เมินสมาคมฯ นักเพาะกายหญิงไทยลุยแข่งนานาชาติในนามส่วนตัว

นักเพาะกายหญิงโชว์ตัวบนเวที

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, ปัจจุบันมีนักเพาะกายหญิงออกไปแข่งขันเวทีนานาชาติมากขึ้น
    • Author, นันท์ชนก วงษ์สมุทร์
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

หลังรัฐลดงบอุดหนุน นักกีฬาเพาะกายหญิงไทยทยอยทิ้งทีมชาติ ออกแข่งต่างประเทศไม่พึ่งสมาคมฯ ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดของผู้จัดเวทีชื่อดังระดับโลก

บ่ายวันหนึ่งของเดือนพฤศจิกายน อลิษา ชวนสินธุ์ นักเพาะกายหญิงทีมชาติไทยจากหลายเวที ขับรถจากกรุงเทพฯ มาที่ยิมแห่งหนึ่งในพัทยาเพื่อพบกับหญิงดัตช์ ผมทอง ดูอ่อนกว่าวัย นาม จูเลียต เบอร์กแมน

ในวัย 59 ปี เบอร์กแมน ยังบึกบึนด้วยมัดกล้าม ผนังหลังโต๊ะทำงานของเธอ คือ ภาพถ่ายสมัยสาวที่เข้าแข่งขันในรายการเพาะกายต่างๆ ปัจจุบันเธอคือ ผู้อำนวยการ International Federation of Bodybuilding & Fitness หรือ IFBB ประจำประเทศไทย ซึ่งเป็นสมาพันธ์เพาะกายนานาชาติที่จัดการแข่งขัน "มิสเตอร์โอลิมเปีย" (Mr. Olympia) เวทีแข่งขันเพาะกายที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่ "คนเหล็ก" อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ คว้ารางวัลติดกันหลายปี

จูเลียต เบอร์กแมน

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, จูเลียต เบอร์กแมน คือบุคคลที่นักเพาะกายไทยต้องเข้าพบเพื่อแสดงความประสงค์ที่จะเข้าแข่งขันในรายการต่างๆ ที่จัดโดย IFBB

ออกบินเดี่ยว

อลิษามาขอคำปรึกษาเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันรายการ "สยามคลาสสิค" ซึ่งเป็นเวทีระดับโลกที่จัดโดย IFBB เป็นครั้งแรกในประเทศไทยในปีหน้า แต่นั่นหมายความว่าเธอจะต้องสละตำแหน่งนักกีฬาเพาะกายทีมชาติที่เธอเป็นมาถึง 3 ปีซ้อน เนื่องจากสมาคมกีฬาเพาะกายและฟิตเนสแห่งประเทศไทย ไม่ได้สังกัดอยู่ภายใต้ IFBB

นอกจากอลิษาแล้ว ยังมีนักเพาะกายหลายคนที่ลาออกจากการเป็นตัวแทนทีมชาติไทยด้วยหลากหลายเหตุผล เช่น เชื่อว่าการตัดสินไม่ยุติธรรม เงินรางวัลที่ลดลง หรือ ต้องการหาประสบการณ์ที่แปลกใหม่ หลังเห็นตัวอย่างนักเพาะกายหญิงคนอื่นๆที่ประสบความสำเร็จในต่างประเทศ โดยไม่พึ่งสมาคมฯ เช่น เพ็ญประกาย เทียงโงก คนไทยคนแรกที่ผ่านเวทีการประกวดมิสเตอร์โอลิมเปีย และ วิไลพร วรรณกลาง ที่คว้าเหรียญเงินในการแข่งขันเพาะกายที่สหรัฐอเมริกา

"IFBB กฎค่อนข้างชัดเจน ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องเส้นสาย ถ้าจะแพ้ก็แพ้จริงๆ" อลิษา สาวไทยวัย 37 ปี กล่าว "เรียกว่าเราพัฒนาตัวเองมากกว่าที่เราอยู่ เรื่องร่างกาย เพื่อไปสู้กับเขา"

อลิษา ชวนสินธุ์

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, อลิษา ชวนสินธุ์ ตัดสินใจสละตำแหน่งนักกีฬาทีมชาติไทย เพื่อลงแข่งขันเวที "สยามคลาสสิค" ที่สังกัด IFBB ในปีหน้า

อยากเอาอย่าง ลดความสำคัญลง

หลังจากเพ็ญประกาย ได้อันดับที่ 10 จากการแข่งขันเวทีมิสเตอร์โอลิมเปียเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา เธอเล่าว่า เริ่มมีคนเข้าหาเธอเพื่อสอบถามถึงวิธีการที่จะไปแข่งต่างประเทศ โดยมีนักเพาะกายทีมชาติหญิงประมาณ 4-5 คน

"ช่วงหลังๆ มีรุ่นน้องลาออกมาจากสมาคมแล้วไปแข่ง อาจเริ่มจากในเอเชียแล้วค่อยๆ มองไปยุโรปและอเมริกา" เธอกล่าว

เบอร์กแมนให้ข้อมูลกับบีบีซีไทยว่า ปัจจุบันมีนักเพาะกายไทยประมาณ 25 คนที่ออกไปแข่งขันรายการ IFBB ในต่างประเทศ

เงินหด คนหาย

ศุกรีย์ สุภาวรีกุล นายกสมาคมกีฬาเพาะกายฯ เปิดเผยกับบีบีซีไทย ว่า สมาคมกีฬาเพาะกายฯ เป็นหนึ่งใน 78 สมาคมกีฬาที่อยู่ภายใต้การกีฬาแห่งประเทศไทย โดยในแต่ละปีได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลประมาณ 10 ล้านบาทในการจัดการแข่งขันและสนับสนุนนักกีฬาในด้านต่างๆ แต่ล่าสุดเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว กองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ ได้ปรับเปลี่ยนเงื่อนไขกฎเกณฑ์การให้เงินรางวัลใหม่ แก่กีฬาที่ไม่ได้อยู่ในการแข่งขันโอลิมปิกและเอเชียนเกมส์ ทำให้สมาคมกีฬาเพาะกายฯ ถูกปรับลดเงินรางวัลลง 75%

นั่นหมายความว่าเงินรางวัลที่สูงที่สุดสำหรับคนที่ได้ที่ 1 ของการแข่งขันเพาะกายชิงแชมป์โลก ลดลงจาก 1 ล้านบาทเหลือ 250,000 บาท

ศุกรีย์ สุภาวรีกุล

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, ศุกรีย์ สุภาวรีกุล นายกสมาคมกีฬาเพาะกายและฟิตเนสแห่งประเทศไทย

"ผมเคยทำจดหมายเสนอให้คณะกรรมการกองทุนฯ พิจารณาปรับเปลี่ยนใหม่ แต่ในขณะนี้ยังไม่มีการปรับเปลี่ยนอะไร" ศุกรีย์กล่าว

การปรับลดเงินรางวัลดังกล่าวเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้อลิษาตัดสินใจไม่เข้าแข่งขันเพื่อคัดตัวเป็นนักกีฬาทีมชาติปีหน้า หลังจากที่เป็นตัวแทนประเทศไทยในปี 2558-2560 หลังจากชนะการแข่งขันชิงแชมป์ประเทศไทยถึงสามปีซ้อน

เมื่อปีที่แล้ว เธอเป็นตัวแทนประเทศไทยลงแข่งชิงแชมป์เอเชียและชิงแชมป์โลก โดยได้ที่ 2 ของทั้งสองรายการ แต่ภายหลังการแข่งขันเพียงไม่กี่เดือน ก็มีการประกาศแจ้งในกลุ่มไลน์นักกีฬาทีมชาติว่าลดเงินรางวัลลง 75% โดยห้ามให้นักกีฬาโพสท์เรื่องนี้ลงเฟซบุ๊ก

อลิษา ชวนสินธุ์ (ที่สองจากซ้าย) ได้เหรียญเงินในการแข่งชิงแชมป์โลก 2016 ที่พัทยา

ที่มาของภาพ, ALISA CHUANSIN

คำบรรยายภาพ, อลิษา ชวนสินธุ์ (ที่สองจากซ้าย) ได้เหรียญเงินในการแข่งชิงแชมป์โลก 2016 ที่พัทยา

สำหรับอลิษา เงินรางวัลที่เธอคาดหวังว่าจะได้รับ 200,000 บาท และ 500,000 บาทสำหรับชิงแชมป์เอเชียและชิงแชมป์โลก ได้ลดลงเหลือ 50,000 บาท และ 125,000 บาทตามลำดับ

"คนที่เล่นกับสมาคมทุกคนอยากได้เงินรางวัลและเรื่องชื่อเสียง อย่างเราต้องการหาเงิน เงินรางวัลเป็นแรงจูงใจสำคัญ พอเงินรางวัลลดลง นักกีฬาเริ่มน้อยลง" เธอกล่าว "รู้สึกเหนื่อย เราทำทั้งปี ต้องต่อสู้หลายอย่าง น้องบางคนก็ร้องไห้ เพราะเสียสละหลายอย่าง"

นวลนารี ศรีวราลักษณ์ เป็นนักเพาะกายหญิงอีกคนหนึ่งที่ติดทีมชาติในปีนี้ แต่แยกตัวออกมาเมื่อเดือนพฤษภาคม เพื่อทำตามความใฝ่ฝันสูงสุดของเธอ คือ การไปเวทีมิสเตอร์โอลิมเปีย

"ตอนเข้าสมาคมฯ เป้าหมายของเราอยากเป็นแชมป์โลก เพราะรางวัลคือ 1 ล้านบาท รวมถึงการเป็นนักกีฬาทีมชาติ จะดัง เท่" นวลนารี ผู้บริหารค่ายมวยศิษย์ยอดธง เมืองพัทยา กล่าว "[หลังจากนั้น] รู้สึกว่าผลการตัดสินอาจจะไม่ตรงตามเป้าหมายของเรา อาจด้วยมาตรฐานที่ไม่แบ่งมาตรฐานการตัดสินให้ชัดเจน คนก็ไม่รู้จะทำหุ่นยังไง...ก็เลยบอกผู้ใหญ่ว่าอยากแข่งต่างประเทศและเป็นอิสระ ไม่อยากแข่งให้ใคร"

นวลนารี ศรีวราลักษณ์ (ซ้าย) ปัจจุบันเทรนกับนักเพาะกายหญิง เพ็ญประกาย เทียงโงก (ขวา) ที่เคยเข้าแข่งขันรายการมิสเตอร์โอลิมเปีย

ที่มาของภาพ, JIRAPORN KUHAKAN/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, นวลนารี ศรีวราลักษณ์ (ซ้าย) ปัจจุบันเทรนกับนักเพาะกายหญิง เพ็ญประกาย เทียงโงก (ขวา) ที่เคยเข้าแข่งขันรายการมิสเตอร์โอลิมเปีย

คนในอยากออก คนนอกอยากเข้า

เส้นทางของการเข้าสู่ทีมชาติเริ่มต้นที่การแข่งขันชิงแชมป์ประเทศไทย หรือ มิสเตอร์ไทยแลนด์ ซึ่งปีนี้มีนักกีฬามาร่วมการแข่งขันใน 25 รุ่นกว่า 400 คน

หนึ่งในนั้นคือ กฤตยา เกียรติสังวร อายุ 33 ปี ที่ได้ที่หนึ่งรุ่นเพาะกายหญิงในการแข่งขันเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทำให้เธอเป็นหนึ่งใน 25 คนที่มีสิทธิ์คัดตัวเป็นนักกีฬาทีมชาติ ส่วนที่เหลือจะคัดมาจากคนที่ได้เหรียญทอง เหรียญเงิน และเหรียญทองแดง ในการแข่งขันระดับโลกของปีก่อนหน้านั้น

ปีนี้สมาคมฯ มีนักกีฬาทีมชาติ 56 คนสำหรับแข่งขันในรายการต่างๆ โดยเป็นนักกีฬาหญิง 20% รวมถึงกฤตยา

"เมื่อไหร่ที่โอกาสมา ลองคว้าโอกาสและลองทำดู แล้วเขาให้เกียรติเราแล้ว เราถือว่าเป็นตัวแทน ทำให้ดีที่สุด...พี่ทำเป็นงานอดิเรก เงินรางวัลก็จะไม่มอง ได้มากหรือน้อยถือว่าเป็นกำไร" กฤตยา กล่าว

กฤตยา เกียรติสังวร

ที่มาของภาพ, KRUETTAYA KATISANGVORN

คำบรรยายภาพ, กฤตยา เกียรติสังวร ชนะเลิศการแข่งขันมิสเตอร์ไทยแลนด์เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ในหมวดเพาะกายหญิงรุ่นทั่วไป

การเป็นนักกีฬาทีมชาติ ทำให้กฤตยาได้รับการสนับสนุนในแง่ของการฝึกซ้อม โดยสมาคมฯ มีค่ายฝึกซ้อมและโค้ชดูแลให้คำปรึกษาในการฝึกซ้อม การวางโปรแกรม นอกจากนี้สมาคมฯ ยังสนับสนุนค่าใช้จ่ายเรื่องของการแข่งขัน และมีพันธมิตรให้การสนับสนุนเรื่องอาหารเสริม

ผิดหวัง จึงเดินจาก

ศุกรีย์ นายกสมาคมฯ กล่าวว่า การย้ายสังกัดของนักกีฬาถือว่าเป็นเรื่องธรรมชาติที่สมาคมฯ ไม่สามารถควบคุมได้ แต่บางส่วนที่ออกไปเกิดจากความไม่พอใจส่วนตัว

"เขารับกติกาไม่ได้ ส่วนใหญ่คนเหล่านี้ผิดหวังจากสมาคม สาเหตุของความผิดหวังสารพัด บางทีกีฬา เวลาแข่งแล้วไม่ชนะ มันพูดไม่ได้หรอกว่ากรรมการตัดสินไม่ยุติธรรม แพ้ชนะเป็นเรื่องปกติ ชนะวันนี้ก็ไม่ได้ชนะตลอดกาล" เขากล่าว

แตก แล้ว โต

วิไลพร วรรณกลาง แม่ม่ายลูกสองวัย 42 ปี ถือว่าเป็นรุ่นบุกเบิกในวงการเพาะกายหญิง โดยในระยะเวลา 8 ปีที่เธอเป็นนักกีฬาทีมชาติตั้งแต่ปี 2550 เธอเป็นแชมป์กีฬาแห่งชาติถึง 5 สมัยต่อเนื่อง รวมถึงแชมป์โลก 1 สมัย รองแชมป์โลก 2 สมัย และแชมป์เอเชีย 2 สมัย

วิไลพร วรรณกลาง

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, วิไลพร วรรณกลาง ต้องการเป็นแบบอย่างให้นักเพาะกายรุ่นน้องเห็นว่า ไม่จำเป็นต้องเป็นนักกีฬาทีมชาติเท่านั้นที่จะสร้างชื่อเสียงให้ไทยได้

แต่เธอก็ต้องพบจุดจบของการเป็นนักกีฬาทีมชาติ เมื่อปี 2558 เธอถูกสมาคมฯ "สงวนสิทธิ์" ไม่ให้ไปแข่งในระดับนานาชาติเนื่องจากทำผิดกฎสมาคมฯ เพราะเธอวางแผนที่จะจัดการแข่งขันเพาะกายในจังหวัดภูเก็ตโดยไม่ได้ขออนุญาตสมาคมฯ วิไลวรรณให้เหตุผลว่า เธอตั้งใจจะจัดเป็นงานเล็กๆ จึงคิดว่าไม่ต้องขออนุญาตสมาคมฯ

เมื่อปลายปี 2558 วิไลพรได้ขอจัดตั้ง National Amateur Body-Builders' Association (NABBA) และ World Fitness Federation (WFF) ประจำประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันเธอดำรงตำแหน่งเป็นประธาน

ดังได้ ไม่ต้องติดทีมชาติ

ในปีที่ผ่านมา เธอและคนไทยอีก 2 คนได้ร่วมแข่งขันที่สหรัฐอเมริกาในรายการ Mr. Universe ซึ่งเป็นรายการที่ ชวาร์เซเน็กเกอร์ เข้าแข่งเป็นรายการแรก ผลคือทั้งสามคนคว้า 2 เหรียญทอง และ1 เหรียญเงิน

"หลังจากนั้นมีนักกีฬาออกไปแข่งต่างประเทศเยอะมาก เพราะเขาเห็นพวกเราแล้ว เขามีตัวอย่างแล้ว ไม่พายเรือในอ่างแล้ว" เธอกล่าว "มาใหม่ๆ ใครๆ ก็อยากติดทีมชาติ...ที่มาอยู่ตรงนี้เพื่อเป็นตัวอย่างให้คนอื่นเห็นว่าไม่จำเป็นต้องเป็นนักกีฬาทีมชาติเท่านั้นที่จะสร้างชื่อเสียงให้ไทยได้"

วิไลพร วรรณกลาง, ผลา มีชัย, และ อธิป อนันทวัน

ที่มาของภาพ, WILAIPORN WANNAKLANG

คำบรรยายภาพ, (จากซ้ายไปขวา) วิไลพร วรรณกลาง, ผลา มีชัย, และ อธิป อนันทวัน คว้า 2 เหรียญทอง และ 1 เหรียญเงินเมื่อปีที่ผ่านมา จากการแข่งขันเพาะกายที่สหรัฐอเมริกา

ไม่เพียงแต่การไปร่วมการแข่งขันในต่างประเทศเท่านั้น แต่นักเพาะกายไทยยังมีแนวโน้มที่จะร่วมการแข่งขันระดับนานาชาติที่จัดขึ้นภายในประเทศมากขึ้น โดย IFBB จะจัดงานสยามคลาสสิคเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ในวันที่ 24-25 มีนาคมปีหน้า ที่ห้างเอ็มควอเทียร์ โดยจะมีการแจก "โปรการ์ด" (pro card) ซึ่งเปรียบเสมือนใบอนุญาตสำหรับนักกีฬาระดับอาชีพที่จำเป็นต้องใช้ในการแข่งขันระดับอาชีพ ตามรายการที่สมาพันธ์ได้กำหนดไว้

โอกาสเพิ่มของคนเอเชีย

เบอร์กแมน ผู้อำนวยการ IFBB ประจำประเทศไทย กล่าวว่า เธอเชื่อว่าการที่มีงานดังกล่าวมากขึ้นในภูมิภาคเอเชียจะทำให้คนเอเชียมีสิทธิ์ได้โปรการ์ดจาก IFBB มากขึ้น โดยไม่ต้องเดินทางไปแข่งขันถึงต่างประเทศ

เธอมองว่าการที่นักกีฬาไทยเริ่มพึ่งตัวเองมากขึ้น แสดงให้เห็นถึงการเริ่มเปลี่ยนแนวคิดให้เป็นเหมือนนักกีฬาเพาะกายในยุโรปที่รัฐบาลส่วนใหญ่ไม่ให้การสนับสนุน

เธอยกตัวอย่างเนเธอร์แลนด์ที่กีฬาเพาะกายไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเนื่องจากไม่ใช่กีฬาโอลิมปิก โดยองค์กรของเธอที่เนเธอร์แลนด์มีรายได้จากการขายตั๋วให้แก่นักกีฬาและผู้เข้าชมการแข่งขัน

เบอร์กแมน ผู้อำนวยการ IFBB ประจำประเทศไทย

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, จูเลียต เบอร์กแมน ผู้อำนวยการ IFBB ประจำประเทศไทย

"นักกีฬาที่นี่ [ประเทศไทย] มักจะถูกบอกว่า 'อ๋อ มาจากเมืองไทย ไป IFBB ไม่สำเร็จหรอก' ซึ่งไม่จริงเลย" เธอกล่าวกับบีบีซีไทยที่ Better Bodies Gym ที่พัทยา ที่เธอตั้งขึ้นมาเมื่อสองปีที่แล้ว หลังจากที่เธอย้ายมาอาศัยอยู่ในเมืองไทยตั้งแต่ปี 2550

ทั้งนี้ เบอร์กแมนเองเคยครองแชมป์มิสเตอร์โอลิมเปียสามสมัยซ้อน ในปี 2544-2546 แต่เคยถูกปลดออกจากการแข่งขัน World Pro Championship ในปี 2531 หลังจากมีการตรวจพบสารต้องห้ามในร่างกาย

สมาคมฯไทยไม่อยู่ใน IFBB

สมาคมกีฬาเพาะกายและฟิตเนสแห่งประเทศไทยไม่ใช่สมาชิกของ IFBB ที่ใหญ่และเก่าแก่ แต่เป็นสมาชิกของสหพันธ์กีฬาเพาะกายและฟิตเนสโลก (World Bodybuilding & Physique Sports Federation หรือ WBPF) ที่ค่อนข้างใหม่ และมีประเทศสมาชิกน้อยกว่า

นักกีฬาไทยติดอันดับหนึ่งในสามของโลก ในปี 2558-2560 แล้วยังได้อันดับหนึ่งในแง่ของเหรียญรวมในการแข่งขันชิงแชมป์โลกที่จัดขึ้นโดย WBPF โดยปีที่ผ่านมา ไทยได้ 8 เหรียญทอง 9 เหรียญเงิน และ 4 เหรียญทองแดง

นักเพาะกายขึ้นประกวดบนเวที

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, นักเพาะกายหญิงโพสท่าต่างๆ บนเวทีการประกวด Model Physique Contest ของสมาคมกีฬาเพาะกายและฟิตเนสแห่งประเทศไทย ที่จัดขึ้นเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน

สมรภูมิ 2 ฝ่าย

ด้วยอายุขององค์กรเพียง 8 ปี WBPF อาจเป็นองค์กรที่ไม่โด่งดังเท่า IFBB ที่ก่อตั้งมาแล้ว 71 ปีและจัดงานแข่งขันกว่า 2,000 งานต่อปี แต่ พอล ชัว ชาวสิงคโปร์ เลขาธิการ WBPF ยืนยันกับบีบีซีไทยว่าองค์กรของเขาเคร่งครัดกว่าในแง่ของการต่อต้านการใช้สารต้องห้ามในนักกีฬา

ชัวกล่าวว่า IFBB เคยถูกปลดออกจากการแข่งขัน World Games ในปี 2552 และจาก การแข่งขัน Arab Games ในปี 2555 เนื่องจากไม่ปฏิบัติตามกฎในการต่อต้านการใช้สารต้องห้าม ด้วยตัวเลขการใช้สารต้องห้ามสูงถึง 68% ในรอบ 12 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเปอร์เซ็นต์ที่สูงที่สุดในบรรดากีฬาทุกชนิด

แต่ชัวเองก็เคยมีข้อครหาในเรื่องดังกล่าว โดยในปี 2552 สมัยที่เขาดำรงตำแหน่งรองประธาน IFBB ได้ถูกสอบสวนเนื่องจากทำผิดกฎองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก (World Anti-Doping Agency หรือ WADA) ในการให้นักกีฬาที่ใช้สารต้องห้ามเข้าร่วมการแข่งขัน ซึ่งเขาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว แต่ก็ยังถูกไล่ออกจากสมาพันธ์หลังจากร่วมงานกันมา 36 ปี

"พวกเขาพยายามใส่ร้ายว่าผมยอมให้นักกีฬาที่ใช้สารต้องห้ามเข้าร่วมการแข่นขัน ซึ่งไม่จริงเลย" เขากล่าว

พอล ชัว

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, พอล ชัว เลขาธิการ WBPF ยอมรับว่ามีความเป็นห่วงนักกีฬาเพาะกายไทยที่หันไปสนใจการแข่งขันระดับอาชีพของสมาพันธ์อื่น

หลังจากที่ออกจากสมาพันธ์ ชัวได้รวบรวมสมาชิก IFBB อีก 62 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย ในการจัดตั้งสมาพันธ์ใหม่ที่ชื่อ WBPF ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิก 141 ประเทศ โดยส่วนใหญ่อยู่ในทวีปเอเชีย แอฟริกา และอเมริกาใต้

ชัวกล่าวว่า WBPF เคร่งครัดมากในการตรวจการใช้สารต้องห้าม เนื่องจากการตรวจสารต้องห้ามในนักกีฬาเป็นสิ่งที่หลายรัฐบาลให้ความสำคัญ และเป็นเงื่อนไขอย่างหนึ่งในการสนับสนุนเงินทุน ทั้งนี้ สมาคมเพาะกายในหลายประเทศในทวีปเอเชียที่อยู่ภายใต้สมาพันธ์ ได้รับการยอมรับจากรัฐบาลในประเทศต่างๆ รวมถึงประเทศไทยด้วย

ชัวเปิดเผยกับบีบีซีไทยว่า เขายอมรับว่ามีความเป็นห่วงนักกีฬาเพาะกายไทยที่หันไปสนใจการแข่งขันระดับอาชีพของสมาพันธ์อื่น เนื่องจากพวกเขาจะไม่สามารถแข่งขันในการแข่งขันระดับอาชีพที่มีนักกีฬาที่คุณภาพสูงมากหากไม่ได้ใช้สารต้องห้ามเพื่อเพิ่มขนาดของกล้ามเนื้อ

นิตยา กองทูล ผู้ชนะการแข่งขันการประกวด Model Physique Contest ของสมาคมกีฬาเพาะกายและฟิตเนสแห่งประเทศไทย ที่จัดขึ้นเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, นิตยา กองทูล ผู้ชนะการแข่งขันการประกวด Model Physique Contest ของสมาคมกีฬาเพาะกายและฟิตเนสแห่งประเทศไทย ที่จัดขึ้นเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน

"ผมเป็นห่วง แต่พวกเขาต้องรับรู้ว่าถ้าไปอยู่กับฝั่งที่มี 'บุรุษผู้เป่าขลุ่ย' เป็นผู้นำ เขาจะต้องพบกับปัญหา" ชัวกล่าวกับบีบีซีไทยที่กรุงเทพฯ โดยอ้างอิงถึง Pied piper ซึ่งเป็นชายผู้เป่าขลุ่ยในนิทานพื้นบ้านของเยอรมัน ที่เป่าขลุ่ยจนทำให้กองทัพหนูในหมู่บ้านแห่งหนึ่งวิ่งตามเขาจนจมน้ำตาย

"เราไม่สามารถบังคับให้ใครมาอยู่กับเราได้ แต่นักกีฬาส่วนใหญ่ที่ย้ายไปฝั่งนั้นจะพบกับความยากลำบาก และพยายามกลับมา เพราะฉะนั้นพวกเขาต้องได้รับการบำบัดเพื่อให้ตัวเองปลอดจากการใช้สารต้องห้าม"

ต่อข้อกล่าวหานี้ IFBB กล่าวกับบีบีซีไทยผ่านอีเมล์ว่า IFBB เป็นสมาชิก WADA และปฏิบัติตามกฎกติกาในการต่อต้านการใช้สารต้องห้ามอย่างเคร่งครัด