สหราชอาณาจักรเตรียมรับรอง "ความเป็นรัฐ" ของปาเลสไตน์ เหตุใดยังมีหลายประเทศที่ไม่ยอมรับรอง ?

Palestinian Flag

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, องค์การบริหารปาเลสไตน์ (Palestinian Authority - PA) มีสถานะเป็นผู้สังเกตการณ์ในสหประชาชาติตั้งแต่ปี 2012

เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ประกาศเมื่อวานนี้ (29 ก.ค.) ว่าจะรับรอง "ความเป็นรัฐ" ของปาเลสไตน์ต่อสมัชชาสหประชาชาติในเดือน ก.ย. นี้

"ผมพูดอยู่เสมอเราจะรับรองความเป็นรัฐของปาเลสไตน์ เพื่อเป็นการสนับสนุนกระบวนการสันติภาพที่เหมาะสม" สตาร์เมอร์ กล่าว

"เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสู่สันติภาพ ผมสามารถยืนยันได้ว่าสหราชอาณาจักรจะรับรองความเป็นรัฐของปาเลสไตน์ ต่อสมัชชาสหประชาชาติในเดือน ก.ย. เว้นแต่อิสราเอลจะเดินหน้าอย่างแท้จริงในการยุติสถานการณ์อันเลวร้ายในฉนวนกาซา" เขาระบุ

โดยนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรเปิดเผยเงื่อนไขต่ออิสราเอล คือขอให้ตกลงหยุดยิง, ยอมรับสันติภาพอย่างยั่งยืนในระยะยาว, ฟื้นคืนแนวทางการแก้ปัญหาแบบสองรัฐ, ยินยอมให้สหประชาชาติจัดส่งความช่วยเหลืออีกครั้ง และแสดงจุดยืนว่าจะไม่มีการผนวกดินแดนในเขตเวสต์แบงก์

ขณะเดียวกัน เขาก็ฝากข้อความไปยังกลุ่มฮามาสเช่นกันว่า จะต้องปล่อยตัวประกันทั้งหมดโดยทันที, ยอมรับข้อตกลงหยุดยิง, ปลดอาวุธ และยอมรับว่า "พวกเขาจะไม่มีบทบาทอีกแล้วในรัฐบาลของกาซา"

.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ประกาศว่าจะรับรอง "ความเป็นรัฐ" ของปาเลสไตน์ต่อสมัชชาสหประชาชาติในเดือน ก.ย. นี้ เว้นแต่อิสราเอลจะยุติ "สถานการณ์อันเลวร้าย" ในกาซา

ก่อนหน้านี้ เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศสก็เปิดเผยเช่นกันว่า ฝรั่งเศสจะรับรองรัฐปาเลสไตน์อย่างเป็นทางการในเดือน ก.ย. นี้ ซึ่งนับเป็นประเทศแรกในกลุ่ม G7 ที่ทำเช่นนั้น

มาครงโพสต์ผ่านเอ็กซ์ (X) ระบุว่า การประกาศอย่างเป็นทางการจะเกิดขึ้นในที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติในนครนิวยอร์ก

"ความจำเป็นเร่งด่วนในวันนี้คือ การที่สงครามในฉนวนกาซายุติลง และประชากรพลเรือนได้รับการช่วยเหลือ สันติภาพเป็นไปได้ เราต้องการการหยุดยิงในทันที การปล่อยตัวประกันทั้งหมด และความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมอย่างมหาศาลให้กับผู้คนในกาซา" เขาระบุ

ด้านเจ้าหน้าที่ทางการของปาเลสไตน์แสดงความยินดีกับการตัดสินใจนี้ของมาครง ขณะที่เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ระบุว่าความเคลื่อนไหวนี้เป็นการ "ให้รางวัลต่อการก่อการร้าย" จากการที่กลุ่มฮามาสโจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2023

ฟากสหรัฐอเมริกา "ปฏิเสธอย่างแข็งขัน" ต่อการประกาศของมาครง โดยมาร์โค รูบิโอ รมว.ต่างประเทศของสหรัฐฯ อธิบายการตัดสินใจนี้ว่าเป็น "ความบ้าบิ่น"

G7 คือกลุ่มของบรรดาประเทศอุตสาหกรรมหลัก ประกอบด้วย ฝรั่งเศส สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร อิตาลี เยอรมนี แคนาดา และญี่ปุ่น

อิสราเอลไม่ยอมรับ "ความเป็นรัฐ" ของปาเลสไตน์ และรัฐบาลอิสราเอลในปัจจุบันต่อต้านการก่อตั้งรัฐปาเลสไตน์ในเขตเวสต์แบงก์และฉนวนกาซา โดยโต้แย้งว่า การมีรัฐดังกล่าวจะเป็นภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่ของอิสราเอล

นายกรัฐมนตรีเนทันยาฮู ระบุบนเอ็กซ์ (X) ว่า "รัฐปาเลสไตน์ภายใต้เงื่อนไขเหล่านี้จะกลายเป็นฐานยิงจรวดเพื่อทำลายล้างอิสราเอล ไม่ใช่เพื่ออยู่อย่างสงบสุขข้าง ๆ กัน หรือกล่าวให้ชัดก็คือ ชาวปาเลสไตน์ไม่ได้แสวงหารัฐที่ตั้งอยู่เคียงข้างอิสราเอล แต่พวกเขาแสวงหารัฐมาแทนที่อิสราเอล"

ประเทศใดบ้างที่รับรองความเป็นรัฐของปาเลสไตน์

.

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ประธานาธิบดีมาห์มูด อับบาส ผู้นำปาเลสไตน์ (ซ้าย) และประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศส ในระหว่างการเจรจาที่กรุงปารีส ในเดือน ก.ค. 2022

ปัจจุบันรัฐปาเลสไตน์ได้รับการรับรองโดยรัฐต่าง ๆ จำนวนกว่า 140 รัฐ จากบรรดา 193 รัฐที่เป็นสมาชิกสหประชาชาติ รวมถึงสมาชิกของกลุ่มอาหรับที่สหประชาชาติ องค์การความร่วมมืออิสลาม และสมาชิกของกลุ่มประเทศไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด (Non-Aligned Movement)

มีบางประเทศยุโรปอยู่ในกลุ่มรัฐเหล่านี้ด้วย อาทิ สเปน ไอร์แลนด์ และนอร์เวย์ ซึ่งให้การรับรองรัฐปาเลสไตน์อย่างเป็นทางการในเดือน พ.ค. 2024 หลังจากที่ก่อนหน้านั้นมีประเทศยุโรปเพียงไม่กี่ประเทศให้การรับรอง ซึ่งส่วนใหญ่ได้ตัดสินใจในปี 1988 ขณะที่พวกเขายังเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต

อย่างไรก็ตาม พันธมิตรหลักของอิสราเอลอย่าง สหรัฐอเมริกา และบรรดาชาติพันธมิตร รวมถึงสหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย ยังไม่ได้ให้การรับรองรัฐปาเลสไตน์ โดยออสเตรเลียเคยระบุว่าอาจจะทำเช่นนั้นเพื่อ "สร้างแรงผลักดันสู่การแก้ปัญหาตามแนวทางสองรัฐ (two-state solution)" ในการต่อรองกับอิสราเอล

Alternate Representative of the United States Robert A. Wood raises his hand to indicate his vote against United Nations membership for Palestine during a Security Council meeting at United Nations Headquarters in New York, New York, USA, 18 April 2024. The United States used their veto power to deny the request.

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ในช่วงปลายเดือน เม.ย. สหรัฐฯ ได้ยับยั้งมติในการให้สถานะการเป็นสมาชิกสหประชาชาติอย่างเต็มรูปแบบกับรัฐปาเลสไตน์ ในที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคง

เหตุใดบางประเทศจึงไม่รับรอง "ความเป็นรัฐ" ของปาเลสไตน์

ประเทศต่าง ๆ ที่ไม่ได้การรับรองปาเลสไตน์ในฐานะรัฐ โดยทั่วไปก็เพราะพวกเขาไม่ได้มีการเจรจาข้อตกลงกับอิสราเอล

"แม้ปากจะกล่าวถึงความจำเป็นในการก่อตั้งรัฐปาเลสไตน์ แต่สหรัฐฯ ก็เน้นย้ำในการเจรจาโดยตรงระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ ซึ่งก็เหมือนกับการให้อำนาจอิสราเอลสามารถยับยั้งความปรารถนาของชาวปาเลสไตน์ในการกำหนดชะตาของตนเอง" ฟาวาซ เกอร์เจส ศาสตราจารย์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและการเมืองตะวันออกกลาง แห่งวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์ลอนดอน ระบุ

การเจรจาสันติภาพเริ่มขึ้นตั้งแต่ทศวรรษที่ 1990 และหลังจากนั้นก็มีการกำหนดเป้าหมายทางออกแบบสองรัฐ ซึ่งชาวอิสราเอลและปาเลสไตน์สามารถอยู่ร่วมกันได้โดยแยกประเทศกัน

อย่างไรก็ตาม กระบวนการสันติภาพเริ่มถดถอยลงอย่างช้า ๆ ในช่วงต้นทศวรรษที่ 2000 ไปจนถึงก่อนปี 2014 ที่การเจรจาระหว่างชาวอิสราเอลและปาเลสไตน์ในกรุงวอชิงตันล้มเหลว

ประเด็นปัญหาที่ยากที่สุดยังคงไม่ได้รับการแก้ไข รวมถึงปัญหาชายแดนและคุณสมบัติพื้นฐานของรัฐปาเลสไตน์ในอนาคต สถานะของนครเยรูซาเลม และชะตาของผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์จากสงครามเมื่อปี 1948-1949 ซึ่งเกิดขึ้นตามหลังการประกาศก่อตั้งอิสราเอล

อิสราเอลต่อต้านอย่างหนักต่อการเสนอให้ปาเลสไตน์เป็นสมาชิกสหประชาชาติ

สำนักข่าวเอเอฟพี เคยรายงานคำกล่าวของ กิลาด เออร์ดาน เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรอิสราเอลประจำสหประชาชาติ ที่ระบุเมื่อเดือน เม.ย. 2024 ว่า การที่มีการหารือเรื่องนี้นั้น "เป็นชัยชนะแล้ว สำหรับกลุ่มฆ่าล้างเผ่าพันธุ์" พร้อมกล่าวว่าหากการเสนอชื่อดังกล่าวสำเร็จ จะเสมือนกับเป็นการให้รางวัลต่อกลุ่มก่อการร้าย หลังการโจมตีของกลุ่มฮามาสในวันที่ 7 ต.ค.

ประเทศต่าง ๆ ที่ต้องการจะรักษาความสัมพันธ์อันดีกับอิสราเอลจะต้องรู้ว่าการยอมรับรัฐปาเลสไตน์นั้นจะสร้างความขุ่นเคืองให้กับพันธมิตรของพวกเขา

บางประเทศ ซึ่งรวมถึงที่สนับสนุนอิสราเอล โต้แย้งว่าชาวปาเลสไตน์ไม่เข้าเกณฑ์สำคัญของการเป็นรัฐ ตามที่ระบุไว้ในอนุสัญญามอนเตวิเดโอเมื่อปี 1933 อาทิ การมีประชากรพำนักถาวร มีการกำหนดอาณาเขตชัดเจน มีรัฐบาล และมีความสามารถในการปฏิสัมพันธ์กับรัฐอื่น ๆ

แต่ประเทศอื่น ๆ ก็ยอมรับคำจำกัดความที่ยืดหยุ่นกว่า โดยให้น้ำหนักไปที่การได้รับการยอมรับจากรัฐอื่น ๆ

ดินแดนปาเลสไตน์มีสถานะอย่างไรในสหประชาชาติ

A supporter of the Imamia Students Organization (ISO) holds a Palestinian flag during a rally in solidarity with the Palestine, in Karachi, Pakistan, 16 May 2024

ที่มาของภาพ, SHAHZAIB AKBER/EPA-EFE/REX/Shutterstock

คำบรรยายภาพ, มีอย่างน้อย 140 ประเทศที่ให้การยอมรับ "ความเป็นรัฐ" ของปาเลสไตน์

ชาวปาเลสไตน์มีสถานะเป็นรัฐผู้สังเกตการณ์ที่ไม่ใช่สมาชิก เช่นเดียวกับสันตะสำนัก หรือนครรัฐวาติกัน

ในปี 2011 ปาเลสไตน์ส่งเอกสารเพื่อขอเข้าเป็นสมาชิกสหประชาชาติอย่างเต็มรูปแบบ แต่ข้อเสนอดังกล่าวล้มเหลว เนื่องจากขาดการสนับสนุนในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ และไม่เคยมีการลงคะแนนเสียง

อย่างไรก็ตาม ในปี 2012 สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติได้ลงคะแนนเสียงเพื่อยกระดับสถานะของปาเลสไตน์ให้เป็น "รัฐผู้สังเกตการณ์ที่ไม่ใช่สมาชิก" ซึ่งอนุญาตให้พวกเขามีส่วนร่วมในการอภิปรายในสมัชชา แม้ว่าจะไม่สามารถลงคะแนนเสียงในมติได้

การตัดสินใจในปี 2012 ซึ่งถือเป็นการต้อนรับการบริหารในเขตเวสต์แบงก์และฉนวนกาซาเป็นผู้สังเกตการณ์ดังกล่าว ถือเป็นประโยชน์กับฝั่งปาเลสไตน์ แต่ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์โดยสหรัฐฯ และอิสราเอล การตัดสินใจนี้ยังอนุญาตให้ชาวปาเลสไตน์เข้าร่วมองค์กรระหว่างประเทศอื่น ๆ ได้ รวมถึงศาลสูงสุดของสหประชาชาติ ศาลอาญาระหว่างประเทศ ซึ่งพวกเขาเข้าร่วมในปี 2015

ในเดือน พ.ค. 2024 สมัชชาสหประชาชาติ ให้สิทธิกับปาเลสไตน์เพิ่มมากขึ้นภายในองค์กร และเรียกร้องให้ได้รับการยอมรับในฐานะสมาชิก หลังจากมีการถกเถียงกันอย่างดุเดือด

มติดังกล่าวทำให้ปาเลสไตน์สามารถมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ในการอภิปราย การเสนอวาระการประชุม รวมถึงการมีตัวแทนได้รับเลือกให้อยู่ในคณะกรรมการ แต่ก็ยังไม่ได้ให้สิทธิ์ในการลงคะแนนเสียง

ส่วนสถานะการเป็นสมาชิก สามารถให้ได้โดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเท่านั้น

ในเดือน เม.ย. ของปีนั้น สหรัฐฯ ในฐานะหนึ่งในห้าสมาชิกถาวร ใช้อำนาจยับยั้งมติของแอลจีเรียที่ได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางในการให้ปาเลสไตน์ได้รับการยอมรับในสถานะรัฐ โดยเรียกความเคลื่อนไหวดังกล่าวว่า "เร็วเกินไป"

มติของคณะมนตรีความมั่นคงนั้นมีผลผูกพันทางกฎหมาย ในขณะที่มติของสมัชชาใหญ่ไม่มี

"การเป็นสมาชิกเต็มรูปแบบขององค์การสหประชาชาติจะทำให้ปาเลสไตน์มีอำนาจทางการทูตมากขึ้น รวมถึงความสามารถในการเสนอญัตติโดยตรง การลงคะแนนเสียงในสมัชชาใหญ่ (ซึ่งปัจจุบันในฐานะ 'รัฐที่ไม่ใช่สมาชิก' พวกเขาไม่ได้รับสิทธิน้้น) และในที่สุดก็อาจได้ที่นั่ง/การลงคะแนนเสียงในคณะมนตรีความมั่นคง" กล่าวโดย คาเล็ด เอลกินดี ผู้อำนวยการโครงการเกี่ยวกับปาเลสไตน์และความสัมพันธ์ระหว่างปาเลสไตน์-อิสราเอล จากสถาบันคลังสมองสถาบันตะวันออกกลาง (Middle East Institute) ในกรุงวอชิงตัน

"แต่สิ่งเหล่านี้จะไม่นำไปสู่การนำไปสู่การแก้ปัญหาตามแนวทางสองรัฐได้ ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อถึงจุดสิ้นสุดการยึดครองของอิสราเอล" เขาเสริม

อย่างไรก็ตาม จิลแบรต์ อาชคาร์ ศาสตราจารย์ด้านการพัฒนาศึกษาและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจากวิทยาลัยบูรพคดีศึกษาและการศึกษาแอฟริกา มหาวิทยาลัยลอนดอน เชื่อว่า "องค์การบริหารแห่งปาเลสไตน์จะไม่ประสบความสำเร็จมากขึ้น" ด้วยการเป็นสมาชิกเต็มรูปแบบของสหประชาชาติ

"มันจะยังคงเป็นเพียงชัยชนะเชิงสัญลักษณ์ ด้วยการรับรอง 'รัฐปาเลสไตน์' ที่เป็นนามธรรมเมื่อเทียบกับความเป็นจริงของ 'องค์การบริหารแห่งปาเลสไตน์' ที่ไร้อำนาจ ซึ่งตั้งอยู่ในส่วนเล็ก ๆ ของดินแดนที่ถูกยึดครองในปี 1967 และต้องพึ่งพาอิสราเอลอย่างเต็มรูปแบบ" เขากล่าวเพิ่มเติม

"นี่ยังคงห่างไกลหลายปีแสงจากการที่ 'ปาเลสไตน์จะกลายเป็นรัฐอิสระและมีอธิปไตย' อย่างมาก" เขากล่าวทิ้งท้าย