ราชาภิเษก: พระราชพิธีบรมราชาภิเษกกษัตริย์ไทยในสายตาชาวตะวันตก

พระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2469

ที่มาของภาพ, Getty Images

    • Author, วิชุตา ครุธเหิน
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

พระราชพิธีบรมราชาภิเษก เป็นโบราณราชประเพณีที่อยู่คู่สังคมไทยมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย เป็นพระราชพิธีที่พระมหากษัตริย์เสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัติเป็นประมุขของแผ่นดินโดยสมบูรณ์

พระราชพิธีที่ศักดิ์สิทธิ์และสะท้อนถึงขนบธรรมเนียมประเพณี รวมทั้งวัฒนธรรมของไทยนี้มีการเชื้อเชิญชาวตะวันตกเข้าร่วมพิธีตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ดังความตอนหนึ่งที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงระบุว่า พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงโปรดให้ "ฝรั่ง" ทั้งที่เป็นกงสุลและพ่อค้าเข้าร่วมพระราชพิธี ดังข้อสันนิษฐานต่อไปนี้

"ฉันสันนิษฐานว่าทูลกระหม่อมปู่ (ร.4) ได้โปรดให้ฝรั่งเข้าไปในงานบรมราชาภิเษกของท่านนั้น, คงจะเปนพระบรมโชบายที่จะเอาเข้าไปเปนพยาน, ให้เห็นปรากฏชัดว่าองค์ใดเปนพระเจ้าแผ่นดินแน่, ส่วนในงานบรมราชาภิเษกทูลกระหม่อม (ร.5) นั้น น่าจะได้ให้ฝรั่งเข้าไปเพราะเปนการตามเคยเท่านั้น"

ด้วยเหตุนี้จึงมีชาวต่างชาติได้รับเชิญให้เข้าร่วมพิธีสำคัญนี้นับแต่นั้นเป็นต้นมา ไม่ว่าจะเป็นเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงของต่างประเทศ ผู้แทนพระองค์ และอัครราชทูตจากประเทศต่าง ๆ ซึ่งบุคคลเหล่านี้ได้เขียนบันทึกถึงประสบการณ์ที่ได้พบเห็นและความรู้สึกนึกคิดของพวกเขาในระหว่างเข้าร่วมพิธี ตลอดจนสภาพบ้านเมือง ผู้คน และสถานการณ์ความเป็นไปของไทยในยุคสมัยนั้น ๆ

ในบทความนี้ บีบีซีไทยได้รวบรวมบันทึกดังกล่าวจากเอกสารที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติสหราชอาณาจักร (The National Archives) ซึ่งนักการทูตอังกฤษรายงานกลับมายังต้นสังกัดกระทรวงการต่างประเทศ ตลอดจนบทความวิชาการของผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ไทย

พระบรมฉายาลักษณ์ รัชกาลที่ 5, 6 และ 7 ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

ที่มาของภาพ, Thai Coronation owned by Tongthong Chandransu

คำบรรยายภาพ, พระบรมฉายาลักษณ์ รัชกาลที่ 5, 6 และ 7 ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

สยามดินแดนแห่งอารยะและความอุดมสมบูรณ์

ในบทความเรื่อง "การเสด็จพระราชดำเนินของมกุฎราชกุมารแห่งรัสเซียในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว": วรรณกรรมบันทึกที่สะท้อนภาพสังคมและพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภชของไทยสมัยรัชกาลที่ 6 โดย อมรชัย คหกิจโกศล อาจารย์ประจำภาควิชาภาษาตะวันออก คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้อ้างอิงบันทึกที่ อีวาน เดอ เชค นายทหารราชองครักษ์บันทึกไว้เมื่อครั้งตามเสด็จแกรนด์ดยุค บอริส วลาดิมีโรวิช มกุฎราชกุมารแห่งรัสเซียมาร่วมงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภชพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2454 ในฐานะผู้แทนพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2

เนื้อหาในบันทึกตอนหนึ่งสะท้อนให้เห็นว่า สยามเป็นประเทศที่มีอารยะและน่าจับตามองของชาติตะวันตก จึงทำให้มีเจ้านายและเอกอัครราชทูตวิสามัญจำนวนมากเดินทางมาร่วมงานบรมราชาภิเษกสมโภช

ผู้เขียนแสดงทัศนะว่าเรื่องนี้เป็นการชี้ให้เห็นว่า "พวกเขาให้ความสนใจกับราชอาณาจักรเล็ก ๆ แห่งเอเชียมากเพียงใด ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเวลานี้ประเทศสยามเป็นหนึ่งในบรรดานานาอารยประเทศ อันเป็นผลจากการที่พวกเขามุ่งมั่นอย่างแข็งขันที่จะให้มีการปฏิรูปบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น"

Ships on the Chao Phraya River, Bangkok, Thailand, circa 1910

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, แม่น้ำเจ้าพระยา ในสมัย ร.6 ประมาณปี พ.ศ.2453

นายทหารราชองครักษ์ผู้นี้ยังได้บรรยายสภาพบ้านเมืองและผู้คนในพระนครช่วงบรรยากาศงานเฉลิมฉลองพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภชไว้ด้วยว่า

"บ้านเรือนทุกหลังคาเรือนตลอดจนถนนทุกสายต่างประดับประดาธงทิวอย่างมีรสนิยม...พวงมาลัยดอกไม้ร้อยเป็นพู่ห้อยระย้ากับธงประจำกองทัพจำนวนเป็นพัน และยังมีธงขนาดเล็กอีกมากมาย สีแดง - ขาวและสีเหลือง - ดำ เป็นคู่สีหลักที่นำมาประดับตกแต่งตามซุ้มประตูและพลับพลาทั่วไปในบริเวณงาน และสีสันเหล่านี้ช่วยให้มองเห็นได้แต่ไกล บรรดาคนงานต่างเร่งมือกันติดตั้งราวไฟและโคมไฟดวงน้อยจำนวนมากให้เสร็จเพื่อว่าจะได้ดูสว่างไสวไปทั่วทั้งเมือง..."

ขณะเดียวกัน ผู้เขียนซึ่งมาจากประเทศเมืองหนาวอย่างรัสเซีย ยังกล่าวถึงความอุดมสมบูรณ์ของสยามผ่านการบรรยายภาพสัตว์เมืองร้อนชนิดต่าง ๆ ที่มีอยู่ทั่วไป เช่น จิ้งจก ตุ๊กแก แมลงต่าง ๆ โดยผู้บันทึกบรรยายลักษณะของตุ๊กแกและหน้าที่ในระบบนิเวศไว้ว่า

"มันเป็นสัตว์ที่น่าเกลียดน่ากลัวมากทีเดียว มีหัวเหมือนกับคางคก และตีนเหนียวหนึบสามารถยึดเกาะได้แน่นมาก กล่าวกันว่าเมื่อใดที่มันมาเกาะที่ผิวหนังของคนจะไม่มีทางแกะให้หลุดออกมาได้เลย...เมื่อใดที่เด็กน้อยชาวสยามเกเรไม่เชื่อฟัง แม่นมจะพูดขู่ให้กลัวว่า 'ตุ๊กแก' จะมาจับตัวไป แต่ก็สรุปว่าตุ๊กแกเป็นสัตว์ที่ไม่เป็นพิษเป็นภัยอย่างแน่นอน... มันเป็นสัตว์ที่คอยเป็นหูเป็นตาช่วยกำจัดแมลงได้อย่างดี มันจะช่วยทำความสะอาดตามผนังบ้านเรือนบริเวณที่มีตัวแมลงมาเกาะอยู่เป็นจำนวนมาก"

นายทหารราชองครักษ์รัสเซียผู้นี้ยังได้กล่าวถึงอาหารการกินสิ่งที่นำมาต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองชาวต่างชาติ เช่น น้ำชา ไข่ดาว ปลาทอดกรอบ ผลไม้กวน และผลไม้สดอีกหลายชนิด ในบรรดาผลไม้เหล่านี้ ผู้บันทึกกล่าวว่า "กล้วยเป็นผลไม้ที่มีรสชาติดีที่สุด"

อากาศร้อนสุดแสนจะทนทาน

Friederike Masareck - portrait with her husband Max Pallenberg in rickshaws in Bangkok - about 1931

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ชาวต่างชาติในกรุงเทพฯ สมัย ร.7 (ในภาพคือ ฟริตซี มัสซารี นักร้องโซปราโนและนักแสดงชื่อดังชาวออสเตรีย กับสามีนักแสดงชาวออสเตรีย)

สภาพอากาศแบบเมืองร้อนของสยามเป็นอีกเรื่องที่ชาวยุโรปที่คุ้นชินกับสภาพอากาศเมืองหนาวได้เขียนบันทึกถึงในระหว่างการร่วมพระราชพิธี

นายโรเบิร์ต เกรก ผู้แทนพิเศษที่รัฐบาลอังกฤษส่งไปร่วมในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2469 ได้เขียนบันทึกเกี่ยวกับงานนี้ส่งกลับมายังกระทรวงการต่างประเทศอังกฤษ ซึ่งปัจจุบันถูกเก็บรักษาไว้ที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติในกรุงลอนดอน

ในรายงานฉบับหนึ่งลงวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2469 ได้เล่าเรื่องสภาพอากาศในช่วงจัดงานพระราชพิธีว่า อากาศที่ร้อนถึง 90 องศาฟาเรนไฮต์ (ราว 32 องศาเซลเซียส) ทำให้ผู้พิพากษาอังกฤษคนหนึ่งมีอาการเป็นลมแดด (sunstroke) ขณะร่วมงานในพระบรมหาราชวัง

ขณะที่บันทึกของ อีวาน เดอ เชค นายทหารราชองครักษ์ในมกุฎราชกุมารแห่งรัสเซีย ก็กล่าวถึง สภาพอากาศช่วงฤดูหนาวของสยามขณะที่มีพระราชพิธีสรงพระมุรธาภิเษกสนาน พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 ในวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2454 เมื่อเวลา 9.40 น. ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวังเอาไว้ว่า ในวันนั้นอากาศค่อนข้างร้อน แต่ทุกคนต้องแต่งเครื่องแบบสำหรับการเลี้ยงรับรองอย่างเป็นทางการ สร้างความอึดอัดแก่ผู้เข้าร่วมไม่น้อย

"ความร้อนที่ปกคลุมโดยรอบทำให้รู้สึกอึดอัดจนมิอาจจะทานทนได้ แต่ดูเหมือนว่าชาวสยามจะไม่รู้สึกร้อนแต่อย่างใดเลย...แม้ว่าจะนั่งอยู่ในรถยนต์แต่เราก็รู้สึกทุกข์ทรมานจากความร้อนจนสุดแสนที่จะทานทนได้ อีกทั้งเบาะนั่งในรถก็ร้อนแทบจะลุกเป็นไฟเช่นกัน มีคนบอกกับเราว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่อากาศดีเป็นพิเศษ แต่กระนั้นฤดูหนาวของสยามก็คือฤดูร้อนดี ๆ นี่เอง"

สยามดินแดนร่ำรวยวัฒนธรรม และพระราชพิธีอันเก่าแก่และงดงาม

Rhama VI., König von Siam (1910-1925)

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, กระบวนพยุหยาตราทางชลมารค สมัย ร.6

อีวาน เดอ เชค เล่าถึง ขบวนพยุหยาตราและเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศของพระมหากษัตริย์ในรัชกาลที่ 6 ซึ่งมีความงดงามมากจนทำให้ชาวตะวันตกเกิดอาการ "หลงใหลเคลิบเคลิ้มไปชั่วขณะ" ไว้ดังนี้

"เรามองดูขบวนพยุหยาตราอันงดงามตระการตาเหมือนอย่างที่เห็นในละครตะวันออกนี้จนหลงใหลเคลิบเคลิ้มไปชั่วขณะ อีกทั้งยังประทับใจในสิ่งแปลกใหม่ที่เราไม่เคยพบเห็นมาก่อน และเป็นสิ่งที่แสดงถึงความเป็นตะวันออกอย่างแท้จริง สิ่งที่เราเห็นนั้นน่าประทับใจมากขนาดที่องค์พระมหากษัตริย์ ซึ่งยังทรงเป็นความสนใจสูงสุดของสาธารณชน ไม่ได้เป็นแค่หนึ่งในจำนวนเรื่องอันนับไม่ถ้วนที่พวกเราให้ความชื่นชมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงบรรดาเครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศของพระมหากษัตริย์ก็ดูงดงามวิจิตรบรรจงจนเกินจะบรรยายได้หมด"

เครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์

ที่มาของภาพ, Thai Coronation owned by Tongthong Chandransu

คำบรรยายภาพ, เครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์

ขณะที่ นายเกรก ผู้แทนพิเศษที่รัฐบาลอังกฤษส่งไปร่วมในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7 เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2469 ก็ได้เขียนถึงรายละเอียดในงานพระราชพิธี และความงามของเครื่องราชกกุธภัณฑ์ ว่า

"ทุกชิ้นล้วนน่าสนใจและงดงามตระการตายิ่งนัก ประกอบไปด้วยสิ่งของหลายอย่าง เช่น วาลวีชนี (พัดกับแส้จามรี) และฉลองพระบาทเชิงงอนสีทองปักลวดลาย หนึ่งในพระธำมรงค์ 2 วงประดับด้วยเพชรขนาดใหญ่ ซึ่งจากสายตาที่ไม่มีความรู้ของกระผมดูเหมือนจะสูสีกับเพชรโคอินัวร์ในแง่ของขนาดและความงาม"

นอกจากนี้ ผู้แทนพิเศษอังกฤษยังกล่าวถึงพระมหาพิชัยมงกุฎที่ รัชกาลที่ 7 ทรงสวมใส่ด้วยพระองค์เองว่ามีขนาดใหญ่และน้ำหนักมาก ซึ่งคงจะสร้างความเมื่อยล้าให้พระองค์อยู่ไม่น้อย

นายเกรก ยังกล่าวถึงพระราชอาสน์ที่ดูราวกับออกมาจากภาพสลักนครวัดหรือนครธม และพระเจ้าอยู่หัวดูราวกับเทพเจ้าของชาวอินเดีย

คำบรรยายวิดีโอ, เปิดตัวภาพยนตร์พระบรมราชาภิเษก ร.7

ในรายงานตอนหนึ่ง เขายังชื่นชมพระสิริโฉมงดงามของสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ตลอดจนความงดงามของพระราชพิธี จากมุมมองของชาวตะวันตก ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่มีการบันทึกภาพยนตร์พระราชพิธีสำคัญตามโบราณราชประเพณีของไทยอย่างละเอียด

อย่างไรก็ตาม ผู้แทนพิเศษของอังกฤษได้ตั้งข้อสงสัยว่าเหตุใดประเทศเมืองพุทธอย่างสยาม จึงประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกแบบพราหมณ์ และแม้ดูเหมือนว่าการที่ราชวงศ์จักรีจะมีเชื้อสายจากจีน และอาจได้ปรับเปลี่ยนธรรมเนียมปฏิบัติและกฎเกณฑ์โบราณไป แต่เขาไม่สามารถบอกได้แน่ชัดว่าพระราชพิธีราชาภิเษกที่เขาได้เห็นครั้งนี้ได้ยึดถือตามโบราณราชประเพณีทุกประการ หรือได้มีการปรับเปลี่ยนไปตามจินตนาการและตามอำเภอใจของเจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ซึ่งตัวผู้เขียนได้ยินมาว่ามีบทบาทต่อพระราชพิธีครั้งนี้อย่างมาก

ผู้เขียนยังชื่นชมกระบวนพยุหยาตราทั้งทางสถลมารคและทางชลมารคว่ายิ่งใหญ่งดงามอย่างยิ่ง อีกทั้งชื่นชมพระเจ้าอยู่หัวรัชกาล 7 ที่ทรงมีพระกิริยาสง่างาม และสร้างความปลื้มปิติให้ประชาชนที่ไปเฝ้าชมพระบารมี ไม่เพียงเฉพาะผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ แต่ยังมีผู้ที่เดินทางมาจากทั่วประเทศ

Thailand, 1910, After the funeral of his father H, M, Chulalongkorn, new King of Siam, H, M, Maha Vajiravudh going back to his palace in Bangkok

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, พระบรมมหาราชวัง ในสมัย ร.6

โลกแห่งเทพนิยาย

นี่คือคำบอกเล่าของชาวต่างชาติบางส่วนที่ได้สัมผัสกับความวิจิตรตระการตาในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกที่ซึ่งเป็นโบราณราชประเพณีที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย

เป็นที่น่าสนใจอย่างยิ่งว่า ในบันทึกหลายตอนของนายทหารราชองครักษ์มกุฎราชกุมารแห่งรัสเซีย ได้แสดงความชื่นชมและความประทับใจกับพระราชพิธีที่เขาได้เห็น ทั้งที่ในยามนั้น ราชสำนักรัสเซียเองก็มีความเกรียงไกรและมีขนบธรรมเนียมในราชสำนักที่หรูหราสง่างามไม่เป็นสองรองใคร โดยเขาได้เขียนบรรยายความรู้สึกเหล่านี้เอาไว้ว่า

"เช้าวันรุ่งขึ้น ขณะที่เรารู้สึกตัวตื่น ความรู้สึกประทับใจกับภาพอันงดงามตระการตาที่ได้เห็นจากงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภชเมื่อเร็ว ๆ นี้ยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำ ครั้นเมื่อได้ยินเสียงกิจกรรมที่ปฏิบัติกันเป็นประจำในเรือจึงคล้ายกับว่าเราเพิ่งจะฟื้นตื่นขึ้นมาจากความฝันอันบรรเจิดในโลกแห่งเทพนิยายที่มีแต่ความหรูหราเพลิดเพลินใจ"

line

ที่มาของข้อมูล

อมรชัย คหกิจโกศล, "การเสด็จพระราชดาเนินของมกุฎราชกุมารแห่งรัสเซียในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว": วรรณกรรมบันทึกที่สะท้อนภาพสังคม และพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภชของไทยสมัยรัชกาลที่ 6 (Veridian E-Journal, Silpakorn University : 2560)

Robert Greg, Coronation of the King of Siam (5th March 1926)