ผลวิเคราะห์ “อุกกาบาตเอเลียน” ชี้เป็นวัตถุจากนอกระบบสุริยะ

ที่มาของภาพ, THE GALILEO PROJECT
เศษชิ้นส่วนเม็ดเล็กจิ๋วของอุกกาบาต IM1 ซึ่งนักวิทยาศาสตร์นำขึ้นมาได้จากก้นมหาสมุทรแปซิฟิกเมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา มีองค์ประกอบของแร่ธาตุในสัดส่วนที่ผิดแผกไปจากวัตถุภายในระบบสุริยะเป็นอย่างมาก ซึ่งบ่งชี้ว่ามันเป็นแขกแปลกหน้าผู้เดินทางมาจากห้วงอวกาศระหว่างดวงดาวอันไกลโพ้น
โครงการ “กาลิเลโอ” (The Galileo Project) ที่มุ่งค้นหาร่องรอยของเทคโนโลยีระดับสูงจากต่างดาวบนโลก ซึ่งนำทีมโดยศาสตราจารย์ อาวี โลบ นักฟิสิกส์คนดังแห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้เผยแพร่ผลการศึกษาวิเคราะห์องค์ประกอบของอุกกาบาต IM1 เป็นครั้งแรก ผ่านทางเว็บไซต์คลังเอกสารวิชาการ arXiv.org เนื่องจากก่อนหน้านี้พวกเขาสงสัยว่ามันอาจเป็นยานสอดแนมของเอเลียน เพราะมีความเร็วสูงผิดปกติและดูจะแข็งแกร่งทนทานเกินอุกกาบาตทั่วไป
รายงานวิจัยดังกล่าวเผยว่า ผลวิเคราะห์องค์ประกอบของ “สเฟียรูล” (spherule) หรือเศษชิ้นส่วนเม็ดเล็กจิ๋วที่มีรูปทรงค่อนข้างกลมมน ซึ่งหลุดออกมาจากผิวนอกของอุกกาบาตขณะถูกเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศโลก ชี้ว่ามันเป็นวัตถุที่มีแหล่งกำเนิดจากระบบดาวอื่นอย่างแน่นอน
อุกกาบาต IM1 หรือ CNEOS 2014-01-08 พุ่งเข้ามาในชั้นบรรยากาศโลกเมื่อ 9 ปีก่อน ทำให้ชิ้นส่วนที่ยังเหลือตกลงไปในมหาสมุทรแปซิฟิก บริเวณใกล้เกาะมานุสของประเทศปาปัวนิวกินี ซึ่งทีมสำรวจของศ.โลบและกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ สามารถใช้เรือลากตะขอเกี่ยวทำจากแม่เหล็กพลังสูง ดูดเอาเศษชิ้นส่วนของอุกกาบาต IM1 อย่างเช่นสเฟียรูล ขึ้นมาจากพื้นทะเลได้จำนวนหนึ่ง
ผลวิเคราะห์สเฟียรูลที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.05 - 1.30 มิลลิเมตร ชี้ว่ามีไอโซโทปของธาตุเหล็กอยู่หลายชนิด ซึ่งเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าวัตถุดังกล่าวเป็นอุกกาบาตอย่างแน่นอน เนื่องจากได้ผ่านการเผาไหม้ด้วยอุณหภูมิสูงในชั้นบรรยากาศโลก ก่อนจะตกลงสู่ผืนน้ำและจมลงในมหาสมุทร
สเฟียรูลเหล่านี้ยังมีองค์ประกอบของโลหะบางชนิดอย่างเบริลเลียม (Be) แลนทานัม (La) และยูเรเนียม (U) ในสัดส่วนที่สูงเป็นพิเศษ ซึ่งไม่เคยพบมาก่อนในบรรดาวัตถุที่มีแหล่งกำเนิดจากในระบบสุริยะ
ชาร์ลส์ ฮอสคินสัน นักธุรกิจชาวอเมริกันผู้มอบเงินทุนสนับสนุนการวิจัยครั้งนี้ กล่าวว่า “นี่เป็นการค้นพบครั้งประวัติศาสตร์ เพราะเป็นครั้งแรกที่มนุษยชาติได้ครอบครองวัตถุซึ่งมาจากห้วงอวกาศระหว่างดวงดาว (interstellar object)”

ที่มาของภาพ, ABRAHAM LOEB
ทีมผู้วิจัยยังอ้างว่า การที่สเฟียรูลของอุกกาบาต IM1 มีสัดส่วนของธาตุกัมมันตรังสีอย่างยูเรเนียมสูงผิดปกติ อาจจะเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าแท้จริงมันไม่ใช่อุกกาบาตในธรรมชาติ แต่เป็นยานสอดแนมของสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาต่างดาว ซึ่งมีการอำพรางให้รูปลักษณ์ภายนอกดูคล้ายกับดาวเคราะห์น้อยหรืออุกกาบาต เพื่อที่จะเฝ้าสังเกตการณ์มนุษย์โลกได้ง่ายขึ้น
แนวคิดดังกล่าวตกเป็นประเด็นร้อนแรงที่วงการวิทยาศาสตร์วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อศ.โลบ อ้างว่าดาวเคราะห์น้อย “โอมูอามูอา” (Omuamua) ซึ่งมาเยือนโลกในปี 2017 น่าจะเป็นยานสำรวจของเอเลียน เพราะมีรูปร่างแปลกประหลาดทั้งเปลี่ยนแปลงความเร็วได้อย่างผิดสังเกต

ที่มาของภาพ, GETTY IMAGES
อย่างไรก็ตาม นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ส่วนใหญ่ได้ปฏิเสธไม่ยอมรับแนวคิดของศ.โลบ โดยชี้ว่ายังไม่มีหลักฐานชัดเจนเพียงพอ ที่จะยืนยันว่าอุกกาบาตต้องสงสัยเหล่านี้เป็นสิ่งประดิษฐ์ของอารยธรรมต่างดาว
ในขณะที่นักวิทยาศาสตร์จำนวนไม่น้อยได้ตีพิมพ์คำอธิบายเรื่องดังกล่าวในหลายแนวทาง ซึ่งต่างก็ชี้ว่าความแปลกประหลาดของโอมูอามูอาและอุกกาบาตบางส่วนอย่าง IM1 เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ











