โควิด : WHO ให้ชื่อ "โอไมครอน" สายพันธุ์ใหม่ที่พบแถบแอฟริกาใต้ หลายชาติกลับมาจำกัดการเดินทาง

Virus

ที่มาของภาพ, Getty Images

นานาชาติ รวมถึงไทยออกมาตรการควบคุมการเดินทางจากประเทศในทวีปแอฟริกาใต้ หลังองค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้เชื้อโควิดกลายพันธุ์ชนิดใหม่ที่พบทางตอนใต้ของทวีปแอฟริกา เป็นสายพันธุ์ที่ "น่ากังวล" และให้ชื่อว่า โอไมครอน (Omicron)

WHO แถลงเมื่อวันที่ 26 พ.ย. ว่าเชื้อนี้มีการกลายพันธุ์ในหลายจุด และหลักฐานเบื้องต้นพบว่ามีความเสี่ยงที่จะติดซ้ำได้

ประเทศแอฟริกาใต้รายงานการพบเชื้อนี้ไปยังองค์การอนามัยโลกเมื่อ 24 พ.ย. หลังจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขตรวจพบการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 ชนิดใหม่ ซึ่งมีการกลายพันธุ์อย่างรุนแรงในยีนหลายสิบตำแหน่ง ทำให้หวั่นเกรงกันว่าเชื้อกลายพันธุ์ชนิดนี้อาจแพร่ระบาดได้ง่าย และเป็นอันตรายยิ่งกว่าสายพันธุ์อื่น ๆ ที่ทั่วโลกเคยพบมา

เริ่มแรกเจ้าหน้าที่สาธารณสุขพบการระบาดในจังหวัดเคาเต็ง (Gauteng) ของแอฟริกาใต้เป็นหลัก โดยเบื้องต้นมีผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยัน 77 ราย นอกจากนี้ยังพบผู้ติดเชื้อในบอตสวานา เบลเยียม ฮ่องกง และอิสราเอล ส่งผลให้หลายประเทศประกาศห้ามหรือจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศเหล่านั้นกับประเทศทางตอนใต้ของทวีปแอฟริกา

โอไมครอนถือเป็นเชื้อไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์ชนิดที่ 5 ที่องค์การอนามัยโลกจัดให้อยู่ในกลุ่มสายพันธุ์ที่น่ากังวล ต่อจากสายพันธุ์อัลฟา เบตา แกมมา และเดลตา

ไวรัส SARS-CoV-2 สายพันธุ์นี้ แรกเริ่มมีชื่อในทางวิทยาศาสตร์ว่า B.1.1.529 ก่อนที่ WHO จะตั้งชื่อเรียกให้ตามลำดับตัวอักษรกรีกว่าโอไมครอน

WHO เรียก โควิดกลายพันธุ์ใหม่ "โอไมครอน" ยกเป็นสายพันธุ์ "น่ากังวล"

ศาสตราจารย์ทูลิโอ เด โอลิเวรา ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมและการรับมือโรคระบาดของแอฟริกาใต้ บอกว่าไวรัสโควิดชนิดใหม่นี้มีการกลายพันธุ์ของยีนรวมทั้งสิ้นถึง 50 ตำแหน่ง ซึ่งถือว่าผิดปกติอย่างยิ่งและทำให้มันมีความแตกต่างจากเชื้อโควิดกลายพันธุ์อื่น ๆ ที่เคยพบมาเป็นอย่างมาก

การกลายพันธุ์แบบเหนือความคาดหมายนี้ จัดเป็นการกลายพันธุ์ของโปรตีนบนส่วนหนามของไวรัสถึง 32 ตำแหน่ง ซึ่งส่วนดังกล่าวมีความสำคัญยิ่ง ในการเป็นกุญแจที่ไวรัสใช้ไขประตูเข้าสู่เซลล์ร่างกายมนุษย์

นอกจากนี้ยังพบการกลายพันธุ์ที่ส่วนตัวรับ (receptor binding domain) ซึ่งไวรัสใช้จับยึดกับเซลล์ของคนเราถึง 10 ตำแหน่งด้วย ในขณะที่เชื้อโควิดกลายพันธุ์ที่ร้ายแรงอย่างสายพันธุ์เดลตา มีการกลายพันธุ์ในส่วนนี้เพียง 2 ตำแหน่งเท่านั้น

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การกลายพันธุ์อย่างรุนแรงในลักษณะนี้ น่าจะเกิดขึ้นจากการติดเชื้อในผู้ป่วยเพียงรายเดียว โดยร่างกายของผู้ป่วยที่เป็นต้นตอของการกลายพันธุ์ดังกล่าว ไม่สามารถต่อสู้ต้านทานกับเชื้อโรคได้

การที่เชื้อไวรัส B.1.1.529 มีการเปลี่ยนแปลงจนแตกต่างไปอย่างมาก เมื่อเทียบกับเชื้อโควิดสายพันธุ์ดั้งเดิมซึ่งมีต้นกำเนิดที่นครอู่ฮั่นของจีน ทำให้มีความเป็นไปได้สูงว่า วัคซีนโควิดที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันจะใช้ไม่ได้ผลกับเชื้อกลายพันธุ์ตัวนี้ และหากมีการแพร่ระบาดลามออกไปเป็นวงกว้าง ก็จะยิ่งทำให้สถานการณ์โควิดในหลายประเทศ ซึ่งกำลังเผชิญกับการระบาดระลอก 4 เลวร้ายยิ่งขึ้น

WHO เรียก โควิดกลายพันธุ์ใหม่ "โอไมครอน" ยกเป็นสายพันธุ์ "น่ากังวล"

ส่วนการกลายพันธุ์ในอีกหลายสิบตำแหน่งที่นักวิทยาศาสตร์ไม่เคยเห็นมาก่อนนั้น ยังคงต้องรอการตรวจสอบจากห้องปฏิบัติการอีกนานหลายสัปดาห์ จึงจะสามารถบอกได้ว่ายีนเหล่านั้นมีผลทำให้เชื้อโควิดดังกล่าวมีฤทธิ์ร้ายแรง เหนือกว่าเชื้อกลายพันธุ์ชนิดอื่น ๆ ที่เคยพบมาก่อนหรือไม่

บัญชีทวิตเตอร์ของรัฐบาลแอฟริกาใต้เผยแพร่ข้อความว่ารัฐบาลสามารถ "สกัดความรุนแรงของเชื้อไวรัสกลายพันธุ์ชนิดใหม่ด้วยการฉีดวัคซีนซึ่งจะช่วยควบคุมการกลายพันธุ์ในยีนได้" และบอกด้วยว่าการร่วมมือกันจะช่วยให้จัดการกับเชื้อไวรัสได้ ข้อความดังกล่าวเผยแพร่พร้อมภาพอินโฟกราฟิกที่ชี้ให้เห็นประโยชน์ของการฉีดวัคซีน

ปัจจุบันมีชาวแอฟริกาใต้เพียง 24% ที่ได้รับวัคซีนครบโดส

ปฏิกิริยาของไทยและนานาชาติ

องค์การอนามัยโลกเตือนว่ายังต้องใช้เวลาอีกหลายสัปดาห์กว่าจะทราบได้ว่าเชื้อไวรัสกลายพันธุ์ล่าสุดนี้สามารถติดต่อกันได้อย่างไร และวัคซีนที่มีอยู่จะให้ผลอย่างไรในการป้องกัน

แม้ขณะนี้องค์การอนามัยโลกจะยังมีท่าทีระมัดระวังในเรื่องมาตรการจำกัดการเดินทาง และแนะนำให้รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ตัดสินใจเรื่องนี้โดยคำนึงถึง "ความเสี่ยงและหลักการทางวิทยาศาสตร์" เป็นหลัก แต่ขณะนี้หลายประเทศเริ่มสั่งห้ามผู้ที่มาจากแอฟริกาใต้ รวมทั้งประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ให้เดินทางเข้ามาในประเทศของตนแล้ว

สำหรับประเทศไทย พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเมื่อวันที่ 26 พ.ย. ว่าได้รับรายงานเรื่องการพบไวรัสกลายพันธุ์ชนิดใหม่แอฟริกาแล้ว และสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และดำเนินมาตรการต่าง ๆ

วันรุ่งขึ้น (27 พ.ย.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดแถลงข่าวด่วนเรื่อง "มาตรการเฝ้าระวังเชื้อไวรัสกลายพันธุ์ โควิดโอไมครอน" โดย 2 อธิบดีในสังกัดกระทรวง

นพ. โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ชี้แจงว่า ไทยจะไม่อนุญาตให้ประเทศในแอฟริกาลงทะเบียนเพื่อขอเข้าไทยตั้งแต่บัดนี้ พร้อมแบ่งการเดินทางเข้าไทยของประเทศในทวีปแอฟริกาออกเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

หนึ่ง ประเทศที่พบเชื้อไวรัสโอไมครอน/ประเทศเสี่ยงต่อการแพร่ระบาด 8 ประเทศ ได้แก่ นามิเบีย ซิมบับเว บอตสวานา เลโซโท เอสวาตินี โมซัมบิก แอฟริกาใต้ และมาลาวี

  • ผู้ได้รับอนุญาตแล้ว สั่งกักตัว 14 วัน ตั้งแต่ 28 พ.ย.
  • ไม่อนุญาตให้เข้าไทย ตั้งแต่ 1 ธ.ค.
  • ไม่อนุญาตให้ลงทะเบียนเข้าไทย ตั้งแต่ 27 พ.ย.

สอง ประเทศอื่น ๆ ในทวีปแอฟริกานอกเหนือจาก 8 ประเทศ

  • ไม่อนุญาตให้เข้าในระบบ Test & Go (ขณะนี้ไทยประกาศไว้ 63 ประเทศ/พื้นที่ ที่มีความเสี่ยงน้อย)
  • ไม่อนุญาตให้เข้ามาในระบบแซนด์บ็อกซ์
  • สามารถเข้าไทยได้ โดยต้องกักตัวในสถานที่กักกันที่ราชการกำหนด และไม่อนุญาตให้ทำกิจกรรมนอกห้องพัก 14 วัน ต้องตรวจหาเชื้อโควิด 3 ครั้ง
tourist at Airport

ที่มาของภาพ, EPA

อธิบดีกรมควบคุมโรคระบุด้วยว่า นับจากเปิดประเทศมีผู้เดินทางมาจากแอฟริกาใต้ 12 ประเทศ รวม 1,007 คน ในรูปแบบแซนด์บ็อกซ์ที่ จ.ภูเก็ต โดยตรวจไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19

นพ. ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะนำประชาชนให้ "ตั้งสติในการชีวิต" พร้อมยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่พบผู้ติดเชื้อไวรัส B.1.1.529 ในไทย

แม้ผู้เชี่ยวชาญมีข้อกังวลจากการพบลักษณะการกลายพันธุ์ที่ 50 ตำแหน่ง โดยมี 32 ตำแหน่งอยู่ในสไปก์โปรตีน หรือโปรตีนหนามที่จะมาจับกับเซลล์มนุษย์ ขณะที่ไวรัสเดลตา กลายพันธุ์แค่ 9 ตำแหน่ง อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังมีข้อมูลไม่มากพอ เป็นการสันนิษฐานจากแล็บเท่านั้น ต้องรวบรวมข้อมูลต่อไป ยังไม่อยากให้กังวลมาก

"โอไมครอน ไม่ใช่ลูกหลานของเดลตา อัลฟา เบตา เป็นการกลายพันธุ์ตัวใหม่ พ่อแม่จริง ๆ ก็มาจากรุ่นอู่ฮั่น" นพ. ศุภกิจกล่าว และว่าเราต้องร่วมนักวิทยาศาสตร์ในโลกติดตามว่าเกิดอะไรขึ้นต่อไป

ขณะที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยได้แจ้งสายการบินห้ามผู้โดยสารจาก 8 ประเทศเข้าไทยเพื่อสกัดเชื้อโควิด-19 "โอไมครอน" ประกอบด้วย บอตสวานา เอสวาตินี เลโซโท มาลาวี โมซัมบิก นามีเบีย แอฟริกาใต้ และซิมบับเว โดยผู้โดยสารที่เดินทางมาถึงไทยระหว่างวันที่ 28-30 พ.ย. จะต้องเข้ากระบวนการกักตัว 14 วันทันที

ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. เป็นต้นไป ห้ามผู้โดยสารจาก 8 ประเทศเหล่านี้เข้าประเทศไทย พร้อมทั้งยุติระบบ Thailand Pass ด้วย และกำชับให้สายการบินทุกสายช่วยตรวจสอบกลั่นกรองและเฝ้าระวังเป็นกรณีพิเศษ หากทราบว่ามีผู้โดยสารเดินทางมาจากทั้ง 8 ประเทศนี้แม้ว่าจะได้รับการอนุญาตผ่านระบบ Thailand Pass โดยแจ้งว่าได้ลงทะเบียนมาจากประเทศอื่น ขอให้แจ้งผู้โดยสารให้ปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าวด้วย

ด้านศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานเมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ว่าจำนวนประเทศที่พบผู้ติดเชื้อโอไมครอนเพิ่มเป็น 27 ประเทศ โดย 13 ประเทศอยู่ในยุโรป 8 ประเทศอยู่ในแอฟริกา ส่วนที่เหลือ ได้แก่ แคนาดา ฮ่องกง อิสราเอล สิงคโปร์ ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย

นอกจากนี้ ศบค. ยังเผยแพร่ตารางเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างเชื้อก่อโรคโควิดกลายพันธุ์ทั้ง 5 สายพันธุ์ และประสิทธิภาพของวัคซีนในการรับมือกับสายพันธุ์ต่าง ๆ ดังนี้

เปรียบเทียบเชื้อโควิดกลายพันธุ์

นักวิทยาศาสตร์เตือนอย่าวิตกเกินเหตุ

ศ. ริชาร์ด เลซเซลล์ จากมหาวิทยาลัยควาซูลู-นาทัล ของแอฟริกาใต้ อธิบายว่าการกลายพันธุ์ของยีนที่พบในเชื้อโควิดชนิดใหม่นี้ หลายตำแหน่งเป็นการกลายพันธุ์ที่นักวิทยาศาสตร์รู้จักดี ทั้งยังเคยพบมาแล้วในเชื้อโควิดกลายพันธุ์ชนิดอื่น ๆ ทำให้ทราบได้ทันทีว่า เชื้อชนิดใหม่สามารถทำให้แอนติบอดีไม่อาจจดจำไวรัสโควิดได้ และยังหลบหลีกการทำงานของภูมิคุ้มกันร่างกายบางส่วนได้อีกด้วย ซึ่งอาจส่งผลกระทบให้เกิดการแพร่เชื้อได้ง่ายและรวดเร็ว รวมทั้งวัคซีนใช้ไม่ได้ผล

ศ. ฟรองซัวส์ บาโล ผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยาและผู้อำนวยการสถาบันพันธุศาสตร์ ยูนิเวอร์ซิตี้ คอลเลจ ลอนดอน บอกบีบีซีว่าการตรวจพบเชื้อไวรัสกลายพันธุ์ได้รวดเร็ว ช่วยให้การควบคุมทำได้ง่ายข้น และแม้ว่าเชื้อไวรัสนี้จะแพร่กระจายให้มากกว่า แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความพยายามควบคุมการระบาด "ต้องถอยกลับไปอยู่จุดเดิม"

ดร. แอนโทนี เฟาซี ผู้อำนวยการสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดต่อแห่งชาติสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับซีเอ็นเอ็นว่า ข่าวการพบเชื้อกลายพันธุ์ชนิดใหม่อาจเป็น "ธงแดง" ให้หลายคนได้ตระหนัก แต่วัคซีนที่มีอยู่อาจยังมีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะหยุดยั้งอาการป่วยรุนแรงได้

คำบรรยายวิดีโอ, เดลตาพลัส AY.4.2 เชื้อกลายพันธุ์ชนิดใหม่