การสูญเสียแรงขับทางเพศ และการถกเถียงครั้งใหญ่ว่าฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนจะช่วยฟื้นความปรารถนาทางเพศได้หรือไม่

A woman and a man sleeping in bed back to back, top view
    • Author, รูธ เคล็กก์
    • Role, ผู้สื่อข่าวอาวุโสสายสุขภาพ บีบีซี นิวส์
  • เวลาอ่าน: 16 นาที

ย้อนกลับไปในยุคทศวรรษ 1990 อลัน รีฟส์ มักจะขึ้นแสดงบนเวทีเป็นประจำ โดยถอดเสื้อผ้าต่อหน้าผู้ชมหลายพันคนในฐานะสมาชิกของวงเดอะ ดรีมบอยส์ (The Dreamboys) เขาเป็นที่ต้องการมาก จนกระทั่งเขาและคณะนักเต้นชายของเขาไปปรากฏตัวในภาพยนตร์เรื่องสไปซ์ เวิลด์ (Spice World) ของวงดนตรีสไปซ์ เกิร์ล (Spice Girls)

ชายหนุ่มวัย 24 ปีในตอนนั้น ยอมรับเองว่า "เขาเป็นที่ชื่นชอบของสาว ๆ"

แต่เมื่อรีฟส์อายุได้ 30 ปีเศษ เขากลับพบว่าตัวเองอยู่ในสถานการณ์ที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง อารมณ์ของเขาหดหู่ และความต้องการทางเพศแทบจะหายไปหมด

"ผมรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างไม่ปกติ" เขากล่าว

รีฟส์ ซึ่งมีอายุ 52 ปีในปัจจุบัน บอกว่าการที่เขาไม่มีแรงขับทางเพศเริ่มส่งผลเสียต่อความสัมพันธ์ระยะยาวของเขา

"เราไม่ได้มีเพศสัมพันธ์กันเป็นเวลา 3-4 เดือนติดต่อกัน ผมแค่ไม่มีความสนใจในเรื่องนี้เลย" เขากล่าว

"เรื่องแบบนี้อาจทำให้คู่รักเลิกกันได้"

Geri Halliwell and Alan Reeves in the Spice Girls film

ที่มาของภาพ, Fragile Films/ Icon Entertainment International/ Polygram Filmed Entertainment

คำบรรยายภาพ, เจรี ฮัลลิเวลล์ และ อลัน รีฟส์ ในภาพยนตร์เรื่องสไปซ์เวิร์ล

ปัจจุบัน รีฟส์เป็นโค้ชด้านฟิตเนสและไลฟ์สไตล์ที่อาศัยอยู่ในลอนดอน เขาเริ่มเข้ารับการบำบัดด้วยการเสริมฮอร์โมนเทสโทสเทอโรน (Testosterone Replacement Therapy - TRT) และกล่าวว่ามันทำให้เขากลับมามีสมรรถภาพทางเพศอีกครั้ง เปลี่ยนจาก "ชายแก่ขี้หงุดหงิด" กลับมามีความรู้สึกราวกับได้กลับไปเป็นหนุ่มวัย 20 ต้น ๆ อีกครั้ง ซึ่งเขาบรรยายว่ามัน "รู้สึกมหัศจรรย์มาก"

ผู้หญิงก็หันมาใช้ฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนมากขึ้นเช่นกัน

ราเชล เมสัน บล็อกเกอร์วัย 37 ปี ที่เขียนเรื่องเกี่ยวกับวัยหมดประจำเดือน กล่าวว่าฮอร์โมนนี้ "น่าทึ่ง" มากสำหรับระดับพลังงาน สมาธิ และความต้องการทางเพศของเธอ

ใบสั่งยาสำหรับฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานบริหารธุรกิจของระบบบริการสุขภาพแห่งสหราชอาณาจักร (National Health Service - NHS) ซึ่งรวบรวมโดยคณะกรรมการคุณภาพการดูแล แสดงให้เห็นว่าการสั่งจ่ายยานี้เพิ่มขึ้น 135% ระหว่างปี 2021-2024

การเพิ่มขึ้นนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ความต้องการทางเพศทั่วสหราชอาณาจักรดูเหมือนจะลดลง จากการสำรวจทัศนคติและวิถีชีวิตทางเพศแห่งชาติ (National Surveys of Sexual Attitudes and Lifestyles - Natsal) ซึ่งสอบถามผู้คนมากกว่า 10,000 คนทุก ๆ ประมาณสิบปี โดยตัวเลขใหม่จะออกมาในปลายปีนี้ ผลสำรวจพบว่าความถี่ในการมีเพศสัมพันธ์ในสหราชอาณาจักรลดลงอย่างต่อเนื่อง

ในปี 1990 คนอายุ 16-44 ปี รายงานว่ามีเพศสัมพันธ์โดยเฉลี่ย 5 ครั้งต่อเดือน ในปี 2000 ลดลงเหลือ 4 ครั้ง และในปี 2010 เหลือ 3 ครั้ง ผลการวิจัยชุดต่อไปจะออกมาในปลายปีนี้ และนักวิจัยคาดการณ์ว่าแนวโน้มขาลงจะยังคงดำเนินต่อไป ถึงแม้พวกเขาไม่ได้ระบุสาเหตุเดียวของการลดลงนี้ก็ตาม

ท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้ การถกเถียงเรื่องหนึ่งกำลังทวีความเข้มข้นขึ้น การเพิ่มระดับฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนจะช่วยเพิ่มความต้องการทางเพศได้จริงหรือไม่ หรือว่าความสนใจส่วนใหญ่เป็นเพียงแค่การโฆษณาชวนเชื่อ ผลกำไร และผลจากยาหลอก?

แรงขับทางเพศลดลง

ประสบการณ์ของ อลัน รีฟส์ ที่ความต้องการทางเพศลดลงเป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของแนวโน้มที่นักวิจัยกล่าวว่ากำลังแพร่หลายมากขึ้นเรื่อย ๆ

"ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เราสังเกตเห็นว่าความต้องการทางเพศลดลงในประชากรทุกกลุ่ม" โซอาซิก คลิฟตัน ผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการของ Natsal กล่าว

"ตัวอย่างเช่น จำนวนคู่รักที่อยู่ด้วยกันโดยไม่แต่งงานมีน้อยกว่าในยุคทศวรรษ 90 ซึ่งอาจช่วยอธิบายการลดลงของแรงขับทางเพศได้ แต่แม้กระทั่งเมื่อเราพิจารณาเฉพาะกลุ่มนั้น ก็ยังพบว่ามีการลดลงอยู่ดี"

อันที่จริง การลดลงของความถี่ในการมีเพศสัมพันธ์ที่มากที่สุดนั้น พบในกลุ่มคู่รักสูงอายุที่แต่งงานแล้ว หรืออยู่กินกันโดยไม่แต่งงาน

คลิฟตันกล่าวว่า เป็นเรื่องยากที่จะระบุได้อย่างแน่ชัดว่าทำไมแรงขับทางเพศจึงดูเหมือนลดลง

"จากข้อมูลที่มีอยู่ตอนนี้ เรายังไม่สามารถบอกอย่างมั่นใจได้ว่าทำไมประชากรโดยรวมถึงมีเพศสัมพันธ์กันน้อยลง" เธอกล่าว

งานวิจัยหลายชิ้นพยายามทำความเข้าใจถึงสาเหตุ โดยชี้ให้เห็นว่าโลกดิจิทัลอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การหยุดพักจากโลกดิจิทัลทำได้ยากขึ้น อีกทั้งยังมีกิจกรรมให้เลือกทำมากขึ้นด้วย

เบน เดวิส แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปและนักบำบัดทางเพศ กล่าวว่า ระดับความเครียดของเราโดยทั่วไปสูงกว่าเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ซึ่งอาจเป็นปัจจัยหนึ่ง

"ผู้คนมีเรื่องให้ต้องจัดการมากมาย" เขาอธิบายและว่า "แน่นอนว่ามีเรื่องเทคโนโลยี แต่ก็ยังมีเรื่องความเครียด ภาวะซึมเศร้า ความเหงาที่เพิ่มขึ้นด้วย... สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลให้ความต้องการทางเพศลดลง"

และยังมีอีกความเป็นไปได้หนึ่งที่ได้รับความสนใจอย่างมากในโลกออนไลน์และกลายเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ นั่นคือ ระดับฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนต่ำอาจส่งผลกระทบต่อความต้องการทางเพศ

ศาสตราจารย์เจฟฟรีย์ แฮ็กเก็ตต์ ศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะละสมาชิกของสมาคมเวชศาสตร์ทางเพศแห่งอังกฤษ (British Society for Sexual Medicine - BSSM) กล่าวว่า "ระดับฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนในผู้ชายลดลงอย่างแน่นอน"

"การเพิ่มขึ้นของโรคอ้วน โรคเบาหวานชนิดที่ 2 และจำนวนผู้คนที่ใช้ชีวิตแบบนั่งอยู่กับที่มากขึ้น ล้วนส่งผลให้ระดับฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนลดลง และระดับฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนที่ลดลงจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ความต้องการทางเพศของเราลดลง"

จากการศึกษาขนาดใหญ่หลายครั้งในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ซึ่งวัดระดับฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนในผู้ชาย พบว่าระดับฮอร์โมนดังกล่าวลดลง แต่แฮ็กเก็ตต์เน้นย้ำว่าเรื่องนี้มีความซับซ้อนกว่านั้น การมีระดับเทสโทสเทอโรนต่ำจะเพิ่มโอกาสที่จะมีแรงขับทางเพศต่ำ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่มีระดับเทสโทสเทอโรนต่ำจะมีแรงขับทางเพศต่ำเสมอไป

แม้จะมีความซับซ้อนเช่นนี้ แต่ในสถานีรถไฟใต้ดิน ป้ายรถเมล์ และสื่อโซเชียลมีเดียต่างก็เต็มไปด้วยโฆษณาต่างๆ เช่น ความต้องการทางเพศลดลง? สมองเบลอ? เหนื่อยล้า? ถึงเวลาตรวจระดับฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนแล้ว! แฟนของคุณหมดเสน่ห์ไปแล้วหรือ? อาจเป็นเพราะฮอร์โมนของเขา!

ดังนั้นการบำบัดด้วยการเสริมฮอร์โมนเทสโทสเทอโรน (TRT) จะสามารถรักษาภาวะความต้องการทางเพศต่ำได้ทั้งหมดจริงหรือไม่?

ฮอร์โมนเทสโทสเทอโรน "คืนชีวิตให้ฉัน"

เมลลิซา กรีน รับประทานฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนมาเกือบหนึ่งปีแล้ว เธอบอกว่ามันไม่เพียงแต่ทำให้เธอ "กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง" แต่ยังช่วยรักษาชีวิตสมรสของเธอไว้ด้วย

หญิงวัย 43 ปีกล่าวว่า ความต้องการทางเพศที่ต่ำของเธอส่งผลกระทบอย่างมากต่อความสัมพันธ์ของพวกเขา

เนื่องจากอยู่ในช่วงวัยหมดประจำเดือน แพทย์ประจำตัวของเธอจึงได้สั่งจ่ายฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนผ่านการบำบัดด้วยฮอร์โมนทดแทน (Hormone Replacement Therapy - HRT) ให้เธอแล้ว แต่กรีนบอกว่าแพทย์ประจำตัวไม่ยอมตรวจระดับฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนของเธอ โดยบอกว่าเธอไม่จำเป็นต้องใช้ฮอร์โมนเสริมนั้น

NHS ระบุว่า พวกเขาปฏิบัติตามคำแนะนำจากสถาบันแห่งชาติเพื่อความเป็นเลิศด้านการดูแลสุขภาพ (National Institute of Care Excellence) ซึ่งระบุว่าควรพิจารณาใช้ฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนในผู้หญิงก็ต่อเมื่อได้ลองใช้ฮอร์โมนทดแทน (HRT) แล้ว และได้ตัดปัจจัยอื่น ๆ ที่อธิบายถึงความต้องการทางเพศต่ำออกไปแล้ว โดยผู้ที่มีข้อกังวลควรปรึกษาแพทย์ประจำตัว

ในที่สุด กรีนก็ไปที่คลินิกเอกชน ตรวจเลือด และได้รับแจ้งว่าระดับฮอร์โมนของเธอต่ำ หลังจากนำผลตรวจไปให้แพทย์ประจำตัว เธอก็ได้รับฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนจากระบบสาธารณสุข และได้รับยาเสริมอีกเล็กน้อยจากใบสั่งยาของคลินิกเอกชน

"มันทำให้ฉันได้ชีวิตกลับคืนมา ในบางแง่ ฉันรู้สึกเหมือนได้กลับไปเป็นสาววัย 20 ต้น ๆ อีกครั้ง" เธอกล่าวและบอกว่า "ฉันมีพลังงานมากขึ้น รู้สึกกระฉับกระเฉงขึ้น และความต้องการทางเพศก็กลับมาแล้ว"

Melissa Green (right) and her husband Marcus (left)

ที่มาของภาพ, Melissa Green

คำบรรยายภาพ, เมลิสซา กรีน และสามีของเธอ มาร์คัส

ในขณะที่บางคนชื่นชมผลของฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนต่อความต้องการทางเพศ แต่บางคนก็กล่าวว่ามันมีผลเสียที่ไม่พึงประสงค์เช่นกัน

เชอริล โอมัลลีย์ รับประทานฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนเป็นเวลาหนึ่งปี เธอบอกว่าแม้ว่ามันอาจช่วยฟื้นพลังงานที่เธอสูญเสียไปในช่วงวัยหมดประจำเดือนได้บ้าง แต่มันก็กระตุ้นความต้องการทางเพศของเธอมากเกินไป และทำให้เธอรู้สึกโกรธแค้นอย่างรุนแรง

"ฉันรู้สึกอยากมีเพศสัมพันธ์มาก ฉันอยากมีเพศสัมพันธ์กับสามี แต่ในขณะเดียวกันฉันก็เกลียดเขา"

"ตอนนั้นแหละที่คุณรู้ว่าที่นี่ไม่ใช่ที่ ๆ ดี นี่ไม่ใช่ตัวฉัน ฉันรู้สึกควบคุมอะไรไม่ได้เลย"

ราเชล เมสัน กล่าวว่า เมื่อเธอโพสต์เกี่ยวกับ TRT เธอพบว่า "ผู้หญิงหลายคนกลัวที่จะเริ่มใช้ฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนมาก พวกเธอกังวลว่าตัวเองจะกลายเป็นผู้ชาย มีขนขึ้นบนใบหน้า และสูญเสียตัวตนของตัวเองไป"

Rachel Mason

ที่มาของภาพ, Rachel Mason @raysecommunity

คำบรรยายภาพ, ราเชล เมสัน กล่าวว่า ฮอร์โมนเทสโทสเทอโรน "ยอดเยี่ยม" สำหรับเธอ

เมสันกล่าวว่า ข้อมือของเธอมี "บริเวณที่มีขนดกเป็นพิเศษ" ซึ่งเป็นบริเวณที่เธอทาเจลเทสโทสเทอโรนเป็นประจำทุกวัน แต่เธอมั่นใจว่าผลประโยชน์ที่ได้รับจากฮอร์โมนนั้นคุ้มค่า

นอกเหนือจากขนตามร่างกายที่เพิ่มขึ้นแล้ว การบำบัดด้วยฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนยังอาจมีผลข้างเคียงอื่น ๆ อีกหลายอย่าง สำหรับผู้หญิง ผลข้างเคียงที่พบบ่อยที่สุดคือ ขนขึ้นมากเกินไป สิวขึ้น และน้ำหนักเพิ่มขึ้น ซึ่งโดยทั่วไปแล้วสามารถแก้ไขได้ด้วยการลดขนาดยาหรือหยุดใช้ยา ส่วนอาการผมร่วงและเสียงทุ้มลงพบได้น้อยมากในการบำบัดด้วยฮอร์โมนเทสโทสเทอโรน

สำหรับผู้ชาย อาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น น้ำหนักเพิ่มขึ้น การแข็งตัวของอวัยวะเพศที่เจ็บปวดและนานเกินไป ผมร่วงแบบผู้ชาย และอารมณ์แปรปรวน นอกจากนี้ยังอาจทำให้การผลิตอสุจิลดลง ซึ่งส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์ได้ แม้จะมีวิธีการรักษาที่สามารถช่วยได้ แต่ก็ควรปรึกษาแพทย์ก่อน

"มันคือช่องทางหาผลประโยชน์อย่างมหาศาล"

แพทย์ประจำบ้านในระบบ NHS และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางบางรายให้สัมภาษณ์กับบีบีซีว่า คลินิกเอกชนกำลังแสวงหาผลกำไรโดยการขาย TRT เป็นวิธีแก้ปัญหาอย่างรวดเร็วสำหรับปัญหาที่ซับซ้อน

ดร.พอลล่า บริกส์ ที่ปรึกษาด้านสุขภาพทางเพศและการเจริญพันธุ์ของ NHS อธิบายว่า นี่เป็นเหมือน "ขบวนรถไฟแห่งผลประโยชน์" ที่ผู้คนต้องจ่ายเงินจำนวนมากสำหรับสิ่งที่ไม่จำเป็น

"มันควบคุมไม่ได้แล้ว" เธอกล่าว "อุตสาหกรรมด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีได้สร้างช่องว่างในตลาดขึ้นมา และพวกเขาก็กำลังใช้ประโยชน์จากช่องว่างนั้น"

"มันเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม"

อย่างไรก็ตาม คลินิกเอกชนกล่าวว่าพวกเขากำลังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนด้วยการให้บริการที่ NHS ไม่สามารถจัดหาได้

เจฟฟ์ ฟอสเตอร์ แพทย์ประจำ NHS และผู้อำนวยการทางการแพทย์ของ Voy คลินิกมูลค่าหลายล้านปอนด์ที่เชี่ยวชาญด้านสุขภาพของผู้ชาย กล่าวว่าภาคเอกชนกำลังเข้ามาเติมเต็มช่องว่างในการดูแลสุขภาพ

"ในขณะนี้ ระบบบริการสุขภาพแห่งสหราชอาณาจักร (NHS) ยังไม่พร้อมที่จะวินิจฉัยหรือรักษาผู้ชายหลายพันคนที่อาจมีระดับฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนต่ำ"

การรักษาด้วยฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนมีให้บริการผ่าน NHS โดยคลินิกส่วนใหญ่อยู่ภายใต้การดูแลของแผนกต่อมไร้ท่อหรือแผนกศัลยกรรมทางเดินปัสสาวะ

ไมเคิล โคซิส ได้ให้บริการ TRT ผ่านบริษัทของเขา Balance My Hormones มาตั้งแต่ปี 2016 เขาบอกว่าความต้องการเพิ่มขึ้นอย่าง "ก้าวกระโดด" ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

โคซิสกล่าวว่า ผู้ป่วยบางรายของเขาเข้ารับการตรวจผ่าน NHS และได้รับแจ้งว่าระดับฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนของพวกเขานั้นไม่ต่ำ จึงตัดสินใจไปตรวจกับคลินิกเอกชนแทน

"เพียงเพราะระดับฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนของพวกเขาอาจสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดโดย NHS เล็กน้อย ไม่ได้หมายความว่าการบำบัดด้วยฮอร์โมนเทสโทสเทอโรน จะช่วยพวกเขาไม่ได้"

"มันไม่ใช่เรื่องขาวดำ มันซับซ้อนกว่านั้น"

An advert for an at-home test for low testosterone levels in men, is pictured at Liverpool Street Underground station in London

ที่มาของภาพ, AFP via Getty Images

คำบรรยายภาพ, เจฟฟ์ ฟอสเตอร์ ผู้อำนวยการทางการแพทย์ของ Voy กล่าวว่า "ในขณะนี้ ระบบบริการสุขภาพแห่งชาติ (NHS) ยังไม่พร้อมที่จะวินิจฉัยหรือรักษาผู้ชายหลายพันคนที่อาจมีระดับฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนต่ำ"

สำหรับผู้ชาย ระดับฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนจะเริ่มลดลงประมาณ 1% ตั้งแต่อายุ 30-40 ปี คำแนะนำของ NHS ระบุว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการชราตามปกติและไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อความต้องการทางเพศ

ในตอนแรก อลัน รีฟส์ ได้รับการรักษาด้วยฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนจาก NHS การตรวจสองครั้งพบระดับฮอร์โมนอยู่ที่ 10 นาโนโมลต่อลิตร (nmol/L) และ 12 นาโนโมลต่อลิตร และเขาได้รับการฉีดฮอร์โมนทั้งหมด 4 ครั้ง โดยเว้นระยะห่าง 3 สัปดาห์ แต่หลังจากได้รับการรักษาครั้งที่ 4 รีฟส์ได้รับแจ้งว่าไม่สามารถทำการรักษาต่อได้อีกแล้ว "โดยไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจน"

"ผมกลับมาเริ่มต้นใหม่หมด" เขาอธิบาย "นั่นเป็นเหตุผลที่ผมตัดสินใจไปหาคลินิกเอกชน"

Two images of Alan Reeves

ที่มาของภาพ, Alan Reeves @coachalreeves

คำบรรยายภาพ, ปัจจุบัน อลัน รีฟส์ เป็นโค้ชด้านฟิตเนสและไลฟ์สไตล์

ดังนั้น ระดับฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนที่เหมาะสมสำหรับผู้ชายควรอยู่ที่เท่าไหร่ ? คำตอบจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่าคุณถามองค์กรใดและอ่านงานวิจัยใด

แนวทางจาก BSSM ซึ่งได้มาจากการตีความจากงานวิจัยระดับนานาชาติที่สำคัญหลายชิ้น ระบุว่า ผู้ชายที่มีระดับฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนต่ำกว่า 12 นาโนโมลต่อลิตร ควรได้รับการพิจารณาให้รับการบำบัดด้วยฮอร์โมนเทสโทสเทอโรน และอาจแสดงอาการของภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชาย ซึ่งเป็นภาวะที่อัณฑะผลิตฮอร์โมนเพศที่สำคัญนี้ไม่เพียงพอ

แนวทางปฏิบัติของ NHS แตกต่างกันไปในแต่ละหน่วยงาน แต่ระบุว่าผู้ชายที่มีระดับฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนต่ำกว่า 6-8 นาโนโมล/ลิตร อาจมีภาวะขาดฮอร์โมนเทสโทสเทอโรน

สำหรับผู้หญิง ระดับฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนจะเริ่มลดลงระหว่างอายุ 20-40 ปี ก่อนที่จะคงที่เมื่อเข้าสู่ภาวะหมดประจำเดือน การลดลงของระดับฮอร์โมนเป็นเรื่องปกติ แต่คำถามคือ การลดลงนั้นส่งผลกระทบต่อความต้องการทางเพศและสุขภาพโดยรวมมากน้อยเพียงใด

มีชุดตรวจฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนให้บริการอยู่ แต่การตรวจวัดค่าที่แม่นยำทำได้ยาก เพราะถึงแม้เทสโทสเทอโรนจะมีความสำคัญต่อผู้หญิงเช่นกัน แต่ปริมาณที่ร่างกายต้องการนั้นน้อยกว่าผู้ชายมาก และถึงแม้จะมีการสั่งจ่ายยา ก็ต้องเป็นการใช้ยาแบบ "นอกข้อบ่งชี้" เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีการรักษาด้วยเทสโทสเทอโรนใด ๆ ที่ได้รับอนุญาตสำหรับผู้หญิงใน NHS

บริกส์ค่อนข้างระแวงกับกระแสความนิยมของ TRT เธอเล่าว่า เธอเห็นจำนวนผู้ป่วยที่บอกเธอว่าพวกเขาต้องการฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนเพิ่มขึ้นอย่างมาก เพราะพวกเขารู้สึกหดหู่และไม่มีอารมณ์ทางเพศอีกต่อไป

"พวกเขามักบอกว่าพวกเขาได้ทำการค้นคว้ามาแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่หมายความว่าพวกเขาได้เห็นผลกระทบที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้คนจากฮอร์โมนนี้ จากการที่พวกเขาโพสต์เรื่องนี้ลงในโซเชียลมีเดีย"

"แค่เพราะมันได้ผลกับคนดัง ไม่ได้หมายความว่ามันจะได้ผลกับคนทั่วไป"

เธอเล่าว่า แพทย์ประจำบ้านในพื้นที่ของเธอ ทั้งเชสเชอร์และเมอร์ซีย์ไซด์ ต่างมีผู้ป่วยจำนวนมากมาขอตรวจระดับฮอร์โมนเทสโทสเทอโรน และหลายคนที่ได้รับใบสั่งยาฮอร์โมนทดแทนกลับไป แต่กลับมาอีกในอีกไม่กี่เดือนต่อมาและบอกว่ามันไม่ได้ผลมากนัก

เธอกล่าวว่า แม้ว่ามันจะช่วยคนบางคนได้ แต่สัดส่วนของผู้ที่บอกว่าตนเองต้องการเทสโทสเทอโรน และจะได้รับประโยชน์จากมันจริง ๆ นั้นมีน้อยมาก หลักฐานทางคลินิกในปัจจุบันเกี่ยวกับผู้หญิงชี้ให้เห็นว่า การบำบัดด้วยฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนมีประสิทธิภาพเฉพาะในการรักษาผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนที่มีความต้องการทางเพศต่ำเท่านั้น

บริกส์กล่าวว่าการโฆษณาของคลินิกเอกชนนั้น "ทำให้ทุกอย่างเกินจริงไปมาก"

"ผมไม่ได้ต่อต้านการใช้ TRT เมื่อจำเป็น แต่สิ่งที่ผมต่อต้านคือการโปรโมทมันมากเกินไป"

แพทย์เบน เดวิส ยังเตือนด้วยว่า การบำบัดด้วยฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนอาจมีผลเหมือนยาหลอก ทำให้ผู้ป่วยบางรายต้องซื้อยามาใช้เอง ทั้งที่ไม่มีความจำเป็น

เชอริล โอมัลลีย์ หยุดรับประทานฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนแล้ว เธอบอกว่าความโกรธรุนแรงและความต้องการทางเพศที่เพิ่มสูงขึ้นซึ่งเธอประสบระหว่างการรักษาได้ลดลงแล้ว และความต้องการทางเพศของเธอกลับมาอยู่ในระดับที่เธอรู้สึกสบายใจ

"ฉันโล่งใจมากที่หยุดทานยานั้นแล้ว" เธอกล่าว

"มันไม่ใช่ยาวิเศษที่แก้ปัญหาได้ทุกอย่าง"

เดวิสกล่าวว่า "สำหรับบางคน ยาอาจเปลี่ยนแปลงชีวิตพวกเขาได้อย่างแท้จริง" แต่เขาเสริมว่ามันไม่ใช่แค่การจ่ายยาเท่านั้น

"แพทย์เวชย์ปฏิบัติทั่วไปอาจไม่มีเวลาพูดคุยกับผู้ป่วยเกี่ยวกับสาเหตุที่ทำให้ความต้องการทางเพศลดลง อาจเป็นเพราะความสัมพันธ์กับคู่ครอง มุมมองที่ผู้ป่วยมีต่อตัวเอง หรืออาจเป็นเพราะการมีเพศสัมพันธ์ในปัจจุบันไม่ทำให้พวกเขารู้สึกตื่นเต้นอีกต่อไปแล้ว"

เขาบอกว่า มีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อภาวะความต้องการทางเพศต่ำ และฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนไม่ใช่คำตอบเดียว

Cheryl O'Malley

ที่มาของภาพ, Cheryl O'Malley

คำบรรยายภาพ, เชอริล โอมัลลีย์ กล่าวว่า "โล่งใจมากที่หยุดรับประทานฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนแล้ว"

อย่างไรก็ตาม อลัน รีฟส์ เข้ารับการบำบัดด้วยฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนมา 7 ปีแล้ว โดยได้รับยาจากคลินิกเอกชน Balance My Hormones เขาบอกว่าชีวิตของเขาดีขึ้นอย่างมาก

"ความต้องการทางเพศของผมกลับมาแล้วครับ มากเสียจนตอนแรกผมอยากมีเพศสัมพันธ์ทุกคืนติดต่อกัน 10 คืนเลย"

"แต่ตอนนี้ทุกอย่างสงบลงแล้ว และผมก็อยู่ในภาวะที่ดี"

ถึงกระนั้น รีฟส์เชื่อว่า "มันไม่ใช่ยาวิเศษ" และไม่มีประโยชน์อะไรที่จะรับประทานเทสโทสเทอโรนโดยไม่เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตด้านอื่น ๆ ด้วย

มิเช่นนั้น เขาบอกว่ามันก็เหมือนกับการเอาเครื่องยนต์เฟอร์รารีไปใส่ใน "รถเก่า ๆ ที่สภาพย่ำแย่"

"ตอนนี้ผมเดิน... ตัวตรงขึ้นกว่าเดิม ส่วนหนึ่งเป็นเพราะฮอร์โมนเทสโทสเทอโรน และอีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะตัวผมเอง"