ศาลสั่งฟ้อง-ให้ประกันตัว ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร และพวกในคดีฆาตกรรมบิลลี่

Thai News Pix

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, "ไม่ได้กังวลอะไรเลย" นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางรับฟ้องและให้ประกันตัวนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร และพวกอีก 4 คน ในคดีฆาตกรรมบิลลี่ พอละจี รักจงเจริญ โดยนายชัยวัฒน์ขอบคุณศาลที่เมตตา ประกาศเดินหน้าสู้คดีพิสูจน์ความบริสุทธ์

เดอะ รีพอร์ตเตอร์ รายงานว่า ศาลมีคำสั่งรับฟ้องนายชัยวัฒน์ อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และพวกตามคำสั่งฟ้องของอัยการสูงสุด แต่มีความเมตตาให้ประกันตัวโดยใช้หลักทรัพย์คนละ 800,000 บาท มีเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศ เว้นแต่ศาลอนุญาต และห้ามยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษและอัยการไม่ได้คัดค้านการประกันตัวแต่อย่างใด

สำหรับการไต่สวนนัดแรกของนายชัยวัฒน์ และพวกมีขึ้นในวันที่ 26 กันยายน 2565

"เราได้รับความเมตตาจากศาลให้ประกันตัว กรมราชทัณฑ์ก็ดูแลและอธิบายขั้นตอนเป็นอย่างดีช่วยลดความกดดันระดับหนึ่ง ดีใจและภูมิใจที่เป็นผู้พิทักษ์ป่า ทำให้เรารู้สึกว่าอย่างน้อยก็ได้รับความยุติธรรม กระบวนการต่อสู้ก็เป็นไปตามพยานหลักฐาน" นายชัยวัฒน์ กล่าวกับสื่อมวลชน

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 5 ก.ย. กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นำตัวอดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานและพวกอีก 4 คน ยื่นฟ้องข้อหาต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร เพื่อส่งตัวให้พนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ ยื่นฟ้องเป็นจำเลยคดีต่อศาลดังกล่าวตามขั้นตอนกฎหมาย กรณี "ฆาตกรรมโดยไตร่ตรองไว้ก่อน" บิลลี่-พอละจี รักจงเจริญ

ตามที่คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร กับพวกรวม 4 คน ในความผิดฐาน “ร่วมกันโดยมีอาวุธข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใดไม่กระทำการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเอง” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 309 เมื่อวันพุธที่ 31 ส.ค. ณ กองคดีความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ กรมสอบสวนคดีพิเศษ และส่งผลการสอบสวนเพิ่มเติมไปยังพนักงานอัยการแล้วเมื่อวันที่ 1 ก.ย.

Thai News Pix

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

ส่วนตัว นายชัยวัฒน์รู้สึกยินดีที่คดีนี้มาถึงชั้นศาล เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธ์ของตนเอง และขอให้สังคมติดตามข้อมูลหลักฐานที่จะเปิดเผยต่อชั้นศาลว่า เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็น “การกุข่าว สร้างเรื่อง” 

“ไม่ว่าจะเรื่องเผาบ้านปู่คออี้ ว่าใครทำหลักฐานเท็จมาฟ้อง เพราะมันพิสูจน์อยู่แล้วว่าเราไม่ได้ไปเผาบ้านปู่คออี้”

"ฟ้องดีกว่าไม่ฟ้อง ผมเหนื่อยกับเทศกาลประจำปีที่ต้องคอยตอบคำถาม อยากให้สังคมติดตามเรื่อง การเผาบ้านของปู่คออี้มากกว่า" นายชัยวัฒน์ กล่าว

ข้อหาที่ถูกสั่งฟ้อง

ดีเอสไอยื่นฟ้อง 5 ข้อหานายชัยวัฒน์ และพวกอีก 4 คน ประกอบด้วย

  • ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
  • ร่วมกันโดยมีอาวุธข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจ
  • ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย เป็นเหตุให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวถูกกักขังหรือต้องปราศจากเสรีภาพในร่างกายนั้นถึงแก่ความตาย
  • ร่วมกันโดยทุจริตหรืออำพรางคดีกระทำการใด ๆ แก่ศพหรือสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพ ก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้นในประการที่น่าจะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไป
  • เจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
ชัยวัฒน์

ที่มาของภาพ, .

เมื่อวันที่ 1 ก.ย. ที่ดีเอสไปเรียกตัวนายชัยวัฒน์เข้ามารับทราบข้อกล่าวหา นายชัยวัฒน์ ยืนกรานกับกองทัพสื่อมวลชนว่า เป็นผู้บริสุทธ์ และไม่ทราบถึงการหายตัวไป-ฆาตกรรม "บิลลี่" แต่อย่างใด ส่วนตัวรู้สึกน้อยใจมากกว่า เพราะเป็นตัวเขาเองที่ถูก "องค์กรบางแห่ง" คุกคามมาโดยตลอด

"ผมน่ะถูกคุกคามจากองค์กรที่ไม่มีความเป็นธรรม ชีวิตผมทำงานเพื่อปกป้องป่า ชีวิตผมทุกวันนี้ ตัวคนเดียว ทำงานอยู่คนเดียว" 

"ผมปกป้องป่ามาตลอดชีวิต ผมปกป้องสัตว์ป่ามาตลอดชีวิต ผมทำงานเพื่อแผ่นดิน ปกป้องทรัพย์สินของแผ่นดิน ผมไม่เคยทำแล้วเป็นประโยชน์กับผมสักเรื่องเดียว ผมยึดที่เป็นแสน ๆ ไร่ ผมไม่เคยได้สักไร่หนึ่ง" 

"อยากฝากถามกลับไปว่า ชัยวัฒน์ทำเพื่ออะไร ถ้าชัยวัฒน์ทำเพื่อประเทศชาติ ก็ขอให้เข้าใจไว้เท่านั้น"

ย้อนรอยการหายตัวของบิลลี่

ต้องย้อนจากชาวบ้านบางกลอย-ใจแผ่นดิน ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ชาวปกาเกอะญอที่อยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่า อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี มาก่อนการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเมื่อปี 2524

นับจากการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติเป็นต้นมา พวกเขาถูกไล่รื้อ บังคับอพยพอย่างน้อย ๆ 2 ครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในปี 2539 และ 2554 โดยมีการใช้ "ปฏิบัติการยุทธการตะนาวศรี" เผาบ้านและยุ้งฉางของชาวบ้านเพื่อบังคับย้ายชาวกะเหรี่ยงออกจากป่าใจแผ่นดิน เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้นายคออี้ มีมิ หรือ "ปู่คออี้" ผู้นำจิตวิญญาณชาวกะเหรี่ยง กลายเป็นที่รู้จัก เขายังเป็นผู้ฟ้องคดีที่กรมอุทยานฯ เผายุ้งฉางชาวกะเหรี่ยง

17 เม.ย. 2557 บิลลี่ พอละจี รักจงเจริญ ชาวกะเหรี่ยงบางกลอย และหลานของปู่คออี้ ได้สูญหายไปขณะทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยทนายความ เขาเข้าไปเก็บข้อมูลจากปู่คออี้และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการไล่ที่เพื่อนำไปใช้ในชั้นศาล 

การสอบสวนชาวบ้านในพื้นที่ทำให้รู้ว่าช่วงเย็นวันที่ 17 เม.ย. บิลลี่ถูกเจ้าหน้าที่อุทยานฯ แก่งกระจานควบคุมตัวไว้ และหลังจากนั้นก็ไม่มีใครพบเห็นเขาอีกเลย

บ้านรักจงเจริญ

ที่มาของภาพ, บ้านรักจงเจริญ

คำบรรยายภาพ, บิลลี่ พอละจี รักจงเจริญ หายไปเมื่อวันที่ 17 เม.ย. 2557

ต่อมาในปี 2561 ปู่คออี้เสียชีวิต ด้วยอายุ 107 ปี โดยไม่ได้กลับไปยังบ้านเกิด

นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานฯ แก่งกระจานในเวลานั้น เป็นหนึ่งในผู้อยู่ในเหตุการณ์ควบคุมตัวบิลลี่ เขาให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยเมื่อวันที่ 4 ก.ย. 2562 หรือหนึ่งวันหลังจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แถลงข่าวการพบกระดูกของบิลลี่ว่า เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวบิลลี่ฐานมีน้ำผึ้งป่าไว้ในครอบครอง 38 ขวด แต่หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็ได้ปล่อยตัวไป

ชัยวัฒน์บอกด้วยว่า เขาไม่เคยจับกุมชาวกะเหรี่ยงในป่าแก่งกระจาน ถ้าเป็นชุมชนที่อยู่มาดั้งเดิมและทำตามกฎหมาย พร้อมกับยืนยันว่าไม่เคยมองชาวกะเหรี่ยงในแง่ร้าย แต่เหตุที่ต้องนำปฏิบัติการการเผาบ้านปู่คออี้และชุมชนชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอยครั้งนั้น "เป็นเหตุผลด้านความมั่นคงและภัยคุกคาม"

25 มี.ค. 2564 คณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) มีมติเมื่อ 25 มี.ค. 2564 ให้ปลดนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ออกจากราชการ หลังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ชี้มูลความผิด ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามมาตรา 157 ของประมวลกฎหมายอาญา โดยการเผาทำลายทรัพย์สินของชาวบ้านบางกลอยในป่าแก่งประจาน

10 ส.ค. 2565 สำนักงานอัยการสูงสุด ส่งหนังสือลงวันที่ 10 ส.ค. 2565 ถึงอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ลงนามโดยนายกุลธนิต มงคลสวัสดิ์ อธิบดีอัยการ สำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด ซึ่งปฏิบัติราชการแทนอัยการสูงสุด ยืนยันว่า อัยการสูงสุดได้ลงนามในความเห็นสั่งฟ้องนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และพวกรวม 4 คน โดยหนึ่งในนั้นเป็นข้อหา "ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน" คือ นายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่