“โครงการขยะกำพร้า” ภาคธุรกิจหวังช่วยลดโลกร้อน แต่นักสิ่งแวดล้อมยังกังขา

คำบรรยายวิดีโอ, "ขยะกำพร้า" ขยะที่ไม่มีใครเอา สู้การเป็นเชื้อเพลิงทดแทน
    • Author, เรื่องโดย ชัยยศ ยงค์เจริญชัย ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
    • Role, วิดีโอโดย วสวัตติ์ ลุขะรัง ผู้สื่อข่าววิดีโอ

จะทำอย่างไรเมื่อเรามีที่นอนเก่า ๆ หมอนข้างเน่า ๆ ชุดชั้นในที่ไม่ใช้แล้ว หรือเสื้อผ้าที่ย้วย ๆ ที่ไม่อยู่ในสภาพดีพอจะบริจาค จะรีไซเคิลก็ไม่ได้

หลายคนเลือกวิธีกำจัดสิ่งของไม่ใช่แล้วเหล่านี้ด้วยการนำไปทิ้งตามจุดเก็บขยะของกรุงเทพมหานคร (กทม.) บางทีก็ใช้วิธีที่ง่ายกว่านั้นคือนำไปทิ้งตามที่สาธารณะหรือไม่ก็ทิ้งลงแม่น้ำลำคลอง

ขยะอย่างเศษผ้าหรือพลาสติกบางประเภทไม่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ ร้านรับซื้อของเก่าก็ไม่รับ ถ้ามันเข้าสู่กระบวนการจัดเก็บขยะของ กทม. ก็จะเดินทางสู่บ่อฝังกลบขยะซึ่งต้องใช้เวลาย่อยสลายนานเป็นร้อยปี แต่ถ้าแย่ที่สุดคือมันจะถูกปล่อยไว้ตามที่สาธารณะหรือลอยอยู่ในแหล่งน้ำ

มีคนกลุ่มหนึ่งที่เห็นปัญหาของขยะที่ไม่มีใครต้องการหรือที่พวกเขาเรียกว่า "ขยะกำพร้า" เหล่านี้ โดยเริ่มจากคำถามง่าย ๆ เช่น จะเกิดอะไรขึ้นกับขยะที่ไม่มีใครรับซื้อ ขยะที่ไม่เป็นที่ต้องการจะไปที่ไหนต่อ และขยะกำพร้าเหล่านี้เอาไปทำประโยชน์อะไรได้บ้าง

คำถามเหล่านั้นนำมาสู่โครงการ "ขยะกำพร้าสัญจร" ที่ขับเคลื่อนโดยบริษัทเอกชนร่วมกับจิตอาสากลุ่มหนึ่งด้วยความหวังว่าจะช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ปัญหาพื้นฐานอย่างทัศนอุจาด ไปจนถึงปัญหาใหญ่อย่างโลกร้อนที่ทั่วโลกกำลังระดมสมองเพื่อแก้ไขกันอยู่ในขณะนี้

ขยะกำพร้า

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, แต่ละครั้งมีผู้นำขยะกำพร้ามาบริจาคประมาณ 3-6 ตัน หรือรวมเป็นกว่า 20 ตันต่อเดือน

จุดเริ่มต้น

เมื่อ 3 ปีที่แล้ว สมบูรณ์ กิตติอนงค์ ผู้จัดการทั่วไปบริษัท เอ็น15 เทคโนโลยี จำกัด เข้าร่วมกิจกรรมกำจัดขยะพลาสติกด้วยการนำถุงพลาสติกไปผสมยางมะตอยเพื่อนำไปปูพื้น ซึ่งทำให้เขาได้เห็นว่ามีพลาสติกบางประเภทที่ไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์หรือรีไซเคิลได้ และยังต้องถูกส่งไปยังบ่อฝังกลบขยะอยู่ดี

สมบูรณ์จึงมีความคิดว่าน่าจะมีขยะอีกหลายชนิดที่ไม่เป็นที่ต้องการจนถูกนำไปทิ้งตามที่สาธารณะหรือไม่ กทม. ก็ต้องนำไปฝังกลบในบ่อขยะ บริษัทของเขา ซึ่งเป็นโรงงานแปรรูปขยะอุตสาหกรรมเพื่อนำไปเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าอยู่แล้ว จึงน่าจะมีส่วนช่วยจัดการกับขยะกำพร้าเหล่านี้ได้

เขาเริ่มประชาสัมพันธ์ให้คนส่งขยะที่คนไม่รู้จะไปทิ้งที่ไหนมาที่โรงงานซึ่งตั้งอยู่ที่ จ.ชลบุรี ไม่นานนักก็เริ่มมีคนส่งขยะมาให้ บ้างส่งมาไกลจาก จ.นครศรีธรรมราช

กิจกรรมของบริษัทได้รับความสนใจจากกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่เชิญเขาไปเป็นวิทยากรให้ความรู้เรื่องการจัดการขยะ นับจากนั้นจำนวนขยะกำพร้าที่คนนำมาบริจาคก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ สมบูรณ์จึงจัดทำโครงการขยะกำพร้าสัญจร โดยบริษัทจัดรถบรรทุกขนาดใหญ่ไปรับขยะตามจุดนัดหมายในวันหยุดสุดสัปดาห์

จากเป้าหมายเล็ก ๆ เพื่อกำจัดทัศนอุจาดและลดปริมาณขยะที่บ่อฝังกลบ สมบูรณ์เห็นว่าโครงการขยะกำพร้ายังมีผลดีมากกว่านั้น

"ถ้าเราสามารถแปลงขยะให้เป็นเชื้อเพลิงได้ ก็สามารถลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลลงได้ และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้" สมบูรณ์กล่าว

ขยะกำพร้า

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, ขยะที่มีคนนำบริจาคจะถูกลำเลียงออกจากรถเพื่อส่งต่อไปยังโรงงานบดย่อยขยะ

รู้จักขยะกำพร้า

"เป็นขยะที่ใคร ๆ ก็ไม่รัก ไปไหนก็ไม่ได้ ไม่มีใครเอา รีไซเคิลก็ไม่ได้ ซาเล้งก็ไม่รับ" สมบูรณ์ให้นิยามของขยะกำพร้า ก่อนจะอธิบายเพิ่มเติมว่าขยะที่บริษัทรับจะต้องเป็นขยะที่ "ตัดเป็นชิ้นเล็กได้ เผาได้ และเป็นขยะแห้ง"

ตัวอย่างขยะกำพร้า เช่น เศษผ้า พลาสติกทุกชนิดยกเว้นพีวีซี ที่นอนเก่า เสื้อผ้าเก่า ชุดชั้นในที่ไม่ใช่แล้ว โฟม ส่วนขยะที่ทางบริษัทไม่รับคือขยะอิเล็กทรอนิกส์ ขยะติดเชื้อ แบตเตอรี และอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ ขั้นตอนการจัดการขยะกำพร้า

ขั้นตอนของโครงการขยะกำพร้ามีดังนี้

  • บริษัท เอ็น15 เทคโนโลยี จำกัด แจ้งกำหนดการและสถานที่นัดหมายรับขยะกำพร้าผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก และลงทะเบียนคนที่จะนำขยะกำพร้ามาบริจาคและปริมาณคร่าว ๆ เพื่อจัดเตรียมพาหนะขนขยะไปโรงงาน
  • ผู้ที่บริจาคนำขยะมาตามจุดที่นัดหมาย เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครของโครงการจะช่วยบริการขนขยะ
  • นำขยะทั้งหมดไปโรงงานแปรรูปขยะที่ จ.ชลบุรี ซึ่งขยะจะถูกคัดแยก บดย่อยและบีบอัด
  • ขยะที่ผ่านกระบวนการแล้วจะถูกส่งไปใช้เป็นเชื้อเพลิงที่โรงงานผลิตไฟฟ้าและโรงงานปูนซีเมนต์ซึ่งสามารถทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิลได้

สมบูรณ์บอกว่า แต่ละครั้งมีผู้นำขยะกำพร้ามาบริจาคประมาณ 3-6 ตัน หรือรวมเป็นกว่า 20 ตันต่อเดือน

เขาบอกว่าปริมาณขยะกำพร้าที่รับจากประชาชน แม้เป็นปริมาณน้อยเมื่อเทียบกับขยะอุตสาหกรรมที่เป็นวัตถุดิบหลักของโรงงานในปริมาณมากถึงวันละ 80 ตัน แต่ก็เป็นส่วนเสริมที่สำคัญ

"โรงงานสามารถเปลี่ยนขยะไปเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าได้วันละ 200 ตันโดยเฉลี่ย ความร้อนที่ได้จากเชื้อเพลิงขยะคิดเป็นประมาณ 4,000 กิโลแคลอรี่ต่อกิโลกรัม ซึ่งใกล้เคียงกับการใช้ถ่านหิน" สมบูรณ์ให้ข้อมูล

ขยะกำพร้า

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, ขยะที่มาถึงโรงงานจะถูกบอกย่อยก่อนบีบอัดเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าให้โรงงานปูนต่อไป

ผู้ร่วมอุดมการณ์

ชมภู แก้วประเสริฐ นักวิชาการสิ่งแวดล้อม กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม เป็นหนึ่งในคนที่ร่วมบริจาคขยะกับโครงการขยะกำพร้า

"ที่บ้านมีขยะที่ไม่สามารถเอาไปทิ้งที่ไหนได้อยู่เยอะมาก เราอยากหาทางกำจัดขยะเหล่านี้มานานแล้ว และเราก็รู้จักโรงงานไฟฟ้าขยะมานานแล้ว แต่ไม่รู้ว่ามีที่ไหนรับขยะตามบ้านแบบนี้" ชมภูเล่า

ในฐานะนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม เธออธิบายเพิ่มเติมว่า โดยปกติโรงงานแปรรูปขยะอย่างของบริษัท เอ็น15 เทคโนโลยี จะต้องไปนำขยะจากบ่อฝังกลบมาแปรรูป ซึ่งต้องผ่านขั้นตอนการทำให้แห้งก่อนจะเข้าสู่กระบวนการแปรรูปเป็นเชื้อเพลิง แต่ขยะตามบ้านที่คนนำไปบริจาคไปเป็นขยะแห้งและค่อนข้างสะอาด จึงพร้อมจะนำไปบีบอัดและนำเข้าเตาเผาได้ทันที

คำถามจากนักสิ่งแวดล้อม

จริยา เสนพงศ์ หัวหน้าทีมรณรงค์ด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงาน กรีนพีซประเทศไทย ตั้งคำถามถึงการจัดการขยะด้วยการนำไปเป็นเชื้อเพลิง ซึ่งเธอมองว่าเป็นการให้ความสำคัญกับการจัดการขยะที่ปลายทาง มากกว่าจะเน้นเรื่องการลดขยะที่ต้นทาง

นอกจากนี้การเผาไหม้เชื้อเพลิงจากขยะก็ยังคงปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษทางอากาศอยู่ดี

ขยะกำพร้า ขยะ

ที่มาของภาพ, AFP

จริยาบอกว่าการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการเผาขยะเป็นหนึ่งในประเด็นที่ถูกหยิบยกมาคุยกันในที่ประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสมัยที่ 26 (COP26) ที่เมืองกลาสโกว์ ประเทศสกอตแลนด์ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-12 พ.ย. นี้ด้วย จากข้อมูลล่าสุดพบว่าประเทศภาคีสมาชิกอนุสัญญากว่า 40% ยังมีโรงไฟฟ้าขยะอยู่

"การแก้ปัญหาเรื่องขยะของไทยจากเดิมที่เป็นหลุมฝังกลบ ไปสู่โรงไฟฟ้าพลังงานขยะก็ยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับการลดขยะที่ต้นทาง เพราะว่าถ้าลดขยะสำเร็จ โรงไฟฟ้าขยะก็จะอยู่ไม่ได้ เพราะไม่มีเชื้อเพลิงเข้าไปป้อน" จริยาให้ความเห็น

เธออ้างถึงแผนพัฒนาการผลิตไฟฟ้าของไทยที่เพิ่มปริมาณการรับซื้อไฟฟ้าของรัฐจากโรงไฟฟ้าขยะจาก 500 เมกะวัตต์ เป็น 900 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นหลักฐานว่ารัฐบาลไทยมุ่งไปที่โรงไฟฟ้าขยะ แต่ไม่ได้มีแผนลดขยะในระดับชาติเลย

"หลาย ๆ ประเทศให้ความสำคัญกับการลดขยะที่ต้นทางและการนำกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งจะทำให้ขยะเหลือน้อยที่สุด แต่ของไทยเน้นที่การฝังกลบก่อน ถ้าเหลือก็เข้าโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ เราไม่เคยเน้นที่การลดประมาณขยะที่ต้นทาง" จริยากล่าว

ขยะกำพร้า

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

ยิ่งไปกว่านั้น จริยากล่าวว่าภายใต้กฎระเบียบที่ปรับเปลี่ยนในช่วงรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) การก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานขยะไม่เข้าข่ายที่จะต้องทำรายงานประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้จำนวนโรงไฟฟ้าขยะเพิ่มขึ้นจาก 17 โรง เป็นกว่า 50 โรง ตั้งแต่ยุคหลัง คสช.

ทางด้านสมบูรณ์ยอมรับว่าการกำจัดขยะด้วยการเปลี่ยนเป็นเชื้อเพลิงสำหรับโรงไฟฟ้าและโรงงานปูนซีเมนต์อาจจะยังไม่ได้เป็นวิธีที่ดีที่สุด แต่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องก็ได้พยายามลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุดในทุกขั้นตอน

การเผาทุกอย่างมีผลเสียต่อสภาพแวดล้อม เพราะการเผาก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์และทำให้เกิดฝุ่น แต่ถ้ามีการเผาในอุณหภูมิที่สูงมากจะก่อมลพิษน้อยกว่า

"เมื่อเรานำพลาสติกไปเผาที่อุณหภูมิสูงที่ 1,000 องศาเซลเซียส สารไดออกซินจะน้อยหรือไม่เกิดขึ้นเลย และเรามีการควบคุมมลพิษ เช่น การดักฝุ่นโดยระบบไฟฟ้าสถิต และอีกตัวหนึ่งคือเรื่องของการปรับเสถียรของค่าโลหะหนักหรือสารพิษต่าง ๆ ด้วยหินปูน" สมบูรณ์กล่าว