หนุ่มเชอร์ปาทำลายสถิตินักไต่เขาอายุน้อยที่สุด พิชิตสุดยอดเขาสูง 14 แห่งของโลก

ที่มาของภาพ, 14 Peaks Expedition
- Author, ประทีพ บาชาล
- Role, บีบีซีนิวส์ แผนกภาษาเนปาล
ด้วยวัยเพียง 18 ปี “นิมา รินจิ เชอร์ปา” หนุ่มน้อยชาวเนปาล ได้กลายเป็นนักไต่เขาอายุน้อยที่สุด ที่สามารถพิชิตสุดยอดเขาสูง 14 แห่งของโลก ซึ่งล้วนมีความสูงเกิน 8,000 เมตร จากระดับน้ำทะเล ทำให้ชื่อของเขาได้รับการบันทึกเป็นหนึ่งในตำนานของผู้กล้าท้าความสูงเสียดฟ้าบนพื้นที่หลังคาโลก
เมื่อวันที่ 9 ต.ค. ที่ผ่านมา นิมาสามารถป่ายปีนขึ้นไปจนถึงจุดสูงสุดของเขา “ชิชาปางมา” (Shishapangma) ในทิเบต เมื่อเวลา 6.05 น. ตามเวลาท้องถิ่น ทำให้เขาบรรลุความสำเร็จในการพิชิตสุดยอดเขาสูง 14 แห่งได้ ภายในเวลา 740 วัน ทั้งยังเป็นบุคคลอายุน้อยที่สุดที่ทำภารกิจนี้ได้ลุล่วง โดยเขามีอายุน้อยกว่าเจ้าของสถิติเดิมถึง 12 ปี
ความสำเร็จครั้งล่าสุดของนิมาไม่ใช่เรื่องที่เหนือความคาดหมาย เพราะก่อนหน้านี้เขายังเป็นบุคคลอายุน้อยที่สุดของโลก ที่สามารถพิชิตยอดเขาจีวัน (G1) และ จีทู (G2) แห่งเทือกเขาหิมาลัย รวมทั้งยอดเขา “นันกา ปาร์บัต” (Nanga Parbat) อันเลื่องชื่อของแคว้นแคชเมียร์ ยิ่งไปกว่านั้น เขายังเคยพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์และยอดเขาโลตเซ (Lhotse) ที่ตั้งอยู่ใกล้กันได้ทั้งสองแห่ง ภายในเวลาเพียง 10 ชั่วโมงเท่านั้น
แต่ใครจะเชื่อว่าชีวิตในวัยเด็กของเขา ไม่ได้เติบโตขึ้นมาตามวิถีดั้งเดิมของชาวเชอร์ปา ซึ่งเป็นชนเผ่าที่มักจะยึดอาชีพลูกหาบและคนนำทางให้กับนักไต่เขาสูงท้ามฤตยูจากทั่วโลก
วัยเด็กที่ห่างไกลจากขุนเขา

ที่มาของภาพ, 14 Peaks Expedition
นิมาไม่ได้เติบโตขึ้นในหมู่บ้านชนบท หรือหมู่บ้านท่ามกลางหุบเขาที่ยอดมีหิมะขาวโพลนปกคลุม แม้ว่าสถานที่เหล่านั้นจะเป็นบ้านเกิดของบรรพบุรุษชาวเชอร์ปาก็ตาม เพราะในวัยเด็กเขาใช้ชีวิตอยู่ที่กรุงกาฐมาณฑุ เมืองหลวงของเนปาลเป็นส่วนใหญ่ โดยได้เข้าเรียนในโรงเรียนชั้นนำที่มีชื่อเสียงซึ่งทำการสอนเป็นภาษาอังกฤษ
แต่ถึงกระนั้น สายเลือดของชาวเชอร์ปายังคงไหลเวียนอยู่ในตัวของนิมาอย่างเต็มเปี่ยม ทั้งพ่อ, ลุง, และอาของเขาทุกคนล้วนเป็นชาวเชอร์ปา ซึ่งต่างก็เคยเผชิญความยากลำบากและประสบความสำเร็จในการไต่เขามาแล้วทั้งสิ้น ทำให้ชีวิตในเมืองใหญ่ของนิมาผสมผสานและผูกพันอย่างลึกซึ้งเข้ากับทักษะการไต่เขา ที่ได้สืบทอดกันมายาวนานในสายตระกูลนั่นเอง
นามสกุลของนิมาคือ “เชอร์ปา” ซึ่งหมายถึงชนเผ่าพื้นเมืองบนเขาสูงในแถบเขาเอเวอเรสต์ของเนปาล ที่คนทั่วไปรู้จักกันดีว่ามักจะยึดอาชีพไกด์นำทางหรือลูกหาบ
ระหว่างที่เรียนอยู่ในชั้นมัธยมปลายปีสุดท้าย และกำลังเตรียมตัวสอบประมวลความรู้ชั้นมัธยมศึกษา (Secondary Examination Education - SEE) ซึ่งเป็นการสอบที่สำคัญมากสำหรับเด็กนักเรียนชาวเนปาล นิมากลับเริ่มนั่งใจลอยขณะที่อยู่ในชั้นเรียน โดยเขามักจะวาดฝันและหมกมุ่นครุ่นคิดถึงการไต่เขาเสมอ
ในตอนที่เขาอายุ 16 ปี ซึ่งถึงเกณฑ์ที่กฎหมายเนปาลอนุญาตให้บุคคลเริ่มปีนเขาได้ นิมาก็มีใจจดจ่อและมีความมุ่งมั่นที่จะพิชิตเทือกเขาหิมาลัยแล้ว เขาเล่าให้ผู้สื่อข่าวบีบีซีแผนกภาษาเนปาลฟัง หลังทำลายสถิติโลกได้ไม่นานว่า “ตอนที่ผมกำลังเตรียมสอบ SEE ใจของผมกลับคิดถึงแต่ภูเขาสูงเท่านั้น”
ในทันทีที่สอบเสร็จ แทนที่นิมาจะวุ่นกับการจัดปาร์ตี้ฉลองกับเพื่อน ๆ เขากลับเริ่มลงมือเตรียมการใหญ่ เพื่อพิชิตเขาสูงในระดับที่เหนือกว่า 8,000 เมตร เป็นครั้งแรกในชีวิต โดยนิมาเลือกเขา “มนัสลู” (Manaslu) ของเนปาล ซึ่งสูงสุดเป็นอันดับ 8 ของโลก เป็นจุดเริ่มต้นการผจญภัยครั้งสำคัญของตนเอง
“ไม่มีโอกาสแก้ตัวครั้งที่สองบนภูเขา”

ที่มาของภาพ, 14 Peaks Expedition
นิมาเล่าว่า “ในตอนแรก เป้าหมายของผมในการปีนเขาก็แค่เพื่อบันทึกภาพถ่ายและวิดีโอ โดยบอกเล่าเรื่องราวของเทือกเขาหิมาลัย” แต่ต่อมาโครงการเล็ก ๆ ที่มุ่งบันทึกภาพความงดงามของขุนเขานี้ ได้กลายเป็นความหลงใหลในกีฬาท้าความสูงไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ภายในระยะเวลา 2 ปี กับอีก 10 วัน นิมาสามารถพิชิตยอดเขาสูงที่สุดของโลก 14 แห่ง ได้ทั้งหมด

ที่มาของภาพ, 14 Peaks Expedition
เขาบอกว่าที่มาของความสำเร็จนั้นเกิดจาก “ความหลงใหลในการเล่นกีฬามาตั้งแต่เด็ก” และ “การมีวินัยในตนเองอย่างเคร่งครัด” นิมาอธิบายว่า “สุขภาพกายและจิตที่ดีนั้น ช่วยให้เราบริหารจัดการสิ่งต่าง ๆ ได้มาก ผมไม่ได้ไปออกกำลังกายหนักที่ยิมทุกวัน แต่จะวิดพื้นบ้างในทุกเช้า”
เขาเชื่อว่าการสืบทอดสายเลือดและวัฒนธรรมของชาวเชอร์ปา ช่วยให้เขามี “ความเข้มแข็งทางจิตใจ” โดยทาซี ลักปา เชอร์ปา ผู้เป็นบิดาของเขา เคยครองสถิติบุคคลอายุน้อยที่สุด ซึ่งพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์โดยไม่ใช้ออกซิเจนเข้าช่วยมาแล้ว ส่วนมิงมา เชอร์ปา และ ชาง ดาวา เชอร์ปา ลุงทั้งสองคนของเขา ก็เป็นพี่น้องคู่แรกที่พิชิตยอดเขาสูงเหนือ 8,000 เมตร ทั้ง 14 ลูกของโลกได้สำเร็จ
นิมามองว่าตนเองเป็น “นักกีฬาไต่เขา” ซึ่งมุ่งต่อสู้กับข้อจำกัดของตนเอง มากกว่าจะเป็นชาวเชอร์ปาที่มุ่งตามรอยธรรมเนียมดั้งเดิมในการเป็นผู้นำทางบนเขาสูง นิมายังกล่าวคำพูดที่เป็นคติเตือนใจนักไต่เขาจำนวนมาก ซึ่งหลายคนไม่มีโอกาสรอดชีวิตกลับบ้านว่า “ผมได้เรียนรู้แล้วว่าบนภูเขานั้น ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าโอกาสแก้ตัวครั้งที่สอง”

ที่มาของภาพ, 14 Peaks Expedition
แต่ถึงกระนั้นก็ตาม นิมาก็ยังเป็นนักไต่เขาที่มีจิตใจกระตือรือร้น และเร่งรีบไล่ตามความสำเร็จใหม่ ๆ อยู่เสมอ โดยในตอนที่เขาพิชิตเอเวอเรสต์ ยอดเขาที่สูงที่สุดของโลกเมื่อปี 2023 ในใจกลับไม่อาจชื่นชมกับรสชาติของความสำเร็จได้นานนัก เพราะเขาเล็งจะพิชิตยอดเขาโลตเซที่อยู่ใกล้กันต่อไปทันที เนื่องจากภูเขาลูกนี้มีความสูงเป็นอันดับ 4 ของโลก ซึ่งผลที่ได้ก็คือการพิชิตเขาสูงทั้งสองลูกในวันเดียวกัน โดยนิมาไปถึงยอดเขาเอเวอเรสต์ตอนเวลา 2.00 น. และพิชิตยอดเขาโลตเซได้ในเวลา 11.00 น.
สำหรับภูเขาที่เป็นอุปสรรคท้าทายมากที่สุดของนิมานั้น เขาบอกว่าได้แก่บรรดายอดเขาสูงในประเทศปากีสถาน ซึ่งทั่วไปแล้วเปิดให้นักไต่เขาปีนขึ้นได้เพียง 1 ฤดูกาลต่อปี แต่ทว่าภายในเวลาเพียงเดือนเดียว นิมาก็สามารถพิชิตมันได้ถึง 5 ลูก
“คุณจะหวังเข้าพักในโรงแรมหรือหมู่บ้านใกล้ ๆ แล้วค่อยออกเดินทางไปเบสแคมป์เชิงเขาด้วยถนนที่ทำไว้อย่างดีไม่ได้หรอก” นิมาเล่าถึงประสบการณ์ในปากีสถาน “คุณต้องตั้งค่ายพักเอง หอบหิ้วสิ่งของทุกชิ้นไปเอง และต้องเดินเท้าไปเองด้วย”
การเดินทางเพื่อพิชิตยอดเขาสูงในปากีสถานนั้น แตกต่างจากการปีนเขาที่มีชื่อเสียงอย่างเอเวอเรสต์มากทีเดียว เพราะเป็นการพิชิตเขาสูงแบบเก่าที่ไม่มีการจัดเตรียมเส้นทาง, จัดคณะผู้ร่วมทางและลูกหาบ, หรือแม้แต่การขึงเชือกสักเส้นเพื่อเตรียมพร้อมไว้ให้เลย “ไม่มีการเตรียมการล่วงหน้าใด ๆ คุณต้องหาและรวบรวมทุกอย่างด้วยตนเอง สร้างและผูกสัมพันธ์ให้เหนียวแน่นกับสมาชิกร่วมทีมไต่เขาเอง และในบางครั้งอาจจะต้องขี่ม้าไปด้วย” นิมากล่าว
ครั้งหนึ่งขณะพิชิตยอดเขาเคทู (K2) ของปากีสถาน ซึ่งสูงเป็นอันดับสองของโลกรองลงมาจากเอเวอเรสต์ นิมาต้องนอนหลับโดยสวมหมวกนิรภัยเอาไว้ด้วย เพื่อป้องกันอันตรายจากก้อนหินที่หล่นลงมาโดยรอบที่พักอย่างไม่ขาดสาย

ที่มาของภาพ, 14 Peaks Expedition
เขายังบอกว่ารู้สึกตื่นเต้นกับความสำเร็จในอนาคต ที่เขาอาจจะทำได้อีกมากในตอนที่มีอายุมากกว่านี้ เพราะปัจจุบันแค่อายุเพียง 18 ปี เขาก็ได้รับการบันทึกลงในหน้าประวัติศาสตร์ของการไต่เขาเรียบร้อยแล้ว
แต่สำหรับนิมานี่คือการเริ่มต้นเท่านั้น เนื่องจากเขายังมีแผนการจะเดินหน้าปีนป่ายเขาสูงต่อไป รวมทั้งผลักดันตัวเองให้ข้ามพ้นขีดจำกัดได้มากและไกลกว่านี้ ครั้งหน้าเขามีแผนจะพิชิตยอดเขามนัสลูอีกครั้ง แต่จะทำในฤดูหนาวแสนหฤโหด โดยที่ไม่มีลูกหาบหรือคนนำทางชาวเชอร์ปาคอยช่วย ทั้งยังตัดสินใจจะไม่ใช้ออกซิเจนสำรองอีกด้วย
“ผมรู้สึกตื่นเต้นเมื่อมาคิดว่า เราจะทำอะไรสำเร็จอีกตอนอายุ 25 ปี” นิมากล่าวทิ้งท้าย











