เพราะความจน วัยรุ่นสองคนในเซียร์ราลีโอนต้องถูกฝังทั้งเป็นในเหมืองทองคำเพียงเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว

ที่มาของภาพ, Andre Lombard / BBC
- Author, ก็อดวิน อาเซดิบา
- Role, ผู้ได้รับรางวัล BBC News Komla Dumor Award
- Reporting from, เขตตะวันออก เซียร์ราลีโอน
ชาวบ้านหมู่บ้านหนึ่งในเซียร์ราลีโอนร้องไห้ต่อหน้าร่างที่ถูกห่อด้วยผ้าขาวของเด็กชายวัยรุ่นสองคน ท่ามกลางบรรยายกาศของผู้คนที่ไม่อยากจะเชื่อกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เมื่อวันก่อน โมฮาเหม็ด บังกูรา วัย 16 ปี และ ยายาห์ เจนเนห์ วัย 17 ปี เพิ่งออกจากบ้านในเมืองนิมบาดู จังหวัดอีสเทิร์นโปรวินซ์ (Eastern Province) ด้วยความหวังว่าจะหาเงินเพิ่มเล็กน้อยมาจุนเจือครอบครัว
พวกเขาออกไปค้นหาทองคำแต่ไม่เคยกลับมา หลุมชั่วคราวที่พวกเขากำลังขุดอยู่นั้นพังถล่มลงมาทับพวกเขา
นี่เป็นอุบัติเหตุเหมืองครั้งที่สามในตลอด 4 ปีที่ผ่านมาซึ่งคร่าชีวิตเด็กในพื้นที่นี้อย่างน้อย 5 คน
ครูใหญ่และนักเคลื่อนไหวในชุมชนบอกว่า เด็กจำนวนมากขึ้นในบางพื้นที่ของเซียร์ราลีโอนต้องขาดเรียน เพื่อไปขุดทองในบ่อเหมืองที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต และโมฮาเหม็ดและยายาห์ก็เป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์ดังกล่าว
ก่อนหน้านี้ จ.อีสเทิร์นโปรวินซ์ของเซียร์ราลีโอนเคยเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งขุดเพชร แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แหล่งเพชรก็ถูกใช้จนร่อยหรอ ทำให้การทำเหมืองทองแบบไม่เป็นทางการ หรือการทำเหมืองแบบพื้นบ้านได้ขยายตัวเพิ่มขึ้น

ที่มาของภาพ, David Wilkins / BBC
ที่ใดที่ชาวบ้านพบแหล่งแร่ในผืนดินที่อุดมสมบูรณ์แห่งนี้ ที่นั้นจะมีแหล่งขุดทองผุดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในพื้นที่เกษตร สุสานเก่า หรือริมลำธาร
พื้นที่แห่งนี้มีบริษัทเหมืองที่ดำเนินการอย่างเป็นทางการเพียงไม่กี่แห่ง แต่ในพื้นที่ที่ไม่ทำกำไร ภูมิทัศน์กลับเต็มไปด้วยหลุมขุดโดยไร้การกำกับดูแล บางหลุมลึกถึง 4 เมตร (ประมาณ 13 ฟุต)
เหมืองลักษณะเดียวกันและอันตรายไม่แพ้กันนี้ สามารถพบได้ในหลายประเทศในทวีปแอฟริกา และมักมีรายงานเกี่ยวกับการถล่มที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตอยู่บ่อยครั้ง
ขณะที่ครอบครัวส่วนใหญ่ในเมืองนิมบาดูพึ่งพาการทำเกษตรขนาดเล็กและการค้าขายเล็ก ๆ เพื่อยังชีพ โอกาสในการทำงานทางเลือกมีน้อย ทำให้การหารายได้เพิ่มนั้นดึงดูดใจเป็นอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ดี ชาวบ้านที่มารวมตัวกันที่สถานประกอบพิธีศพในหมู่บ้านครั้งนี้ต่างตระหนักดีว่าการทำงานนี้ต้องแลกมาด้วยราคาที่แพงมาก คือการสูญเสียชีวิตของเด็กหนุ่มสองคนที่เต็มไปด้วยอนาคต
นามินา เจนเนห์ แม่ของยายาห์ เป็นแม่ม่ายที่ต้องพึ่งพาลูกชายคนนี้เพื่อช่วยเลี้ยงลูกอีกห้าคน
เธอเองก็เคยทำงานในเหมืองมาก่อน และยอมรับว่าเป็นคนแนะนำให้ยายาห์รู้จักการขุดทอง แต่เธอกล่าวว่า "เขาไม่ได้บอกฉันว่าจะไปที่หลุมนั้น ถ้าฉันรู้ ฉันจะห้ามเขา"
เมื่อได้ยินข่าวการถล่ม เธอเล่าว่าเธอขอร้องให้ใครสักคน "โทรหาคนขับรถขุด"
"เมื่อคนขับรถขุดมาถึง เขาก็ได้เคลียร์เศษดินที่ฝังเด็ก ๆ ไว้"
แต่ก็สายเกินไปที่จะช่วยชีวิตพวกเขา

ที่มาของภาพ, Namina Jenneh
นามินา เจนเนห์พูดด้วยความเจ็บปวดลึกในใจ ขณะเลื่อนดูภาพลูกชายบนโทรศัพท์มือถือที่หน้าจอแตก ผู้ซึ่งเป็นเด็กชายดวงตาสดใสที่เคยเป็นที่พึ่งของเธอ
ซาห์ อันซูมานา นักเคลื่อนไหวด้านการคุ้มครองเด็กในพื้นที่ พาผู้สื่อข่าวไปยังหลุมที่ถล่ม
"ถ้าคุณถามพ่อแม่บางคน พวกเขาจะบอกว่าไม่มีทางเลือกอื่น พวกเขายากจน เป็นแม่ม่าย เป็นพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว" เขากล่าว
"พวกเขาต้องดูแลลูก ๆ และบางครั้งก็เป็นคนสนับสนุนให้เด็กไปขุดทอง พวกเราดิ้นรนและต้องการความช่วยเหลือ เรื่องนี้น่ากังวลและเกินกำลังจะควบคุมได้"
แต่คำเตือนดังกล่าวกลับไม่ถูกนำไปปฏิบัติ การสูญเสียยายาห์และโมฮาเหม็ดไม่ได้ทำให้หลุมขุดทองร้างแต่อย่างใด
วันหลังงานศพ คนงานเหมืองรวมถึงเด็ก ๆ ก็กลับมาทำงานอีกครั้ง มือของพวกเขาร่อนทรายริมแม่น้ำ หรือตรวจสอบดินที่ขุดขึ้นมาด้วยมือเพื่อค้นหาประกายทองคำ

ที่มาของภาพ, David Wilkins / BBC
ที่หนึ่งในแหล่งขุดทอง ผู้สื่อข่าวพบกับคอมบา เซเซย์ วัย 17 ปี ซึ่งใฝ่ฝันอยากเป็นทนายเมื่อเติบโตขึ้น แต่ต้องใช้เวลาทั้งวันทำงานที่นี่เพื่อช่วยเหลือแม่
"ไม่มีเงิน" เขากล่าว "เราก็เลยต้องพยายามไขว่คว้าหาเงิน ผมก็เลยมาทำงานจะได้มีเงินลงทะเบียนเรียนและสอบ [มัธยมปลาย] ผมอยากกลับไปเรียน ผมไม่มีความสุขนักที่นี่"
รายได้ของคอมบาน้อยมาก ส่วนใหญ่ในแต่ละสัปดาห์เขาได้ราว 3.50 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 110 บาท) ซึ่งต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของค่าแรงขั้นต่ำในประเทศ แต่เขายังทำต่อไปด้วยความหวังว่าจะเจอแร่ทองมากพอให้รวยขึ้น ในบางวันที่โชคดีมาก เขาเคยหาได้มากพอที่จะได้เงินถึง 35 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,100 บาท)
เขารู้แน่แท้ว่าการทำงานนี้มีความเสี่ยงมาก โดยคอมบามีเพื่อนที่เคยบาดเจ็บจากเหมืองถล่ม แต่เขาก็รู้สึกว่าการขุดทองเป็นทางเดียวที่จะหาเงินได้

ที่มาของภาพ, David Wilkins / BBC
ทั้งนี้ ไม่ได้มีเพียงแค่เด็กนักเรียนที่ออกจากโรงเรียน
รูสเวลต์ บุนโด ครูใหญ่โรงเรียนมัธยมต้นกโบกโบอาเฟห์ อาลาดูรา (Gbogboafeh Aladura ) ในเมืองนิมบาดู กล่าวว่า "ครูเองก็ออกจากห้องเรียนไปที่เหมืองทองเพื่อขุดแร่ทองร่วมกับนักเรียน" เนื่องจากเงินเดือนจากรัฐบาลไม่สามารถเทียบได้กับรายได้ที่อาจได้จากการทำเหมืองทอง
รอบ ๆ ศูนย์กลางของเหมืองยังมีสัญญาณการเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ โดยบริเวณดังกล่าวได้เปลี่ยนสภาพจากแคมป์เล็ก ๆ กลายเป็นเมืองใหญ่ขึ้นในช่วงสองปีที่ผ่านมา
ขณะเดียวกันรัฐบาลระบุว่า กำลังแก้ไขปัญหานี้
We need help. Not prayers. Not promises. Help."
เชอร์นอ บาห์ รัฐมนตรีกระทรวงข้อมูลข่าวสารของเซียร์ราลีโอนบอกกับบีบีซีว่า รัฐบาลยังคงมุ่งมั่นต่อการศึกษา แต่ในขณะเดียวกันก็ยอมรับว่ารัฐตระหนักถึงความท้าทายมากมายที่ประชาชนต้องเผชิญ
"เราลงทุนด้านการศึกษาราว 8.9% ของจีดีพี ซึ่งสูงที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาคนี้" เขากล่าว พร้อมระบุว่าเงินทุนถูกใช้ไปกับครู โครงการอาหารกลางวัน และเงินอุดหนุนที่คาดหวังว่าจะทำให้เด็กไม่หลุดออกจากระบบการศึกษา
แต่ในความเป็นจริง การดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดมักเอาชนะนโยบายภาครัฐเสมอ
องค์กรการกุศลและนักเคลื่อนไหวในพื้นที่พยายามนำเด็กออกจากการทำเหมืองแร่และส่งกลับเข้าโรงเรียน แต่เมื่อไม่มีทางเลือกที่มั่นคงในการหารายได้ เหมืองทองคำก็ยังคงสถานที่ที่ดึงดูดผู้คนอย่างมาก
ที่เมืองนิมบาดู ครอบครัวของเด็กชายสองคนที่เสียชีวิตดูอ่อนล้าและสิ้นหวัง
การสูญเสียในครั้งนี้ไม่ใช่แค่ชีวิตของเด็กสองคน แต่คือการกัดกร่อนโอกาสของคนรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง
"เราต้องการความช่วยเหลือ" นายอันซูมานากล่าว "ไม่ใช่คำอธิษฐาน ไม่ใช่คำสัญญา แต่ขอเป็นความช่วยเหลือจริง ๆ"












