อนุทินและคนใน "ภาพหลุด" ชี้แจงอย่างไร หลังถูกปล่อยรูปร่วมเฟรม เบน สมิธ

ที่มาของภาพ, Wasawas Lukharang/BBC Thai
ชนชั้นนำไทยทั้งในแวดวงการเมือง ทหาร ราชการ และภาคธุรกิจ ปรากฏตัวร่วมกับ "เบน สมิธ" ในภาพถ่ายในอดีตที่ถูกปล่อยออกมาเมื่อช่วงเย็นวานนี้ (3 ธ.ค.) และก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสังคม
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย คือหนึ่งในบุคคลที่อยู่ใน "ภาพหลุด" ยอมรับว่าเป็นภาพเก่าเมื่อ 11 ปีก่อน เคยเจอนายเบน สมิธ 5-6 ครั้ง ในงาน แต่ "ไม่สนิท" และ "ไม่คบค้า"
ก่อนหน้านั้น ผู้นำรัฐบาลสังกัดพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เพิ่งนำทีมแถลงข่าวยึดและอายัดทรัพย์สินของเครือข่ายกลุ่มสแกมเมอร์ (scammer) และไฮบริดสแกม (hybrid scam) หนึ่งในนั้นคือเครือข่าย "ยิม เลียก- เบน สมิธ" ที่ถูกยึดและอายัดทรัพย์มูลค่ารวมกัน 10,157 ล้านบาท โดยทั้งคู่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมข้ามชาติจากการหลอกลวงออนไลน์หรือการค้ามนุษย์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
สำหรับนายเบน สมิธ หรือนายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ เป็นนักธุรกิจชาวแอฟริกาใต้ ซึ่งปรากฏชื่อในบัญชีรายชื่อบุคคลที่จะถูกทางการสหรัฐฯ ดำเนินการมาตรการคว่ำบาตร หากร่างกฎหมายจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะกิจร่วมระหว่างหน่วยงานเพื่อปราบปรามกลุ่มอาชญากรข้ามชาติที่ฉ้อโกงชาวอเมริกันผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) ของไทยยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่มีการออกหมายจับนายเบน สมิธ แต่เขามีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกรรมกับนายยิม เลียก นักธุรกิจชาวกัมพูชา ผู้เป็นประธานเครือกลุ่มบริษัท บีไอซี กรุ๊ป (B.I.C. Group) ธนาคารบีไอซี (B.I.C. Bank)
ใครเป็นใครใน "ภาพหลุด"
เมื่อวานนี้ (3 ธ.ค.) หลังสิ้นคำแถลงข่าวยึดทรัพย์ 3 เครือข่ายสแกมเมอร์ได้ไม่นาน ผู้เสพสื่อสังคมออนไลน์และสื่อกระแสหลักต่างตื่นตะลึงเมื่อได้เห็น "ภาพหลุด" ของนายเบน สมิธ ที่ถ่ายร่วมกับบุคคลระดับนำของไทยในหลากหลายแวดวงอย่างน้อย 4 ใบ
ภาพแรก มี 6 ชายไทยยืนถ่ายภาพร่วมกับนายเบน สมิธ โดย พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ อดีตผู้บัญชาการทหารบก (2561-2563) และอดีตรองเลขาธิการพระราชวัง (2563-2567) กอดคอนายเบนที่ยืนอยู่ทางขวามือของเขา
ในภาพนี้ยังมีนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล, นายอุปกิต ปาจรียางกูรอดีตสมาชิกวุฒิสภา (2562-2567) ซึ่งเคยตกเป็นจำเลยคดียาเสพติด ฟอกเงิน และมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ เครือข่ายนายตุน มิน ลัต นักธุรกิจชาวเมียนมา ก่อนที่ศาลอาญาจะมีคำสั่งยกฟ้องเมื่อเดือน พ.ค. 2568, พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ อดีตจเรตำรวจแห่งชาติ, ประธานกรรมการตรวจสอบ บมจ.ฟินันเซียเอ็กซ์ (FSX) และเคยมีภาพของเขาปรากฏบนเพจ "B.I.C. Bank" ธนาคารในกัมพูชาที่ถูกกล่าวหาว่าพัวพันธุรกิจผิดกฎหมาย ก่อนที่เจ้าตัวจะออกมากล่าวผ่านพีพีทีวีว่า "ไม่เคยมีส่วนได้เสียกับ B.I.C. Bank และไม่เคยอนุญาตให้นำภาพไปใช้ หลังทางเพจลบภาพออก ได้มอบฝ่ายกฎหมายตรวจสอบการแอบอ้าง และเตรียมดำเนินคดีหากเข้าข่ายผิดกฎหมาย"
อีกภาพ เป็นภาพนายเบนนั่งร่วมโต๊ะรับประทานอาหารกับกลุ่มคนเซ็ตเดิม ได้แก่ นายอนุทิน, นายอุปกิต, พล.อ.อภิรัชต์, พล.ต.อ.วิสนุ ทว่ามีนายสารัชต์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด, รองประธานคณะกรรมการของแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส), ประธานกรรมการไทยคม ที่ถูกเรียกขานว่า "เสี่ยกลาง" ร่วมวงด้วย
อีก 2 ภาพ เป็นภาพของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ในบรรยากาศงานเลี้ยง ขณะยืนพูดคุยกับนายเบนที่กำลังถือแก้วไวน์อยู่
อย่างไรก็ตามบีบีซีไทยไม่สามารถยืนยันความถูกต้อง ตรวจสอบที่มาที่ไปของภาพ รวมถึงวัน-เวลาแน่ชัดขณะบันทึกภาพเหล่านี้ได้ เนื่องจากภาพที่ปรากฏในโซเชียลมีเดียเป็นไฟล์ภาพที่ผลิตซ้ำและส่งต่อกันมา ไม่ใช่ไฟล์ต้นฉบับ ทว่าคนที่มีหน้าปรากฏในภาพเหล่านี้อย่างน้อย 3 คนได้ออกมายืนยันว่าเป็นภาพจริง แต่เป็นภาพเก่า

ที่มาของภาพ, Wasawas Lukharang/BBC Thai
ก่อนหน้านี้ เคยมีภาพนายเบน สมิธ ถ่ายคู่กับบุคคลสำคัญอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หรือ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.เกษตรและสหกรณ์ สังกัดพรรคกล้าธรรม (กธ.) ทำให้นักการเมืองฝ่ายค้านเรียกร้องให้ผู้นำรัฐบาลปลดผู้กองธรรมนัสพ้น ครม.
ในระหว่างการแถลงข่าวยึดทรัพย์เครือข่ายสแกมเมอร์เมื่อ 3 ธ.ค. นายกฯ อนุทินถูกผู้สื่อข่าวถามว่า จะดำเนินการอย่างไรกับ ร.อ.ธรรมนัส ซึ่งมีหลักฐานชี้ว่ารู้จักนายเบน นายกฯ ตอบว่า คนเราสามารถรู้จักกันได้ แต่เองมอบหมายนโยบายให้กับผู้ปฏิบัติว่า "ถ้ามันเชื่อมโยงไปถึงใคร ก็ต้องดำเนินการไปตามกฎหมาย ตามหลักฐาน ตามการสอบสวนอย่างเคร่งครัด ไม่มีการละเว้น"
"ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม" นายอนุทินย้ำ
คำถามจากฝ่ายค้าน-นักร้อง(การเมือง)
ผลที่ตามมาหลังกรณี "ภาพหลุด" ทำให้ฝ่ายค้านอย่างนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชป.) ตั้งคำถามว่า นี่หรือเปล่าที่ทำให้คนอย่างเบน สมิธ จึงไม่มีใครกล้าแตะต้อง จนถึงวันนี้จึงยังไม่มีการออกหมายจับ หมายแดงของ Interpol เพื่อตามล่าตัวจากต่างประเทศ คงไม่มีวันเกิดขึ้นหรือเปล่า"
เขายังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า การยึดอายัดทรัพย์เป็นเพียงการลดกระแสสังคมใช่หรือไม่ เดี๋ยวก็ปล่อยทรัพย์คืนพวกแก๊งสแกมเมอร์ไป สรุปรัฐบาลไม่เอาจริง? เช่นนี้แล้ว เหยื่อสแกมเมอร์เมื่อไหร่จะได้เงินคืน หรือเพราะมีบางคนมีภาพพวกนี้อยู่ จึงยังคงทำหน้าที่เป็นรองนายกฯ ต่อไปได้ เพราะคงกุมความลับไว้มาก
"ไม่น่าเชื่อว่าแก๊งสแกมเมอร์จะยิ่งใหญ่บนผืนแผ่นดินไทยได้ขนาดนี้ มีเครือข่ายกว้างขวางอย่างไม่น่าเชื่อ เจ้าหน้าที่รัฐจะกล้าปราบทุนเทายึดประเทศหรือไม่" สส.โรมตั้งคำถามผ่านเฟซบุ๊กของเขา
ด้านพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ 2 บุคคลสำคัญในรัฐบาลชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสาธารณชนโดยเร็ว แม้เพียงภาพถ่ายจะไม่ใช่หลักฐานที่บ่งชี้ความผิด แต่ก็เป็นธรรมดาที่ประชาชนจะตั้งคำถามและรู้สึกกังวล เพราะรัฐบาลมีหน้าที่โดยตรงในการจัดการเครือข่ายอาชญากรรมนี้
พรรค ปชป. เห็นว่า นายอนุทิน และนายเอกนิติ ควรอธิบายที่มาของภาพถ่าย ลักษณะความสัมพันธ์กับนายเบน พร้อมเสนอให้รัฐบาลพิจารณาให้บุคคลที่เคยมีความเกี่ยวข้องกับนายเบน ในฐานะ "อดีตที่ปรึกษากฎหมาย" และปัจจุบันดำรงตำแหน่งในรัฐบาล ยุติการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว เพื่อสะท้อนความโปร่งใสและความตั้งใจจริงในการปราบปรามเครือข่ายสแกมเกมอร์

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
ด้านนายศรีสุวรรณ จรรยา "นักร้อง(การเมือง" จากองค์กรที่ใช้ชื่อว่า "องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน" ยื่นคำร้องต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ไต่สวนกรณีโซเชียลมีเดียเผยแพร่ภาพบุคคลต่าง ๆ โดยมีนายอนุทิน, นายเอกนิติ, ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ รวมทั้งนักธุรกิจพลังงานชื่อดัง ถ่ายภาพมากมายหลายกิจกรรมร่วมเฟรมกับนายเบน สมิธ ซึ่งเป็นบุคคลที่ถูกหน่วยงานรัฐหลายหน่วยงาน รวมทั้ง ปปง. ตรวจสอบธุรกรรมว่าเกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติหรือไม่นั้น จะเป็นการคบหาสมาคมกับบุคคลต้องสงสัยของ ปปง. และหน่วยงานรัฐในกระบวนการยุติธรรมอันถือได้ว่าขัดต่อมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่
เขาเห็นว่า พฤติการณ์ตามภาพดังกล่าวอาจเข้าข่ายการคบหาสมาคมกับคู่กรณีที่มีชื่อเสียงในทางลบ อาจเข้าข่ายการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ข้อ 7, 8, 11, 17, 19 ประกอบข้อ 27 อันทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อการดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ หลังจากนี้อาจต้องร้อง กกต. ให้ตรวจสอบพรรคการเมืองหลายพรรคที่อาจจะเกี่ยวข้องด้วย
คำชี้แจงจากคนในภาพ
อนุทิน: รู้จัก แต่ไม่สนิท-ไม่คบค้า เจอในงาน 5-6 ครั้ง
นายอนุทินเปิดเผยกับนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ประกาศข่าวรายการ "เรื่องเล่าเช้านี้" สถานีโทรทัศน์ช่อง 33 ว่า ภาพดังกล่าวเป็นภาพเก่าเมื่อปี 2557 จำได้คร่าว ๆ ว่าหลังรัฐประหารได้เดินทางไปประเทศสิงคโปร์ แล้วไปเจอกับคณะของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองพลที่ 1 และได้เจอนายเบน สมิธ ซึ่งก็จำได้ จนมาเป็นข่าววันนี้ก็จำได้ว่าคนนี้คือนายเบน สมิธ
"ก็รู้ตั้งแต่มีการอภิปรายถึงนายเบน สมิธ ก็รู้ และก็เป็นคนที่มีหลักฐานฐานยันชัดเจนว่ามีความพยายามขอสัญชาติไทย และในฐานะ รมว.มหาดไทย ก็ไม่ได้อนุญาตให้สัญชาติกับนายเบน สมิธ แต่อย่างใด นี่ก็นับว่าเป็นสิ่งที่จะยืนยันว่าไม่ได้มีการคบค้า และก็สงสัยด้วยซ้ำไปว่าหลังจากนั้นอาจจะเป็นส่วนที่ทำให้ถูกผลักออกจากกระทรวงมหาดไทยหรือไม่จากกรณีที่ไม่ได้ให้สัญชาติกับนายเบน สมิธ" นายสรยุทธถ่ายทอดคำชี้แจงจากนายอนุทิน
นายกฯ ย้ำว่า ในปี 2557 ยังไม่มีประเด็นสแกมเมอร์ "ไปพบ เจอ แต่ไม่ได้คบหากัน"
สายวันนี้ (4 ธ.ค.) นายอนุทินให้สัมภาษณ์อีกครั้งที่ทำเนียบรัฐบาล โดยยอมรับว่า "รู้จัก แต่ไม่สนิท และภาพที่ปรากฏคือการเจอกันครั้งแรก"
ผู้สื่อข่าวถามว่า การเจอครั้งนั้นนายเบนบอกหรือไม่ว่าทำธุรกิจอะไร นายอนุทิน ส่ายหน้า พร้อมพูดว่าเป็นคนที่คุยกันในลักษณะเพื่อนของเพื่อนของเพื่อน ถามว่ารู้จักหรือไม่ ก็รู้จัก และหลังจากนั้นก็เจอกันตามงาน ก็ทักทาย... เขาก็มีแวดวง เจอในงานประมาณ 5-6 ครั้ง
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าแสดงว่านายเบน สมิธ รู้จักผู้หลักผู้ใหญ่บ้านเมืองเยอะใช่หรือไม่ ? นายอนุทินตอบว่า สื่อก็เห็นจากรูปแล้ว ทำไมจะมาเอากับเรื่องรูปที่ถ่ายเป็น 10 ปี
ส่วนการปรากฏภาพนี้เป็นเกมการเมืองหรือไม่นั้น นายกฯ จากพรรคสีน้ำเงินบอกว่า แล้วแต่คนจะคิด ปกติแล้วตนไม่ได้ติดต่อและไม่ได้มีธุรกิจร่วมกับนายเบน เมื่อถามย้ำว่า ทราบหรือไม่ว่าใครเป็นคนปล่อยภาพออกมา นายอนุทินตอบว่า "รู้หมด สื่อก็รู้"
ส่วนที่ สส. พรรค ปชน. ออกมาตั้งข้อสังเกตว่าการรู้จักกับนายเบน เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ไม่อยากแก้ปัญหาสแกมเมอร์ นายอนุทินย้อนทันควันว่า "โอ้โห นี้อะนะที่ไม่แก้เรื่องสแกมเมอร์ You know me little go (คุณรู้จักผมน้อยเกินไป)"
เอกนิติ: แค่แลกนามบัตรในงานเลี้ยงหลักสูตร ตร.
ด้านรองนายกฯ เอกนิติชี้แจงว่า เป็นภาพเก่าราว 5 ปีก่อน ในงานเลี้ยงหลักสูตรผู้บริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ประกอบด้วย ผู้บริหารจากภาครัฐ เอกชน และหลากหลายวงการราว 100 คน โดยเขาเป็นที่ปรึกษาและอาจารย์สอนหลักสูตรนี้ แต่นายเบนไม่ได้เรียน วันนั้นมีนักธุรกิจราว 60-70 คน ก็พาเครือข่ายพาเพื่อนมากิน ซึ่งนายเบน สมิธ เดินเข้ามาพูดคุยสั้น ๆ และแลกนามบัตร หลังจากนั้นก็ไม่ได้มีการคบหาสมาคมกันอีก
ในระหว่างให้สัมภาษณ์รายการ "เจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์" ทางสถานีทัศน์ช่อง 30 นายเอกนิติปฏิเสธว่าไม่รู้ว่าใครเป็นคนพานายเบนเข้าไปในงานเลี้ยง ต่อไปหากไปร่วมงาน ตนคงต้องระวังการถ่ายรูปมากขึ้น เพราะปกติเวลาไปกล่าวตามงานต่าง ๆ ก็จะมีคนมาขอถ่ายภาพ
ผู้ดำเนินรายการถามว่ารู้สึกอย่างไรที่ถูกดึงเข้าไปอยู่กลางสงครามการเมือง นักการเมืองหน้าใหม่ที่รับราชการมาทั้งชีวิตกล่าวยอมรับว่า "ไม่คุ้น เราตั้งใจมาทำงานให้ประเทศชาติ ไม่คุ้นกับสถานการณ์แบบนี้ อยากเข้ามาช่วยประเทศจริง ๆ ไม่คิดว่าต้องระมัดระวัง"

ที่มาของภาพ, Wasawas Lukharang/BBC Thai
พล.อ.อภิรัชต์: รู้จักแบบผิวเผิน
อีกคนในภาพที่หายหน้าหายตาไปจากแวดวงสังคมและหน้าสื่อมานานคือ พล.อ.อภิรัชต์ ที่ต้องส่งคำชี้แจงผ่านนายสรยุทธ ผู้ประกาศรายการ "เรื่องเล่าเช้านี้" และ "กรรมกรข่าว คุยนอกจอ"
ในระหว่างการจัดรายการทางออนไลน์ นายสรยุทธเปิดเผยว่า อดีต ผบ.ทบ. ส่งข้อความมาถึงเขา โดยระบุว่า "ผมได้เห็นภาพและขอชี้แจงตามนี้ว่า ภาพแรกเป็นภาพปี 2557 ขณะเรียนหลักสูตร วปอ. และเดินทางไปดูงานที่สิงคโปร์ มีเพื่อนแนะนำให้รู้จัก เบน สมิธ เป็นนักธุรกิจและมารับประทานอาหาร ซึ่งยังจำได้ว่า อนุทิน ชาญวีรกูล พูดในตอนนั้นว่า อเมริกันแชร์ คือทุกคนจ่ายค่าอาหารทุกคน ไม่มีใครเลี้ยง"
"ภาพอีกภาพเป็นรูปงานแต่งของลูกสาว และคนมาร่วมงานเยอะ ยืนยันส่วนตัวไม่ได้สนิทหรือคบหากับ เบน สมิธ เป็นการรู้จักแบบผิวเผินกับ เบน สมิธ"











