รัสเซีย ยูเครน : ปูตินขู่ตอบโต้หากสวีเดน-ฟินแลนด์ มีฐานทัพต่างชาติ ทหารยูเครนออกจากโรงงานเหล็กมาริอูโปลแล้ว

ที่มาของภาพ, Reuters
ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย กล่าวเป็นนัยแสดงการยอมรับ กรณีที่สวีเดนและฟินแลนด์จะเข้าเป็นสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือนาโต ภายใต้เงื่อนไขว่าประเทศเพื่อนบ้านทั้งสองจะต้องไม่ติดตั้งอาวุธร้ายแรงหรือยอมให้นาโตเข้ามาตั้งฐานทัพในเขตแดนของตนอย่างเด็ดขาด
นายปูตินกล่าวข้างต้นในที่ประชุมองค์การสนธิสัญญาความมั่นคงร่วม (CSTO) ซึ่งสมาชิกประกอบไปด้วยอดีตสหภาพโซเวียต 6 ประเทศว่า รัสเซียไม่มีปัญหากับการเข้าเป็นสมาชิกนาโตของสวีเดนและฟินแลนด์ เพราะทั้งสองประเทศไม่ได้เป็นภัยคุกคามต่อรัสเซียอยู่แล้ว
"แต่หากมีการยอมให้นาโตขยายโครงสร้างพื้นฐานทางทหาร เข้ามาในดินแดนของทั้งสองประเทศแล้ว เราจะต้องดำเนินการตอบโต้อย่างแน่นอน" ผู้นำรัสเซียกล่าว
ด้านทางการยูเครนแถลงยืนยันว่า ทหารที่ได้รับบาดเจ็บ 264 นาย ซึ่งติดอยู่ในโรงงานเหล็กกล้าแอซอฟสตาลของเมืองมาริอูโปลมานานกว่า 2 เดือน ขณะนี้ถูกเคลื่อนย้ายออกจากวงล้อมของกองกำลังรัสเซียแล้ว
นางฮานนา มาลิอาร์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมของยูเครนระบุว่า มีการนำตัวทหารที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส 53 นาย ไปยังเมืองโนโวอาซอฟสก์ (Novoasovsk) ซึ่งเป็นเขตยึดครองของกลุ่มกบฏฝักใฝ่รัสเซีย ส่วนอีก 211 นายได้อพยพโดยใช้เส้นทางระเบียงมนุษยธรรม เพื่อเดินทางต่อไปยังเมืองโอเลนิฟกา (Olenivka) ซึ่งอยู่ในเขตยึดครองของกลุ่มกบฏที่รัสเซียหนุนหลังเช่นกัน
ก่อนหน้านี้ทางการรัสเซียเปิดเผยว่า กองกำลังรัสเซียได้เปิดทางให้ยูเครนเคลื่อนย้ายทหารกลุ่มสุดท้ายที่สู้รบป้องกันโรงงานเหล็กกล้าออกมา หลังบรรลุข้อตกลงว่าจะมีการแลกเปลี่ยนตัวทหารเหล่านี้กับเชลยศึกที่ยูเครนจับกุมไว้ในภายหลัง

ที่มาของภาพ, Reuters
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ทางการยูเครนใช้รถบัสกว่าสิบคันขนส่งทหารบาดเจ็บออกจากโรงงานเมื่อคืนวันจันทร์ (16 พ.ค.) ที่ผ่านมา สื่อของทางการรัสเซียบางแห่งยังเผยแพร่ภาพจากคลิปวิดีโอ ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีทหารยูเครนที่ได้รับบาดเจ็บถูกลำเลียงออกมาจากโรงงานด้วยเปลสนาม
ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน แถลงว่า ปฏิบัติการเคลื่อนย้ายทหารบาดเจ็บที่เกิดขึ้น เป็นผลมาจากความร่วมมือระหว่างกองทัพ หน่วยข่าวกรอง และทีมเจรจาต่อรองของยูเครน รวมทั้งความช่วยเหลือจากกาชาดสากลและสหประชาชาติ
นายเซเลนสกีกล่าวว่า "ยูเครนต้องการให้เหล่าวีรบุรุษมีชีวิตรอด" อย่างไรก็ตามเขากล่าวเตือนด้วยว่า การปล่อยตัวกองกำลังที่เหลือในโรงงานเหล็กกล้าแอซอฟสตาลให้ได้ในทันที ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะจะต้องอาศัยการเจรจาที่ละเอียดอ่อนและกินเวลาอีกนาน

ที่มาของภาพ, Reuters
ยังไม่มีรายงานที่ยืนยันแน่ชัดว่า กองกำลังยูเครนซึ่งหลงเหลืออยู่ในโรงงานดังกล่าวมีจำนวนเท่าใดกันแน่ ด้านกระทรวงกลาโหมยูเครนได้ยกย่องกองกำลังที่สู้รบป้องกันโรงงานแอซอฟสตาลว่า สามารถปฏิบัติภารกิจได้ครบถ้วนสมบูรณ์ตามที่ได้รับมอบหมาย เพียงแต่ในระยะยาวนั้นพวกเขาไม่อาจตรึงกำลังต้านทานข้าศึก หรือตีฝ่าวงล้อมที่แน่นหนาออกมา
กองบัญชาการทหารสูงสุดของยูเครนลงข้อความทางเฟซบุ๊กว่า เหล่าทหารในโรงงานแอซอฟสตาลเป็นวีรบุรุษ ที่ช่วยให้กรุงเคียฟสามารถป้องกันการโจมตีจากทิศใต้ได้สำเร็จ "การที่พวกเขายืนหยัดสู้รบอยู่ตรงนั้น ช่วยปิดทางไม่ให้ศัตรูเคลื่อนกำลังพลของ 17 กองพันยุทธวิธี รวมทั้งสิ้นราว 20,000 นายได้ จึงเท่ากับตัดโอกาสที่รัสเซียจะเข้ายึดเมืองซาปอริซเซียและกรุงเคียฟได้อย่างรวดเร็ว ตามแผนที่พวกเขาวางไว้"
ด้านกองพันอาซอฟซึ่งเป็นกองกำลังหลักของยูเครนที่อยู่ในโรงงานดังกล่าว ได้แถลงทางสื่อสังคมออนไลน์เช่นกันว่า ทหารของตนยินยอมที่จะวางอาวุธและเคลื่อนย้ายออกจากโรงงานแอซอฟสตาล ตามเงื่อนไขในข้อตกลงระหว่างทางการรัสเซียและยูเครน เพื่อรักษาชีวิตของทหารในกองกำลังเอาไว้ให้ได้มากที่สุด










