รัสเซีย ยูเครน : นักรบโรงงานเหล็กมาริอูโปลถูกส่งเข้าคุกรัสเซียกว่า 900 นาย

ที่มาของภาพ, EPA
รัฐบาลรัสเซียระบุว่า ได้ส่งตัวนักรบยูเครนกว่า 900 คนที่ปักหลักอยู่ในโรงงานผลิตเหล็กกล้าแอซอฟสตาล (Azovstal) ที่เมืองมาริอูโปลไปไว้ยังเรือนจำในภูมิภาคโดเนตสก์ ซึ่งอยู่ภายใต้การยึดครองของรัสเซีย
ก่อนหน้านี้ ทางการยูเครนได้สั่งการให้ทหารกลุ่มนี้ยอมจำนนตามเงื่อนไขในข้อตกลงที่ทำกับรัสเซีย เพื่อรักษาชีวิตของพวกเขาเอาไว้ หลังจากติดอยู่ท่ามกลางการปิดล้อมของกองทัพรัสเซีย และต้องเผชิญกับภาวะขาดแคลนอาหารและน้ำดื่มมานานหลายสัปดาห์
นางมาเรีย ซาคาโรวา โฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ระบุเมื่อ 18 พ.ค.ว่า มีทหารยูเครนยอมจำนนแล้ว 959 นาย นับตั้งแต่ 17 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยในจำนวนนี้ 51 นายได้ถูกนำตัวไปรักษาอาการบาดเจ็บ ส่วนที่เหลือได้ถูกส่งตัวไปยังเรือนจำของรัสเซียในเมืองโอเลนิฟกา ซึ่งเป็นพื้นที่ใต้การควบคุมของรัสเซียในภูมิภาคโดเนตสก์ ทางภาคตะวันออกของยูเครน

ที่มาของภาพ, Reuters
สำนักข่าวเอเอฟพี อ้างข้อมูลจากกระทรวงกลาโหมยูเครนที่แสดงความหวังว่า จะมีกระบวนการส่งตัววีรบุรุษชาวยูเครนเหล่านี้กลับถิ่นฐานโดยเร็ว
อย่างไรก็ตาม จนถึงบัดนี้ยังไม่มีใครทราบชะตากรรมของพวกเขา โดยนายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียไม่ยอมเปิดเผยว่านักรบยูเครนกลุ่มนี้จะถูกปฏิบัติในฐานะอาชญากร หรือเชลยสงคราม
กระทรวงกลาโหมยูเครนให้คำมั่นจะทำ "ทุกอย่างที่จำเป็น" เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ยังตกค้างอยู่ภายในเครือข่ายอุโมงค์ และหลุมหลบภัยที่ซับซ้อนของโรงงานเหล็กแอซอฟสตาล ด้านนายเดนิส พุชชิลิน แกนนำกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่ฝักใฝ่รัสเซียระบุว่า ขณะนี้มีนักรบยูเครนออกจากโรงงานเหล็กแห่งนี้ไปแล้วกว่าครึ่ง
ข่าวเรื่องนี้เกิดขึ้นหลังจากรัสเซียอ้างว่ามีชัยชนะทางยุทธศาสตร์จากการยกทัพโจมตีเมืองมาริอูโปลจนล่มสลาย ขณะเดียวกันปฏิบัติการทางทหารในภูมิภาคดอนบาสก็ยังดำเนินต่อไป

ที่มาของภาพ, Reuters
ก่อนหน้านี้ทางการรัสเซียเปิดเผยว่า กองกำลังรัสเซียได้เปิดทางให้ยูเครนเคลื่อนย้ายทหารกลุ่มสุดท้ายที่สู้รบป้องกันโรงงานเหล็กกล้าออกมา หลังบรรลุข้อตกลงว่าจะมีการแลกเปลี่ยนตัวทหารเหล่านี้กับเชลยศึกที่ยูเครนจับกุมไว้ในภายหลัง
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ทางการยูเครนใช้รถบัสกว่าสิบคันขนส่งทหารบาดเจ็บออกจากโรงงานเมื่อคืนวันที่16 พ.ค. ที่ผ่านมา สื่อของทางการรัสเซียบางแห่งยังเผยแพร่ภาพจากคลิปวิดีโอ ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีทหารยูเครนที่ได้รับบาดเจ็บถูกลำเลียงออกมาจากโรงงานด้วยเปลสนาม

ที่มาของภาพ, EPA/RUSSIAN DEFENCE MINISTRY PRESS SERVICE HANDOUT
ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน แถลงว่า ปฏิบัติการเคลื่อนย้ายทหารบาดเจ็บที่เกิดขึ้น เป็นผลมาจากความร่วมมือระหว่างกองทัพ หน่วยข่าวกรอง และทีมเจรจาต่อรองของยูเครน รวมทั้งความช่วยเหลือจากกาชาดสากลและสหประชาชาติ
นายเซเลนสกีกล่าวว่า "ยูเครนต้องการให้เหล่าวีรบุรุษมีชีวิตรอด" อย่างไรก็ตามเขากล่าวเตือนด้วยว่า การปล่อยตัวกองกำลังที่เหลือในโรงงานเหล็กกล้าแอซอฟสตาลให้ได้ในทันที ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะจะต้องอาศัยการเจรจาที่ละเอียดอ่อนและกินเวลาอีกนาน
ยังไม่มีรายงานที่ยืนยันแน่ชัดว่า กองกำลังยูเครนซึ่งหลงเหลืออยู่ในโรงงานดังกล่าวมีจำนวนเท่าใดกันแน่ ด้านกระทรวงกลาโหมยูเครนได้ยกย่องกองกำลังที่สู้รบป้องกันโรงงานแอซอฟสตาลว่า สามารถปฏิบัติภารกิจได้ครบถ้วนสมบูรณ์ตามที่ได้รับมอบหมาย เพียงแต่ในระยะยาวนั้นพวกเขาไม่อาจตรึงกำลังต้านทานข้าศึก หรือตีฝ่าวงล้อมที่แน่นหนาออกมา
กองบัญชาการทหารสูงสุดของยูเครนลงข้อความทางเฟซบุ๊กว่า เหล่าทหารในโรงงานแอซอฟสตาลเป็นวีรบุรุษ ที่ช่วยให้กรุงเคียฟสามารถป้องกันการโจมตีจากทิศใต้ได้สำเร็จ "การที่พวกเขายืนหยัดสู้รบอยู่ตรงนั้น ช่วยปิดทางไม่ให้ศัตรูเคลื่อนกำลังพลของ 17 กองพันยุทธวิธี รวมทั้งสิ้นราว 20,000 นายได้ จึงเท่ากับตัดโอกาสที่รัสเซียจะเข้ายึดเมืองซาปอริซเซียและกรุงเคียฟได้อย่างรวดเร็ว ตามแผนที่พวกเขาวางไว้"
ด้านกองพันอาซอฟซึ่งเป็นกองกำลังหลักของยูเครนที่อยู่ในโรงงานดังกล่าว ได้แถลงทางสื่อสังคมออนไลน์เช่นกันว่า ทหารของตนยินยอมที่จะวางอาวุธและเคลื่อนย้ายออกจากโรงงานแอซอฟสตาล ตามเงื่อนไขในข้อตกลงระหว่างทางการรัสเซียและยูเครน เพื่อรักษาชีวิตของทหารในกองกำลังเอาไว้ให้ได้มากที่สุด










