เด็กร้องไห้ระงมไปทั่วท้องถนนในกาซา เมื่อเราต้องหนีการโจมตีทางอากาศตอนตี 2

ที่มาของภาพ, Reuters
โรงไฟฟ้าเพียงแห่งเดียวในกาซาได้ใช้น้ำมันสำหรับการปั่นไฟไปหมดแล้ว อุปกรณ์ทางการแพทย์และอาหารก็ร่อยหรอ หลังจากที่ผ่านไปอีกคืนที่ผู้คนนับร้อย ๆ ต้องหนีกระจัดกระจายกันไปตามท้องถนนจากการโจมตีทางอากาศที่มาอย่างไม่หยุดหย่อน
รุชดี อาบู-อาลูฟ ผู้สื่อข่าวบีบีซีในฉนวนกาซา เล่าว่าเมื่อเวลาตี 2 ของวันพุธ เพื่อนร่วมแฟลตได้มาเคาะประตูห้องของเธอและบอกให้รีบหนีทันที เพราะว่าแฟลตดังกล่าวกำลังตกเป็นเป้าโจมตี
การโจมตีทางอากาศจากเครื่องบินรบอิสราเอลมีขึ้นต่อเนื่องมาเป็นวันที่ห้าแล้ว
สถานการณ์ของประชาชนกว่า 2.3 ล้านคนในกาซานั้นยิ่งสิ้นหวังขึ้นไปทุกวัน เนื่องด้วยไม่มีหนทางที่จะหนีออกไปจากดินแดนเล็ก ๆ แห่งนี้เลย
ทางการปาเลสไตน์ระบุว่า โรงไฟฟ้าเพียงแห่งเดียวในกาซาได้หยุดผลิตกระแสไฟฟ้าไปแล้วอย่างสมบูรณ์ตั้งแต่วันพุธตอนบ่าย 2 ตามเวลาท้องถิ่น
ตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา อิสราเอลได้ตัดช่องทางการขนส่งสินค้าที่จำเป็นทั้งหมดที่เข้ามายังกาซา ซึ่งรวมไปถึงน้ำมันเชื้อเพลิงด้วย โดยถือเป็นหนึ่งในการตอบโต้ที่กลุ่มติดอาวุธฮามาสโจมตีอิสราเอลอย่างรุนแรงเมื่อวันเสาร์
การที่โรงไฟฟ้าหลักหยุดปั่นกระแสไฟ แปลว่าผู้คนในกาซาต้องพึ่งพาเครื่องปั่นไฟของตัวเอง แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่มีหนทางที่จะนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงมาเพื่อปั่นไฟได้อีก
ตอนนี้ความหวังในการหนีออกไปจากกาซานั้นริบหรี่ หลังจากด่านชายแดนระหว่างกาซาและอิสราเอลโดนปิดทั้งหมด ส่วนอียิปต์ก็ถูกบีบให้ต้องปิดด่านชายแดนเพียงแห่งเดียวกับกาซาด้วย เนื่องจากมีการโจมตีทางอากาศใกล้ด่านพรมแดนดังกล่าว
รุชดี พยายามที่จะพาครอบครัวออกไปจากกาซา เพราะมันไม่มีความชัดเจนเลยว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ แต่นั่นก็เป็นไปไม่ได้เหมือนกัน
รุชดีเล่าว่าในช่วงเช้าตรู่ของวันอังคาร เธอตื่นขึ้นมาพร้อมกับลูก ๆ ทั้งสาม หยิบกล่องอุปกรณ์ปฐมพยาบาล จากนั้นก็มุ่งหน้าไปโรงพยาบาล แต่เมื่อเราไปถึงที่นั่น กลับมีผู้คนหลายร้อยคนอยู่ที่นั่นเต็มหน้าทางเข้าโรงพยาบาล โดยพวกเขากำลังมองหาที่พักพิงข้ามคืนเช่นกัน
เด็ก ๆ ที่กำลังสะลึมสะลือร้องตะโกนออกมา เมื่อพวกเขาต้องเดินไปตามท้องถนนโดยมีจรวดบินอยู่บนท้องฟ้า
ในช่วงเช้าวันพุธ กลุ่มฮามาสบอกว่ามีคนกว่า 30 คนถูกสังหารชั่วข้ามคืนจากการโจมตีทางอากาศ และในขณะนี้มีชาวปาเลสไตน์ในกาซาเสียชีวิตแล้วเกิน 1,000 คนจากการโจมตีทางอากาศตอบโต้ของอิสราเอล
กองทัพอิสเราเอลระบุว่า พวกเขาโจมตีเป้าหมายกว่า 450 จุดในฉนวนกาซาในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา
การโจมนี้ทางอากาศโดยอิสราเอลนี้ เริ่มต้นขึ้นหลังจากที่นักรบฮามาสข้ามชายแดนไปยังอิสราเอล แล้วโจมตีระลอกใหญ่ไปยังชุมชนต่าง ๆ ที่อยู่ทางตอนใต้ของอิสราเอล และสังหารชาวอิสราเอลไปอย่างน้อย 1,200 คน มีการประเมินว่าตัวประกันกว่า 150 คนถูกจับตัวไปโดยกลุ่มฮามาส
อิสราเอลประกาศเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่าจะ "ปิดล้อมกาซาโดยสมบูรณ์" โดยประกาศว่าไฟฟ้า อาหาร น้ำมันเชื้อเพลิง และน้ำสะอาด จะถูกตัดไม่ให้ส่งเข้าไปในกาซา และในขณะนี้เราก็เริ่มเห็นผลกระทบของการปิดล้อมนี้แล้ว
เมื่อวันอังคาร รุชดีได้พบกับผู้หญิงคนหนึ่งในซูเปอร์มาร์เก็ตซึ่งกำลังมองหานมเพื่อลูกทารก ตอนนั้นเธอเหลือนมอยู่แค่ครึ่งขวด แต่ว่าซูเปอร์มาร์เก็ตกลับว่างเปล่า
กระทั่งในช่วงก่อนที่สงครามระลอกล่าสุดจะเริ่มต้นขึ้น ผู้คนกว่า 80% ในฉนวนกาซาก็ต้องพึ่งพิงการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจากนานาชาติอยู่แล้ว นอกจากนี้ หน่วยงานของยูเอ็นที่ดูแลผู้อพยพชาวปาเลสไตน์ยังบอกด้วยว่า มีคนในฉนวนกาซาอย่างน้อย 1 ล้านคนที่ไม่ได้รับอาหารที่มีการแจกจ่ายกันมาตั้งแต่วันเสาร์
องค์การอนามัยโลกได้เรียกร้องให้มีการเปิดช่องทางเพื่อส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าไป แต่ในกาซาแห่งนี้ ผู้คนไม่ได้มีความหวังมากนักว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้น
ดร.กัสซาน อาบู-ซิทธาห์ แพทย์ชั้นนำที่เป็นลูกครึ่งอังกฤษ-ปาเลสไตน์ บอกกับบีบีซีว่า ระบบสาธารณสุขในกาซาจะล่มสลายลงภายใน 1 สัปดาห์ ถ้าหากไม่มีความช่วยเหลือใด ๆ ส่งเข้าไป
"เตียงในโรงพยาบาลเต็มหมดแล้ว ผู้ป่วยที่ต้องการการผ่าตัดก็ไม่สามารถเข้าห้องผ่าตัดได้ เพราะห้องผ่าตัดถูกใช้งานอย่างเต็มกำลังอยู่แล้ว" เขากล่าว พร้อมกับบอกเพิ่มเติมว่านี่คือการโจมตีครั้งที่รุนแรงที่สุดที่เขาเคยเห็นนับตั้งแต่เริ่มทำงานเป็นหมอในกาซาเมื่อกว่า 40 ปีก่อน
"เนื่องจากประชาชนที่นี่ได้รับบาดเจ็บภายในบ้านของตัวเอง ประมาณ 30-40% ของผู้บาดเจ็บจึงเป็นเด็ก หลายครอบครัวถูกนำมาส่งที่โรงพยาบาลในสภาพที่ทุกคนบาดเจ็บหมด... ในสถานการณ์สงคราม คุณมักพยายามบอกคนไข้ให้กลับบ้านได้ไวกว่าปกติ เพื่อให้มีเตียงว่างสำหรับคนอื่น แต่คนไข้พวกนี้ทั้งหมดต่างมาจากบ้านที่ถูกทำลายไปแล้ว ดังนั้นเราจึงไม่สามารถส่งพวกเขาออกจากโรงพยาบาลให้ไปอยู่ตามท้องถนนได้" เขากล่าว
ผู้นำกลุ่มฮามาสบอกว่า เขาจะไม่เจรจาแลกเปลี่ยนระหว่างตัวประกันกับอาหารและยา และเขาจะไม่เจรจากับอิสราเอลด้วย ตราบเท่าที่กาซายังคงโดนยิงถล่มอยู่เช่นนี้
ผู้นำยูเอ็นด้านสิทธิมนุษยชนบอกว่าการปิดล้อมเช่นนี้ถือว่าผิดกฎหมายระหว่างประเทศ หน่วยงานต่าง ๆ ของยูเอ็นยังได้ประณามการสังหารหมู่ครั้งนี้โดยกลุ่มฮามาส และเรียกร้องให้ฮามาสปล่อยตัวประกันที่พวกเขาจับตัวไป
และแม้ว่าอิสราเอลจะยืนกรานว่าไม่ได้พุ่งเป้าไปที่พลเรือนในเขตกาซา แต่ผู้คนที่นี่ก็รู้สึกว่าการตัดสินใจตัดน้ำ อาหาร ยารักษาโรค และกระแสไฟฟ้าในกาซาที่มีผู้คนอยู่กว่า 2.3 ล้านคน ถือเป็นการลงโทษแบบเหมารวม (collective punishment)
ผู้คนในกาซารู้อยู่ก่อนแล้วว่าสงครามหน้าตาเป็นอย่างไร เพียงแต่ว่าสงครามครั้งนี้รู้สึกต่างออกไป













