากหลายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอุปกรณ์ระเบิดนิวเคลียร์" ตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 1980 ถึงปี 2003

ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ ระบุว่า ข้อมูลชี้ให้เห็นว่าโครงการนี้ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อโปรเจกต์อาหมัด (Project Amad) ได้ถูกยุติลงหลังจากนั้น แต่ในปี 2009 หน่วยข่าวกรองตะวันตกระบุถึงการพบโรงงานนิวเคลียร์ฟอร์โดว์

ในปี 2015 ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศระบุในรายงานว่าไม่มี "ข้อบ่งชี้ที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับกิจกรรมในอิหร่านที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอุปกรณ์ระเบิดนิวเคลียร์หลังปี 2009"

ปีเดียวกัน อิหร่านลงนามในข้อตกลงกับชาติมหาอำนาจ 6 ประเทศ โดยยอมรับข้อจำกัดเข้มงวดต่อกิจกรรมนิวเคลียร์ของตนเองเพื่อแลกกับการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร

ข้อตกลงดังกล่าวกำหนดเพดานการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมไว้ที่ 3.67% ซึ่งเหมาะสำหรับการผลิตพลังงานนิวเคลียร์ และให้ยุติการเสริมสมรรถนะที่ฟอร์โดว์ภายใต้การตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้น

แต่ในปี 2018 ประธานาธิบดีทรัมป์ถอนตัวจากข้อตกลง โดยให้เหตุผลว่าข้อตกลงดังกล่าวล้มเหลวในการปิดเส้นทางสู่อาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน และกลับมารื้อฟื้นมาตรการคว่ำบาตร

อิหร่านตอบโต้ด้วยการละเมิดข้อจำกัดของข้อตกลง ทั้งการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมไปถึงระดับ 60% การใช้เครื่องหมุนเหวี่ยงรุ่นที่พัฒนาขึ้น และการกลับมาเสริมสมรรถนะที่ฟอร์โดว์อีกครั้ง

เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 2025 คณะกรรมการบริหารทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศลงมติอย่างเป็นทางการว่า อิหร่านทำผิดพันธกรณีด้านการไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์เป็นครั้งแรกในรอบ 2 ทศวรรษ และอิสราเอลก็เริ่มการโจมตีทางอากาศในวันถัดมา

Iranian flags in the foreground with a poster depicting Iranian Supreme Leader Ali Khamenei in the background

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, อิหร่านภายใต้อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของประเทศ ได้ตกลงในปี 2015 ว่าจะจำกัดกิจกรรมนิวเคลียร์ของตนเอง เพื่อแลกกับการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร

อิหร่านยังเดินหน้าโครงการนิวเคลียร์หรือไม่ในตอนนี้

ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงให้เห็นว่ามีการดำเนินกิจกรรมขึ้นที่โรงงานนิวเคลียร์ของเมืองนาทันซ์และเมืองอิสฟาฮานในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

จากภาพถ่ายดาวเทียมที่สถาบันวิทยาศาสตร์และความมั่นคงระหว่างประเทศ (ISIS) ซึ่งเป็นสถาบันคลังสมองในสหรัฐฯ ตรวจสอบได้นั้น พบว่าที่เมืองอิสฟาฮาน ปากทางเข้าอุโมงค์ที่สลับซับซ้อนดูเหมือนจะถูกปิดและถมด้วยดิน และมีการสร้างหลังคาใหม่เกิดขึ้น

ภาพถ่ายดังกล่าวแสดงให้เห็นด้วยว่ามีการสร้างหลังคาที่โรงงานนิวเคลียร์ในเมืองนาทันซ์ด้วย

ภาพถ่ายดาวเทียมล่าสุดที่ถูกวิเคราะห์โดยสถาบัน ISIS เป็นครั้งแรก ยังแสดงให้เห็นว่าอิหร่านกำลังเสริมความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มอาคารที่อยู่ใต้ภูเขาโกลังกาซลา (Mount Kolang Gaz La) หรือที่รู้จักในชื่อ "ภูเขาจอบ" ( Pickaxe Mountain)

สถานที่นี้ไม่ได้ถูกโจมตีโดยอิสราเอลหรือสหรัฐฯ และอยู่ห่างจากโรงงานนิวเคลียร์นาทันซ์ไปทางใต้ประมาณ 2 กิโลเมตร

Four images show roof construction at the Natanz enrichment plant in Iran on 31 May 2025, 30 September 2025, 27 December 2025, and 9 February 2026, with the respective captions ‘before strike’, ‘after strike’, ‘under construction’, and ‘panelling complete.
คำบรรยายภาพ, การติดตั้งหลังคาที่โรงเสริมสมรรถนะยูเรเนียมนาทันซ์

อิหร่านจะใช้เวลานานเท่าไรในการสร้างอาวุธนิวเคลียร์ ?

การผลิตยูเรเนียมเสริมสมรรถนะระดับใช้ทำอาวุธ ไม่ได้เท่ากับการสร้างอาวุธนิวเคลียร์ที่สามารถนำไปใช้จริงได้ เพราะยังต้องมีขั้นตอนทางเทคนิคอื่น ๆ อีก

การประเมินของหน่วยข่าวกรองกลาโหมสหรัฐฯ หรือ ดีไอเอ (Defense Intelligence Agency-DIA) เดือน พ.ค. ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นช่วงก่อนเกิดการโจมตีของอิสราเอลและสหรัฐฯ ระบุว่า ในช่วงเวลานั้น อิหร่านสามารถผลิตยูเรเนียมเสริมสมรรถนะระดับใช้ทำอาวุธในปริมาณที่เพียงพอสำหรับอุปกรณ์นิวเคลียร์ลูกแรกได้ภายในระยะเวลา "น่าจะไม่ถึง 1 สัปดาห์"

อย่างไรก็ตาม มีความเห็นแตกต่างกันเกี่ยวกับเรื่องที่ว่าอิหร่านพยายามสร้างขีดความสามารถในการทำให้ยูเรเนียมที่เสริมสมรรถนะแล้วสามารถนำไปใช้เป็นอาวุธได้หรือไม่

การประเมินของ DIA ยังระบุด้วยว่า "แทบจะแน่นอนแล้วว่าอิหร่านไม่ได้กำลังผลิตอาวุธนิวเคลียร์ แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อิหร่านได้ทำกิจกรรมบางอย่างที่ทำให้ตนเองอยู่ในสถานะที่พร้อมมากขึ้นที่จะผลิตอาวุธได้ หากตัดสินใจทำเช่นนั้น"

อย่างไรก็ดี กองทัพอิสราเอลกล่าวเมื่อเดือน มิ.ย. ว่าพวกเขาได้รวบรวมข่าวกรองซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีความคืบหน้า "อย่างเป็นรูปธรรม" ใน "ความพยายามของระบอบการปกครองอิหร่าน สำหรับการผลิตชิ้นส่วนอาวุธที่สามารถดัดแปลงเป็นระเบิดนิวเคลียร์"

ดร.แพทริเซีย ลูอิส ผู้เชี่ยวชาญอิสระด้านการควบคุมอาวุธ กล่าวว่า "อิหร่านได้พัฒนาขีดความสามารถด้านการออกแบบหัวรบมาบ้างแล้วจนถึงปี 2003 ก่อนที่จะดูเหมือนว่าพวกเขาจะยุติโครงการดังกล่าวลง"

อย่างไรก็ตาม เธอด้วยกล่าวว่า "หลังจากข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2015 ล้มเหลว และการเจรจาข้อตกลงใหม่ไม่คืบหน้า ก็เป็นไปได้ว่าอิหร่าน… อาจตัดสินใจเริ่มพัฒนาขีดความสามารถด้านหัวรบขึ้นอีกครั้ง"

เมื่อถูกถามเมื่อวันที่ 18 ก.พ. ว่าทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศพบสัญญาณของการพัฒนาอาวุธอย่างจริงจังหรือไม่ กรอสซีบอกกับสถานีโทรทัศน์ทีเอฟ 1 (TF1) ของฝรั่งเศสว่า "ไม่ใช่"

ผอ.ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศยังกล่าวด้วยว่า เขาเห็น "ความตั้งใจ" จากทั้งสหรัฐฯ และอิหร่าน "ที่จะบรรลุข้อตกลง"

IAEA chief Rafael Grossi, wearing a navy suit, white shirt, and blue tie, speaks at a microphone

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ราฟาเอล กรอสซี ผอ.ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ระบุว่าทบวงไม่สามารถยืนยันปริมาณยูเรเนียมเสริมสมรรถนะระดับสูงของอิหร่านได้ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

ทำไมอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่านถึงเป็นเรื่องสำคัญ ?

ผู้นำตะวันตกยืนยันซ้ำแล้วซ้ำเล่ามาช้านานว่าอิหร่านไม่ควรมีอาวุธนิวเคลียร์

ทรัมป์กล่าวในเดือน พ.ค. 2025 ซึ่งเป็นช่วงรณรงค์หาเสียงปี 2024 ว่าหากอิหร่านได้ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ "โลกจะถูกทำลาย" และบอกว่านั่นจะหมายถึง "โลกที่แตกต่างไปโดยสิ้นเชิง… การเจรจาที่แตกต่างไปโดยสิ้นเชิง" และอิสราเอลจะ "ไม่เหลืออยู่"

เซอร์เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร เคยอธิบายว่าอิหร่านที่มีอาวุธนิวเคลียร์จะเป็น "ภัยคุกคามต่อเสถียรภาพในภูมิภาคที่ยิ่งใหญ่ที่สุด"

"มันจะเพิ่มความตึงเครียดในภูมิภาคและทำให้การบริหารจัดการวิกฤตซับซ้อนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะสำหรับอิสราเอลและสหรัฐฯ" ดร.เอช เอ เฮลเลอร์ ผู้เชี่ยวชาญตะวันออกกลางจากราชสถาบันรวมเหล่าทัพ (Royal United Services Institute-Rusi) ซึ่งเป็นสถาบันคลังสมองในสหราชอาณาจักร กล่าว

นักวิเคราะห์บางรายมองว่าการมีอาวุธนิวเคลียร์อาจทำให้อิหร่านกล้าแสดงบทบาทในภูมิภาคมากขึ้น เสริมสร้างสายสัมพันธ์ที่เพิ่มขึ้นกับจีนและรัสเซีย และอาจจุดชนวนการแข่งขันสะสมอาวุธกับซาอุดีอาระเบีย

เป็นที่ทราบกันดีว่าอิสราเอลมีอาวุธนิวเคลียร์ แม้ว่าจะไม่เคยมีการยืนยันหรือปฏิเสธอย่างเป็นทางการ

เฮลเลอร์ให้เหตุผลว่าสิ่งนี้ทำให้ "ผลลัพธ์ที่มีแนวโน้มเป็นไปได้มากที่สุด" ในกรณีที่อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์คือ "การยับยั้งซึ่งกันและกัน มากกว่าการยกระดับความขัดแย้งขึ้นทันที"

เขากล่าวว่าผู้มีบทบาทในภูมิภาคส่วนใหญ่มองว่า "อำนาจของอิสราเอลเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงที่ร้ายแรงและก่อให้เกิดความวุ่นวายมากกว่า ไม่ใช่ระเบิดนิวเคลียร์ของอิหร่านที่เป็นเพียงสมมติฐาน"

ดังนั้น ความเสี่ยงสำคัญในกรณีที่อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ คือ "การคำนวณที่ผิดพลาดในช่วงที่เกิดการเผชิญหน้า" เขากล่าว