เลื่อนโหวตนายกฯ-ยืดเปิดรัฐบาลขั้วใหม่ หลังศาลรัฐธรรมนูญเลื่อนพิจารณาคำร้องผู้ตรวจฯ ปมชงชื่อพิธาเป็น "ญัตติซ้ำ”

ศาล

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

ประธานรัฐสภามีคำสั่งให้เลื่อนวาระการโหวตเลือกนายกฯ รอบที่ 3 ในวันที่ 4 ส.ค. ออกไปก่อน ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญเลื่อนการพิจารณาสั่งคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินที่ขอให้พิจารณากรณีรัฐสภามีมติไม่เห็นชอบกับการเสนอชื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล (ก.ก.) เป็นนายกรัฐมนตรีรอบ 2 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่

คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญประชุมร่วมกันวันนี้ (3 ส.ค.) ก่อนเผยแพร่มติผ่านเอกสารข่าว

ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาข้อเท็จจริงตามคำร้อง คำร้องเพิ่มเติม และเอกสารประกอบแล้วเห็นว่า คำร้องนี้มีประเด็นสำคัญที่จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ และมีประเด็นเชิงหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

“จึงให้เลื่อนการพิจารณาสั่งคำร้อง และให้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญศึกษาข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญต่อไป”

สำหรับคำขอให้กำหนดมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวก่อนการวินิจฉัย ให้รอสั่งในคราวเดียวกันกับการพิจารณาสั่งคำร้อง

ศาลรัฐธรรมนูญยังแจ้งให้ ผู้ร้องระบุสถานะบุคคลของ “คณะผู้ร้องเรียนที่ 3” ทุกรายว่าเป็นประชาชนหรือสมาชิกรัฐสภา โดยยื่นคำร้องโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 ส.ค. และกำหนดวันนัดพิจารณาคำร้องในวันที่ 16 ส.ค.

สำหรับคดีนี้ ผู้ตรวจการแผ่นดินขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 กรณีรัฐสภา (ผู้ถูกร้อง) มีมติตีความว่า การเสนอชื่อบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีให้รัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบในรอบที่ 2 เป็นญัตติทั่วไป ต้องห้ามนำเสนอญัตติซ้ำอีกตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2563 ข้อ 41 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 เป็นการละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของผู้ร้องเรียนทั้งสาม ประกอบด้วย 1. รศ.พรชัย เทพปัญญา ประชาชนที่เลือก สส.พรรคก้าวไกล 2. ผศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร ประชาชนที่เลือก สส. พรรคก้าวไกล และ 3. นางปัญญา นันทภูศิตานนท์ สส.ก้าวไกล และคณะ โดยให้เหตุผลว่า “การที่รัฐสภามีมติดังกล่าว ละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของผู้ร้องเรียนทั้งสาม”

CG

ประธานรัฐสภาสั่งเลื่อนโหวตเลือกนายกฯ

คำสั่งเลื่อนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญออกมา 1 วัน ก่อนการประชุมร่วมกันของรัฐสภา 4 ส.ค. เพื่อโหวตเลือกนายกฯ ในครั้งที่ 3

ล่าสุด นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา กล่าวว่า ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา 4 ส.ค. จะให้เลื่อนวาระการเลือกนายกฯ ออกไปก่อน แต่จะยังมีการประชุมตามปกติ โดยเลื่อนระเบียบวาระที่ 2 เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ซึ่งเสนอโดย สส. พรรคก้าวไกล ขึ้นมาพิจารณาเป็นวาระแรก

“ต้องรอวันที่ 16 ส่วนจะนัดประชุม 16 ไหม ต้องดูที่หน้างานอีกครั้งหนึ่ง” ประธานรัฐสภากล่าว

แม้ขณะนี้รัฐบาลเปลี่ยนขั้ว และชื่อนายกฯ ก็เปลี่ยนไปแล้ว แต่นายวันมูหะมัดนอร์ย้ำกว่า “ทั้งหมดต้องรอ เพราะตอนนี้ศาลรับคำร้องของผู้ตรวจฯ และ สส. จำนวนหนึ่งไปแล้ว”

นี่ถือเป็นครั้งที่ 2 แล้ว ที่ประธานรัฐสภาต้องสั่งเลื่อนวาระโหวตเลือกนายกฯ ทั้งที่ออกหนังสือนัด สส. และ สว. มาประชุมแล้ว โดยครั้งแรกต้องเลื่อนไปเพราะผู้ตรวจฯ ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ มาครั้งนี้ต้องเลื่อนไปเพราะรอคำวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญ

เลื่อนเปิดตัวรัฐบาลชุดใหม่

วานนี้ (2 ส.ค.) พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ระบุว่า จะแถลงเปิดโฉมหน้าของพรรคร่วมรัฐบาลได้วันนี้ และจะเสนอชื่อ นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีลำดับที่ 2 ของพรรค เป็นนายกฯ คนที่ 30 โดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค พท. แสดงความมั่นใจว่าในวันที่ 4 ส.ค. “จะจบแบบได้นายกฯ” ท่ามกลางความไม่ชัดเจนของส่วนผสมรัฐบาลชุดใหม่ที่มีพรรค “ขั้วอำนาจเดิม” ร่วมด้วย

อย่างไรก็ตามนายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค พท. ออกมาเปิดเผยว่า ต้องเลื่อนการแถลงข่าวจัดตั้งรัฐบาลออกไปก่อน หลังประธานรัฐสภามีคำสั่งให้เลื่อนการโหวตเลือกนายกฯ จากวันที่ 4 ส.ค. ออกไปโดยไม่มีกำหนด รอจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย

“คงแถลงใกล้ ๆ เวลาโหวตเลือกนายกฯ ระหว่างนี้เราก็จะเดินหน้าประสานงานพรรคต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนเพิ่มเติม เรามั่นใจว่าตอนนี้มีเสียงเพียงพอสนับสนุนแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทยแล้ว แต่หากหาเสียงเพิ่มได้อีก ยิ่งมากก็ยิ่งดี เพราะจะทำให้รัฐบาลที่ตั้งขึ้นมีความมั่นคงและมีเสถียรภาพ เพื่อขับเคลื่อนงานแก้วิกฤติประเทศได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น” รองหัวหน้าพรรค พท. กล่าว

เศรษฐา

ที่มาของภาพ, กองโฆษก พรรคเพื่อไทย

สรุปไทม์ไลน์

  • 13 ก.ค. รัฐสภามีมติ “ไม่เห็นชอบ” ให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกฯ โดยมีผู้ลงคะแนนเห็นชอบ 324 ต่อ 182 งดออกเสียง 199 และมีสมาชิกรัฐสภาขาดประชุมไม่มาลงคะแนน 44 คน นั่นทำให้แคนดิเดตนายกฯ รายนี้ขาดเสียงสนับสนุนอีก 51 เสียง จึงจะผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำตามรัฐธรรมนูญที่ต้องได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกสองสภาที่มีอยู่ หรือ 375 จาก 749 คน
  • 19 ก.ค. สส.เพื่อไทย เสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกฯ อีกครั้ง แต่เกิดประเด็นโต้แย้งว่าเป็นการเสนอ “ญัตติซ้ำ” ตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อ 41 หรือไม่ ต่อมาประธานรัฐสภาให้สมาชิกลงมติวินิจฉัย ผลปรากฏว่า ที่ประชุมรัฐสภามีมติ 395 ต่อ 312 เสียง งดออกเสียง 8 คน ไม่ลงคะแนน 1 คน ว่าการเสนอชื่อนายพิธาให้โหวตครั้งที่ 2 ถือเป็น “ญัตติซ้ำ” และทำให้ไม่สามารถเสนอชื่อบุคคลดังกล่าวได้อีกตลอดสมัยการประชุมนี้
  • 24 ก.ค. ผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติให้ส่งเรื่องศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า มติรัฐสภา “ไม่ให้โหวตนายพิธาซ้ำ” ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ และขอให้ศาลกำหนดมาตรการวิธีการชั่วคราว โดยสั่งชะลอการให้ความเห็นชอบบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งนายกฯ ออกไปก่อน ทั้งนี้เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินเปิดเผยว่า มีสมาชิกรัฐสภา นักวิชาการ และประชาชนทั่วไปยื่น 17 คำร้องถึงผู้ตรวจฯ เพื่อให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความกรณีนี้
  • 25 ก.ค. คำร้องของผู้ตรวจฯ ส่งถึงสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ
  • 25 ก.ค. ประธานรัฐสภามีคำสั่งให้งดการประชุมร่วมกันของรัฐสภา 27 ก.ค. เพื่อลงมติเลือกนายกฯ รอบ 3 ออกไปก่อน โดยให้เหตุผลว่า “ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนในคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ”
  • 27 ก.ค. ประธานรัฐสภามีคำสั่งนัดประชุมร่วมกันของรัฐสภา 4 ส.ค. เพื่อลงมติเลือกนายกฯ รอบ 3
  • 2 ส.ค. พรรคเพื่อไทย (พท.) ประกาศแยกทางจากพรรคก้าวไกล โดยเตรียมจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่และเสนอชื่อ นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกฯ คนใหม่
  • 3 ส.ค. ประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาคำร้องของผู้ตรวจฯ ก่อนมีคำสั่งให้เลื่อนพิจารณาไปเป็น 16 ส.ค.
  • 3 ส.ค. ประธานรัฐสภามีคำสั่งให้เลื่อนวาระลงมติเลือกนายกฯ ออกไปก่อน แต่ยังคงให้มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา 4 ส.ค. เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 272

ที่มา: บีบีซีไทยรวบรวม