เมินสมาคมฯ นักเพาะกายหญิงไทยลุยแข่งนานาชาติในนามส่วนตัว

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
- Author, นันท์ชนก วงษ์สมุทร์
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
หลังรัฐลดงบอุดหนุน นักกีฬาเพาะกายหญิงไทยทยอยทิ้งทีมชาติ ออกแข่งต่างประเทศไม่พึ่งสมาคมฯ ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดของผู้จัดเวทีชื่อดังระดับโลก
บ่ายวันหนึ่งของเดือนพฤศจิกายน อลิษา ชวนสินธุ์ นักเพาะกายหญิงทีมชาติไทยจากหลายเวที ขับรถจากกรุงเทพฯ มาที่ยิมแห่งหนึ่งในพัทยาเพื่อพบกับหญิงดัตช์ ผมทอง ดูอ่อนกว่าวัย นาม จูเลียต เบอร์กแมน
ในวัย 59 ปี เบอร์กแมน ยังบึกบึนด้วยมัดกล้าม ผนังหลังโต๊ะทำงานของเธอ คือ ภาพถ่ายสมัยสาวที่เข้าแข่งขันในรายการเพาะกายต่างๆ ปัจจุบันเธอคือ ผู้อำนวยการ International Federation of Bodybuilding & Fitness หรือ IFBB ประจำประเทศไทย ซึ่งเป็นสมาพันธ์เพาะกายนานาชาติที่จัดการแข่งขัน "มิสเตอร์โอลิมเปีย" (Mr. Olympia) เวทีแข่งขันเพาะกายที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่ "คนเหล็ก" อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ คว้ารางวัลติดกันหลายปี

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
ออกบินเดี่ยว
อลิษามาขอคำปรึกษาเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันรายการ "สยามคลาสสิค" ซึ่งเป็นเวทีระดับโลกที่จัดโดย IFBB เป็นครั้งแรกในประเทศไทยในปีหน้า แต่นั่นหมายความว่าเธอจะต้องสละตำแหน่งนักกีฬาเพาะกายทีมชาติที่เธอเป็นมาถึง 3 ปีซ้อน เนื่องจากสมาคมกีฬาเพาะกายและฟิตเนสแห่งประเทศไทย ไม่ได้สังกัดอยู่ภายใต้ IFBB
นอกจากอลิษาแล้ว ยังมีนักเพาะกายหลายคนที่ลาออกจากการเป็นตัวแทนทีมชาติไทยด้วยหลากหลายเหตุผล เช่น เชื่อว่าการตัดสินไม่ยุติธรรม เงินรางวัลที่ลดลง หรือ ต้องการหาประสบการณ์ที่แปลกใหม่ หลังเห็นตัวอย่างนักเพาะกายหญิงคนอื่นๆที่ประสบความสำเร็จในต่างประเทศ โดยไม่พึ่งสมาคมฯ เช่น เพ็ญประกาย เทียงโงก คนไทยคนแรกที่ผ่านเวทีการประกวดมิสเตอร์โอลิมเปีย และ วิไลพร วรรณกลาง ที่คว้าเหรียญเงินในการแข่งขันเพาะกายที่สหรัฐอเมริกา
"IFBB กฎค่อนข้างชัดเจน ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องเส้นสาย ถ้าจะแพ้ก็แพ้จริงๆ" อลิษา สาวไทยวัย 37 ปี กล่าว "เรียกว่าเราพัฒนาตัวเองมากกว่าที่เราอยู่ เรื่องร่างกาย เพื่อไปสู้กับเขา"

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
อยากเอาอย่าง ลดความสำคัญลง
หลังจากเพ็ญประกาย ได้อันดับที่ 10 จากการแข่งขันเวทีมิสเตอร์โอลิมเปียเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา เธอเล่าว่า เริ่มมีคนเข้าหาเธอเพื่อสอบถามถึงวิธีการที่จะไปแข่งต่างประเทศ โดยมีนักเพาะกายทีมชาติหญิงประมาณ 4-5 คน
"ช่วงหลังๆ มีรุ่นน้องลาออกมาจากสมาคมแล้วไปแข่ง อาจเริ่มจากในเอเชียแล้วค่อยๆ มองไปยุโรปและอเมริกา" เธอกล่าว
เบอร์กแมนให้ข้อมูลกับบีบีซีไทยว่า ปัจจุบันมีนักเพาะกายไทยประมาณ 25 คนที่ออกไปแข่งขันรายการ IFBB ในต่างประเทศ
เงินหด คนหาย
ศุกรีย์ สุภาวรีกุล นายกสมาคมกีฬาเพาะกายฯ เปิดเผยกับบีบีซีไทย ว่า สมาคมกีฬาเพาะกายฯ เป็นหนึ่งใน 78 สมาคมกีฬาที่อยู่ภายใต้การกีฬาแห่งประเทศไทย โดยในแต่ละปีได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลประมาณ 10 ล้านบาทในการจัดการแข่งขันและสนับสนุนนักกีฬาในด้านต่างๆ แต่ล่าสุดเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว กองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ ได้ปรับเปลี่ยนเงื่อนไขกฎเกณฑ์การให้เงินรางวัลใหม่ แก่กีฬาที่ไม่ได้อยู่ในการแข่งขันโอลิมปิกและเอเชียนเกมส์ ทำให้สมาคมกีฬาเพาะกายฯ ถูกปรับลดเงินรางวัลลง 75%
นั่นหมายความว่าเงินรางวัลที่สูงที่สุดสำหรับคนที่ได้ที่ 1 ของการแข่งขันเพาะกายชิงแชมป์โลก ลดลงจาก 1 ล้านบาทเหลือ 250,000 บาท

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
"ผมเคยทำจดหมายเสนอให้คณะกรรมการกองทุนฯ พิจารณาปรับเปลี่ยนใหม่ แต่ในขณะนี้ยังไม่มีการปรับเปลี่ยนอะไร" ศุกรีย์กล่าว
การปรับลดเงินรางวัลดังกล่าวเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้อลิษาตัดสินใจไม่เข้าแข่งขันเพื่อคัดตัวเป็นนักกีฬาทีมชาติปีหน้า หลังจากที่เป็นตัวแทนประเทศไทยในปี 2558-2560 หลังจากชนะการแข่งขันชิงแชมป์ประเทศไทยถึงสามปีซ้อน
เมื่อปีที่แล้ว เธอเป็นตัวแทนประเทศไทยลงแข่งชิงแชมป์เอเชียและชิงแชมป์โลก โดยได้ที่ 2 ของทั้งสองรายการ แต่ภายหลังการแข่งขันเพียงไม่กี่เดือน ก็มีการประกาศแจ้งในกลุ่มไลน์นักกีฬาทีมชาติว่าลดเงินรางวัลลง 75% โดยห้ามให้นักกีฬาโพสท์เรื่องนี้ลงเฟซบุ๊ก

ที่มาของภาพ, ALISA CHUANSIN
สำหรับอลิษา เงินรางวัลที่เธอคาดหวังว่าจะได้รับ 200,000 บาท และ 500,000 บาทสำหรับชิงแชมป์เอเชียและชิงแชมป์โลก ได้ลดลงเหลือ 50,000 บาท และ 125,000 บาทตามลำดับ
"คนที่เล่นกับสมาคมทุกคนอยากได้เงินรางวัลและเรื่องชื่อเสียง อย่างเราต้องการหาเงิน เงินรางวัลเป็นแรงจูงใจสำคัญ พอเงินรางวัลลดลง นักกีฬาเริ่มน้อยลง" เธอกล่าว "รู้สึกเหนื่อย เราทำทั้งปี ต้องต่อสู้หลายอย่าง น้องบางคนก็ร้องไห้ เพราะเสียสละหลายอย่าง"
นวลนารี ศรีวราลักษณ์ เป็นนักเพาะกายหญิงอีกคนหนึ่งที่ติดทีมชาติในปีนี้ แต่แยกตัวออกมาเมื่อเดือนพฤษภาคม เพื่อทำตามความใฝ่ฝันสูงสุดของเธอ คือ การไปเวทีมิสเตอร์โอลิมเปีย
"ตอนเข้าสมาคมฯ เป้าหมายของเราอยากเป็นแชมป์โลก เพราะรางวัลคือ 1 ล้านบาท รวมถึงการเป็นนักกีฬาทีมชาติ จะดัง เท่" นวลนารี ผู้บริหารค่ายมวยศิษย์ยอดธง เมืองพัทยา กล่าว "[หลังจากนั้น] รู้สึกว่าผลการตัดสินอาจจะไม่ตรงตามเป้าหมายของเรา อาจด้วยมาตรฐานที่ไม่แบ่งมาตรฐานการตัดสินให้ชัดเจน คนก็ไม่รู้จะทำหุ่นยังไง...ก็เลยบอกผู้ใหญ่ว่าอยากแข่งต่างประเทศและเป็นอิสระ ไม่อยากแข่งให้ใคร"

ที่มาของภาพ, JIRAPORN KUHAKAN/BBC THAI
คนในอยากออก คนนอกอยากเข้า
เส้นทางของการเข้าสู่ทีมชาติเริ่มต้นที่การแข่งขันชิงแชมป์ประเทศไทย หรือ มิสเตอร์ไทยแลนด์ ซึ่งปีนี้มีนักกีฬามาร่วมการแข่งขันใน 25 รุ่นกว่า 400 คน
หนึ่งในนั้นคือ กฤตยา เกียรติสังวร อายุ 33 ปี ที่ได้ที่หนึ่งรุ่นเพาะกายหญิงในการแข่งขันเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทำให้เธอเป็นหนึ่งใน 25 คนที่มีสิทธิ์คัดตัวเป็นนักกีฬาทีมชาติ ส่วนที่เหลือจะคัดมาจากคนที่ได้เหรียญทอง เหรียญเงิน และเหรียญทองแดง ในการแข่งขันระดับโลกของปีก่อนหน้านั้น
ปีนี้สมาคมฯ มีนักกีฬาทีมชาติ 56 คนสำหรับแข่งขันในรายการต่างๆ โดยเป็นนักกีฬาหญิง 20% รวมถึงกฤตยา
"เมื่อไหร่ที่โอกาสมา ลองคว้าโอกาสและลองทำดู แล้วเขาให้เกียรติเราแล้ว เราถือว่าเป็นตัวแทน ทำให้ดีที่สุด...พี่ทำเป็นงานอดิเรก เงินรางวัลก็จะไม่มอง ได้มากหรือน้อยถือว่าเป็นกำไร" กฤตยา กล่าว

ที่มาของภาพ, KRUETTAYA KATISANGVORN
การเป็นนักกีฬาทีมชาติ ทำให้กฤตยาได้รับการสนับสนุนในแง่ของการฝึกซ้อม โดยสมาคมฯ มีค่ายฝึกซ้อมและโค้ชดูแลให้คำปรึกษาในการฝึกซ้อม การวางโปรแกรม นอกจากนี้สมาคมฯ ยังสนับสนุนค่าใช้จ่ายเรื่องของการแข่งขัน และมีพันธมิตรให้การสนับสนุนเรื่องอาหารเสริม
ผิดหวัง จึงเดินจาก
ศุกรีย์ นายกสมาคมฯ กล่าวว่า การย้ายสังกัดของนักกีฬาถือว่าเป็นเรื่องธรรมชาติที่สมาคมฯ ไม่สามารถควบคุมได้ แต่บางส่วนที่ออกไปเกิดจากความไม่พอใจส่วนตัว
"เขารับกติกาไม่ได้ ส่วนใหญ่คนเหล่านี้ผิดหวังจากสมาคม สาเหตุของความผิดหวังสารพัด บางทีกีฬา เวลาแข่งแล้วไม่ชนะ มันพูดไม่ได้หรอกว่ากรรมการตัดสินไม่ยุติธรรม แพ้ชนะเป็นเรื่องปกติ ชนะวันนี้ก็ไม่ได้ชนะตลอดกาล" เขากล่าว
แตก แล้ว โต
วิไลพร วรรณกลาง แม่ม่ายลูกสองวัย 42 ปี ถือว่าเป็นรุ่นบุกเบิกในวงการเพาะกายหญิง โดยในระยะเวลา 8 ปีที่เธอเป็นนักกีฬาทีมชาติตั้งแต่ปี 2550 เธอเป็นแชมป์กีฬาแห่งชาติถึง 5 สมัยต่อเนื่อง รวมถึงแชมป์โลก 1 สมัย รองแชมป์โลก 2 สมัย และแชมป์เอเชีย 2 สมัย

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
แต่เธอก็ต้องพบจุดจบของการเป็นนักกีฬาทีมชาติ เมื่อปี 2558 เธอถูกสมาคมฯ "สงวนสิทธิ์" ไม่ให้ไปแข่งในระดับนานาชาติเนื่องจากทำผิดกฎสมาคมฯ เพราะเธอวางแผนที่จะจัดการแข่งขันเพาะกายในจังหวัดภูเก็ตโดยไม่ได้ขออนุญาตสมาคมฯ วิไลวรรณให้เหตุผลว่า เธอตั้งใจจะจัดเป็นงานเล็กๆ จึงคิดว่าไม่ต้องขออนุญาตสมาคมฯ
เมื่อปลายปี 2558 วิไลพรได้ขอจัดตั้ง National Amateur Body-Builders' Association (NABBA) และ World Fitness Federation (WFF) ประจำประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันเธอดำรงตำแหน่งเป็นประธาน
ดังได้ ไม่ต้องติดทีมชาติ
ในปีที่ผ่านมา เธอและคนไทยอีก 2 คนได้ร่วมแข่งขันที่สหรัฐอเมริกาในรายการ Mr. Universe ซึ่งเป็นรายการที่ ชวาร์เซเน็กเกอร์ เข้าแข่งเป็นรายการแรก ผลคือทั้งสามคนคว้า 2 เหรียญทอง และ1 เหรียญเงิน
"หลังจากนั้นมีนักกีฬาออกไปแข่งต่างประเทศเยอะมาก เพราะเขาเห็นพวกเราแล้ว เขามีตัวอย่างแล้ว ไม่พายเรือในอ่างแล้ว" เธอกล่าว "มาใหม่ๆ ใครๆ ก็อยากติดทีมชาติ...ที่มาอยู่ตรงนี้เพื่อเป็นตัวอย่างให้คนอื่นเห็นว่าไม่จำเป็นต้องเป็นนักกีฬาทีมชาติเท่านั้นที่จะสร้างชื่อเสียงให้ไทยได้"

ที่มาของภาพ, WILAIPORN WANNAKLANG
ไม่เพียงแต่การไปร่วมการแข่งขันในต่างประเทศเท่านั้น แต่นักเพาะกายไทยยังมีแนวโน้มที่จะร่วมการแข่งขันระดับนานาชาติที่จัดขึ้นภายในประเทศมากขึ้น โดย IFBB จะจัดงานสยามคลาสสิคเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ในวันที่ 24-25 มีนาคมปีหน้า ที่ห้างเอ็มควอเทียร์ โดยจะมีการแจก "โปรการ์ด" (pro card) ซึ่งเปรียบเสมือนใบอนุญาตสำหรับนักกีฬาระดับอาชีพที่จำเป็นต้องใช้ในการแข่งขันระดับอาชีพ ตามรายการที่สมาพันธ์ได้กำหนดไว้
โอกาสเพิ่มของคนเอเชีย
เบอร์กแมน ผู้อำนวยการ IFBB ประจำประเทศไทย กล่าวว่า เธอเชื่อว่าการที่มีงานดังกล่าวมากขึ้นในภูมิภาคเอเชียจะทำให้คนเอเชียมีสิทธิ์ได้โปรการ์ดจาก IFBB มากขึ้น โดยไม่ต้องเดินทางไปแข่งขันถึงต่างประเทศ
เธอมองว่าการที่นักกีฬาไทยเริ่มพึ่งตัวเองมากขึ้น แสดงให้เห็นถึงการเริ่มเปลี่ยนแนวคิดให้เป็นเหมือนนักกีฬาเพาะกายในยุโรปที่รัฐบาลส่วนใหญ่ไม่ให้การสนับสนุน
เธอยกตัวอย่างเนเธอร์แลนด์ที่กีฬาเพาะกายไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเนื่องจากไม่ใช่กีฬาโอลิมปิก โดยองค์กรของเธอที่เนเธอร์แลนด์มีรายได้จากการขายตั๋วให้แก่นักกีฬาและผู้เข้าชมการแข่งขัน

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
"นักกีฬาที่นี่ [ประเทศไทย] มักจะถูกบอกว่า 'อ๋อ มาจากเมืองไทย ไป IFBB ไม่สำเร็จหรอก' ซึ่งไม่จริงเลย" เธอกล่าวกับบีบีซีไทยที่ Better Bodies Gym ที่พัทยา ที่เธอตั้งขึ้นมาเมื่อสองปีที่แล้ว หลังจากที่เธอย้ายมาอาศัยอยู่ในเมืองไทยตั้งแต่ปี 2550
ทั้งนี้ เบอร์กแมนเองเคยครองแชมป์มิสเตอร์โอลิมเปียสามสมัยซ้อน ในปี 2544-2546 แต่เคยถูกปลดออกจากการแข่งขัน World Pro Championship ในปี 2531 หลังจากมีการตรวจพบสารต้องห้ามในร่างกาย
สมาคมฯไทยไม่อยู่ใน IFBB
สมาคมกีฬาเพาะกายและฟิตเนสแห่งประเทศไทยไม่ใช่สมาชิกของ IFBB ที่ใหญ่และเก่าแก่ แต่เป็นสมาชิกของสหพันธ์กีฬาเพาะกายและฟิตเนสโลก (World Bodybuilding & Physique Sports Federation หรือ WBPF) ที่ค่อนข้างใหม่ และมีประเทศสมาชิกน้อยกว่า
นักกีฬาไทยติดอันดับหนึ่งในสามของโลก ในปี 2558-2560 แล้วยังได้อันดับหนึ่งในแง่ของเหรียญรวมในการแข่งขันชิงแชมป์โลกที่จัดขึ้นโดย WBPF โดยปีที่ผ่านมา ไทยได้ 8 เหรียญทอง 9 เหรียญเงิน และ 4 เหรียญทองแดง

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
สมรภูมิ 2 ฝ่าย
ด้วยอายุขององค์กรเพียง 8 ปี WBPF อาจเป็นองค์กรที่ไม่โด่งดังเท่า IFBB ที่ก่อตั้งมาแล้ว 71 ปีและจัดงานแข่งขันกว่า 2,000 งานต่อปี แต่ พอล ชัว ชาวสิงคโปร์ เลขาธิการ WBPF ยืนยันกับบีบีซีไทยว่าองค์กรของเขาเคร่งครัดกว่าในแง่ของการต่อต้านการใช้สารต้องห้ามในนักกีฬา
ชัวกล่าวว่า IFBB เคยถูกปลดออกจากการแข่งขัน World Games ในปี 2552 และจาก การแข่งขัน Arab Games ในปี 2555 เนื่องจากไม่ปฏิบัติตามกฎในการต่อต้านการใช้สารต้องห้าม ด้วยตัวเลขการใช้สารต้องห้ามสูงถึง 68% ในรอบ 12 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเปอร์เซ็นต์ที่สูงที่สุดในบรรดากีฬาทุกชนิด
แต่ชัวเองก็เคยมีข้อครหาในเรื่องดังกล่าว โดยในปี 2552 สมัยที่เขาดำรงตำแหน่งรองประธาน IFBB ได้ถูกสอบสวนเนื่องจากทำผิดกฎองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก (World Anti-Doping Agency หรือ WADA) ในการให้นักกีฬาที่ใช้สารต้องห้ามเข้าร่วมการแข่งขัน ซึ่งเขาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว แต่ก็ยังถูกไล่ออกจากสมาพันธ์หลังจากร่วมงานกันมา 36 ปี
"พวกเขาพยายามใส่ร้ายว่าผมยอมให้นักกีฬาที่ใช้สารต้องห้ามเข้าร่วมการแข่นขัน ซึ่งไม่จริงเลย" เขากล่าว

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
หลังจากที่ออกจากสมาพันธ์ ชัวได้รวบรวมสมาชิก IFBB อีก 62 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย ในการจัดตั้งสมาพันธ์ใหม่ที่ชื่อ WBPF ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิก 141 ประเทศ โดยส่วนใหญ่อยู่ในทวีปเอเชีย แอฟริกา และอเมริกาใต้
ชัวกล่าวว่า WBPF เคร่งครัดมากในการตรวจการใช้สารต้องห้าม เนื่องจากการตรวจสารต้องห้ามในนักกีฬาเป็นสิ่งที่หลายรัฐบาลให้ความสำคัญ และเป็นเงื่อนไขอย่างหนึ่งในการสนับสนุนเงินทุน ทั้งนี้ สมาคมเพาะกายในหลายประเทศในทวีปเอเชียที่อยู่ภายใต้สมาพันธ์ ได้รับการยอมรับจากรัฐบาลในประเทศต่างๆ รวมถึงประเทศไทยด้วย
ชัวเปิดเผยกับบีบีซีไทยว่า เขายอมรับว่ามีความเป็นห่วงนักกีฬาเพาะกายไทยที่หันไปสนใจการแข่งขันระดับอาชีพของสมาพันธ์อื่น เนื่องจากพวกเขาจะไม่สามารถแข่งขันในการแข่งขันระดับอาชีพที่มีนักกีฬาที่คุณภาพสูงมากหากไม่ได้ใช้สารต้องห้ามเพื่อเพิ่มขนาดของกล้ามเนื้อ

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
"ผมเป็นห่วง แต่พวกเขาต้องรับรู้ว่าถ้าไปอยู่กับฝั่งที่มี 'บุรุษผู้เป่าขลุ่ย' เป็นผู้นำ เขาจะต้องพบกับปัญหา" ชัวกล่าวกับบีบีซีไทยที่กรุงเทพฯ โดยอ้างอิงถึง Pied piper ซึ่งเป็นชายผู้เป่าขลุ่ยในนิทานพื้นบ้านของเยอรมัน ที่เป่าขลุ่ยจนทำให้กองทัพหนูในหมู่บ้านแห่งหนึ่งวิ่งตามเขาจนจมน้ำตาย
"เราไม่สามารถบังคับให้ใครมาอยู่กับเราได้ แต่นักกีฬาส่วนใหญ่ที่ย้ายไปฝั่งนั้นจะพบกับความยากลำบาก และพยายามกลับมา เพราะฉะนั้นพวกเขาต้องได้รับการบำบัดเพื่อให้ตัวเองปลอดจากการใช้สารต้องห้าม"
ต่อข้อกล่าวหานี้ IFBB กล่าวกับบีบีซีไทยผ่านอีเมล์ว่า IFBB เป็นสมาชิก WADA และปฏิบัติตามกฎกติกาในการต่อต้านการใช้สารต้องห้ามอย่างเคร่งครัด










