"ทำเพื่อประชาชน" ภูมิธรรมแจง มติ กคพ. 11 เสียงให้รับ "คดีฮั้วเลือก สว." เป็นคดีพิเศษ เฉพาะความผิดฐานฟอกเงิน

ภูมิธรรม

ที่มาของภาพ, DSI

คณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) มีมติให้รับ "คดีฮั้วเลือก สว." เป็นคดีพิเศษ เฉพาะความผิดฐานฟอกเงิน ด้วยเสียงเห็นชอบจากกรรมการ 11 คน หรือคิดเป็นกึ่งหนึ่งของบอร์ดทั้งชุดที่มี 22 คน

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในฐานะประธาน กคพ. คือผู้แถลงมตินี้ภายหลังการประชุมกว่า 2 ชม. โดยมีกรรมการ กคพ. 11 คนลงมติเห็นชอบให้รับกรณีการสมคบกันในความผิดฐานฟอกเงินของบุคคลคน หรือคณะบุคคลที่กระทำผิดเป็นอั้งยี่ที่เกี่ยวกับการได้มาซึ่ง สว. ปี 2567 เป็นคดีพิเศษ ตามมาตรา 21 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 ตามที่ฝ่ายเลขานุการเสนอมา

ขณะที่กรรมการ กคพ. 4 คน ไม่เห็นชอบ และอีก 3 คน งดออกเสียง 3 เสียง

ประธาน กคพ. กล่าวต่อว่า ส่วนคดีอาญาใดที่ต่อเนื่องหรือเกี่ยวข้องกับคดีพิเศษดังกล่าว เป็นคดีพิเศษตามมาตรา 21 วรรคหนึ่ง เพื่อทำการสอบสวนต่อไป

หากพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ พบการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. พ.ศ. 2561 มาตรา 47 วรรคหนึ่ง ให้แจ้งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทราบตามอำนาจหน้าที่ โดยไม่ต้องมีมติดังกล่าวเป็นคดีพิเศษ

เหตุที่ดีเอสไอสามารถรับทำคดีนี้ได้ทั้ง ๆ ที่ได้เสียงเห็นชอบจากบอร์ด กคพ. ไม่ถึง 2 ใน 3 ของคณะกรรมการทั้งหมด หรือ 15 จาก 22 เสียง เป็นเพราะคดีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เป็นหนึ่งใน 22 ความผิดตามบัญชีแนบท้าย พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งอยู่ในอำนาจของดีเอสไอในการทำคดีอยู่แล้ว โดยอธิบดีดีเอสไอสามารถชี้ขาดได้เลย แต่เนื่องจากมี "ข้อสงสัยบางประการ" จึงต้องให้ กคพ. เป็นผู้ชี้ขาดข้อสงสัยนั้น ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ใช้เสียงกึ่งหนึ่งของ กคพ. เท่าที่มีอยู่ หรือ 11 จาก 22 เสียง ส่วนการใช้เสียง 2 ใน 3 ของบอร์ด กคพ. ชี้ขาด จะใช้เฉพาะกรณีการกระทำผิดอาญาอื่นที่ไม่ได้บัญญัติไว้ในบัญชีแนบท้าย หรือพูดง่าย ๆ ว่าดีเอสไอจะขอรับคดีอาญาที่อยู่นอกบัญชีมาทำเอง

นายภูมิธรรมชี้แจงที่มาที่ไปในการตัดสินใจรับ "คดีฮั้วเลือก สว." เป็นคดีพิเศษ โดยสรุปสาระสำคัญได้ 3 ข้อ ดังนี้

หนึ่ง บอร์ด กคพ. ได้พิจารณาบนฐานข้อเท็จจริง กรณีมีผู้เสียหายมาร้องทุกข์กับดีเอสไอว่ามีการกระทำความผิดตามกฎหมาย เข้าข่ายเป็นคดีพิเศษหรือไม่ ไม่ได้พิจารณาเกี่ยวกับกระบวนการเลือก สว. ใด ๆ แต่พิจารณาตามที่มีการมาร้องทุกข์ มีการกระทำผิดฐานการฟอกเงินที่มีลักษณะเป็นคดีพิเศษ ตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งสอดคล้องกับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. ที่ระบุไว้ว่า การได้มาซึ่งทรัพย์สินเพื่อจูงใจให้เลือกหรือไม่เลือกผู้สมัคร เป็นความผิดฐานฟอกเงินด้วย

"บอร์ดขอย้ำว่าในการพิจารณาคดี มาจากผู้ทรงคุณวุฒิที่มาจากหลากหลายที่ ไม่ใช่การตัดสินใจของคนใดคนหนึ่ง อันสะท้อนให้เห็นถึงความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมายทั้งหมด เพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง"

สอง บอร์ด กคพ. ขอย้ำว่า การพิจารณาในวันนี้ไม่ใช่การเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของ กกต. แต่อย่างใด แต่ทำในฐานะที่ดูแลเรื่องคดีอาญา "จึงเป็นการทำงานคู่ขนานประสานงานกัน แลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้ เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายของตนเองที่แตกต่างกัน แต่มีเป้าหมายเดียวกันคือประชาชน" เพราะต้องไม่ลืมว่าดีเอสไอได้รับการร้องทุกข์จากประชาชนผู้เสียหาย จะนิ่งเฉยก็ไม่ได้ จะกลายเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ไป ซึ่งผลเสียจะเกิดกับประชาชน

สาม การที่ดีเอสไอรับเรื่องนี้ไว้ไม่ได้หมายความว่าผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้กระทำความผิดทางกฎหมายแล้ว แต่ต้องมีกระบวนการทางกฎหมายอีกมากมายในการบอกว่าผิดจริง รัฐธรรมนูญก็ยังบัญญัติรับรองว่ายังเป็นผู้บริสุทธิ์ เพื่อประโยชน์ของผู้ถูกกล่าวหาและประชาชน

"ต้องไม่ลืมว่าคดีนี้เป็นคดีมหาชน เราทำตรงนี้เพื่อประชาชน ไม่ใช่เพื่อใครคนใดคนหนึ่ง" นายภูมิธรรมเน้นย้ำคำว่า "เพื่อประชาชน" อีกครั้ง

สว. ชุดปัจจุบัน 200 คน มาจากการเลือกกันเองในกลุ่มอาชีพ 20 กลุ่ม และเลือกไขว้กลุ่ม และยังเป็นการเลือกแบบไต่ระดับ 3 ชั้น จากอำเภอ จังหวัด และจบที่ระดับประเทศ ก่อนได้เข้าสภาสูง

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, สว. ชุดปัจจุบัน 200 คน มาจากการเลือกกันเองในกลุ่มอาชีพ 20 กลุ่ม และเลือกไขว้กลุ่ม และยังเป็นการเลือกแบบไต่ระดับ 3 ชั้น จากอำเภอ จังหวัด และจบที่ระดับประเทศ ก่อนได้เข้าสภาสูง

สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ในฐานะรองประธาน กคพ. ระบุว่า ดีเอสไอจะตั้งคณะพนักงานสอบสวน และจะขอให้พนักงานอัยการมาร่วมสอบสวนด้วย เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและความยุติธรรม

รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ข้อหาที่เป็นฐานฟอกเงิน เกิดมาจากฐานอั้งยี่ และมีการอภิปรายในฐานความผิดอาญาอื่น ก็ต้องนำมาประกอบการพิจารณา ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของคณะกรรมการสอบสวน

"ความจริงเป็นคดีพิเศษโดยอัตโนมัติแล้วในความผิดฐานฟอกเงิน แต่ยังมีความสงสัยในเรื่องรายละเอียดว่ามูลค่าของทรัพย์สินเกินกว่า 300 ล้านบาทหรือไม่ ก็มีความสงสัย ซึ่งดีเอสไอต้องไปดูเส้นทางการเงินและเส้นทางบุคคลว่ามีตัวเลขเกิน 300 ล้านบาทหรือไม่ จึงต้องให้ กคพ. เป็นผู้ชี้ขาด ซึ่งคำชี้ขาดนี้ถือเป็นที่ยุติ และการเป็นคดีพิเศษไม่ใช่หมายความว่าจะทำคดีต่างจากที่อื่น แต่จะมีผู้เชี่ยวชาญในการสอบสวน และที่สำคัญคือการทำตามพยานหลักฐาน และต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย" รมว.ยุติธรรมกล่าว

ส่วนที่หลายฝ่ายเห็นว่าคดีนี้เป็นหน้าที่ของ กกต. แต่ดีเอสไอรับคดีมาทำเพราะต้องการดึงเป็นเรื่องทางการเมือง พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ตอนนี้ กกต. ก็ทำอยู่ในบทบาทของเขา เพราะหนังสือตอบของ กกต. ก็ตอบอย่างชัดเจนแล้วว่าความผิดในคดีอาญาอื่น ๆ กกต.ไม่มีอำนาจ

เช่นเดียวกับกรณีที่ สว. ออกมายืนยันว่ามาโดยวิธีสุจริต ชอบธรรม ไม่มีความผิดตามข้อกล่าวหา พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า สว. มีกระบวนการตรวจสอบได้อยู่แล้ว เราก็เคารพท่าน แต่วันนี้ กคพ. ไม่ได้มีฐานทางการเมืองเลย ซึ่งประธานก็ได้พูดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ กระทบกับความมั่นคง ถ้าเราไปครอบงำอำนาจนิติบัญญัติ มันจะส่งผลกระทบต่อหลาย ๆ เรื่อง และย้ำว่าดีเอสไอทำในความผิดฐานฟอกเงิน ส่วนจะขยายไปเป็นคดีอั้งยี่ หรือคดีอื่น ๆ หรือไม่คงต้องมีการพิจารณากันอีกครั้ง และยินดีหาก สว. จะมาให้การหรือแสดงความบริสุทธิ์ ก็พร้อมที่จะรับ

ก่อนจะถึงวันรับทำคดีฟอกเงินเลือก สว.

การประชุม กคพ. เคยเลื่อนการพิจารณาคดีนี้มาแล้วรอบหนึ่งในคราวประชุมเมื่อ 25 ก.พ. โดยให้เหตุผลว่า "มีข้อถกเถียงที่อยากให้กระบวนการรอบคอบและมีความชัดเจน" จึงมอบหมายให้คณะอนุกรรมการกลั่นกรองของดีเอสไอไปดำเนินการให้ครบถ้วนตามขั้นตอนในการเสนอวาระเข้าสู่ที่ประชุม กคพ. พร้อมเชิญประธาน กกต. มาหารือข้อกฎหมาย ก่อนถึงวันประชุมบอร์ด กคพ. 6 มี.ค.

แต่ปรากฏว่า สำนักงาน กกต. โดยนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ทำหนังสือตอบกลับแจ้งไม่ส่งผู้แทนเข้าร่วมประชุม กคพ. พร้อมยืนยันว่าการดำเนินการ "คดีฮั้วเลือก สว." เป็นอำนาจการวินิจฉัยของ กกต. ตามมาตรา 49 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วย กกต.

สำหรับเรื่องสืบสวนที่ 151/2567 กรณีการคัดเลือก สว. ที่มีกระบวนการหรือพฤติการณ์ที่มิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ซึ่งมีพฤติการณ์อันอาจเป็นความผิดตาม พ.ร.ป. ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา และประมวลกฎหมายอาญา หรือที่ถูกเรียกขานว่า "คดีโพยฮั้วเลือก สว." ตั้งต้นขึ้นจากการมี สว. สำรอง และผู้สมัคร สว. บางส่วนเข้าร้องเรียนต่อดีเอสไอ เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อพิรุธในกระบวนการเลือก สว.

ต่อมา อธิบดีดีเอสไอได้แต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนเรื่องนี้ ปรากฏข้อเท็จจริงเชื่อได้ว่า "มีขบวนการในรูปแบบคณะบุคคล มีการจัดตั้งเครือข่ายขบวนการซึ่งปกปิดวิธีการ มีวัตถุประสงค์เพื่อฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. ให้ได้มาซึ่ง สว." จึงทำหนังสือแจ้งไปยัง กกต. ว่าจะขอแยกคดีอาญามาดำเนินการเอง ท่ามกลางข้อถกเถียงจากสังคมว่าดีเอสไอมีอำนาจทำคดีนี้หรือไม่

ขณะที่คณะอนุกรรมการกลั่นกรองด้านอาชญากรรมระหว่างประเทศและอาชญากรรมพิเศษ ที่มี ร.ต.อ.สุรวุฒิ รังไสย์ รองอธิบดีดีเอสไอ เป็นประธาน ประชุมกันเมื่อ 3 มี.ค. ก่อนได้ข้อสรุปว่า จะเสนอให้ กคพ. รับเรื่องดังกล่าวเป็นคดีพิเศษ เพราะ "เห็นเป็นเอกฉันท์ว่ามีความผิดอาญาเกิดขึ้น" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 209 (อั้งยี่) มาตรา 116 (ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งรัฐ) ประกอบ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 77 (1), พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มีลักษณะเข้าข่ายเป็นคดีพิเศษ ตามมาตรา 21 วรรคหนึ่ง (ก)-(จ) แห่ง พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 เนื่องจากมีผลกระทบเป็นวงกว้าง ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีต่อประชาชน

คณะอนุกรรมการเสนอให้ กคพ. รับพิจารณาในทั้ง 2 กรณีคือ กรณีการกระทำความผิดทางอาญาอื่นที่เกิดขึ้นจากการอั้งยี่ รวมทั้งการกระทำความผิดที่เป็นการได้มาซึ่ง สว. ตามมาตรา 77 (1) และกรณีความผิดฐานฟอกเงิน

อย่างไรก็ตามมติของบอร์ด กคพ. ในวันนี้ (6 มี.ค.) ให้ดีเอสไอเดินหน้าทำเฉพาะความผิดฐานฟอกเงินเท่านั้น เนื่องจากได้เสียงจากกรรมการไม่ถึง 2 ใน 3 จึงไม่อาจเข้าไปแตะในส่วนของความผิดฐานอั้งยี่, ความมั่นคงแห่งรัฐ, การฮั้วเลือก สว.

บรรยากาาศการเลือก สว. ระดับประเทศ เมื่อ 26 มิ.ย. 2567 ที่เมืองทองธานี

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, บรรยากาาศการเลือก สว. ระดับประเทศ เมื่อ 26 มิ.ย. 2567 ที่เมืองทองธานี

3 กคพ. สายตำรวจพร้อมใจลา

บอร์ด กคพ. มีทั้งหมด 22 คน มีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธาน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม และหัวหน้าพรรคประชาชาติ เป็นรองประธาน ส่วน พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ เป็นกรรมการเลขานุการ

ในการประชุมวันนี้ (6 มี.ค.) กรรมการหลายคนส่งสัญญาณว่าไม่ประสงค์จะร่วมสังฆกรรมกับการลงมติรับ "คดีฮั้วเลือก สว." โดย กคพ. สายตำรวจ 3 คนพร้อมใจกันหาย ขณะที่ กคพ. สายกฎหมาย-ปลัดกระทรวง-แบงก์ชาติรวม 6 คนก็ส่งตัวแทนมาร่วมประชุม

กคพ. สายตำรวจ

  • พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กรรมการโดยตำแหน่ง แจ้งลาประชุม และส่งตัวแทนเข้าร่วมคือ พล.ต.ท.อภิชาติ สุริบุญญา ผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี แต่ พล.ต.ท.อภิชาติ ไม่มาประชุม
  • พล.ต.อ.สุทิน ทรัพย์พ่วง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการสอบสวนคดีอาญา แจ้งลาประชุมเป็นครั้งที่ 2 โดยให้เหตุผลว่าติดภารกิจราชการ
  • พล.ต.ท.สำราญ นวลมา กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน แจ้งลาประชุมเป็นครั้งที่ 2 โดยให้เหตุผลว่าติดภารกิจราชการ

กคพ. สายกฎหมาย

  • นายไพรัช พรสมบูรณ์ศิริ อัยการสูงสุด กรรมการโดยตำแหน่ง ส่งตัวแทนเข้าร่วมคือ นางเยาวลักษณ์ นนทแก้ว อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ
  • นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กรรมการโดยตำแหน่ง ส่งตัวแทนเข้าร่วมคือ นายนพดล เภรีฤกษ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา

กคพ. ที่เป็นปลัดฯ

  • นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กรรมการโดยตำแหน่ง ส่งตัวแทนเข้าร่วมคือ นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมการปกครอง
  • นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กรรมการโดยตำแหน่ง ส่งตัวแทนเข้าร่วมคือ นายอรรถพล อรรถวรเดช ผู้ตรวจกระทรวงการคลัง
  • นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กรรมการโดยตำแหน่ง ส่งตัวแทนเข้าร่วมคือ นายณรงค์ งามสมมิตร ที่ปรึกษากฎหมาย กระทรวงพาณิชย์

อื่น ๆ

  • นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กรรมการโดยตำแหน่ง ส่งตัวแทนเข้าร่วมคือ นายจิรานุวัฒน์ ธัญญะเจริญ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกฎหมาย ธปท.

ปฏิกิริยาจาก สว.

การตรวจสอบครั้งนี้มี สว. อย่างน้อย 138 คนตกเป็นเป้าหมายหลัก แม้ดีเอสไอไม่เคยออกมาระบุชื่อ แต่ตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา สว. กลุ่มใหญ่ที่ถูกเรียกขานว่า "สว. สีน้ำเงิน" เดินหน้าตอบโต้ดีเอสไอที่ทำให้วุฒิสภาเสียหาย ถูกเข้าใจผิด และประกาศว่า "รับไม่ได้" ที่ถูกตั้งข้อหาอั้งยี่ซ่องโจร เป็นภัยต่อความมั่นคง พวกเขาจึงใช้กลไกทั้งในและนอกสภาเปิดฉากโจมตีกลับทั้งดีเอสไอและกระทรวงยุติธรรม

พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สว. ยื่นหนังสือต่อประธานวุฒิสภา เมื่อ 27 ก.พ. ขอให้ส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พิจารณาไต่สวนและดำเนินการกับ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม และ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ ว่ากระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่ กรณีกล่าวหาฮั้วเลือก สว. โดยวันรุ่งขึ้น (28 ก.พ.) ประธานวุฒิสภาได้ทำหนังสือถึงประธาน ป.ป.ช. ทันที

นอกจากนี้ สว. ฉัตรวรรษ ยังเสนอญัตติให้วุฒิสภาพิจารณาปัญหาด้านกระบวนการยุติธรรมและการบังคับใช้กฎหมาย เมื่อ 4 มี.ค. โดยมี สว. ลุกขึ้นอภิปรายเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของดีเอสไออย่างดุเดือด เช่น นายชินโชติ แสงสังข์ อภิปรายว่าถ้าวันที่ 6 มี.ค. ดีเอสไอรับคดีเลือก สว. มาทำ แสดงว่ามีวาระซ่อนเร้น รับใช้กลุ่มการเมือง การเลือก สว. ไม่ใช่หน้าที่ดีเอสไอ เป็นหน้าที่ กกต. จะทำงานช้า ผิดพลาด ไปฟ้อง กกต. ละเลยปฏิบัติหน้าที่ ถ้าดีเอสไอทำเรื่องเลือกตั้งเอง เอายางลบไปลบองค์กรอิสระออกจากสารบบได้เลย ต่อแต่นี้ดีเอสไอต้องรับทุกเรื่อง ไม่มีอคติ

"ดีเอสไอเล่นการเมืองมากเกินไป ดีเอสไอไม่มีหน้าที่เรื่องนี้ อย่าสะเออะ" สว. ชินโชติกล่าว

"สว. สีน้ำเงิน" นำโดย พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร ยื่นหนังสือต่อ มงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เมื่อ 27 ก.พ. ขอให้ส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบ รมว.ยุติธรรม และอธิบดีดีเอสไอ ว่าฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่กรณีกล่าวหาฮั้วเลือก สว.

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, "สว. สีน้ำเงิน" นำโดย พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร ยื่นหนังสือต่อ มงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เมื่อ 27 ก.พ. ขอให้ส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบ รมว.ยุติธรรม และอธิบดีดีเอสไอ ว่าฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่กรณีกล่าวหาฮั้วเลือก สว.

ส่วนความเคลื่อนไหวของบรรดา สว. ภายหลังทราบมติบอร์ด กคพ. 6 มี.ค. พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา กล่าวว่า ขอดูรายละเอียดและเหตุผลของดีเอสไอก่อน แต่ "มั่นใจว่าตอบชี้แจงได้" และ "ไม่ได้หนักใจอะไร" โดยย้ำว่าให้เป็นไปตามกระบวนการ

"ตอนนี้คงยังไม่เคลื่อนไหวอะไร แต่หลังจากนี้อาจจะต้องมีการพูดคุยกัน แต่ตอนนี้ขอให้รู้ก่อนว่ามีรายชื่อ สว. คนใดบ้างที่ถูกกล่าวหา เขาเรียกมาก็คงจะรู้เอง" พล.อ.เกรียงไกร กล่าวและว่า สว. มีฝ่ายกฎหมายไว้คอยปรึกษา ก็ต้องมาดูข้อกฎหมายกัน

รองประธานวุฒิสภาปฏิเสธจะตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่ว่า การที่ดีเอสไอรับคดีเป็นคดีพิเศษมีเบื้องหน้าเบื้องหลังหรือไม่ โดยบอกเพียงว่าไม่ทราบและยังคิดไม่ออก และต้องใช้วิจารณญาณว่าที่ไปที่มาเป็นอย่างไร ลำดับ 1 2 3 ตอนนี้ยังไม่ทราบเหตุผลว่าทำไมถึงรับคดีฟอกเงิน แต่ไม่รับคดีอั้งยี่ซ่องโจร แต่เป็นเรื่องการเมืองอยู่แล้ว ทั้งหมดเป็นเรื่องของการเมือง เพราะ สว. ก็มาจากการเมือง แต่จะทันเกมหรือไม่ ก็ไม่รู้