รัสเซีย ยูเครน: กล้องวงจรปิดเผยภาพทหารรัสเซียสังหารพลเรือนไร้อาวุธ
ตอนที่ เลโอนิด เพลตส์ และหัวหน้าของเขา ถูกทหารรัสเซียยิงใส่จากด้านหลัง ภาพการสังหารอย่างเลือดเย็นนี้ได้ถูกบันทึกไว้ได้อย่างชัดเจนโดยกล้องวงจรปิดหลายตัวในที่เกิดเหตุ
ภาพจากกล้องซีซีทีวีเหล่านี้ได้ถูกส่งให้บีบีซี และอัยการยูเครนกำลังสอบสวนกรณีที่เกิดขึ้นว่าอาจถือเป็นการก่ออาชญากรรมสงคราม
เหตุสังหารครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่รัสเซียยกทัพหมายจะยึดครองกรุงเคียฟ ทำให้ถนนสายหลักที่มุ่งหน้าสู่เมืองหลวงยูเครนกลายสภาพเป็นสนามรบที่มีการสู้รบกันอย่างดุเดือด ซึ่งรวมถึงร้านขายรถจักรยานที่เลโอนิดทำงานอยู่ด้วย
ภาพจากกล้องวงจรปิดเผยให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเหตุการณ์นี้เป็นกรณีที่ทหารรัสเซียใช้อาวุธหนักเข่นฆ่าพลเรือนยูเครนที่ไร้อาวุธ
บีบีซีได้ปะติดปะต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยใช้ภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณร้านจักรยาน ทำให้ทราบว่า ในวันเกิดเหตุมีกลุ่มทหารรัสเซียขับรถตู้ที่ถูกขโมยมาซึ่งมีการพ่นสีเป็นสัญลักษณ์ตัวอักษร V และคำว่า "กองกำลังรถถังพิเศษรัสเซีย" มาจอดที่ร้านจักรยาน
เลโอนิด ซึ่งเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยวัย 65 ปี ได้เดินเข้าไปหาพวกเขาพูดคุยกัน แล้วทหารรัสเซียก็เดินจากไป แต่มี 2 นายที่ย้อนกลับมา แล้วยิงเลโอนิดกับหัวหน้าของเขาเข้าที่ด้านหลังหลายนัด
เลโอนิด รอดมาได้ แต่หัวหน้าของเขาเสียชีวิตทันที ชายชราพยายามพาร่างที่บาดเจ็บของตัวเองไปหลบอยู่ในที่พักพนักงาน โดยที่มีเลือดไหลอย่างหนัก แล้วโทรขอความช่วยเหลือจากเพื่อนที่ชื่อ วาซิล พอดเลฟสกี
เพื่อนของเขาได้ติดต่อให้กองกำลังรักษาดินแดนเข้าไปช่วยเลโอนิด แต่ด้วยกำลังที่น้อยกว่า ทำให้พวกเขาเข้าไปช่วยเหลือได้ไม่ทันท่วงที และทำให้เลโอนิดสิ้นใจลงเสียก่อน

ภาพจากกล้องวงจรปิดเผยให้เห็นอย่างชัดเจนถึงโฉมหน้าของทหารที่ยิงเลโอนิดและหัวหน้าของเขา ก่อนที่จะเข้าไปขโมยทรัพย์สินในร้าน ทีมข่าวบีบีซีจึงได้นำให้หลักฐานนี้ไปให้ผู้บัญชาการตำรวจเคียฟ ซึ่งเขาเล่าว่า หลังจากกองทัพรัสเซียถอนทัพออกไปแล้ว ตำรวจได้พบศพพลเรือน 37 ศพ ซึ่งทั้งหมดมีร่องรอยการถูกยิง นอนเกลื่อนอยู่ตามถนนที่มุ่งหน้าสู่กรุงเคียฟ
สำนักงานอัยการยูเครนยืนยันว่าขณะนี้กำลังสอบสวนการสังหารเลโอนิดและหัวหน้าของเขาในฐานะคดีที่อาจเข้าข่ายการก่ออาชญากรรมสงคราม ซึ่งเป็นหนึ่งในกว่า 10,000 คดีที่ทางการยูเครนได้รับแจ้ง
ยูเลีย อันโดรชชุก ลูกสาวของเลโอนิด ซึ่งขณะนี้หนีภัยสงครามไปอยู่ในต่างประเทศ บอกว่า พ่อของเธอเป็นเพียงชายในวัยเกษียณที่ไม่มีทางสู้
"พ่อเป็นคนวัยเกษียณ พวกเขาฆ่าคนอายุ 65 ปี เพื่ออะไรกัน ?
"ฉันไม่ได้โกรธแค้นมาก แต่รู้สึกเสียใจและกลัวมากกว่า ไม่มีใครคุมทหารรัสเซียพวกนี้อยู่แล้ว และฉันกลัวสิ่งที่พวกเขาจะทำต่อไป" เธอกล่าว พร้อมแสดงความหวังว่าจะมีการนำตัวผู้ก่อเหตุมาลงโทษให้ได้สักวันหนึ่ง
แต่ในตอนนี้เธอต้องการให้โลกรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพ่อของเธอ และต้องการให้ความป่าเถื่อนโหดร้ายนี้ยุติลง

