เหตุเครื่องบินทหารพุ่งชนอาคารเรียนในบังกลาเทศ เรารู้อะไรแล้วบ้าง

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, โก อีเว
- Role, บีบีซีนิวส์, สิงคโปร์
ทางการบังกลาเทศประกาศให้วันนี้ (22 ก.ค.) เป็นวันไว้อาลัยหนึ่งวันหลังจากเครื่องบินทหารลำหนึ่งพุ่งชนโรงเรียนและวิทยาลัยไมล์สโตน (Milestone School and College) ในกรุงธากา ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 27 ราย เมื่อวานนี้
กองทัพอากาศบังกลาเทศเปิดเผยว่า มีรายงานว่าเครื่องบินลำดังกล่าวประสบกับปัญหาด้านกลไก หลังจากขึ้นบินเพื่อฝึกซ้อม โดยนักบินเป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตในอุบัติเหตุครั้งนี้ และเสริมว่าจะมีการสอบสวนเพิ่มเติม
อุบัติเหตุครั้งนี้ถือเป็นภัยพิบัติทางการบินที่ร้ายแรงที่สุดที่ประเทศเคยประสบมาในรอบหลายทศวรรษ และแม้ว่ารายละเอียดต่าง ๆ จะยังไม่ชัดเจน แต่นี่คือสิ่งที่เรารู้เกี่ยวกับอุบัติเหตุครั้งนี้
อุบัติเหตุนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ?
เครื่องบินฝึกหัดลำดังกล่าวทำการบินออกจากฐานทัพอากาศแห่งหนึ่งในกรุงธากา เมืองหลวงของบังกลาเทศเมื่อวานนี้ (21 ก.ค.) เวลา 13.06 น. ตามเวลาท้องถิ่น (14.06 น. ตามเวลาในไทย) และต่อมาไม่นานก็ประสบอุบัติเหตุในย่านอุตตระ
กองทัพอากาศบังกลาเทศระบุในแถลงการณ์ว่า เครื่องบินฝึกหัด F-7 ลำดังกล่าวมีปัญหาด้านกลไกเครื่องยนต์ ขณะที่ ร.อ.เอ็มดี ทัวร์คีร์ อิสลาม ซึ่งเป็นนักบิน ได้พยายามบังคับเครื่องบินไปยังพื้นที่ที่มีคนพลุกพล่านน้อยกว่า โดยเขาเป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุครั้งนี้ด้วย
เรซาอุล อิสลาม ครูที่โรงเรียนแห่งนั้นบอกกับผู้สื่อข่าวบีบีซี แผนกภาษาเบงกาลีว่า เขาเห็นเครื่องบินลำดังกล่าวพุ่งตรงมาชนกับอาคารหลังนั้นกับตา
มาซุด ทาริก ครูอีกคนบอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า เขาได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้น "เมื่อผมมองกลับหลังไป ผมเห็นแค่เพียงเปลวไฟและกลุ่มควัน ตอนนั้นมีผู้ปกครองและเด็ก ๆ จำนวนมากที่นี่"
ภาพต่าง ๆ ที่บันทึกได้จากที่เกิดเหตุในช่วงหลายชั่วโมงหลังเกิดอุบัติเหตุแสดงให้เห็นภาพเจ้าหน้าที่หน่วยบริการฉุกเฉินจำนวนมากกำลังช่วยกันค้นหาผู้รอดชีวิตจากเศษซากที่ไหม้เกรียม
ขณะที่ในแถลงการณ์จากกองทัพระบุว่า ในตอนนี้ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว

ที่มาของภาพ, Getty Images
ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บมีใครบ้าง ?
เหยื่อในอุบัติเหตุครั้งนี้ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนที่เข้าเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาของเอกชนที่มีนักเรียนประมาณ 2,000 คน ตั้งแต่ระดับอนุบาลไปจนถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย
กระทรวงสาธารณสุขของบังกลาเทศกล่าวเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า มีผู้เสียชีวิตเป็นเด็กอย่างน้อย 17 ราย
ฟาร์ฮาน ฮาซัน นักเรียนชั้นปีที่ 10 บอกกับบีบีซี แผนกภาษาแบงกาลีว่า เขาเพิ่งออกจากอาคารที่เกิดเหตุหลังสอบเสร็จ ตอนนี้เห็นเครื่องบินลำนั้นพุ่งชนอาคาร
"เพื่อนสนิทของผม คือคนที่ผมอยู่ในห้องสอบด้วย เขาเสียชีวิตต่อหน้าต่อตาผมเลย" เขากล่าว
"และผู้ปกครองหลายคนยืนอยู่ข้างใน เพราะเด็ก ๆ กำลังเดินออกมา เนื่องจากตอนนั้นเป็นช่วงเลิกเรียน... เครื่องบินกวาดผู้ปกครองเหล่านั้นไปด้วย"
หลานชายวัย 8 ขวบของชายคนหนึ่ง ก็อยู่ในกลุ่มนักเรียนที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเครื่องบินตกครั้งนี้ด้วย
"หลานชายสุดที่รักของผมอยู่ในห้องเก็บศพตอนนี้" เขากล่าวขณะที่มือของเขาวางอยู่บนแขนของน้องชาย ซึ่งเป็นพ่อของเด็กชายคนนั้น ส่วนผู้เป็นพ่อได้แต่พูดซ้ำๆ ว่า "ลูกชายของผมอยู่ไหน"
ครูคนหนึ่งบอกกับหนังสือพิมพ์ธากา ทริบูน (Dhaka Tribune) ว่า นักเรียนชั้นเกรด 5 ถึงเกรด 7 กำลังทำการเรียนการสอนกันอยู่ในอาคารตอนที่เครื่องบินตกใส่
"ถึงแม้ว่าหลายชั้นเรียนได้เลิกไปแล้วในเวลาประมาณ 13.00 น. แต่ยังคงมีนักเรียนจำนวนมากที่กำลังรอการติวแบบส่วนตัว" ครูคนนี้กล่าว
ในอุบัติเหตุครั้งนี้ มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 170 คน โดยแพทย์ประจำโรงพยาบาลวิทยาลัยการแพทย์อุตตระ อัดฮูนิก ระบุว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 10-15 ปี และหลายคนได้รับบาดเจ็บจากไฟไหม้ที่มาจากเชื้อเพลิงของเครื่องบิน
ทั้งนี้ มีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 50 คนถูกนำส่งโรงพยาบาลด้วยบาดแผลไฟไหม้ ซึ่งหลายรายมีอาการสาหัส แพทย์จากสถาบันศัลยกรรมตกแต่งและแผลไฟไหม้แห่งชาติของบังกลาเทศกล่าว

ที่มาของภาพ, Getty Images
อุบัติเหตุเครื่องบินตกเกิดบ่อยครั้งแค่ไหนในบังกลาเทศ ?
ในบังกลาเทศ อุบัติเหตุเครื่องบินตกเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก โดยครั้งสุดท้ายที่เกิดภัยพิบัติจากเครื่องบินครั้งใหญ่คือในปี 1984 เมื่อเครื่องบินของสายการบินพิมาน ซึ่งเป็นสายการบินประจำชาติของบังกลาเทศ ที่บรรทุกผู้โดยสาร 49 คน ประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกลงในหนองน้ำขณะร่อนลงจอดใกล้กับสนามบินในกรุงธากา ทำให้ผู้โดยสารเสียชีวิตยกลำ
ส่วนในปี 2018 เที่ยวบินของสายการบินยูเอส-บังกลา แอร์ไลน์ส ประสบอุบัติเหตุขณะพยายามลงจอดที่สนามบินในกรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 51 คน
ในปี 2008 เครื่องบินฝึก F-7 อีกลำหนึ่งตกนอกกรุงธากา ทำให้นักบินเสียชีวิต

ที่มาของภาพ, Getty Images
สถานการณ์ในขณะนี้เป็นอย่างไร ?
ชาวเมืองหลวงของบังกลาเทศยังคงช็อกจากเหตุการณ์ที่มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากครั้งนี้ ในขณะที่แพทย์กำลังพยายามช่วยเหลือผู้คนที่ได้รับบาดเจ็บ
สถาบันศัลยกรรมตกแต่งและแผลไฟไหม้แห่งชาติ (National Institute of Burn and Plastic Surgery) ของบังกลาเทศ เต็มไปด้วยญาติพี่น้องที่พยายามตามหาบุคคลอันเป็นที่รักของพวกเขา รวมถึงอาสาสมัครที่ต่อแถวรอบริจาคเลือดให้ผู้บาดเจ็บ นักการเมืองหลายคนยังลงพื้นที่ไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลด้วย

ที่มาของภาพ, Getty Images
มูฮัมหมัด ยูนุส ผู้นำรัฐบาลรักษาการของบังกลาเทศ เขียนข้อความบนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ (X) ว่า ในขณะนี้ได้เปิดสายด่วนฉุกเฉินเพื่อรับมือกับผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุเครื่องบินตกดังกล่าวแล้ว
ยูนุสกล่าวว่า ร่างของผู้ที่สามารถระบุตัวตนได้จะถูกส่งมอบให้ครอบครัว ส่วนร่างที่เหลือจะได้รับการระบุตัวตนด้วยการตรวจดีเอ็นเอ
นอกจากนี้ เขายังเรียกร้องให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเข้ามาที่โรงพยาบาล เพราะจะทำให้เกิดความแออัดโดยไม่จำเป็น เพื่อให้งานทางการแพทย์ดำเนินรักษาต่อไปได้โดยไม่หยุดชะงัก
"ต่อไปนี้จะมีการใช้มาตรการที่จำเป็น" เพื่อสอบสวนสาเหตุของอุบัติเหตุ พร้อมกับ "รับประกันว่าจะให้ความช่วยเหลือทุกรูปแบบ" เขากล่าว
เจ้าหน้าที่ระบุว่า ในขณะนี้ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้นเพื่อตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว
เหล่าผู้นำในประเทศเพื่อนบ้านยังได้แสดงความเสียใจต่อโศกนาฏกรรมครั้งนี้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรีของปากีสถาน เชห์บาซ ชารีฟ และนายกรัฐมนตรีของอินเดีย นเรนทรา โมดี ที่ส่งสาส์นแสดงความเสียใจมายังผู้นำบังกลาเทศและประชาชนชาวบังกลาเทศ













