เปิดบันทึกคำพูด ทักษิณ-พิศาล ในโศกนาฏกรรมตากใบ ผ่านหน้าสื่อ-หนังสือพิมพ์ 20 ปีก่อน

ที่มาของภาพ, มติชน
25 ต.ค. 2547 โศกนาฏกรรมกรณีตากใบ จ.นราธิวาส จากการสลายชุมนุมของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 85 คน เป็นเหตุรุนแรงครั้งใหญ่ภายใต้สถานการณ์ความขัดแย้งในภาคใต้เหตุการณ์ที่สามที่เกิดขึ้นในปีแรกที่ “ไฟใต้” หวนกลับมาอีกครั้ง
พ.ศ. 2547 คือจุดเริ่มต้นที่สถานการณ์ความรุนแรงที่ชายแดนใต้กลับมาปะทุขึ้นใหม่ เหตุการณ์แรก คือเหตุปล้นปืนค่ายปิเหล็ง จ.นราธิวาส (4 ม.ค. 2547) ตามด้วยเหตุล้อมปราบชาวมุสลิมที่มัสยิสกรือเซะ (28 เม.ย. 2547) และโศกนาฏกรรมตากใบจากการสลายการฝูงชนและการขนย้ายผู้ชุมนุม (25 ต.ค. 2547)
กรณีเหล่านี้เกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร โดยคดีอาญาที่ยื่นฟ้องเอาผิดการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ กำลังจะหมดอายุความ 20 ปี ในรัฐบาล “ชินวัตร” รุ่นลูก ในวันที่ 25 ต.ค. 2567 นี้
โศกนาฏกรรมตากใบ ทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 85 คน ในจำนวนนี้ 78 คนเสียชีวิตในระหว่างการขนย้ายตัวไปค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี โดยกรณีดังกล่าวยังไม่เคยถูกชำระสะสางเอาผิดผู้มีส่วนสั่งการและบกพร่องในการเคลื่อนย้ายผู้ชุมนุมแต่อย่างใด
ข้อเท็จจริง ท่าที และปากคำของบุคคลสำคัญที่ปรากฏบนพื้นที่ข่าวเมื่อ 20 ปีที่แล้วเป็นอย่างไร บีบีซีไทย พาย้อนไปดูบันทึกบนหน้าสื่อและหนังสือพิมพ์ในห้วงเวลานั้น
25 ต.ค. 2547
“ผมเป็นผู้สั่งให้สลายการชุมนุม” พล.ท.พิศาล อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 กับการสลายชุมนุมภายใน 45 นาที
บนหน้าหนังสือพิมพ์หลายฉบับของเช้าวันที่ 26 ต.ค. 2547 กรอบเช้า ต่างพาดหัวข่าวการชุมนุมที่หน้าสถานีตำรวจภูธรอำเภอตากใบ จ.นราธิวาส โดยเนื้อหาข่าวเป็นไปในทิศทางเดียวกันว่า มีผู้เสียชีวิตจากการสลายชุมนุมจากเจ้าหน้าที่ 6 ราย และบาดเจ็บ 20 ราย จากเหตุที่มีผู้ชุมนุมปิดล้อมโรงพักตากใบกว่า 2,000 คน
ฝูงชนที่หน้า สภ.อ.ตากใบ ถูกระบุว่า พวกเขาออกมารวมตัวเรียกร้องให้ปล่อยตัว 6 ผู้ต้องหา ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ที่ถูกดำเนินคดีข้อหาแจ้งความเท็จว่าถูกคนร้ายปล้นปืน
เนื้อหาข่าวในหนังสือพิมพ์กรอบเช้าของวันที่ 26 ต.ค. ยังไม่ปรากฏรายงานเหตุที่ผู้ชุมนุม 78 คน เสียชีวิตในระหว่างการขนย้ายตัวไปค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี เพราะกว่าที่ทางการจะได้แถลงรายละเอียดข้อเท็จจริงก็ล่วงมาถึงเย็นของวันที่ 26 ต.ค. 2547
รายงานข่าวในหนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันอังคารที่ 26 ต.ค. 2547 รายงานว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นตั้งแต่ 9.00 น. กลุ่มวัยรุ่นและเยาวชนนับพันคนจากอำเภอต่าง ๆ ใน จ.นราธิวาส ทยอยเดินทางมาชุมนุมปิดล้อม สภ.อ.ตากใบ เกือบ 1,000 คน โดยระหว่างวัน มีการเจรจาเป็นระยะ ผลการเจรจาตั้งแต่ช่วง 12.30 น. มีชาวบ้านบางส่วนที่ยอมถอยกลับจนเหลืออยู่ประมาณ 400 คน และมีบางส่วนมาร่วมเพิ่มเติม
มติชนรายงานว่า กระทั่งเวลา 15.00 น. ของวันที่ 25 ต.ค. พล.ท.พิศาล ได้ออกคำสั่งให้ตำรวจทหาร 300 นาย เข้าสลายการชุมนุม ด้วยการฉีดน้ำแรงดันสูงจากรถดับเพลิง 3 คัน และใช้แก๊สน้ำตา ขณะที่ผู้ชุมนุม “ได้ใช้ปืน ขว้างก้อนอิฐ ก้อนหิน และไม้ท่อน” ใส่เจ้าหน้าที่บาดเจ็บหลายนาย

ที่มาของภาพ, the nation
มติชนรายงานด้วยว่า ด้านเจ้าหน้าที่ทหารตำรวจ “ได้ยิงปืนข่มขู่ขึ้นฟ้าทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมหมอบตัวลงกับพื้น และบางส่วนหลบหนีลงแม่น้ำตากใบ” ก่อนเจ้าหน้าที่สลายชุมนุมได้สำเร็จ โดยใช้เวลาทั้งสิ้น 45 นาที
ในระหว่างนั้น พล.ท.พิศาล แม่ทัพภาคที่ 4 ได้ประกาศกฎอัยการศึกในสามจังหวัดชายแดนใต้ เขายังเปิดแถลงข่าวด้วยว่า ได้จับกุมผู้ชุมนุมได้กว่า 300 คน โดยอ้างว่าเป็นบุคคลชั้นหัวหน้าประมาณ 20 คน ซึ่งในเวลาต่อมาตัวเลขจริงคือราว 1,300 คน แล้วคุมตัวไปสอบปากคำที่ค่ายอิงคยุทธบริหารที่ จ.ปัตตานี
“ผมเป็นผู้สั่งให้สลายการชุมนุมที่ สภ.อ.ตากใบด้วยตัวเอง หลังจากพยายามเจรจาแบบสันติวิธีกับผู้ชุมนุมนานกว่า 7 ชั่วโมงแล้ว แต่ไม่ได้ข้อยุติ” อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 กล่าว
อย่างไรก็ตาม ในประเด็นการใช้อาวุธปืนยิง รายงานเบื้องต้น เรื่อง กรณีความรุนแรงที่ตากใบกับปัญหาความมั่นคงของมนุษย์ ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ของวุฒิสภาที่จัดทำในปี 2548 โดยคณะกรรมาธิการ 3 ชุด ระบุว่า “การยิงปืนของเจ้าหน้าที่ราชการ มีทั้งลักษณะการยิงขึ้นฟ้า และการยิงในระดับต่ำเข้าใส่ประชาชนผู้ชุมนุม ดังบางกรณีปรากฏในภาพข่าวในหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น ฉบับประจำวันที่ 28 ต.ค. 2547 เป็นเหตุให้มีผู้ชุมนุมถูกยิงที่ศีรษะ เสียชีวิตในบริเวณที่เกิดเหตุชุมนุม 6 คน เสียชีวิตในที่โรงพยาบาลอีก 1 คน ประชาชนผู้ชุมนุมอีกหลายคนถูกยิงบาดเจ็บสาหัส บ้างถูกยิงหลังจากที่นอนหมอบราบอยู่กับพื้นแล้ว บ้างถูกยิงขณะวิ่งหนีเพื่อสลายตัวจากการชุมนุม และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนมาก”
ในรายงานดังกล่าวระบุว่าด้วยว่า “เมื่อ พล.ท.พิศาล วัฒนวงษ์คีรี แม่ทัพภาค 4 ได้ดูหลักฐานภาพถ่ายแล้วกล่าวยอมรับต่อคณะกรรมาธิการฯ ว่า เจ้าหน้าที่ทหารบางส่วนได้มีการยิงจริง”

ที่มาของภาพ, the nation
ในช่วงเย็นวันเดียวกัน นายทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น บินด่วนไปดูเหตุการณ์ที่ จ.นราธิวาส โดยเขาได้ให้สัมภาษณ์สื่อที่ติดตามสถานการณ์ว่า เรื่องการชุมนุมเป็นการยุยง ซึ่งมีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น 2-3 ครั้งแล้ว
“ผมได้รับรายงานตลอดเวลาและได้บอกกับเจ้าหน้าที่ไปว่าคงปล่อยให้การไม่เคารพกฎหมายบ้านเมืองเกิดขึ้นไม่ได้ ผมอยากบอกกับพี่น้องไทยมุสลิมใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ทราบว่า เหตุการณ์ทุกเหตุการณ์นั้น ผมรับรู้ เพราะฉะนั้นจะไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่ไปรังแกประชาชนเด็ดขาด แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ทำตามกฎหมายบ้านเมืองแล้ว ประชาชนก็ต้องเคารพในกฎหมายบ้านเมือง”
รายงานข่าวจากมติชนยังระบุคำกล่าวของนายทักษิณว่าเขาติดตามเหตุการณ์ตั้งแต่เช้า และการเดินทางด่วนไปที่ จ.นราธิวาส เพื่อไปดูแลเหตุการณ์และเรียกเจ้าหน้าที่ชั้นผู้ใหญ่มาประชุมเพื่อดำเนินการต่อ
“ผมจะให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ เพราะที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้ถามนโยบายผมมาเพราะไม่แน่ใจ ผมต้องการให้ทุกคนมั่นใจและไม่ว้าเหว่เพื่อให้ทำงานตามหน้าที่ได้” รายงานในหนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันที่ 26 ต.ค. ระบุ
การให้สัมภาษณ์ในช่วงเย็นวันเกิดเหตุของนายทักษิณ เกิดขึ้นโดยเขาไม่ล่วงรู้เลยว่าในอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมาจะมีรายงานการตายของผู้ชุมนุมที่ถูกจับกุมไปหลายสิบชีวิต
26 ต.ค. 2547: ทางการแถลงมีผู้ชุมนุมเสียชีวิตจากการขนย้ายบนรถบรรทุก 78 ศพ
ตามการรายงานของเว็บไซต์ไทยโพสต์ ช่วงเย็นวันที่ 26 ต.ค. ที่โรงแรมซีเอสปัตตานี ทางการตั้งโต๊ะแถลงกรณีมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ชุมนุมที่ตากใบ โดยมีนายมานิตย์ สุธาพร รองปลัดกระทรวงยุติธรรม, พ.ญ.คุณหญิง พรทิพย์ โรจนสุนันท์ รอง ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม และ พล.ต.สินชัย นุตสถิตย์ รองแม่ทัพภาค 4 เป็นผู้แถลง
ไทยโพสต์รายงานว่า จากการสลายการชุมนุมของทหารตำรวจ ได้จับกุมผู้ก่อความไม่สงบจำนวน 1,300 คน ไปสอบสวนที่กองทัพภาคที่ 4 ส่วนหน้า โดยได้ให้ทั้งหมดเดินขึ้นรถบรรทุกจีเอ็มซีของทหาร นายมานิตย์ เป็นผู้ที่แถลงว่า “ขณะที่ทำการลำเลียงนั้น ได้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมอีก 78 รายอยู่ภายในรถบรรทุกทหาร ส่วนใหญ่เสียชีวิตเพราะร่างกายอิดโรย และขาดอากาศหายใจ”
สาเหตุที่มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ผู้แถลงระบุว่าเนื่องจากรถแต่ละคันได้นำตัวผู้ชุมนุมที่ถูกจับกุมขึ้นรถเป็นจำนวนมาก ๆ ทำให้เกิดการแออัดจนทำให้คนที่อยู่ด้านในสุดของรถหายใจไม่ออกและเสียชีวิตในที่สุด

ที่มาของภาพ, มติชน
ด้าน พล.ต.สินชัย กล่าวว่า “ขอยืนยันว่า ในขณะที่มีการลำเลียงผู้ชุมนุม ได้ให้กลุ่มผู้ชุมนุมขึ้นรถอย่างเป็นระเบียบ และไม่ได้มีการจับโยนขึ้นรถแต่อย่างใด แต่การเสียชีวิตของกลุ่มผู้ประท้วง เกิดจากความอิดโรย เพราะในขณะประท้วงต้องตากแดด ประกอบกับไม่ได้รับประทานอาหาร เนื่องจากเป็นช่วงถือศีลอด และมีการเสียเหงื่อมาก จึงทำให้ร่างกายของผู้เสียชีวิตอาจเกิดอาการช็อกจนทำให้เสียชีวิตในที่สุด”
อย่างไรก็ตาม จากคำสั่งศาลคดีไต่สวนการตายที่ศาลจังหวัดสงขลาได้อ่านคำสั่ง เมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2552 ระบุว่า ผู้ตาย (ระบุชื่อ 78 รายชื่อ) ทั้ง 78 ตายที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2547 เหตุและพฤติการณ์ที่ตายคือ ขาดอากาศหายใจ ในระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติราชการตามหน้าที่
ส่วนในรายงานเบื้องต้น เรื่อง กรณีความรุนแรงที่ตากใบกับปัญหาความมั่นคงของมนุษย์ ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ของวุฒิสภาที่จัดทำในปี 2548 ระบุว่า “มีการวางร่างของผู้ชุมนุมนอนคว่ำหน้าซ้อนกันเป็นชั้นประมาณสี่ถึงห้าชั้นและบรรทุกผู้ชุมนุมคันละประมาณ 50-60 คน โดยมีเจ้าหน้าที่ควบคุมไปกับรถคันละห้าหกคน การเดินทางจาก สภ.ตากใบ ไปค่ายอิงคยุทธบริหารมีการใช้เวลาทั้งสิ้นราวหกชั่วโมงต่อหนึ่งคันรถ”
นอกจากนี้ ยังระบุเกี่ยวกับช่วงเวลาการลำเลียงด้วยว่า “รถบรรทุกที่ลำเลียงผู้ถูกควบคุมตัวคันแรกไปถึงค่ายอิงคยุทธบริหารในเวลาประมาณ 17.00 – 18.00 น. ของวันที่ 25 ตุลาคม 2547 รถเที่ยวสุดท้ายออกจาก สภ.ตากใบ เวลาประมาณ 19.00 น. และไปถึงค่ายอิงคยุทธบริหารในเวลา 01.00 น. ของวันที่ 26 ตุลาคม 2547” โดยในปัจจุบันมีรายงานว่ารถลำเลียงผู้ชุมนุมที่ถูกควบคุมตัวคันสุดท้ายได้เดินทางมาถึงค่ายอิงคยุทธบริหารในเวลา 03.00 น.
ท่าทีของอดีตนายกฯ ทักษิณ 48 ชั่วโมงหลังเกิดเหตุ
รายงานข่าวจากเว็บไซต์ไทยโพสต์ และหนังสือพิมพ์มติชนรายวันฉบับวันพุธที่ 27 ต.ค. 2547 ตีพิมพ์การให้สัมภาษณ์ของนายทักษิณของวันที่ 26 ต.ค. 2547 ในหลายประเด็น
- ปลุกระดมกันมา-เป็นคนต่างถิ่น
“มีนายทหารยศนายพลคนหนึ่งถูกขว้างจนศีรษะแตก ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เตือนและขอร้องก็ไม่ฟังกัน กระทั่งเจ้าหน้าที่ที่เฝ้าดูเหตุการณ์อยู่มองเห็นว่ากลุ่มคนเหล่านี้ไม่ใช่คนในพื้นที่ และบางคนหน้าไม่เคยเห็นเลยเป็นพวกมาจากต่างถิ่น ขณะเดียวกันก็มีขบวนรถมาจากหลายพื้นที่ เป็นการปลุกระดมกันมา หากปล่อยให้เข้ามาก็คงมีเหตุจลาจลวุ่นวาย เจ้าหน้าที่จึงพยายามสลายฝูงชน แต่คนเหล่านี้ไม่ยอม จึงต้องฉีดน้ำเข้าไปและยิงปืนขึ้นฟ้า” รายงานของเว็บไซต์ไทยโพสต์ ระบุการให้ข่าวของนายทักษิณ

ที่มาของภาพ, มติชน
- ไม่ได้ตายด้วยฝีมือราชการ
“ในกรณีที่มีคนตาย รับรองได้เลยว่าไม่มีการตายจากทางราชการแม้แต่คนเดียว แต่เกิดจากการชุลมุนของม็อบ อะไรต่างๆ นั้นก็มีบ้าง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่เองก็มีตำรวจถูกยิง 1 คน ทหาร 1 คน บาดเจ็บทั่วไป 7 คน เป็นตำรวจ 5 ทหาร 2 จากการตรวจค้น พบปืนเอ็ม 16 พร้อมซองและกระสุนปืนจำนวน 4 กระบอก ปืนอาก้าพร้อมกระสุนอีก 3 กระบอก ระเบิดเอ็ม 26 1 ลูก ลูกระเบิดขว้าง 1 ลูก และปืนพก 20 กระบอก ซึ่งได้มาจากการตรวจค้นและงมขึ้นมาจากแม่น้ำโก-ลก” รายงานจากเว็บไซต์ไทยโพสต์ ระบุการให้ข่าวของนายทักษิณ
- ชุมนุมจัดตั้งแบบ “ไดเรกต์เซลล์”
หนังสือพิมพ์มติชน รายงานคำกล่าวของนายทักษิณว่า จากการสอบสวนได้รู้วิธีการจัด (ชุมนุม) ว่าค่อนข้างจะมีรูปแบบ แบบไดเร็กต์เซลล์ (จัดตั้งขายตรง) พอสมควร นอกจากนี้ในกลุ่มผู้ชุมนุมพบว่ามีการใช้สารเสพติดที่เป็นสารกระตุ้นประสาท หลายคนมีอาการเมา แต่ไม่มีกลิ่นสุรา และวัยรุ่นบางคนรับสารภาพว่า “ถูกให้ดื่มน้ำที่อ้างว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์”
- อ้างคนตายมากเพราะอดอาหาร-มีการใช้สารเสพติด
มติชน ระบุด้วยว่า เมื่อผู้สื่อข่าวถามอดีตนายกฯ ว่า “มีข่าวว่าเหตุการณ์ครั้งนี้มีคนตายนับร้อยคน” นายทักษิณ กล่าวว่า “คนที่เสียชีวิตไม่ได้ถูกกระสุนปืน แต่ส่วนใหญ่เป็นเพราะร่างกายอ่อนแอเนื่องจากอดอาหาร เมื่อมีการตะลุมบอนจากเหตุการณ์ปะทะกัน ทำให้หมดแรงและเสียชีวิต”
นอกจากนี้ ในการตอบกระทู้สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เช้าวันที่ 27 ต.ค. อดีตนายกฯ ทักษิณ ยังกล่าวกับวุฒิสภาถึงเหตุที่ต้องสลายการชุมนุมด้วยว่า
“ถ้าปล่อยเหตุการณ์ดังกล่าวไว้นาน อาจจะจลาจลถึงขั้นเผาเมืองได้ และทุกคนคงไม่อยากให้กฎหมายไม่เป็นกฎหมาย ทางรัฐบาลไม่ได้ใช้ความรุนแรงอะไรในการสลายการชุมนุม” นายทักษิณ ระบุ
เขายังกล่าวอีกครั้งต่อที่ประชุม ส.ว. ว่า “สาเหตุที่ทำให้เสียชีวิตมากที่สุดคือการขาดอากาศ อันถือเป็นจุดบกพร่องของเจ้าหน้าที่... ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตข้ออื่น ๆ นั้น ได้แก่ การอ่อนเพลียจากการถือศีลอด และการใช้สารเสพติดจะถูกดูดซึมได้เร็วกว่าปกติเมื่อผู้ใช้ยาอยู่ในช่วงอดอาหาร”
ทั้งนี้ จากคำสั่งศาลคดีไต่สวนการตายที่ศาลจังหวัดสงขลาได้อ่านคำสั่ง เมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2552 ระบุว่า ผู้ตาย (ระบุชื่อ 78 รายชื่อ) ทั้ง 78 ตายที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2547 เหตุและพฤติการณ์ที่ตายคือ ขาดอากาศหายใจ ในระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติราชการตามหน้าที่
29 ต.ค. 47: ทักษิณ แถลงชี้แจงเหตุการณ์ตากใบ ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ
คืนวันที่ 29 ต.ค. 2547 โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทรท.) ถ่ายทอดแถลงของนายทักษิณ ชินวัตร ถึงเหตุการณ์ที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส
ตามเนื้อหาถอดเสียงจากสำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ อดีตนายกฯ ทักษิณ เริ่มแถลงว่า เหตุการณ์ที่ตากใบ "เป็นผลพวงมาจากการที่มีความไม่สงบเกิดขึ้นมาหลายช่วง ช่วงที่สำคัญเริ่มต้นตั้งแต่ปีนี้ (2547) เมื่อวันที่ 4 ม.ค. ปีนี้เป็นต้นมา ที่มีการปล้นปืน” โดยนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ทำให้มีเจ้าหน้าที่และประชาชนเสียชีวิต จนถึง 21 ต.ค. ทั้งสิ้น 264 ราย และบาดเจ็บ 398 ราย
นายทักษิณ ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยการปล่อยข่าวและปลุกระดม เกิดขึ้นมาแล้วอย่างน้อย 3 ครั้ง ในครั้งนั้นที่ตากใบ “ถ้าหากว่าทางราชการยังขืนปล่อยว่า เมื่อมีการจัดม็อบเข้ามากดดันและก็ต้องปล่อยตัวผู้ต้องหาต่อไป คิดว่ากฎหมายบ้านเมืองอยู่ไม่ได้แล้วครับ 3 ครั้งแล้ว มากเกินพอแล้ว” จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ “ใช้ความนิ่มนวลในการเจรจา” เพื่อให้การชุมนุมยุติ

ที่มาของภาพ, มติชน
เขาได้ไล่เรียงเหตุการณ์ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 25 ต.ค. เริ่มตั้งแต่การปิดล้อมโรงพักเพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ต้องหาที่กล่าวหาว่านำอาวุธไปส่งให้ผู้ก่อความไม่สงบ การเจรจาหลายชั่วโมงแต่ไม่ประสบความสำเร็จ และสืบทราบว่ามีอาวุธ การเข้าสลายการชุมนุม ก่อนเข้าไปมัดตัวผู้ชุมนุม ก่อนทราบอีกทีว่ามีการตายระหว่างการลำเลียงไปยังค่ายอิงยุทธบริหาร เนื่องจากวิธีการลำเลียงที่ทหารพรานสั่งให้นอนคว่ำหน้าซ้อนเป็นชั้น ๆ และร่างกายที่อ่อนเพลียของผู้ชุมนุม
“สิ่งที่มันแย่ ที่น่าเสียใจก็คือว่า ความที่ผู้คุมไปก็กลัวว่าบุคคลเหล่านั้นจะเบียดตัวเองตกลงมา กลัวจะเป็นอันตราย กลัวจะถูกทำร้าย ก็เลยใช้ให้นอนคว่ำหน้า ที่นี้นอนคว่ำหน้าชั้นเดียวยังพอว่า ทีนี้ดันไปนอนคว่าหน้าหลายชั้นเพราะเนื่องจากว่าอาจจะเป็นที่บรรทุกไม่พอและความกลัวของเจ้าหน้าที่ จึงทำให้มีการเสียชีวิต คันสุดท้ายนี้เสียชีวิตเยอะที่สุด” นายทักษิณ กล่าวแถลงทาง ทรท. พร้อมแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต
ช่วงตอนหนึ่ง นายทักษิณบอกว่า สิ่งที่เขาเสียใจอีกประการหนึ่งคือ “ผมกำลังถูกนำไปเข้าใจผิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของศาสนา” ซึ่งเขาอธิบายว่า หากประชาชนติดตามข่าว นี่ไม่ใช่เรื่องศาสนา “เพราะคนเหล่านี้ คนที่ก่อความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ฆ่าผู้บริสุทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นไทยพุทธ และไทยมุสลิม ถูกฆ่าเหมือนกัน”
“คำว่า ลำเอียงทางศาสนา ไม่มีในใจผม และใจรัฐบาลนี้เลยแม้แต่นิดเดียว” อดีตนายกฯ ระบุ
ในการแถลงข่าวผ่าน ทรท. อดีตนายกฯ ผู้นี้ ได้เปิดเผยว่า ได้ตั้ง “คณะกรรมการอิสระ” ขึ้นมาเพื่อตรวจสอบเหตุการณ์ทั้งหมด ต่อมาในวันที่ 30 ต.ค. ในรายการนายกฯ พบประชาชน นายทักษิณได้ให้รายละเอียดอีกครั้งว่ามีผู้ถูกจับกุมจากการชุมนุมไปเกือบ 1,300 คน ในจำนวนนี้จะถูกดำเนินคดีทั้งคดีเก่าใหม่รวม 300 คน ส่วนอีก 900 คน จะปล่อยตัว
“รัฐบาลจะมีความมุ่งมั่น ทำในสิ่งที่ถูกต้อง แต่สิ่งที่ไม่ถูกต้อง เป็นกระบวนการที่ผิดในระดับเจ้าหน้าที่นั้น เราก็จะแก้ไข แล้วก็จะอบรมเจ้าหน้าที่เพื่อให้ทำอะไรให้ถูกต้องต่อไป แต่ว่าผู้ที่ได้รับความเสียหายเราจะเยียวยา”
พล.ท.พิศาล “ไม่ต้องไปหาตัวผู้รับผิดชอบ เพราะผู้ที่สั่งการคือผม”
หลังจากนายทักษิณ มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีม็อบ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เสียชีวิตรวม 85 คน
ในวันที่ 2 พ.ย. 2547 พล.ท.พิศาล วัฒนวงษ์คีรี อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 ได้ขอย้ายไปช่วยราชการในพื้นที่อื่นระหว่างที่คณะกรรมการเปิดไต่สวน หลังจากที่เขารับตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 มาเป็นเวลา 7 เดือนเศษ โดยยืนยันว่า “ไม่มีใครบีบผมได้”
ถ้อยแถลงของ พล.ท.พิศาล ที่ปรากฏในหนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันที่ 3 พ.ย. 2547 ระบุช่วงหนึ่งเกี่ยวกับการแสดงความรับผิดชอบต่อการเป็นผู้สั่งการด้วยว่า “ผมสั่งแล้ว คนสั่งต้องรับผิดชอบทั้งหมด” พล.ท.พิศาล กล่าวในขณะนั้น
เขากล่าวถึงปฏิบัติการควบคุมฝูงชนด้วยว่า “เราคิดว่าจะเปิดทางในช่วงค่ำ ช่วงเย็น แต่หากไม่ทำแบบนั้นตำรวจก็คงจะแย่ โรงพักก็คงจะแย่” และตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงการแสดงความรับผิดชอบหากผลการสอบข้อเท็จจริงออกมาว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด
“พร้อมทุกอย่าง บอกตั้งแต่แรกแล้วว่า 1.ไม่ต้องไปหาตัวผู้รับผิดชอบ เพราะผู้ที่สั่งการคือผมไม่ใช่คนอื่น เพราะฉะนั้น ไม่ต้องไปหาว่าใครเป็นผู้สั่ง 2.การรับผิดชอบต่อพี่น้องประชาชนที่เรานำตัวไปแล้ว ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการขั้นตอน ดูแลอย่างดีที่สุด 3.ความรับผิดชอบต่อผลของคณะกรรมการ”

ที่มาของภาพ, มติชน
โลกมุสลิมรุมประณามไทย “มหาเธร์” แนะไทยพิจารณา “เขตปกครองตนเอง” ภาคใต้
รายงานจากบีบีซีภาคภาษาไทยในปี 2547 ระบุว่า ข่าวและภาพชาวมุสลิมถูกจับกุม และเสียชีวิตเป็นจำนวนมากในเดือนรอมฎอน กระพือความโกรธเคืองในโลกมุสลิม มีการประท้วงหน้าสถานทูตไทย ในมาเลเซีย และอินโดนีเซีย และข้าหลวงใหญ่สหประชาชาติเรียกร้องให้รัฐบาลไทยให้ความกระจ่างเรื่องสถานการณ์ภาคใต้อีกครั้ง
เว็บไซต์ไทม์และเอเอฟพี รายงานด้วยว่า ได้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ต่อสาธารณะซึ่งเกิดขึ้นไม่บ่อยนักจากสองพันธมิตรในอาเซียน ได้แก่ เพื่อนบ้านมุสลิมอย่างมาเลเซียและอินโดนีเซีย ที่ออกมาแสดงความกังวลเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นที่ตากใบ และมีการชุมนุมหน้าสถานทูตไทยประมาณ 500 คน
มีรายงานด้วยว่าหนึ่งในสมาชิกพรรคปาธ ฝ่ายค้านของมาเลเซียขณะนั้น ระบุว่า ควรมีการตั้งคณะกรรมการระดับนานาชาติขึ้นมาไต่สวนอดีตนายกฯ ทักษิณ
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว โฆษกกระทรวงการต่างประเทศในขณะนั้น ได้เชิญทูตและตัวแทนจากประเทศต่าง ๆ 83 คน จาก 54 ประเทศ และองค์กรระหว่างประเทศ 14 องค์กร ยืนยันว่าการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่นั้นมีจุดมุ่งหมายที่จะนำความสงบมาสู่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ใช่มุ่งเจาะจงเฉพาะพี่น้องมุสลิม
ส่วนการเสียชีวิตของผู้ชุมนุมครั้งนี้ก็เป็นไปได้ที่เกิดจากความผิดพลาดในการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ แต่ไม่ใช่ด้วยความตั้งใจ

ที่มาของภาพ, THE NATION
จากการสืบค้นข่าวบนเว็บไซต์ของนิตยสารไทม์ และหนังสือพิมพ์มติชนฉบับวันที่ 30 ต.ค. 2547 รายงานตรงกันถึงการให้สัมภาษณ์ของนายมหาเธร์ โมฮัมหมัด อดีตนายกรัฐมนตรีและรัฐบุรุษอาวุโสของมาเลเซียว่า ได้กระตุ้นให้รัฐบาลไทยพิจารณารูปแบบเขตปกครองตนเองในพื้นที่ภาคใต้
มติชนตีพิมพ์เนื้อข่าวว่า นายมหาเธร์ โมฮัมหมัด ได้ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์อูดูซัน ฉบับตีพิมพ์วันที่ 29 ต.ค. 2547 “กรณีที่กลุ่มมุสลิมปักษ์ใต้ของไทยต้องการจะแยกตัวเป็นรัฐอิสระไม่ขึ้นกับไทยนั้น เป็นเรื่องที่ไม่มีวันเป็นไปได้อย่างแน่นอน อย่างดีที่สุดเท่าที่พอจะหวังกันได้ก็คือเขตปกครองตนเอง ทำนองเดียวกับประเด็นปัญหาปาเลสไตน์” พร้อมกล่าวต่อว่า
“หากไทยมีการดำเนินการแก้ปัญหานี้เสียแต่ต้น ก็คงไม่มีปัญหา แต่ถ้าเปิดทางให้หน่วยทหารในพื้นที่เป็นผู้ดำเนินการแต่แรก ปัญหายุ่งยากก็จะตามมา”
การแสดงความเห็นของมหาเธร์ ทำให้อดีตนายกฯ ทักษิณ มีปฏิกิริยาต่อความเห็นดังกล่าว
“ในความรู้สึกของคนไทยเสียความรู้สึกค่อนข้างมากกับคำพูดนี้ แต่ต้องถือว่าเขาไม่ใช่รัฐบาล และในส่วนของรัฐบาลยังมีความร่วมมือต่อกัน มหาเธร์ไม่ใช่รัฐบาล แต่ในฐานะเพื่อนเก่าเพื่อนแก่กันมา คำแนะนำอย่างนี้ถือว่าไม่ค่อยสร้างสรรค์” รายงานในหนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันที่ 2 พ.ย. 2547 ระบุ

ที่มาของภาพ, มติชน
ปี 2554/2565 ทักษิณ “ขออภัย” พี่น้องมุสลิม กรณีตากใบ
ทักษิณ กล่าวในการให้สัมภาษณ์ของนายทักษิณ ในรายการตอบโจทย์ ทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ที่ดูไบ ซึ่งออกอากาศในเดือน ก.ค. 2554 ภายหลังจากที่พรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้ง และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี นายทักษิณ ได้ตอบคำถามช่วงหนึ่งเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ชายแดนใต้
ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา ผู้ดำเนินรายการถามนายทักษิณว่า กรณีกรือเซะ และตากใบ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรีหลังการรัฐประหาร 2549 “ได้เคยขอโทษ พี่น้องมุสลิมแล้ว ถ้าท่านคิดว่าการดำเนินนโยบายภาคใต้เป็นการผิดพลาดในอดีต ท่านอยากจะขอโทษหรือบอกกับพี่น้องมุสลิมอย่างไร”
นายทักษิณ ตอบว่า “ต้องบอกพี่น้องมุสลิมว่า ผมตั้งใจดีกับพี่น้องมุสลิมภาคใต้ และผมเป็นคนที่ทำเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับมุสลิมด้วยความเข้าใจมาโดยตลอด แต่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นวันนั้น ก็เพราะว่า ไปเห็นความรุนแรงเกิดขึ้น เห็นการใช้อาวุธที่รุนแรงเกิดขึ้น ผมก็เลยไปใช้ความรุนแรงตอบ อันนี้ต้องขออภัย แต่ไม่ได้ทำเพราะความไม่ชอบ นั่นไม่ใช่ แต่ว่าด้วยนิสัยตำรวจ จะบังคับใช้กฎหมาย รุนแรงมาก็รุนแรงไป ซึ่งอันนี้ผิด คือมีความเป็นตำรวจมากไปหน่อย”

ที่มาของภาพ, Reuters
“ถือว่าเป็นการขอโทษหรือขออภัยอย่างเป็นทางการจากอดีตนายกฯ ได้หรือไม่” ผู้ดำเนินรายการถาม
“ใช่ ได้เลย ได้เลยครับ” นายทักษิณ ระบุ
คำ “ขออภัย” จากนายทักษิณครั้งนั้น เกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์ตากใบผ่านไปแล้วเกือบ 7 ปี และคำ “ขอโทษ” ออกจากปากของเขาอีกครั้งเมื่อผ่านไป 18 ปี โดยนายทักษิณกล่าวในระหว่างตอบข้อซักถามของผู้สื่อข่าวผ่านแอปพลิเคชันคลับเฮาส์ เมื่อ 25 ต.ค. 2565
“ถึงแม้ผมไม่ได้สั่งการ แต่ในฐานะที่ผมเป็นนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ผมต้องขอโทษ ขออภัย แก่บรรดาญาติพี่น้องของผู้ที่สูญเสีย และผู้ที่ได้รับความเสียหายในครั้งนั้นด้วย... ถือเป็นความผิดพลาดอย่างแรงของการลำเลียงผู้ต้องหาแบบนั้น” ทักษิณ ระบุเมื่อ 25 ต.ค. 2565











