สมเด็จฮุน เซน ประกาศลาออกหลังชนะเลือกตั้ง ถ่ายโอนอำนาจให้บุตรชาย "ฮุน มาเนต"

.

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ฮุน เซน ครองอำนาจมานาน 38 ปีในกัมพูชา

สมเด็จอัครมหาเสนาบดี เดโช ฮุน เซน หรือสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา หนึ่งในผู้นำประเทศที่ครองอำนาจยาวนานที่สุดในโลก ประกาศเตรียมลาออกจากตำแหน่ง และถ่ายโอนอำนาจให้บุตรชาย ฮุน มาเนต ภายหลังชนะการเลือกตั้งที่หลายฝ่ายมองว่า ไม่ยุติธรรมและล็อกผล

สมเด็จฮุน เซน วัย 70 ปี ปกครองกัมพูชามาตั้งแต่ปี 1985 และเผชิญกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงการปกครองแบบเผด็จการมายาวนาน

ผู้นำกัมพูชาเคยเอ่ยถึงการถ่ายโอนอำนาจให้บุตรชายคนโต เมื่อปี 2020 แต่ผู้สังเกตการณ์ต่างไม่สามารถระบุชัดได้ว่า ฮุน เซน จะลงจากอำนาจเมื่อไหร่ จนกระทั่งคำประกาศของเขาในวันนี้ (26 ก.ค.)

“ผมขอให้ประชาชนเข้าใจว่า ผมขอประกาศว่า ผมจะไม่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกต่อไป” สมเด็จฮุน เซน ขึ้นแถลงถ่ายทอดสดพิเศษผ่านสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาล ทำให้คาดการณ์ว่า ฮุน มาเนต จะขึ้นดำรงตำแหน่งนายกฯ คนใหม่ ในอีกไม่กี่สัปดาห์ต่อจากนี้

ฮุน เซน อธิบายว่า เขาจะลงจากอำนาจ เพราะหากดำรงตำแหน่งต่อไป จะก่อให้เกิดภาวะไร้เสถียรภาพทางการเมือง

ฮุน มาเนต บุตรชายคนโตของฮุน เซน เตรียมขึ้นเป็นนายกฯ แทนในอีกไม่กี่สัปดาห์นี้

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ฮุน มาเนต บุตรชายคนโตของฮุน เซน เตรียมขึ้นเป็นนายกฯ แทนในอีกไม่กี่สัปดาห์นี้

สำหรับบุตรชายคนโตของฮุน เซน คือ ฮุน มาเนต ปัจจุบัน มีอายุ 45 ปี ได้รับการศึกษาแบบตะวันตก และเมื่อไม่นานมานี้ ได้ขึ้นเป็นนายพลระดับ 4 ดาว จึงเรียกได้ว่า เขาถูกปลุกปั้นเพื่อให้รับช่วงต่อทางการเมืองมานานหลายปีแล้ว

ฮุน มาเนต ขึ้นมามีบทบาทสำคัญในการหาเสียงเลือกตั้งให้พรรครัฐบาล ก่อนการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยผู้สังเกตการณ์และนักวิเคราะห์จับตามองพัฒนาการของเขามาอย่างต่อเนื่องว่า จะมารับช่วงต่อบิดาที่ปกครองกัมพูชามานานถึง 38 ปี

การเลือกตั้งที่ล็อกผล ?

หลังกำจัดเสี้ยนหนามทางการเมืองไปได้ พรรคประชาชนกัมพูชา (Cambodian People's Party: CPP) ภายใต้การนำของ ฮุน เซน ก็ลงสนามเลือกตั้งปี 2018 แบบไร้คู่แข่ง กวาดที่นั่งทั้งหมดในสภาผู้แทนราษฎร 125 ที่นั่ง

ฉากทัศน์เดียวกันนี้เกิดขึ้นในการเลือกตั้ง เมื่อ 23 ก.ค. 2023 ที่ผ่านมา เพราะคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตัดสิทธิพรรคแสงเทียน (Candlelight Party: CP) ซึ่งถือเป็นคู่แข่งขันสำคัญเพียงรายเดียวที่จะท้าทายพรรครัฐบาล โดยไม่ให้ลงทะเบียนสมัครรับเลือกตั้งได้ โดยให้เหตุผลว่า “ยื่นเอกสารที่จำเป็นไม่ครบถ้วน” และทำให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งของกัมพูชาเหลือทางเลือกเดียวอีกครั้ง

.

ที่มาของภาพ, Reuters

“มันเป็นการเลือกตั้งที่กำหนดผลไว้แล้ว เพราะไม่มีพรรคฝ่ายค้านที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริง” ผู้มีสิทธิเลือกตั้งรายหนึ่งในกรุงพนมเปญกล่าวกับบีบีซี

“ฉันรู้สึกสิ้นหวังกับสถานการณ์ปัจจุบัน” ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในกรุงพนมเปญกล่าว

ในทศวรรษที่ผ่านมา โหวตเตอร์รายนี้ซึ่งอยู่ในวัย 20 ต้น ๆ ได้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งให้แก่พรรคฝ่ายค้านด้วยความปรารถนาอย่างแรงกล้าว่า จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง

ทว่า ฮุน เซน ได้หยุดความเคลื่อนไหวดังกล่าว และทุกวันนี้ ประเทศมีบรรยากาศของหวาดกลัว ไม่กล้าวิจารณ์รัฐบาลในช่วงเลือกตั้ง

“พอเป็นแบบนี้ ทำให้เราไม่มีตัวแทนไปเป็นปากเสียงในสภา คนที่จะช่วยบอกเล่าปัญหาของประชาชน ปกป้องผลประโยชน์ของสาธารณะ... นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมผู้คนถึงพากันนิ่งเงียบในเวลานี้” โหวตเตอร์ชาวกัมพูชาคนเดิมกล่าว

จากลูกชาวนาสู่นายกรัฐมนตรี 3 ทศวรรษ

"จอมพลสมเด็จอัครมหาเสนาบดี เดโช ฮุน เซน" คือชื่อที่กระทรวงข่าวสารของกัมพูชาสั่งให้สื่อมวลชนใช้เรียกขาน นายฮุน เซน ชายผู้มีพื้นเพมาจากครอบครัวชาวนา แต่นำพาตนเองสู่เส้นทางการเมือง จนกลายเป็นนายกรัฐมนตรีผู้ครองอำนาจยาวนานที่สุดคนหนึ่งของโลก

นายฮุน เซน เกิดที่จังหวัดกำปงจามทางภาคกลางของกัมพูชาเมื่อปี 1952 เขาเป็นลูกคนที่ 3 จากพี่น้อง 6 คนในครอบครัวชาวนา และมีชื่อเดิมว่า "ฮุน โบนาล" เมื่ออายุ 13 ปี เขาจากครอบครัวไปเรียนหนังสือกับพระที่วัดแห่งหนึ่งในกรุงพนมเปญ

ช่วงปลายทศวรรษที่ 1960 เขาได้เข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์กัมพูชา (เขมรแดง) เมื่ออายุ 18 ปี โดยมีข้อมูลว่าเขาเข้าเป็นสมาชิกกลุ่มเขมรแดงด้วย แต่เจ้าตัวปฏิเสธข้อกล่าวหานี้มาโดยตลอด พร้อมยืนยันว่าเขาไม่ได้เป็นอะไรไปมากกว่าทหารธรรมดาคนหนึ่ง

Getty Images

ที่มาของภาพ, Getty Images

ช่วงชีวิตในการเป็นทหารนี้เอง ทำให้นายฮุน เซน ต้องสูญเสียดวงตาข้างซ้ายไปในระหว่างการรบ ส่งผลให้เขามองเห็นได้ในระยะที่จำกัดนับแต่นั้นเป็นต้นมา

ในสมัยการปกครองอันโหดร้ายของนายพอล พต อดีตผู้นำเขมรแดง ช่วงปลายทศวรรษที่ 1970 ซึ่งมีชาวกัมพูชาถูกสังหารไป 2 ล้านคนนั้น นายฮุน เซน หลบหนีไปเข้าร่วมกับฝ่ายที่ต่อต้านเขมรแดงในเวียดนาม

ในปี 1979 เวียดนามตั้งรัฐบาลใหม่ในกัมพูชา นายฮุน เซน เดินทางกลับบ้านเกิดในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ก่อนก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในปี 1985 ขณะมีอายุ 33 ปี

ฮุน เซน และสมเด็จกรมพระนโรดม รณฤทธิ์

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ฮุน เซน และสมเด็จกรมพระนโรดม รณฤทธิ์