สินทรัพย์รัสเซียที่ถูกอายัดในยุโรป จะนำมาใช้ในการฟื้นฟูยูเครนได้หรือไม่ อะไรคืออุปสรรค ?

ที่มาของภาพ, Global Images Ukraine via Getty Images
- Author, หลุยส์ บาร์รูโช
- Role, บีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส
ท่ามกลางความท้าทายมากมายที่ยูเครนต้องเผชิญนับตั้งแต่ที่ถูกรัสเซียรุกรานอย่างเต็มรูปแบบมาตั้งแต่เมื่อเดือน ก.พ. 2022 ปัญหาสำคัญประการหนึ่งกลับอยู่ไกลออกไปจากสนามรบ และนี่คือประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเงินทุนสนับสนุนการปกป้องตัวเอง
เม็ดเงินเหล่านี้ยิ่งมีความจำเป็นมากขึ้นไปอีก เมื่อรัสเซียอ้างว่าพวกเขากำลังยึดพื้นที่คืนได้มากขึ้น และเศรษฐกิจของรัสเซียก็ได้พิสูจน์แล้วว่ามีความแข็งแกร่งต่อมาตรการคว่ำบาตรแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน มากกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้
เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ดังกล่าว ชาติพันธมิตรมากมายของยูเครนในยุโรปได้สนับสนุนข้อเสนอที่มีเยอรมนีเป็นฝ่ายนำ ให้แปลงทรัพย์สินของรัฐรัสเซียที่ถูกอายัดไว้ในเบลเยียมให้กลายเป็น "เงินกู้เพื่อการชดใช้ความเสียหาย" (reparations loan) เพื่อช่วยพยุงฐานะทางการเงินของยูเครนในปีหน้า
ทว่าการนำเอาทรัพย์สินเหล่านั้นมาใช้จริงกลับเป็นประเด็นที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งมากกว่าการเป็นทางออก โดยเบลเยียมกล่าวหาว่าสหภาพยุโรปว่า "ลดทอน" ความเสี่ยงลงเกินจริง
สรุปแล้วทรัพย์สินของรัสเซียที่ถูกอายัดไว้ในชาติตะวันตกมีอะไรบ้าง และทำไมข้อเสนอนี้จึงถูกต่อต้านอย่างรุนแรง

ที่มาของภาพ, Global Images Ukraine via Getty Images
มีสินทรัพย์ใดบ้างที่ถูกอายัด และตอนนี้อยู่ที่ไหน
ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมาก รวมไปถึงธนาคารกลางแห่งรัสเซียเอง ประเมินว่าทรัพย์สินของทางการรัสเซียที่ถูกอายัดในชาติตะวันตก มีมูลค่าระหว่าง 3 ถึง 3.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 9.54 - 11.13 ล้านล้านบาท) ซึ่งทรัพย์สินเหล่านี้ประกอบไปด้วย เงินสด ตราสารหนี้และตราสารทุน กระจายอยู่ในหลายประเทศ
ทุนสำรองทองคำและเงินตราต่างประเทศของรัสเซียถูกนำไปลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ เช่น สกุลเงินหลัก ทองคำ และพันธบัตรรัฐบาล เช่นเดียวกับธนาคารกลางแห่งอื่น ๆ ทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม ทรัพย์สินเหล่านี้ไม่ควรถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเพียงแค่ความมั่งคั่งส่วนบุคคลที่ถูกอายัดเท่านั้น จริงอยู่ที่บุคคลและบริษัทเอกชนชาวรัสเซียจำนวนมากที่ถูกคว่ำบาตรโดยชาติตะวันตก ล้วนถูกอายัดทรัพย์สินส่วนตัวเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์หรือเรือยอชต์
ทรัพย์สินของรัฐรัสเซียส่วนใหญ่ที่ถูกอายัดโดยสหภาพยุโรป ในมูลค่าราว 1.85 แสนล้านยูโร (6.84 ล้านล้านบาท) จากที่ประเมินว่ามีทั้งหมด 2.1 แสนล้านยูโร (7.76 ล้านล้านบาท) และถูกเก็บรักษาไว้ที่ยูโรเคลียร์ (Euroclear) ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ส่วนกลางในกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม และสาเหตุที่ทรัพย์สินจำนวนมากถูกอายัดไว้ที่นี่เป็นเพราะว่าส่วนแบ่งจำนวนมากของทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของรัสเซียได้ถูกฝากไว้ที่นั่นตั้งแต่ก่อนถูกคว่ำบาตรแล้ว
ทรัพย์สินจำนวนมากเหล่านี้ได้ครบกำหนดตั้งแต่ปี 2022 และปัจจุบันได้เปลี่ยนสภาพเป็นเงินสดแล้ว
ธนาคารกลางรัสเซียยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดว่า มีรายการทรัพย์สินใดบ้างที่ถูกอายัด

ที่มาของภาพ, Alexander Nemenov / AFP via Getty Images
ข้อเสนอจากอียูเป็นอย่างไร เหตุใดเบลเยียมจึงปฏิเสธ
สำหรับข้อเสนอของสหภาพยุโรปที่มี นายกรัฐมนตรีฟรีดริช แมร์ซ แห่งเยอรมนี เป็นผู้ผลักดัน แนะว่าให้แปลงทรัพย์สินของรัฐรัสเซียมูลค่า 1.4 แสนล้านยูโร (ราว 5.17 ล้านล้านบาท) ที่ถูกอายัดไว้ที่เบลเยียมให้กลายเป็น "เงินกู้เพื่อการชดใช้ค่าเสียหาย" สำหรับยูเครนในปีหน้า
อัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานกรรมาธิการยุโรป เป็นผู้แถลงข้อเสนอดังกล่าวในการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 3 ธ.ค. ที่ผ่านมา

ที่มาของภาพ, EPA
เธอยังกล่าวด้วยว่า โครงการนี้ไม่ถือเป็นการยึดเงิน เพราะจะอยู่ในรูปแบบของเงินกู้ อย่างไรก็ดีตามโครงการนี้ ยูเครนจะจำเป็นต้องชำระหนี้คืนภายหลังจากที่รัสเซียจ่ายเงินชดใช้ความเสียหายจากสงครามแล้วเท่านั้น
ตอนนี้ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปได้เริ่มนำดอกผลที่เกิดจากทรัพย์สินรัสเซียซึ่งถูกอายัดไว้ราว 2.1 แสนล้านยูโร มาใช้สนับสนุนการป้องกันประเทศของยูเครนแล้ว
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund - IMF) ประเมินว่า ยูเครนจะต้องใช้เงิน 1.35 แสนล้านยูโร (4.99 ล้านล้านบาท) ในปี 2026 และ 2027

ที่มาของภาพ, EPA / Shutterstock
บรรดาผู้นำประเทศในสหภาพยุโรปจะต้องลงมติให้กับแผนเงินกู้ครั้งนี้ ณ การประชุมสุดยอดผู้นำ ที่กรุงบรัสเซลส์ ในวันที่ 18 ธ.ค. นี้
ประเทศสมาชิกอียูส่วนใหญ่สนับสนุนกับแผนนี้ ทว่าเบลเยียมซึ่งเป็นประเทศที่อายัดทรัพย์สินของรัสเซียไว้ในสัดส่วนที่มากที่สุด กลับออกมาวิจารณ์อย่างรุนแรง
รัฐบาลเบลเยียมระบุว่า แผนการนี้จะทำให้เบลเยียมต้องแบกรับผลกระทบทางกฎหมายจากรัสเซียหากแผนเงินกู้ที่มีอียูเป็นผู้หนุนหลังเกิดมีปัญหาขึ้นมา ทั้งยังบอกว่าการกระทำดังกล่าวจะทำให้โอกาสในการบรรลุข้อตกลงสันติภาพในระยะสั้นตกอยู่ในความเสี่ยง
"พวกเราวิงวอนมาตลอดให้หาทางเลือกอื่น หรือคือให้สหภาพยุโรปกู้เงินจำนวนที่ต้องการจากตลาดการเงินแทน" มักซิม เปรโวต์ รัฐมนตรีต่างประเทศเบลเยียม กล่าว

ที่มาของภาพ, Reuters
หลายฝ่ายคาดว่าคณะกรรมาธิการยุโรปจะเสนอทางเลือกอื่น ๆ เพื่อแก้ทางตันนี้ แต่เปรโวต์ แย้งว่า ร่างเอกสารเหล่านั้น "ยังไม่ตอบข้อกังวลของเราอย่างน่าพอใจ"
เขากล่าวว่าความเสี่ยงดังกล่าวอาจ "หมายถึงการล้มละลายสำหรับเบลเยียม"
"หากรัสเซียฟ้องเรา ก็มีโอกาสชนะทุกประเด็น และพวกเรา เบลเยียม จะไม่สามารถชำระเงินจำนวน 2 แสนล้านยูโรได้ เพราะนั่นเทียบเท่ากับงบประมาณของรัฐบาลกลางทั้งปี มันจะหมายถึงการล้มละลายสำหรับเบลเยียม"
บาร์ต เดอ เวเวอร์ นายกรัฐมนตรีเบลเยียม ออกมาแสดงความกังวลเช่นกัน โดยเขียนจดหมายถึง อัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานกรรมาธิการยุโรป ระบุว่าแผนดังกล่าวเป็น "สิ่งที่ผิดหลักการอย่างยิ่ง"

ที่มาของภาพ, Scott Peterson / Getty Images
'ยูโรเคลียร์' มีความเห็นว่าอย่างไร
วาเลรี อูร์แบ็ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของยูโรเคลียร์แสดงความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน
ขณะที่ เดอ เวเวอร์ ระบุว่าประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปประเทศอื่น ๆ ต้องให้หลักประกันที่มีผลผูกพันตามกฎหมายแก่เบลเยียมว่า ความเสี่ยงจะถูกแบ่งปันกัน หากเงินกู้ที่ให้ยูเครนล้มเหลวหรือหากการคว่ำบาตรรัสเซียถูกยกเลิก
ท่วาหลายฝ่ายมองว่าเงื่อนไขนี้เป็นไปได้ยาก เพราะธนาคารกลางยุโรป (European Central Bank - ECB) ได้เตือนว่า ไม่สามารถทำหน้าที่เป็นผู้ให้กู้ฉุกเฉิน (lender of last resort) สำหรับโครงการลักษณะนี้ได้

ที่มาของภาพ, EPA
เบลเยียมได้เสนอให้สหภาพยุโรปปล่อยกู้ให้ยูเครนจำนวน 4.5 หมื่นล้านยูโร (1.66 ล้านล้านบาท) ในปีหน้า โดยใช้กรอบงบประมาณร่วมที่มีอยู่ของทั้ง 27 ประเทศสมาชิก แทนที่จะใช้ทรัพย์สินรัสเซีย
อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีเยอรมนี เชื่อว่าการใช้ทรัพย์สินของรัสเซียที่ถูกอายัดไว้เป็นเส้นทางที่ดีกว่า
เขาระบุว่าความจำเป็นนี้ "เร่งด่วนมากขึ้นเรื่อย ๆ" และเรียกร้องให้ผู้นำประเทศต่าง ๆ รวมตัวกันสนับสนุนแนวคิดนี้
นายกรัฐมนตรีเยอรมนีกล่าวว่า "ยูเครนต้องการการสนับสนุนจากเรา การโจมตีของรัสเซียรุนแรงขึ้น ฤดูหนาวกำลังจะมาถึง… และในประเด็นนี้ ผมหวังว่าเราจะหาข้อยุติร่วมกันภายในสหภาพยุโรปได้"

ที่มาของภาพ, EPA
คายา คัลลาส หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรปก็สนับสนุนแผนเงินกู้เพื่อการชดใช้ความเสียหายเช่นกัน โดยให้เหตุผลว่าแผนนี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับจุดยืนของยุโรปที่มีต่อรัสเซีย และเป็นแรงจูงใจให้ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียเข้าสู่กระบวนการเจรจา
เวียร์ล คอลาเอิร์ต ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายการเงินแห่งมหาวิทยาลัยเคยู ลูเวิน ให้สัมภาษณ์บีบีซี นิวส์ว่า เธอเชื่อว่าความกังวลของเบลเยียมเป็นสิ่งที่มีเหตุผลรองรับ
"ยูโรเคลียร์มีภาระผูกพันตามสัญญาที่ต้องชำระเงินคืนให้ธนาคารกลางรัสเซียเมื่อมีการร้องขอครั้งแรก เหตุผลเดียวที่ยังไม่ทำเช่นนั้นก็เพราะมาตรการคว่ำบาตร"
เธอเสริมว่า หากมาตรการคว่ำบาตรถูกยกเลิกในขณะที่เงินถูกปล่อยกู้ให้สหภาพยุโรปไปแล้ว ภาระความเสี่ยงทางการเงินจะตกอยู่ที่เบลเยียม ไม่ใช่ยูโรเคลียร์
เธอเตือนว่าการนำเงินทุนสำรองต่างประเทศที่ถูกอายัดมาใช้ในวัตถุประสงค์อื่น อาจบ่อนทำลายความเชื่อมั่นในระบบการเงินของยุโรป คอลาเอิร์ตให้เหตุผลว่าการระดมเงินกู้ของสหภาพยุโรปจากตลาดการเงินเพื่อช่วยยูเครนจะเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า
"ข้อได้เปรียบของการใช้เงินจากกองทุนที่ยูโรเคลียร์อายัดไว้คือไม่ต้องเสียดอกเบี้ย แต่มันไม่ได้ปราศจากความเสี่ยง"
ท่ามกลางแรงกดดันที่เพิ่มขึ้น นายกรัฐมนตรีแมร์ซแห่งเยอรมนี ได้เลื่อนกำหนดการเดินทางไปนอร์เวย์ และเดินทางไปบรัสเซลส์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อพบกับนายกรัฐมนตรีเดอ เวเวอร์ แห่งเบลเยียม และฟอน แดร์ ไลเอินประธานคณะกรรมาธิการยุโรป
หลังการพบปะ ฟอน แดร์ ไลเอินและแมร์ซกล่าวว่าพวกเขาได้สนทนากับเดอ เวเวอร์อย่าง "สร้างสรรค์มาก"
ผู้นำสหภาพยุโรปไม่สามารถหาข้อสรุปเกี่ยวกับแผนลักษณะเดียวกันนี้ได้เมื่อเดือน ต.ค.
รัสเซียว่าอย่างไรต่อเรื่องนี้

ที่มาของภาพ, EPA
รัสเซียประณามข้อเสนอนี้อย่างรุนแรง
หนึ่งในนักการธนาคารระดับสูงของประเทศขู่สหภาพยุโรปว่าจะมีการฟ้องร้องยาวนานถึง 50 ปี หากพวกเขาเลือกเดินหน้ากับแผนดังกล่าว
อันเดรย์ คอสติน ประธานกรรมการบริหารของธนาคารวีทีบี หนึ่งในธนาคารรัฐวิสาหกิจรายใหญ่ของรัสเซีย กล่าวว่าการนำเงินที่ถูกอายัดของรัสเซียไปให้ยูเครนเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้
"สำหรับการยึดเงินของเรา ท้ายที่สุดเราก็อยู่ได้โดยไม่มีมัน" เขากล่าว
"ปัญหาเดียวคือเงินก้อนนี้อาจถูกนำไปใช้ในสงคราม ไม่ใช่สันติภาพ"
มาเรีย ซาคาโรวา โฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียเตือนว่าระบบการเงินโลกจะ "ต้องเผชิญผลกระทบ" หากมีความพยายามยึดหรือโอนทรัพย์สินของรัสเซียไปใช้ในทางอื่น
สำนักข่าวอาร์ไอเอ (RIA) ของทางการรัสเซีย รายงานว่า เงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ของชาติตะวันตกในรัสเซียที่มีมูลค่า 2.85 แสนล้านดอลลาร์ (ราว 9 ล้านล้านบาท) อาจถูกตอบโต้โดยการถูกยึดทรัพย์เช่นกัน
เรียบเรียงโดย อลิสัน จี และแอนดรูว์ เวบบ์











