ย้อนดูสองกรณี “คดีตากใบ” จะขาดอายุความหรือไม่ เมื่อยังตามตัวจำเลย-ผู้ต้องหา 14 คน มาขึ้นศาลไม่ได้

ตากใบ

ที่มาของภาพ, Reuters

เหลือเวลาเพียง 37 วัน “คดีตากใบ” จะขาดอายุความในวันที่ 25 ต.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งนำตัวจำเลยและผู้ต้องหาจาก 2 คดี รวม 14 คน ไปขึ้นศาล

ล่าสุดวันนี้ (18 ก.ย.) สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) แถลงสั่งฟ้อง 8 ผู้ต้องหาคดีขนย้ายกลุ่มผู้ชุมนุมหน้า สภ.ตากใบ จ.นราธิวาส ไปค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี จนเป็นเหตุมีผู้เสียชีวิต 78 คน เพราะ “ขาดอากาศหายใจ” โดยมี พล.อ.เฉลิมชัย วิรุฬห์เพชร อดีตผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 5 (ผบ.พล.ร. 5) ตกเป็นหนึ่งในผู้ต้องหาด้วย

พล.อ.เฉลิมชัย ถูกออกหมายจับจากการเบี้ยวนัดศาลในอีกคดีตากใบ ซึ่งเขาตกเป็นจำเลยร่วมกับ พล.อ.พิศาล วัฒนวงษ์คีรี อดีตแม่ทัพภาค 4 (มทภ. 4) ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นและข้อหาอื่น ๆ

บีบีซีไทยขอสรุป 2 คดีตากใบที่ใกล้ครบอายุความคดีอาญา 20 ปี ซึ่งทั้ง 2 คดีมีเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นจำเลยและผู้ต้องหารวม 14 คน (มี 1 คนที่ซ้ำกันใน 2 คดี) คดีแรก ฟ้องโดยประชาชน ซึ่งศาลประทับรับฟ้องแล้ว แต่ต้องเลื่อนวันนัดสอบคำให้การครั้งแรก เนื่องจากจำเลยทั้งหมด 7 คนไม่ปรากฏตัวที่ศาล อีกคดี อสส. เพิ่งมีคำสั่งฟ้องและได้แจ้งให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ติดตามตัวผู้ต้องหารวม 8 คนมาส่งอัยการ เพื่อให้อัยการทำสำนวนฟ้องพร้อมตัวผู้ต้องหาส่งศาลต่อไป

คดีแรก ฟ้องโดยครอบครัวผู้เสียชีวิต

ศาลจังหวัดนราธิวาสประทับรับฟ้อง “คดีตากใบ” เมื่อ 23 ส.ค. 67 ก่อนนัดสอบคำให้การครั้งแรก 12 ก.ย. ทว่าจำเลยทั้ง 7 คนไม่มีใครปรากฏตัวต่อศาลเลย ศาลจึงมีคำสั่งออกหมายจับจำเลยรวม 6 คน

แต่สำหรับ พล.อ.พิศาล วัฒนวงษ์คีรี อดีตแม่ทัพภาค 4 จำเลยที่ 1 ซึ่งปัจจุบันเป็น สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ได้รับความคุ้มกันตามรัฐธรรมนูญ เพราะอยู่ในสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร ศาลไม่มีอำนาจออกหมายจับ จึงมีหนังสือด่วนที่สุดถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ส่งตัวเพื่อสอบคำให้การตามนัดต่อไป

ศาลนัดสอบคำให้การอีกครั้ง 15 ต.ค. นี้

คดีนี้ น.ส.ฟาตีฮะห์ ปะจูกูเล็ง พร้อมครอบครัวของผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บรวม 48 คน ร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.อ.พิศาล วัฒนวงษ์คีรี กับพวกรวม 9 คนเป็นจำเลย จากเหตุการณ์สลายการชุมนุมหน้า สภ.ตากใบ จ.นราธิวาส เมื่อ 25 ต.ค. 2547 และเหตุการณ์ต่อเนื่อง เป็นผลให้มีผู้เสียชีวิตรวม 78 คน

ต่อมา ศาลได้ไต่สวนมูลฟ้อง ก่อนประทับรับฟ้องในส่วนของจำเลยรวม 7 คน ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่น, ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น, ร่วมกันทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงเเก่ความตาย และหน่วงเหนี่ยวกักขังเป็นเหตุให้ถึงเเก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 83 มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80, 83 มาตรา 310 วรรคสอง ประกอบมาตรา 290, 83

ตากใบ

ที่มาของภาพ, Getty Images

จำเลยทั้ง 9 คนในคดีนี้ล้วนแต่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม

กลุ่มแรก 6 จำเลยที่ถูกศาลออกหมายจับเพราะเบี้ยวนัดสอบคำให้การ ประกอบด้วย

  • พล.อ.เฉลิมชัย วิรุฬห์เพชร อดีตผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 5 (ผบ.พล.ร. 5) จำเลยที่ 3
  • พล.ต.อ.วงกต มณีรินทร์ อดีตผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า (ผอ.ศปก.ตร.สน.) จำเลยที่ 4
  • พล.ต.ท.มาโนช ไกรวงศ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 (ผบช.ภ. 9) จำเลยที่ 5
  • พล.ต.ต.ศักดิ์สมหมาย พุทธกูล อดีตผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอตากใบ (ผกก.สภ.ตากใบ) จำเลยที่ 6
  • นายศิวะ แสงมณี อดีตรองผู้อำนวยการกองอำนวยการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ (รอง ผอ.กอสส.จชต.) และอดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทย จำเลยที่ 8
  • นายวิชม ทองสงค์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส จำเลยที่ 9

กลุ่มที่สอง 2 จำเลยที่ศาลยกฟ้องไปในชั้นไต่สวนมูลฟ้องคือ พล.ท.สินชัย นุตสถิตย์ อดีตรอง มทภ. 4 จำเลยที่ 2 และ พ.ต.อ.ภักดี ปรีชาชน อดีตรอง ผกก.สภ.ตากใบ ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง รอง ผบก.ภ.จว.ปัตตานี จำเลยที่ 7

กลุ่มที่สาม พล.อ.พิศาล จำเลยที่ 1 โดยเขาเป็นจำเลยคนเดียวที่ยังไม่มีหมายจับ เนื่องจากได้ความคุ้มกันตามรัฐธรรมนูญจากการเป็น สส.

เมื่อจำเลยที่ 1 เป็นนักการเมืองจากพรรคแกนนำรัฐบาล (เพื่อไทย) ทำให้มีกระแสเรียกร้องและกดดันให้ พล.อ.พิศาล แถลงต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อสละความคุ้มกันและเดินทางไปศาลในนัดหน้า เพื่อไม่คดีต้องขาดอายุความ

รัฐธรรมนูญ มาตรา 125 วรรคหนึ่ง ระบุว่า ในระหว่างสมัยประชุม ห้ามมิให้จับ คุมขัง หรือหมายเรียกตัว สส. หรือ สว. ไปทําการสอบสวนในฐานะที่สมาชิกผู้นั้นเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิก หรือเป็นการจับในขณะกระทําความผิด

ส่วน วรรคสี่ ระบุว่า ในกรณีที่มีการฟ้อง สส. หรือ สว. ในคดีอาญา ไม่ว่าจะได้ฟ้องนอกหรือในสมัยประชุม ศาลจะพิจารณาคดีนั้นในระหว่างสมัยประชุมก็ได้ แต่ต้องไม่เป็นการขัดขวางต่อการที่สมาชิกผู้นั้นจะมาประชุมสภา

สำหรับวันนัดสอบคำให้การรอบใหม่ตรงกับวันอังคารที่ 15 ต.ค. ซึ่งปกติสภามีประชุมเฉพาะวันพุธกับวันพฤหัสบดี

ครอบครัวผู้สูญเสียในเหตุการณ์สลายการชุมนุมตากใบเมื่อ 25 ต.ค. 2547 ร่ำไห้หลังทราบข่าวการเสียชีวิตของสมาชิกในบ้าน

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images

คำบรรยายภาพ, ครอบครัวผู้สูญเสียในเหตุการณ์สลายการชุมนุมตากใบเมื่อ 25 ต.ค. 2547 ร่ำไห้หลังทราบข่าวการเสียชีวิตของสมาชิกในบ้าน

นายรอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) เรียกร้องหลายครั้งทั้งในระหว่างการประชุมสภาและเปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ให้จำเลยทุกคนไปศาล เพื่อให้คดีเดินหน้าพิสูจน์ความจริงที่เป็นประวัติศาสตร์บาดแผลของคนในพื้นที่ชายแดนใต้บางส่วนมานานเกือบ 20 ปี

สส. ผู้เป็นอดีตบรรณาธิการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ (Deep South Watch) กล่าวว่า อยากเห็นความกล้าหาญทางการเมืองของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลชุดนี้ในการร่วมแก้ปัญหาด้วยกัน และแสดงจุดยืนว่าวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิดจะต้องไม่เกิดขึ้นอีก และอยากให้นายกฯ โน้มน้าวใจให้ สส. คนดังกล่าวเดินทางไปศาลในนัดหน้า

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เคยชี้แจงวิธีปฏิบัติว่า กรณีที่ศาลมีความจำเป็นขอสอบสวน หรือตำรวจขอดำเนินคดีในระหว่างสมัยประชุม ก็ขอมาที่ประธาน ซึ่งประธานไม่มีอำนาจ แต่สภาจะเป็นผู้พิจารณาว่าสมควรอนุญาตหรือไม่

“เท่าที่ผ่านมาผมจำได้ สภามักจะให้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 125 คือจะลงมติไม่อนุญาตให้นำตัวสมาชิกไปดำเนินคดี” ประธานสภากล่าวชี้แจงในระหว่างการประชุมสภาเมื่อ 11 ก.ย.

สำหรับในคดีนี้ หากจำเลยทั้ง 7 (กลุ่มแรก และกลุ่มที่สาม) ไม่ปรากฏตัวต่อหน้าศาลภายในวันที่ 25 ต.ค. ที่จะถึงนี้ จะถือว่าคดีสิ้นสุดลง เนื่องจากขาดอายุความคดีอาญา 20 ปี

คดีที่สอง ฟ้องโดย อสส.

อีกคดี อสส. มีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหารวม 8 คนไปเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่เพิ่งมีการแถลงข่าววันนี้ (18 ก.ย.)

นายประยุทธ เพชรคุณ โฆษกสำนักงาน อสส. แถลงไล่เลียงที่มาที่ไปของคดีว่า อสส. ได้รับสำนวนคดีวิสามัญฆาตกรรม และสำนวนไต่สวนชันสูตรพลิกศพของศาลจังหวัดสงขลา ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับเหตุสลายการชุมนุมหน้า สภ.ตากใบ มาจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อ 25 เม.ย. จากนั้น อสส. มีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนสอบเพิ่มเติมหลายประเด็น ก่อนที่ อสส. จะมีคำสั่งเมื่อ 12 ก.ย. ฟ้องผู้ต้องหา 8 คน ในสำนวนคดีวิสามัญฆาตกรรม

“แม้ผู้ต้องหาทั้ง 8 คน จะไม่ประสงค์ต่อผลที่จะให้ผู้ตายถึงแก่ความตายก็ตาม แต่การจัดหารถเพียง 25 คัน ในการบรรทุกผู้ชุมนุมกว่าพันคน อันเป็นการแออัดเกินกว่าวิธีการบรรทุกคนที่เหมาะสม เป็นเหตุให้ผู้ตายทั้ง 78 คน ขาดอากาศหายใจ ระหว่างอยู่ในการควบคุมของเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติราชการตามหน้าที่ ดังนั้นการกระทำของผู้ต้องหาทั้ง 8 คน จึงเป็นความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่น” นายประยุทธแถลงโดยอ้างความเห็นของ อสส.

เขาบอกด้วยว่า ทาง อสส. มีความเห็นส่งกลับไปยัง ตร. ให้ตำรวจติดตามตัวผู้ต้องหาทั้ง 8 คนมารับทราบข้อหากล่าว โดยคดีจะหมดอายุความวันที่ 25 ต.ค. นี้ หากไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหามาส่งศาลได้ทันตามกรอบเวลา จะถือว่าคดีสิ้นสุดลง โดยขาดอายุความคดีอาญา 20 ปี

ก่อนหน้านี้ พนักงานสอบสวนมีคำสั่งไม่ฟ้องคดีนี้มาโดยตลอด โดยอ้างว่าผู้ต้องหาทั้งหมดปฏิบัติราชการตามหน้าที่

ประยุทธ

ที่มาของภาพ, สำนักงาน อสส.

คำบรรยายภาพ, ประยุทธ เพชรคุณ นำทีมแถลงข่าว อสส. สั่งฟ้องคดีสลายการชุมนุมตากใบ และมีผู้เสียชีวิตระหว่างควบคุมตัว

สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 8 คน ประกอบด้วย

  • พล.อ.เฉลิมชัย วิรุฬห์เพชร อดีตผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 5 (ผบ.พล.ร. 5) ผู้ต้องหาที่ 1 ซึ่งเป็นผู้สั่งสลายการชุมนุม
  • ร.ต.ณัฐวุฒิ เลื่อมใส ผู้ต้องหาที่ 2 ซึ่งเป็นพลขับ
  • นายวิษณุ เลิศสงคราม ผู้ต้องหาที่ 3 ซึ่งเป็นพลขับ
  • ร.ท.วิสนุกรณ์ ชัยสาร ผู้ต้องหาที่ 4 ซึ่งเป็นพลขับ
  • นายปิติ ญาณแก้ว ผู้ต้องหาที่ 5 ซึ่งเป็นพลขับ
  • พ.จ.ต. รัชเดช หรือพิทักษ์ ศรีสุวรรณ ผู้ต้องหาที่ 6 ซึ่งเป็นพลขับ
  • พ.ท.ประเสริฐ มัทมิฬ ผู้ต้องหาที่ 7 ซึ่งเป็นผู้ควบคุมขบวนรถ
  • ร.ท.ฤทธิรงค์ พรหมฤทธิ์ ผู้ต้องหาที่ 8 ซึ่งเป็นพลขับ

ส่วนสำนวนคดีที่ประชาชนยื่นฟ้องต่อศาลเอง (คดีแรก ที่ฟ้องโดยครอบครัวผู้เสียชีวิต) ตัวผู้ต้องหาไม่ใช่ชุดเดียวกัน มีเพียง พล.อ.เฉลิมชัย เพียงคนเดียวที่ตกเป็นจำเลยในอีกคดี จะมีการรวมสำนวนคดีทั้งของตำรวจและประชาชนหรือไม่ โฆษก อสส. บอกว่า ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาล

โฆษก อสส. ยังกล่าวถึงการหมดอายุความของ “คดีตากใบ” ว่า หลังจาก อสส. มีคำสั่งฟ้องเมื่อ 12 ก.ย. ได้ทำหนังหนังสือไปยัง ผบ.ตร. พร้อมกับหนังสือที่ระบุว่าคดีนี้จะขาดอายุความเมื่อใด ให้เอาตัวมาส่งฟ้องภายในวันที่เท่าไหร่ ถ้าไม่ได้ตัวอย่างไร ก็ขอให้ศาลดำเนินการออกหมายจับโดยเร็ว

"ดังนั้นหน้าที่ต่อไป ผบ.ตร. ก็จะสั่งให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไปติดตามตัวมาส่งอัยการ เพื่อให้อัยการทำสำนวนฟ้องพร้อมตัวผู้ต้องหาส่งศาล และฐานะของผู้ต้องหาก็จะเปลี่ยนเป็นจำเลย อายุความจะหยุด ก็ต่อเมื่อได้ตัวส่งศาลแล้ว"

ลำดับความเป็นมา “โศกนาฏกรรมตากใบ”

โศกนาฏกรรมตากใบเกิดขึ้นเมื่อ 25 ต.ค. 2547 ในสมัยรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร โดยมีผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ 85 คน

ที่มาที่ไปของเรื่อง เริ่มต้นเมื่อ 19 ต.ค. 2547 เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ตากใบ จับกุมนายกามา อาลี กับพวกรวม 6 คน ผู้ต้องหา ซึ่งเป็นอาสาสมัครรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) กรณีนำอาวุธลูกซองของราชการที่ใช้คุ้มครองหมู่บ้านไปมอบให้แก่คนร้าย แล้วแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานว่าอาวุธปืนดังกล่าวถูกคนร้ายปล้นไป จึงถูกดำเนินคดีฐานแจ้งความเท็จและยักยอกทรัพย์

ตากใบ

ที่มาของภาพ, Reuters

6 วันต่อมา มีมวลชนมาชุมนุมเรียกร้องหน้า สภ.ตากใบ ให้ปล่อยตัวผู้ต้องหา และนำไปสู่คำสั่งสลายการชุมนุมในเวลาต่อมา โดยมีลำดับเวลา (โดยประมาณ) ดังนี้

  • 10.00 น. ประชาชนประมาณ 300-400 คนชุมนุมกันที่หน้า สภ.ตากใบ เรียกร้องให้ปล่อยผู้ต้องหาทั้งหมดทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข และมีมวลชนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
  • 13.00 น. พล.ท.พิศาล วัฒนวงษ์คีรี แม่ทัพภาคที่ 4 (ยศและตำแหน่งในขณะนั้น) สั่งให้เลิกการชุมนุม ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าว อ.ตากใบ เป็นพื้นที่ประกาศกฎอัยการศึก รวมทั้งได้ตามกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน บิดามารดาของผู้ต้องหาทั้ง 6 คนมาร่วมเจรจา แต่ไม่เป็นผล ผู้ชุมนุมยืนยันเงื่อนไขเดิม พร้อมโห่ร้อง ขับไล่ ยั่วยุเจ้าหน้าที่
  • ต่อมา เหตุการณ์วุ่นวายได้ทวีความรุนแรง พล.ต.เฉลิมชัย วิรุฬห์เพชร ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 5 (ผบ.พล.ร. 5) ได้เรียกกำลังจากหน่วยต่าง ๆ และจัดรถยนต์บรรทุก 25 คันมาเตรียมพร้อมสลายการชุมนุม
  • 16.00.น. เจ้าหน้าที่เข้าสลายการชุมนุมและจับกุมกลุ่มผู้ประท้วงขึ้นรถบรรทุกทั้ง 25 คัน เฉลี่ยคันละ 40-50 คน
  • 19.00 น. รถบรรทุกออกเดินทาง นำผู้ชุมนุมไปยังค่ายอิงคยุทธบริหาร อ.หนองจิก จ.ปัตตานี
  • 21.00 น. ถึงค่ายอิงคยุทธบริหาร เมื่อนำตัวผู้ถูกควบคุมลงจากรถบรรทุกปรากฏว่า ได้ถึงแก่ความตายทั้งหมด 78 คน ซึ่งทราบในชั้นไต่สวนของศาลจังหวัดสงขลาว่าเป็นเพราะ “ขาดอากาศหายใจ ในระหว่างอยู่ในการควบคุมของเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติราชการตามหน้าที่” (ส่วนอีก 7 คน เสียชีวิตระหว่างการสลายการชุมนุม)

ที่มา: บีบีซีไทยสรุปจากเอกสารข่าวสำนักงานอัยการสูงสุด 18 ก.ย. 2567