ชุมนุม 14 พ.ย.: เพนกวิน ย้ำ “จะไม่มีการประนีประนอมใด ๆ ถ้าไม่มีความยุติธรรม” บนเวทีม็อบเฟส หลังมีการนำผ้าขาวขนาดใหญ่ที่ผู้ชุมนุม “เขียนอนาคตร่วมกัน” ไปคลุมอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

มีการนำผ้าสีขาวผืนใหญ่ขนาด 30 x 30 เมตร จากกิจกรรม "เขียนอนาคตร่วมกัน" ของกลุ่มนักเรียนเลว ไปคลุมอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

ผู้ชุมนุม 3 กลุ่มนัดรวมตัวชุมนุม 3 จุด วันนี้ (14 พ.ย.) โดยหลังจากกิจกรรมของกลุ่มนักเรียนเลวจบไป มีการนำผ้าสีขาวผืนใหญ่ขนาด 30 x 30 เมตร จากกิจกรรม "เขียนอนาคตร่วมกัน" ไปคลุมรอบฐานวางพานรัฐธรรมนูญอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ก่อนที่กิจกรรมของงานม็อบเฟสจะเริ่มขึ้น

บนสองเวทีของงานม็อบเฟส มีวงดนตรีขึ้นเล่นสลับกับผู้ปราศรัยอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นไปที่ประเด็นเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ เนื่องจากวันที่ 17-18 พ.ย. นี้จะมีการประชุมร่วมของรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยจะมีการพิจารณาร่างแก้ไขฯ ทั้งหมด 7 ร่าง อันมีร่างที่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ และร่างที่ประชาชนเข้าชื่อผ่านโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์)

เวลาราว 20.00 น. "เซอร์ไพรส์" ของงานคือ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน ที่ขึ้นปราศรัยโดยย้ำว่าจะไม่ลดเพดานข้อเรียกร้องแน่นอน เพราะเพดานได้พังไปแล้ว

เขาบอกว่าเปล่าประโยชน์ที่มีคนพยายามเข้ามาขอให้เขาลดระดับการเรียกร้องขณะถูกจำคุกอยู่ 16 วัน เพราะทุกวันนี้ไม่มีแกนนำแล้ว การต่อสู้ในครั้งนี้ "ไม่ได้นำด้วยบุคคล แต่นำด้วยความคิดและอุดมการณ์"

นายพริษฐ์ย้ำว่า ข้อเรียกร้อง 3 ข้อ แยกออกจากกันไม่ได้ โดยยกตัวอย่างว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี การแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริงย่อมเกิดขึ้นไม่ได้

อนุสาวรีย์

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

ในช่วงท้าย เขากล่าวถึงเรื่องที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานสัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์แชนเนลโฟร์นิวส์ (Channel 4 News) ว่า "Thailand is a land of compromise" (ประเทศไทยเป็นดินแดนแห่งการประนีประนอม) โดยนายพริษฐ์บอกว่าจะตอบกลับไปว่า "No justice, no compromise"

หลังจากนั้น นายพริษฐ์พูดเป็นภาษาไทยต่อว่า "จะไม่มีการประนีประนอมใด ๆ ถ้าไม่มีความยุติธรรม จะไม่มีการประนีประนอมใด ๆ ถ้าประยุทธ์ยังไม่ลาออก จะไม่มีการประนีประนอมได้ๆ ถ้าร่างรัฐธรรมนูญประชาชนยังไม่ถูกร่าง…"

ขณะที่บนเวทีแสดงดนตรี-ปราศรัย ผู้จัดงานม็อบเฟส (Mob Fest) ย้ำข้อเรียกร้อง 3 ข้อเหมือนเดิม ให้นายกฯ ลาออก แก้รัฐธรรมนูญ และปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยส่วนหนึ่งของแถลงการณ์ระบุว่า "รัฐบาลและนายกรัฐมนตรีต้องยอมรับความจริงว่า ความชอบธรรมทุกประการในฐานะผู้ปกครอง หมดสิ้นลงไปแล้ว ทุกการกระทำที่เป็นการดันทุรัง ยื้อเวลา หวงอำนาจ รังแต่จะสร้างภาพลักษณ์อันน่ารังเกียจติดตัวไปตลอดชีวิต"

อับดุลเลาะ สิเดะ รองประธานสมาพันธ์นิสิตนักศึกษามุสลิมแห่งประเทศไทย ขึ้นปราศรัยเป็นคนแรก ๆ โดยระบุว่า สิ่งที่คนจากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องการสื่อสารไม่ได้ต้องการอยากให้เกิดความโกรธแค้น หรือให้คนสงสาร แต่อยากบอกว่าทุกคนต้องสู้ไปพร้อมกัน

อับดุลเลาะ บอกว่า รัฐพยายามทำให้ดูเหมือนประชาชนมีปัญหาเพียงเพราะมีความคิดและความเชื่อที่แตกต่างออกไป

"ทำไมเรามีชีวิตที่ดีขึ้นไม่ได้ ทั้งที่อำนาจอธิปไตยเป็นของพวกเราประชาชน" อับดุลเลาะ กล่าว

อับดุลเลาะบอกว่า การแก้ปัญหาความขัดแย้ง หรือเรื่องคุณภาพชีวิต เหตุใดคนที่นั่นถึงจะเป็นคนเลือกเองไม่ได้

เขาบอกว่า รัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คุมอำนาจมา 6 ปี ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 3 ของช่วงที่วิกฤตความขัดแย้งในภาคใต้ดำเนินมา 16 ปี แต่ปัญหาก็ยังเหมือนเดิม มีประชาชนถูกกดขี่ ซ้อมทรมาน และเสียชีวิต โดยมีกฎอัยการศึก, พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงในภายในราชอาณาจักร ให้อำนาจเจ้าหน้าที่รัฐอย่างไม่มีขอบเขต

อีกเวทีหนึ่ง ก็มีการปราศรัยในประเด็นหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคนจนเมือง รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน หรือการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์

ผู้ปราศรัยคนหนึ่งชื่อ ไอรีณ ซึ่งมาจากกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ขึ้นเวทีพูดถึงอุปสรรคที่คนไร้สัญชาติในประเทศไทยต้องเผชิญ

เธอบอกว่าความสวยงามในโลกใบนี้มาจากความหลากหลายในเรื่องต่าง ๆ ทั้งเรื่องเพศและชาติพันธุ์ด้วย เธอบอกว่าประเทศมาจากการหลวมรวมหลายชาติพันธุ์เข้าด้วยกันแต่รัฐไทยไม่เคยให้ค่ากับสิ่งนี้เลย

เธอบอกว่า จากประสบการณ์ส่วนตัว กว่าจะได้บัตรประจำตัวที่นำหน้าด้วยเลขศูนย์ ซึ่งมีความสำคัญต่อบุคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน โดยเฉพาะกลุ่มคนไร้สัญชาติ ต้องเสียเงินคนละ 5,000 บาท เพื่อที่จะเอาชื่อไปอยู่กับคนที่มีทะเบียนบ้านได้ เธอเห็นคนไร้สัญชาติที่ต้องเสียเงินทอง ขายทุกอย่างตั้งแต่ทรัพย์สินไปจนถึงขายตัว

การชุมนุม

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

จุดเด่นอีกจุดหนึ่งของงานในวันนี้เป็นการแสดงของวงดนตรีที่พูดถึงการเมืองอย่างเข้มข้นไม่ว่าจะเป็นวงสามัญชน, วง Rap Against Dictatorship, วง Bomb At Track หรือ สุกัญญา มิเกล อดีตผู้สนับสนุนคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ที่ขึ้นร้องเพลงด้วย

ก่อนหน้านี้ กลุ่มนักเรียนเลวเริ่มรวมตัวกันเมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. ที่บริเวณหน้ากระทรวงศึกษาธิการ เพื่อที่จะนัดกิจกรรมตามเวลานัดหมายตอนเวลา 14.00 น. โดยผู้ร่วมกิจกรรมชูปป้ายพร้อมข้อความต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีการแจกดอกไม้จันทน์ และโลงศพพร้อมรูปของนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ประกอบการเดินขบวนไปอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

ข้อเรียกร้องที่นักเรียนเลวออกมาเรียกร้องยังคงเป็นเรื่องของการปฏิรูปหลักสูตรการศึกษา แต่ทางกระทรวงศึกษาธิการยังไม่มีการออกมาตอบรับข้อเรียกร้องดังกล่าวแต่อย่างใด ถึงแม้ว่าการชุมนุมของกลุ่มนักเรียนเลวจะกินเวลามานานถึง 3 เดือนแล้วก็ตาม และวันนี้กลุ่มนักเรียนเลงได้เพิ่มข้อเรียกร้องในการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ร่วมกับภาคีอีกหลายกลุ่มที่ร่วมกันจัดม็อบเฟส

ผู้ร่วมกิจกรรมร่วมกันถือผ้าสีขาวผืนใหญ่ขนาด 30 x 30 เมตรเพื่อทำกิจกรรม "เขียนอนาคตร่วมกัน"

กลุ่มนักเรียนเลวได้ยื่นขอเสนอให้กระทรวงศึกษาธิการตอบรับข้อเรียกร้องในทันที หากทำไม่ได้ขอให้นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ลาออกไปในทันที

ชุมนุม

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

ในระหว่างเดินขบวนไปอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กองกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงก็เคลื่อนขบวนไปพร้อมกับผู้ชุมนุมเคียงข้างกันไปตลอดทางเพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมเดินเข้าไปในถนนราชดำเนินกลางที่มีการจราจรสัญจรไปมา

หลังจากใช้เวลาในการเดินไม่ถึงชั่วโมง ผู้เข้าร่วมกิจกรรมก็เดินทางมาถึงพื้นที่บริเวณหน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยก่อนจะวางผืนผ้าขาวลงบนถนนและแกนนำกล่าวเชิญชวนให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เขียนสิ่งที่ตนเองต้องการสำหรับอนาคตของตัวเองลงบนผืนผ้า

นายภนพัฒน์ หวังไพสิฐหรือมิน หนึ่งในแกนนำของกลุ่มนักเรียนเลวได้กล่าวว่า "เราต้องการให้ผ้าผืนนี้เป็นความปรารถนาของประชาชน เป็นเจตนารมของประชาชนที่ร่วมกันกำหนดอนาคตด้วยตัวของพวกเราเอง"

ชุมนุม

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

หลังจากที่กิจกรรมของกลุ่มนักเรียนเลวเสร็จสิ้นลง ผู้เข้าร่วมกิจกรรมและแกนนำก็เข้าร่วมการชุมนุมของกลุ่มม็อบเฟส เพื่อร่วมกิจกรรม "แก้ได้ถ้าแก้รัฐธรรมนูญ" โดยกิจกรรมเริ่มขึ้นเมื่อเวลา 16.00 น. ตามเวลานัดหมายของกลุ่ม

ในงานม็อบเฟสมีกิจกรรมหลากหลายทั้งคอนเสริ์ต การแสดงศิลปะ การแสดงละคร และเวทีย่อยพูดคุยในประเด็นต่าง ๆ ที่มีวิธีการนำเสนอตามความถนัดของแต่ละคน แต่ไม่ว่ากิจกรรมจะเป็นอะไร แต่ข้อเรียกร้องหลักสามข้อก็ยังเป็นประเด็นหลักในการเคลื่อนไหวอยู่เหมือนเดิม

ในขณะที่กิจกรรมของกลุ่มม็อบเฟสกำลังดำเนินไปอยู่นั้น ได้มีขบวนเสด็จเคลื่อนผ่าน โดยแกนนำของกลุ่มได้ขอให้ประชาชนหันหลังให้กับขบวนเสด็จ และขอให้ไม่มีการชูป้ายข้อความ แต่ทำการแสดงสัญลักษณ์ชูมือขึ้นสามนิ้วในขณะที่ขบวนเสด็จเคลื่อนผ่านพื้นที่ พร้อมร้องเพลงชาติร่วมกันโดยมีผู้ชุมนุมบางคนเปล่งเสียง "ทรงพระเจริญ" ขณะที่ขบวนเสด็จเคลื่อนผ่านไปแล้ว

ชุมนุม

ที่มาของภาพ, AFP

ก่อนหน้านี้ พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล แถลงข่าวที่ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เมื่อวานนี้ (13 พ.ย.) เพื่อแจ้งถึงการเตรียมความพร้อมในการดูแลและรักษาความปลอดภัยของกลุ่มผู้ชุมนุมโดยแจ้งกับผู้สื่อข่าวว่า ได้จัดผู้รับผิดชอบเหตุการณ์แบ่งออกเป็น 3 โซนใหญ่ๆ โดยมีกองกำลังตำรวจถึง 34 กองร้อยดูแลและรักษาความปลอดภัยของกลุ่มผู้ชุมนุม

โซนที่ 1 ถนนราชดำเนินกลางตั้งแต่บริเวณแยกพระรูปทรงม้า แยก จปร.แยกมัฆวานไปจนถึงแยกผ่านฟ้าและอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย บริเวณแยกคอกวัวและใกล้เคียง เป็นเขตพื้นที่ของกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 โซนที่ 2 เป็นพื้นที่สำคัญ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยและบริเวณโดยรอบไปจนถึง ถนนราชดำเนิน และสนามหลวง และนอกจากนี้ยังมีอีก 1 ชุดในการแก้ไขปัญหากรณีมีผู้ชุมนุมออกนอกพื้นที่ที่ได้พูดคุยกันไว้หรือจัดการชุมนุมในที่อื่น จะมีชุดเคลื่อนที่เร็วของดูแลในภาพรวม โดยได้จัดให้มีกำลังเบ็ดเสร็จที่ 34 กองร้อย

People are hit with water from water cannons during an anti-government protest, in Bangkok, Thailand October 16, 2020.

ที่มาของภาพ, Reuters

"ในนามของสำนักงานตำรวจแห่งชาติฝากไปยังประชาชนหรือกลุ่มผู้ชุมนุมว่า การชุมนุมเป็นสิทธิของทุกท่านเพียงแต่ต้องมีการศึกษาข้อกฎหมายให้ดี มีสิ่งที่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขทางกฎหมายยกตัวอย่างเช่นการแจ้งการชุมนุม การชุมนุมที่ปราศจากอาวุธ ชุมนุมด้วยความสงบ เจ้าหน้าที่ตำรวจมีหน้าที่ในการดูแลความรักษาสงบเรียบร้อยให้เกิดขึ้น ทำตามกฎหมายกฎหมายทั้งกรอบนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์" พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกตำรวจ กล่าวในการแถลงข่าว

พล.ต.ต.ปิยะ บอกกับสื่อมวลชนว่าในชั้นต้นยังไม่มีการวางสิ่งกีดขวางในเส้นทางจราจรแต่มีบางจุดที่ต้องวางแนวของเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเตือนกลุ่มผู้ชุมนุม

"เบื้องต้นใน 3 กลุ่มที่จะจัดกิจกรรมมีเพียงกลุ่มเดียวคือกลุ่มม็อบเฟสติวัลที่แจ้งการชุมนุม ส่วนการจัดกิจกรรมของกลุ่มนักเรียนเลวเรายึดถือสิทธิเสรีภาพ ส่วนมาตรการดูแลและเยาวชนก็ต้องใช้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเด็กและเยาวชน โดยจะไม่ใช้มาตรการความรุนแรง" พล.ต.ต.ปิยะ กล่าว