ชุมนุม 6 มีนา: “อาชีวะปกป้องสถาบัน” รวมตัวหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ ขณะที่ ศ.ป.ป.ส. นำป้ายที่อ้างว่ามีลายพระหัตถ์พระราชินีร่วมกิจกรรม

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ภาคีเครือข่าย "ปกป้องสถาบัน" นัดรวมตัวกันบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ แยกราชประสงค์ ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เพื่อแสดงพลังปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ โดยระบุว่าฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ออกมาเคลื่อนไหวคือการก่อเหตุเผาพระบรมฉายาลักษณ์หน้าเรือนจำคลองเปรม
ผู้เข้าร่วมชุมนุมบางส่วนสวมใส่เสื้อที่มีตราสัญลักษณ์ประจำกลุ่มของตน ขณะที่บางส่วนเลือกสวมใส่เสื้อสีเหลืองมาร่วมกิจกรรม บ้างก็เอาริบบิ้นสีธงชาติมาผูกไว้ที่ศีรษะและข้อมือ
ที่น่าสนใจคือกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า "ศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน" หรือ ศ.ป.ป.ส. ได้นำป้ายไวนิลที่มีตราสัญลักษณ์ของกลุ่ม ซึ่งอ้างว่ามีลายพระหัตถ์ (ลายเซ็น) ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึกจำนวนมาก
- ชุมนุม 6 มีนา: บช.น. เตือนประชาชนร่วมชุมนุมผิดกฎหมาย 4 ฉบับ เตรียมตำรวจ คฝ. 32 กองร้อยรับมือผู้ชุมนุม 4 จุด
- ร. 10: เซลฟี ป้ายไฟ ขอลายพระหัตถ์ ธรรมเนียมที่เปลี่ยนไปของการเฝ้ารับเสด็จฯ
- ร.10 : "กล้ามาก เก่งมาก ขอบใจ" ปฏิกิริยา 2 ฝ่ายหลังพระราชดำรัสในหลวง
- แอมมี่ ไชยอมร ยอมรับเป็นมือเผาพระบรมฉายาลักษณ์หน้าเรือนจำคลองเปรม
สตรีที่ใช้ชื่อว่า "ป้าบุษ" สมาชิก ศ.ป.ป.ส. เล่าว่า ได้ไปรอเฝ้ารับเสด็จสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ระหว่างทรงตรวจเยี่ยมการดำเนินงานโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณวัดมงคลชัยพัฒนา อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี เมื่อเดือน ธ.ค. 2563 และได้ทูลขอลายพระหัตถ์จากพระองค์
"พระองค์ท่านก็จำได้ว่าพวกเราติดตามเสด็จพระองค์ท่านตลอด และพระองค์ท่านมีรับสั่งว่า 'เราจำได้ว่าเป็นแฟนคลับของเรา' แล้วก็มีเมตตาเซ็นให้ ไปไหนก็จะถือติดไปตลอด ซึ่งถือเป็นเกียรติสูงสุดของชีวิตที่ได้ความเมตตาจากพระองค์ท่าน" ป้าบุษกล่าวกับสื่อมวลชน
ขณะที่นายจักรพงศ์ กลิ่นแก้ว แกนนำ ศ.ป.ป.ส. กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติที่ประชาชนไปรอเฝ้ารับเสด็จ บางคนก็นำพระบรมฉายาลักษณ์และปากกาไปให้พระองค์ท่าน พอท่านเสด็จพระดำเนินมา ก็เซ็นให้ อย่างป้าบุษไปเฝ้าฯ ตลอด ก็เลยได้โอกาสอันดี ต้องเป็นความดีความชอบและความปลื้มปิติ

ที่มาของภาพ, Paris Jitpentom/BBC Thai

ที่มาของภาพ, Paris Jitpentom/BBC Thai
การนัดรวมพลของประชาชนที่เรียกตัวเองว่าภาคีเครือข่ายปกป้องสถาบันฯ เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกของปี 2564 โดยมีแนวร่วมอย่างน้อย 8 กลุ่ม ได้แก่
- กลุ่ม "อาชีวะปกป้องสถาบัน" ในฐานะผู้ประสานงานหลักในการจัดกิจกรรม
- "ศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน" หรือ ศ.ป.ป.ส.
- "ศูนย์กลางประสานงานนักศึกษาอาชีวะประชาชนปกป้องสถาบัน" หรือ ศอปส.
- กลุ่ม "นักรบองค์ดำสองคาบสมุทร"
- กลุ่ม "นักรบศรีวิชัยสองคาบสมุทร"
- กลุ่ม "นักรบอิสระ"
- กลุ่ม "กุหลาบพิทักษ์ราชัน"
- กลุ่ม "อนุชนคนรักสถาบัน"
กิจกรรมหลัก ๆ คือการให้แกนนำแต่ละกลุ่มผลัดเปลี่ยนกันปราศรัยแสดงความรู้สึก, ออกแถลงการณ์, ร่วมขับร้องบทเพลงต่าง ๆ ทั้งสรรเสริญพระบารมี, เพลง "หนักแผ่นดิน" ก่อนปิดท้ายด้วยการร่วมร้องเพลงชาติ แล้วยุติกิจกรรม

ที่มาของภาพ, Paris Jitpentom/BBC Thai
บีบีซีไทยพูดคุยกับแกนนำภาคีอย่างน้อย 3 กลุ่ม ประกอบด้วย นายสุเมธ ตระกูลวุ่นหนู แกนนำ ศอปส. และนักรบองค์ดำ, นายจักรพงศ์ กลิ่นแก้ว แกนนำ ศ.ป.ป.ส. และนายอัครวุธ หรือ "เต้ บูรณพนธ์" จากกลุ่มอาชีวะปกป้องสถาบันฯ ต่างระบุตรงกันว่าเหตุที่ทำให้พวกเขาออกมาชุมนุมเพราะ "รับไม่ได้" กับกรณีนายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ แนวร่วมกลุ่ม "ราษฎร" ก่อเหตุเผาพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวง ร. 10 หน้าเรือนจำคลองเปรม เมื่อ 28 ก.พ. และเชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่ของประเทศก็รู้สึกไม่ต่างกัน จึงต้องออกมาถวายความจงรักภักดี และต่อต้านการกระทำของฝ่ายตรงข้ามที่ต้องการจาบจ้วงดูหมิ่นสถาบันฯ
"เราไม่พอใจ และยอมรับไม่ได้กับการกระทำที่เหมือนเป็นการข่มขู่โดยทางตรงหรือทางอ้อมก็ได้... ดังนั้นขอมาร่วมแสดงจุดยืนเพื่อบ่งบอกให้พวกสามกีบได้รู้ว่าสมควรหรือยังที่จะหยุดการกระทำเช่นนี้" นายจักรพงศ์กล่าว
"เหตุเราเลือกมาที่ราชประสงค์ เพื่อแสดงออกให้รู้ว่าราษฎรที่จงรักภักดีมีความประสงค์จะเห็นสถาบันฯ สถิตสถาพร จึงต้องออกมาแสดงพลังให้อีกฝั่งรู้ว่าคนรักและเทิดทูนสถาบันฯ มีอยู่จำนวนมาก" นายสุเมธกล่าว

ที่มาของภาพ, Paris Jitpentom/BBC Thai
การชุมนุมครั้งนี้ ทางแกนนำกลุ่มอาชีวะปกป้องสถาบันในฐานะผู้ประสานงานหลัก ได้แจ้งต่อ สน.ปทุมวัน เพื่อขออนุญาตจัดการชุมนุมตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ชุมนุมสาธารณะ ตั้งแต่เวลา 13.00-18.00 น. โดยไม่มีการเคลื่อนขบวน
อย่างไรก็ตามค่ำวานนี้ (5 มี.ค.) ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง เรื่อง ห้ามการชุมนุม การทำกิจกรรม การมั่วสุม ที่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ฉบับที่ 5) ในพื้นที่ 6 จังหวัด รวมถึงกรุงเทพฯ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน ได้เข้าพื้นที่เพื่ออ่านประกาศฉบับดังกล่าวให้ผู้ร่วมชุมนุมรับฟัง และขอให้บังคับใช้มาตรการด้านสาธารณสุขที่ทางราชการกำหนด เช่น การเว้นระยะห่าง และสวมใส่หน้ากากอนามัยอย่างเคร่งครัด ซึ่งทางผู้จัดกิจกรรมก็รับปากจะดำเนินการ
การจัดชุมนุมถือเป็นสิ่งต้องห้ามตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หากผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เต้ บูรณพนธ์ บอกว่า ได้นัดหมายประชาชนผ่านเฟซบุ๊กก่อนแล้วว่าให้มาชุมนุม และทุกคนก็เตรียมตัวออกมาแสดงพลังปกป้องสถาบันฯ จึงต้องเดินหน้าจัดกิจกรรมต่อไป ดังนั้นถ้าจะมีความผิด ถูกดำเนินคดี ก็พร้อมยอมรับ แต่หวังว่าจากโทษหนักจะเป็นเบา เพราะได้แจ้งขออนุญาตก่อนหน้านี้แล้ว และหวังว่ากฎหมายจะบังคับใช้อย่างเท่าเทียม ไม่สองมาตรฐาน

ที่มาของภาพ, Paris Jitpentom/BBC Thai
ในช่วงต้นของกิจกรรม นายสัตวแพทย์ บูรณ์ อารยพล หรือหมอบูรณ์ ที่เคลื่อนไหวในนามกลุ่ม "ขอคืนไม่ได้ขอทาน" ได้เดินทางมายืนฟังการให้สัมภาษณ์สื่อของแกนนำกลุ่มอาชีวะปกป้องสถาบัน ทำให้ เต้ บูรณพนธ์ ตะโกนถามว่าจะออกสื่อหรือไม่ ถ้าจะออกสื่อให้มานี่ และบอกให้นายสัตว์แพทย์มาฟังได้ แต่อย่ามาสร้างความแตกแยก อย่าป่วน ก่อนที่แกนนำจัดการชุมนุมจะเข้าพูดคุยกับหมอบูรณ์ ซึ่งเจ้าตัวก็ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนามาสร้างความวุ่นวาย และก็รักในหลวงเหมือนกัน










