โควิด-19 : ผลตรวจโควิด-19 ที่ ยะลา 40 ราย ไม่พบติดเชื้อ - ศบค.เตรียมปรับเกณฑ์ตรวจใหม่

ยะลา

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images

คำบรรยายภาพ, เจ้าหน้าที่สาธารณสุขตรวจคัดกรองประชาชนใน อ.เมืองยะลา เมื่อวันที่ 20 เม.ย. ในช่วงที่ผ่านมา จ.ยะลา ได้ตรวจหาเชื้อในกลุ่มผู้สัมผัสตามมาตรการเชิงรุกไปแล้วกว่า 3,000 คน

ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวันนี้ (6 พ.ค.) พบผู้ป่วยใหม่เพิ่ม 1 ราย เป็นหญิงไทยอายุ 27 ปี กลับจากรัสเซีย และมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย เป็นชายชาวออสเตรเลียทำงานในไทย เตรียมประกาศปรับเกณฑ์เพิ่มการตรวจเชื้อโควิด-19

ขณะนี้ไทยมีผู้ป่วยสะสม 2,989 ราย รักษาหาย 2,761 ราย ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 173 ราย ผู้เสียชีวิตสะสม 55 ราย

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. ยังกล่าวถึงกรณีผลตรวจโควิด-19 ของกลุ่มผู้สัมผัส 40 ราย ที่ทาง จ.ยะลา ได้ดำเนินมาตรการค้นหาเชิงรุกและผลตรวจจากห้องปฏิบัติการสองแห่งออกมาไม่ตรงกัน ความคืบหน้าล่าสุด ได้รับรายงานจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งรับสิ่งส่งตรวจมาตรวจเป็นครั้งที่ 3 ว่า ไม่พบผู้ป่วยยืนยันในกลุ่มนี้

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แถลงรายละเอียดเพิ่มเติมที่กระทรวงสาธารณสุขในช่วงบ่ายว่า ผลตรวจซ้ำในครั้งที่สามของ 40 คน ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ผลเป็นลบ เช่นเดียวกับที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ จ.สงขลา ซึ่งเป็นการตรวจครั้งที่สอง

อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการสามารถดำเนินการได้ตามมาตรฐาน สามารถค้นหาสาเหตุที่เกิดความบกพร่องได้ และย้ำว่าเหตุการณ์การตรวจคลาดเคลื่อนพบได้เสมอในห้องปฏิบัติการทุกแห่ง แต่สิ่งสำคัญคือการค้นหาสาเหตุให้พบและหาวิธีป้องกัน

ส่วนการตรวจหาความคลาดเคลื่อนที่เกิดขึ้นจากตัวควบคุมของเครื่อง RT-PCR หรือการตรวจเชื้อจากสารพันธุกรรมในตัวอย่างที่เก็บจากจมูกและคอที่ห้องปฏิบัติการ จ.ยะลา ทีมผู้เชี่ยวชาญจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้ลงไปตรวจสอบ ซักถาม และดูสถานที่ปฏิบัติงาน ไม่พบความผิดปกติในกรณีใหญ่

อย่างไรก็ตาม พบว่าเจ้าหน้าที่มีภาระงานที่สูงมากจากการตรวจตัวอย่าง บางวันต้องตรวจ 700-800 ตัวอย่าง ในช่วงดำเนินมาตรการค้นหาเชิงรุกในชุมชน ซึ่งที่ผ่านมาได้ตรวจไปแล้วกว่า 4,000 ตัวอย่าง ในจุดนี้อาจต้องมีการแก้ไขให้สามารถส่งตัวอย่างเชื้อไปตรวจที่ห้องปฏิบัติการแห่งอื่นเพื่อแบ่งเบาภาระ และเสริมเครื่องมือตรวจเพื่อให้มีความแม่นยำขึ้น คาดว่าจะกลับมาเปิดให้บริการการตรวจได้อีกครั้งเร็ว ๆ นี้

"จ.ยะลา เป็นจังหวัดแรกเลยของสามจังหวัดชายแดนใต้ที่สามารถตั้งห้องปฏิบัติการตรวจโควิดได้ ซึ่งตรวจไปแล้ว 4,000 กว่าตัวอย่างทำให้สามารถคุมสถานการณ์ระบาดได้ระดับหนึ่ง อย่างที่ทราบที่มีผู้ป่วยจากมาเลเซียเป็นจำนวนมาก... แต่อีกประการที่พบคือ มีภาระงานค่อนข้างเยอะตั้งแต่มีมาตรการค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกในชุมชน"

เตรียมประกาศเกณฑ์ตรวจโควิด-19 รอบใหม่

การตรวจหาเชื้อในผู้เข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (PUI) เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่โฆษก ศบค. ได้แถลงในวันนี้เช่นกัน นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ศบค. กำลังเตรียมประกาศเกณฑ์ PUI ชุดใหม่ ในวันพรุ่งนี้ (7 พ.ค.) ซึ่งได้ปรับใช้ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อดึงผู้ป่วยได้เข้ารับการตรวจได้มากขึ้น ในเบื้องต้นมีเกณฑ์ที่ปรับเพิ่มใหม่ 4-5 ข้อ เช่น ผู้มีอาการคล้ายไข้หวัดทุกอาการสามารถมาตรวจได้เลย รวมทั้งอาการความผิดปกติทางการได้กลิ่น

รัฐบาลได้ปรับเกณฑ์การตรวจหาเชื้อในผู้ที่เข้าเกณฑ์สอบสวนโรคไปแล้วหนึ่งครั้งเมื่อวันที่ 7 เม.ย. สถิติตั้งแต่วันดังกล่าวมีผู้เข้าเกณฑ์ 54,600 ราย ตรวจพบผู้ป่วยยืนยันในกลุ่มนี้ได้ 768 ราย

ส่วนข้อมูลของผู้เสียชีวิตตามการรายงานของ ศบค.วันนี้ เป็นชายชาวออสเตรเลีย อายุ 69 ปี ประกอบอาชีพเป็นผู้จัดการโรงแรมใน จ.พังงา มีโรคประจำตัวเป็นหอบหืด เริ่มมีอาการป่วยวันที่ 25 มี.ค. ด้วยอาการไข้สูง 37.9 องศา อ่อนเพลีย เหนื่อยหอบ ต่อมาได้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลใน จ.ภูเก็ต เอกซเรย์พบปอดติดเชื้ออักเสบรุนแรงและตรวจเชื้อยืนยันผลเป็นโควิด-19 หลังจากนั้นเริ่มมีอาการเหนื่อยมากขึ้น ต้องใส่ท่อช่วยหายใจและมีอาการแทรกซ้อนทางไต เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 5 พ.ค.

ส่วนผู้ติดเชื้อรายใหม่ เป็นหญิงไทยที่เดินทางกลับจากรัสเซียเมื่อวันที่ 3 พ.ค. พร้อมกับผู้โดยสารอื่นในเที่ยวบินรวม 70 คน โดยทั้งหมดอยู่ในสถานที่กักของรัฐภายในโรงแรมแห่งหนึ่งที่ จ.สมุทรปราการ

โฆษก ศบค. ได้แถลงข้อมูลสถานการณ์ผู้เดินทางเข้าประเทศที่ต้องกักตัวในที่กักกันของรัฐหรือสเตทควอรันทีน และส่วนภูมิภาค ตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย.-5 พ.ค. ว่ามียอดสะสมรวม 12,827 ราย กลับบ้านได้แล้ว 3,921 ราย และตรวจพบผู้ติดเชื้อในกลุ่มที่เดินทางกลับมารวม 85 ราย