โควิด : โอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.4 และ BA.5 น่ากังวลแค่ไหน หลังผู้ติดเชื้อพุ่งทั่วโลก

Covid

ที่มาของภาพ, Getty Images

    • Author, มิเชลล์ โรเบิร์ตส์
    • Role, บรรณาธิการข่าวสุขภาพ บีบีซี นิวส์ ออนไลน์

BA.4 (บีเอโฟว์) และ BA.5 (บีเอไฟฟ์) เชื้อสายพันธุ์ย่อยชนิดใหม่ของเชื้อกลายพันธุ์โอมิครอนที่แพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็วกำลังทำให้ยอดผู้ติดเชื้อโรคโควิดพุ่งสูงขึ้นทั่วโลก

บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขระบุว่า เชื้อโอมิครอนสายพันธุ์ย่อยทั้งสองชนิดซึ่งตรวจพบครั้งแรกในประเทศแอฟริกาใต้นั้น อาจกลายเป็นโควิดสายพันธุ์หลักที่แพร่ระบาดในสหรัฐฯ และยุโรปเร็ว ๆ นี้

BA.4 และ BA.5 คืออะไรกันแน่

นับตั้งแต่เชื้อไวรัสโคโรนาที่ก่อโรคโควิด-19 อุบัติขึ้น ก็มีการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม หรือที่เรียกว่า "การกลายพันธุ์" เกิดขึ้นหลายครั้ง และมีเชื้อกลายพันธุ์สำคัญที่สร้างปัญหาทางสาธารณสุขของโลก เช่น สายพันธุ์อัลฟา และเดลตา

สำหรับเชื้อ BA.4 และ BA.5 นั้น มีความใกล้ชิดอย่างมากกับเชื้อกลายพันธุ์โอมิครอนที่ทำให้เกิดการระบาดระลอกใหญ่ช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมา

องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้จัดให้ BA.4 และ BA.5 อยู่ในกลุ่มเชื้อที่ต้องเฝ้าระวังเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา และยังถูกจัดให้เป็นเชื้อสายพันธุ์ที่น่ากังวลในยุโรปด้วย

พื้นที่การระบาด

มีการตรวจพบเชื้อ BA.4 และ BA.5 ระบาดในแอฟริกาใต้เมื่อช่วงต้นปีนี้ และดูเหมือนว่าเชื้อทั้งสองชนิดจะแพร่ระบาดรวดเร็วกว่าโควิดสายพันธุ์อื่น ๆ

ปัจจุบันพบ BA.4 และ BA.5 ระบาดในแทบทุกประเทศของยุโรป และกำลังจะกลายเป็นโควิดสายพันธุ์หลักที่แพร่ระบาดในแถบนี้ ดังเช่นที่เกิดขึ้นแล้วในโปรตุเกส ซึ่งเชื้อ BA.5 ได้กลายเป็นสายพันธุ์หลักที่แพร่ระบาดที่นั่น

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า ยอดผู้ติดโควิดสายพันธุ์ย่อยทั้งสองชนิดกำลังเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับสหราชอาณาจักรที่เริ่มมีแนวโน้มเดียวกัน ขณะที่ออสเตรเลียก็พบผู้ติดเชื้อทั้งสองชนิดเช่นกัน

WHO เรียก โควิดกลายพันธุ์ใหม่ "โอไมครอน" ยกเป็นสายพันธุ์ "น่ากังวล"

อันตรายแค่ไหน

ขณะนี้ผู้เชี่ยวชาญยังไม่ทราบแน่ชัดว่า BA.4 และ BA.5 จะส่งผลกระทบต่อประเทศต่าง ๆ มากน้อยเพียงใด

เชื่อกันว่า เชื้อโอมิครอนสายพันธุ์ย่อยทั้งสองชนิดไม่ได้มีอันตรายมากกว่าโควิดสายพันธุ์อื่น ๆ

นอกจากนี้ ผู้คนจำนวนมากยังมีภูมิคุ้มกันโรคที่เกิดจากการติดโควิดมาแล้ว หรือจากการฉีดวัคซีนต้านโควิด ซึ่งเป็นปัจจัยที่ช่วยให้โรคนี้มีอันตรายน้อยลงโดยรวม

แต่ดูเหมือนว่า BA.4 และ BA.5 จะสามารถแพร่ระบาดได้ง่ายขึ้น นี่อาจเป็นเพราะภูมิคุ้มกันที่ผู้คนมีในร่างกายเริ่มลดลง หรืออาจเป็นเพราะเชื้อไวรัสเกิดการกลายพันธุ์

ขณะเดียวกัน การที่ประเทศต่าง ๆ เริ่มยกเลิกมาตรการควบคุมโรคโควิด แล้ว ก็ทำให้เชื้อไวรัสชนิดนี้มีโอกาสที่จะแพร่ระบาดได้มากขึ้น

BA.4 และ BA.5 ยังทำให้คนที่เพิ่งติดเชื้อโอมิครอนชนิดอื่นติดเชื้อซ้ำได้อีก และการระบาดระลอกใหม่อาจทำให้มีผู้ป่วยเข้ารักษาที่โรงพยาบาล หรือมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก

ป้องกันอย่างไร

เช่นเดียวกับโควิดสายพันธุ์อื่น ๆ ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัวร้ายแรง คือกลุ่มเสี่ยงที่สุดที่จะล้มป่วยหนักจากการติดเชื้อ BA.4 และ BA.5

แม้วัคซีนต้านโควิดที่มีอยู่ในปัจจุบันจะไม่ใช่สูตรที่พัฒนาขึ้นเพื่อต่อต้าน BA.4 และ BA.5 โดยเฉพาะ แต่ก็ยังเป็นเครื่องมือดีที่สุดในการต่อสู้กับเชื้อทั้งสองชนิด

ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์กำลังพัฒนาและทดสอบวัคซีนชนิดใหม่สำหรับต้านเชื้อ BA.4 และ BA.5 และบริษัทต่าง ๆ สามารถเร่งการผลิตได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน ขณะที่หน่วยงานกำกับดูแลของรัฐก็มีการหารือถึงการเร่งกระบวนการอนุมัติใช้วัคซีนชนิดนี้ให้ได้อย่างรวดเร็ว