“ที่รัก" หนังตลกร้ายที่ฉายแสงถึงความรุนแรงในครอบครัว

กีตา ปันเดย์ ผู้สื่อข่าวบีบีซี

ภาพยนตร์เรื่อง "ดาร์ลิงส์" นำแสดงโดยอาเลีย บาตต์

ที่มาของภาพ, Netflix

คำบรรยายภาพ, ภาพยนตร์เรื่อง "ดาร์ลิงส์" (Darlings) นำแสดงโดยอาเลีย บาตต์

ความรุนแรงในครอบครัวไม่ใช่เรื่องล้อเล่น แต่หนังตลกร้ายที่สตรีมมิงบนเน็ตฟลิกซ์ ที่ใช้ความรุนแรงในครอบครัวเป็นโครงเรื่อง กำลังเรียกเสียงฮือฮา และกระแสต่อต้านในอินเดีย

หนังเรื่องนี้ชื่อ ดาร์ลิงส์ (Darlings) หรือชื่อภาษาไทยคือ “ที่รัก” นำแสดงโดยนางเอกชั้นนำ อาเลีย บาตต์ ที่คนไทยคุ้นเคยดีจากหนังเรื่อง “คังคุไบ” รวมถึง เชฟาลี ชาห์ และไวเจ วาร์มา บอกเล่าถึงเรื่องความรัก ความรุนแรง และการแก้แค้น ของคู่รักวัยหนุ่มสาวชาวมุสลิมในอินเดียคู่หนึ่ง

ภาพยนตร์เริ่มด้วย พทรูนิสสา (บาตต์) และ ฮัมซา (วาร์มา) ตัดสินใจแต่งงาน แต่ชีวิตสมรสไม่ได้หอมหวานอย่างที่คิด

แต่งงานได้ 3 ปี พวกเขาเข้าไปอาศัยอยู่ในตึกแถวของชนชั้นกลาง แต่ทุกคืนเป็นความทรมานของพทรูนิสสา เพราะสามีของเธอเป็นผู้ใช้ความรุนแรง ทุกคืนเขาจะทุบตีภรรยา ตื่นเช้ามาก็จะบอกขอโทษ

ฮัมซาอ้างว่า ทุบตีพทรูนิสสาก็เพราะความรัก และพทรูนิสสาก็ยอมให้อภัย เพราะเธอรักเขา

“ใช่ ฉันมันเลว แต่ฉันทุบตีเธอก็เพราะฉันรักเธอ” ฮัมซา พูดในหนัง

พทรูนิสสา ก็คือผู้ถูกกระทำที่ปฏิเสธความจริง เชื่อว่าสามีของเธอจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง หากหยุดไม่ให้เขาดื่มสุรา หรือมีลูกเพื่อทำให้ชีวิตคู่ผูกพันกันมากขึ้น

เมื่อการทำร้ายร่างกายดำเนินต่อไม่หยุด และรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนล้ำเส้น พอเข้าสู่กลางเรื่อง จากผู้ถูกกระทำ กลายเป็นผู้กระทำ ด้วยความช่วยเหลือจากมารดา คือ ซัมชูนิสสา (ชาห์)

พทรูนิสสา แสดงโดยอาเลีย บาตต์

ที่มาของภาพ, Netflix

คำบรรยายภาพ, พทรูนิสสา แสดงโดยอาเลีย บาตต์

พทรูนิสสา และมารดา ลักพาตัวสามี และจับเขาเป็นตัวประกันในบ้านของเขาเอง ก่อนใช้ความรุนแรงทุบตีเขา เหมือนที่ฮัมซาเคยกระทำกับพทรูนิสสา

ยอมทน-ล้างแค้น-รู้แจ้ง

จัสมีต เค รีน (Jasmeet K Reen) ผู้กำกับหญิง และผู้เขียนบทร่วม บอกกับบีบีซีว่า แนวคิดภาพยนตร์เรื่องนี้มาจากการล้อกันเล่นระหว่างแม่และลูก

“ความคิดของฉันคือคู่แม่ลูกที่มีความฝัน แต่กลับเจอเรื่องผิดปกติ เพราะชีวิตสมรสของลูกสาวมันล้มเหลว พวกเขาเลยใช้วิธีแปลก ๆ เพื่อหาทางแก้ปัญหา” รีน กล่าว

แต่ตัวแม่ “ไม่เชื่อใจ” ตัวสามี และรู้จากประสบการณ์ชีวิตว่า ลูกเขยจะไม่เปลี่ยนแปลงตัวเอง และเธอก็ไม่อยากให้ลูกสาวต้องทรมาน เหมือนที่เธอเคยเจอ จึงแนะนำให้ลูกสาวทิ้งสามี หรือฆ่าเขาทิ้งเสีย

“แต่นี่คือเรื่องราวการเดินทางของลูกสาว จากการยอมทน ไปสู่การคิดล้างแค้น ไปสู่การรู้แจ้ง และหนีห่างจากความรุนแรง”

จากผู้ถูกกระทำเป็นผู้กระทำ

ที่มาของภาพ, Netflix

คำบรรยายภาพ, จากผู้ถูกกระทำเป็นผู้กระทำ

ภาพยนตร์เรื่อง “ที่รัก” เริ่มสตรีมมิงบนเน็ตฟลิกซ์ไปทั่วโลกมา 1 สัปดาห์แล้ว และได้รับเสียงชื่นชมจากนักวิจารณ์ภาพยนตร์ และผู้ชมจำนวนมาก เน็ตฟลิกซ์เปิดเผยว่า กระแสตอบรับไม่ได้ดีแค่ในอินเดีย แต่ในต่างประเทศด้วย

แถลงการณ์ของเน็ตฟลิกซ์ระบุว่า หนังเรื่องดาร์ลิงส์ “เปิดตัวด้วยยอดรับชมสำหรับภาพยนตร์อินเดีย สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์” และผู้ชมใช้เวลารวมกันกว่า 10 ล้านชั่วโมงในวันที่เริ่มสตรีมมิงหนังเป็นวันแรก

ภาพยนตร์เรื่องนี้ ปัจจุบัน ติดอันดับยอดนิยม 10 อันดับแรกใน 16 ประเทศ ในทวีปอเมริกา แอฟริกา และเอเชีย รวมถึง ยูเออี สิงคโปร์​ มาเลเซีย เคนยา และตรินิแดด

จุดขายหนึ่งของภาพยนตร์เรื่องนี้ แน่นอนว่าคือตัวบาตต์เอง ซึ่งเป็นนางเอกแถวหน้าของอินเดีย และยังผลิตโดยบริษัทผู้ผลิตชั้นนำ แต่อีกปัจจัยนั้น มาจากประเด็นความรุนแรงในครอบครัว

วัฒนธรรมที่กดดันให้ผู้หญิงปิดปากเงียบ

ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกระบุว่า ผู้หญิงทั่วโลก 1 ใน 3 เผชิญกับความรุนแรงที่เชื่อมโยงกับเพศ ส่วนใหญ่ผู้กระทำคือคู่ครองของตนเอง โดยในอินเดียนั้น ปัญหายิ่งน่าวิตก เพราะมีตัวเลขการทำร้ายร่างกายผู้หญิงสูงที่สุดในโลก เมื่อเทียบแบบปีต่อปี

ตัวเลขในปี 2020 ตำรวจได้รับการแจ้งข้อหาจากผู้หญิง 112,292 คน ว่าพวกเธอถูกทำร้ายร่างกาย หรือคิดเป็น 1 คนในทุก ๆ 5 นาที และนั่นเป็นเพียงยอดผู้เขาน้ำแข็ง เพราะผู้หญิงอินเดียถูกสังคมและวัฒนธรรมชายเป็นใหญ่ กดดันให้ต้องปิดปากเงียบต่อความรุนแรง

ผลสำรวจของรัฐบาลพบว่า ผู้หญิงมากกว่า 40% และผู้ชาย 38% ยอมรับได้กับการที่ผู้ชายจะทุบตีภรรยาของตนเอง หากเธอไม่เคารพญาติฝ่ายชาย ไม่ทำงานบ้าน หรือไม่ดูแลลูก ๆ รวมถึงการออกนอกบ้านโดยไม่บอกกล่าว ไม่ยอมมีเพศสัมพันธ์ หรือทำอาหารไม่อร่อย

สำหรับรีนที่เป็นผู้กำกับแล้ว การที่ฮัมซาทุบตีภรรยาเป็นเพียงบริบทเล็ก ๆ แต่นัยยะแฝงคือ การที่ผู้อาศัยคนอื่นในตึกแถวที่พวกเขาอยู่ เพิกเฉยต่อเสียงร้องขอความช่วยเหลือของพทรูนิสสา

รีนเล่าว่า ตอนที่เก็บข้อมูลวิจัยประกอบการทำหนัง เธอพบว่า “ครอบครัวส่วนใหญ่รับได้กับความรุนแรงในครอบครัว ผู้คนเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับมันเลยนะ”

“ฉันได้พูดคุยกับผู้หญิงจำนวนมาก คนที่เคยผ่านประสบการณ์ถูกทำร้าย หญิงที่แต่งงานแล้วที่ร่ำไห้ รู้ตัวเองดีว่าตกเป็นเครื่องมือสนองอารมณ์ แต่ก็ยังทนใช้ชีวิต หวังว่าผู้ชายจะกลับตัว”

"ทนใช้ชีวิต หวังว่าผู้ชายจะกลับตัว"

ที่มาของภาพ, Netflix

คำบรรยายภาพ, "ทนใช้ชีวิต หวังว่าผู้ชายจะกลับตัว"

กระแสต่อต้านจากกลุ่มพิทักษ์สิทธิผู้ชาย

แต่ก่อนการเริ่มสตรีมมิง ภาพยนตร์เรื่อง “ที่รัก” ตกเป็นเป้าวิจารณ์ของนักเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิบุรุษ กล่าวหาว่าหนังเรื่องนี้สนับสนุนการใช้ความรุนแรงต่อผู้ชาย และเรียกบาตต์ว่าเป็น “แอมเบอร์ เฮิร์ด แห่งอินเดีย”

แอมเบอร์ เฮิร์ด คือนักแสดงฮอลลีวู้ดที่แพ้คดีความรุนแรงในครอบครัวต่ออดีตสามี จอห์นนี เดปป์ ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่าตัวเฮิร์ดเอง ที่เป็นผู้ใช้ความรุนแรงกับเดปป์

ข้าม X โพสต์
ยินยอมรับเนื้อหาจาก X

บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

คำเตือน: บีบีซีไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อเนื้อหาที่มาจากภายนอก

สิ้นสุด X โพสต์

มูลนิธิ เซฟ อินเดียน แฟมิลี ซึ่งเป็นกลุ่มเคลื่อนไหวด้านสิทธิผู้ชาย ทวิตข้อความว่า “ผู้ชายหลายพันคนที่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงในครอบครัวรู้สึกถูกทำร้ายจิตใจอย่างรุนแรง หลังได้รับชมตัวอย่างภาพยนตร์” และเรียกร้องให้คว่ำบาตรอาเลีย บาตต์ และภาพยนตร์ทุกเรื่องที่เธอเล่น

รีนปฏิเสธข้อกล่าวหาเหล่านี้ว่าหนังของเธอส่งเสริมความรุนแรงในครอบครัวต่อผู้ชาย

“ความรุนแรงในครอบครัวไม่ใช่เรื่องของเพศ มันเกิดได้กับผู้ชายด้วย และมันร้ายแรงมาก เราปฏิบัติกับเรื่องนี้อย่างระแวดระวังและเข้าอกเข้าใจ” รีน บอกกับบีบีซี

“เรารู้ดีว่าความรุนแรงไม่ใช่คำตอบ และเราไม่ได้สนับสนุนความรุนแรง ไม่ว่าจะต่อเพศใดก็ตาม อันที่จริง สิ่งที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ต้องการสื่อ คือการต่อต้านความรุนแรง และถ้าคุณได้ชมภาพยนตร์ คุณจะสัมผัสได้ แต่ถ้าไม่ได้ชมหนังแล้วออกมาวิจารณ์แบบนี้ ฉันจะพูดอะไรได้”

“สิ่งที่เราต้องการคือเริ่มบทสนทนา ตัวละครในหนัง คือกระจกสะท้อนสังคม เราอยากให้หนังเรื่องนี้เป็นจุดเริ่มต้นการพูดคุยถึงความรุนแรงในครอบครัว และฉันคิดว่าเราทำมันสำเร็จ”