รัสเซีย ยูเครน : รัสเซียให้โอกาสมาริอูโปลยอมจำนนอีกครั้ง ยูเครนต้านข้าศึกจนล่าถอยไปหลายจุด

REUTERS

ที่มาของภาพ, Reuters

กระทรวงกลาโหมแห่งสหราชอาณาจักร (MoD) รายงานว่า กองกำลังยูเครนในสนามรบภูมิภาคดอนบาสทางภาคตะวันออกของประเทศ สามารถขับไล่กองกำลังรัสเซียที่เดินหน้ารุกคืบเข้ามา ให้ต้องล่าถอยกลับไปได้ในหลายจุด

การปะทะกันในแนวหน้ายังคงดำเนินไปอย่างดุเดือด ตลอดแนวรบทางตะวันออกที่คิดเป็นระยะทางถึง 480 กิโลเมตร แต่ในขณะนี้กองกำลังยูเครนยังคงปักหลักรักษาแนวป้องกันของตนเอาไว้ได้อย่างมั่นคง ทั้งยังโจมตีตอบโต้ได้สำเร็จในบางส่วน โดยสามารถยึดเมืองมาร์ยินกา (Maryinka) ใกล้กับภูมิภาคโดเนตสก์ กลับคืนมาจากกองกำลังรัสเซียได้แล้ว

รายงานของกระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรยังระบุว่า กองกำลังรัสเซียยังคงเผชิญกับปัญหาเดิมในการขนส่งลำเลียงหรือลอจิสติกส์ รวมทั้งปัญหาทางเทคนิคและสภาพแวดล้อม ทำให้ยังไม่ประสบความสำเร็จในการเดินทัพบุกตะลุยไปข้างหน้ามากนัก

พอล เคอร์บี บรรณาธิการข่าวภาคพื้นยุโรปของบีบีซีวิเคราะห์ว่า กองกำลังรัสเซียต้องการจะปิดล้อมภูมิภาคดอนบาสเอาไว้ให้ได้โดยเร็วที่สุด เนื่องจากมีเป้าหมายมุ่งคว้าความสำเร็จในการทำสงครามมาครอบครองให้ได้เป็นชิ้นเป็นอัน หลังต้องเสียหน้าในยุทธการชิงกรุงเคียฟมาแล้ว

เคอร์บีมองว่ารัสเซียต้องการผนวกภูมิภาคดอนบาสเข้าเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของตน เช่นเดียวกับการผนวกไครเมียเมื่อปี 2014 และหากรัสเซียสามารถทำได้สำเร็จก่อนวันที่ 9 พ.ค. ซึ่งเป็น "วันแห่งชัยชนะ" (Victory day) ที่รำลึกถึงเหตุการณ์กองทัพรัสเซียเอาชนะนาซีเยอรมนีได้เมื่อปี 1945 กองทัพรัสเซียก็จะสามารถฟื้นฟูเกียรติภูมิของตนให้กลับคืนมาได้อย่างแน่นอน

ด้านนางฟิโอนา ฮิลล์ อดีตที่ปรึกษาของทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ผู้เชี่ยวชาญกิจการภายในประเทศรัสเซีย กล่าวให้สัมภาษณ์กับบีบีซีเช่นกันว่า ขณะนี้ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ไม่อยู่ในฐานะที่จะประนีประนอมกับใครทั้งสิ้น ดังนั้นโอกาสในการเจรจาต่อรองเพื่อยุติสงครามกับผู้นำรัสเซียจึงเป็นไปได้ยากมาก

รัสเซียยื่นข้อเสนอรอบสองให้มาริอูโปลรีบยอมจำนน

คำบรรยายวิดีโอ, รัสเซีย ยูเครน : คำวิงวอนสุดท้ายของทหารมาริอูโปล

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า กระทรวงกลาโหมรัสเซียได้ยื่นข้อเสนอเป็นครั้งที่สอง เพื่อให้กองกำลังยูเครนที่ยังหลงเหลืออยู่ในเมืองมาริอูโปลวางอาวุธและยอมจำนนแต่โดยดี ก่อนเวลา 14.00 น. ของกรุงมอสโกวันนี้ (20 เม.ย.)

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (17 เม.ย.) รัสเซียได้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นครั้งแรก โดยระบุว่าจะไว้ชีวิตและรับรองความปลอดภัยแก่ "นักรบของกองพันชาตินิยมและทหารรับจ้างต่างชาติ" ซึ่งยังคงปักหลักสู้รบอยู่ในเขตโรงงานผลิตเหล็กกล้า Azovstal หากยอมจำนนและเข้ามอบตัวตามเวลาที่กำหนด โดยพวกเขาจะได้รับการปฏิบัติในฐานะเชลยศึกตามอนุสัญญาเจนีวา ซึ่งเป็นหลักการทางมนุษยธรรมสากล

อย่างไรก็ตาม ไม่มีทหารยูเครนคนใดยอมรับข้อเสนอดังกล่าวในครั้งแรก ส่วนสภาเมืองมาริอูโปลได้เผยแพร่ข้อความทางแอปพลิเคชันเทเลแกรมว่า แม้ฝ่ายรัสเซียจะกำลังได้เปรียบเพราะมีจำนวนทหารมากกว่า แต่ก็ยังไม่สามารถจะยึดเมืองมาริอูโปลได้ จึงหันมามุ่งทำลายโรงงานเหล็กกล้าซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความเจริญของเมืองแทน โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของพลเรือนนับพันที่อาศัยหลบภัยอยู่ในโรงงานแห่งนั้นด้วย

GETTY IMAGES

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ซากปรักหักพังของเมืองมาริอูโปล

ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกีของยูเครน กล่าวว่าสถานการณ์ในเมืองมาริอูโปลยังคงไม่เปลี่ยนแปลง โดยการสู้รบต้านทานรัสเซียยังคงเป็นไปอย่างยากลำบาก ทั้งไม่ทราบถึงชะตากรรมของพลเรือนราว 40,000 คน ที่ถูกบังคับให้เดินทางออกจากเมืองไปยังเขตแดนของรัสเซียว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไรด้วย

พันธมิตรชาติตะวันตกมอบอาวุธเพิ่มแก่ยูเครน

สหรัฐฯ และบรรดาพันธมิตรชาติตะวันตก กล่าวให้คำมั่นจะมอบความช่วยเหลือเป็นอาวุธยุทโธปกรณ์แก่ยูเครนเพิ่มอีก หลังจากประธานาธิบดีเซเลนสกีออกมาเรียกร้องหลายครั้งให้จัดส่งอาวุธเพิ่มเติม เพื่อรักษาชีวิตของพลเรือนและเพิ่มขีดความสามารถในการสู้รบให้ทัดเทียมกับกองกำลังรัสเซีย

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ ระบุว่าจะมอบความช่วยเหลือทางทหารเพิ่มอีก 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หลังจากเพิ่งประกาศมอบความช่วยเหลือในมูลค่าเดียวกันไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

GETTY IMAGES

ที่มาของภาพ, GETTY IMAGES

คำบรรยายภาพ, ทหารยูเครนในแนวหน้าที่เมืองคาร์คิฟ

ด้านกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ บอกว่า มีการจัดส่งเครื่องบินทหารและอะไหล่สำหรับซ่อมบำรุงให้กองทัพอากาศยูเครนไปแล้วก่อนหน้านี้ เพื่อเพิ่มขนาดของฝูงบินให้ใหญ่ขึ้น แต่ไม่ได้ระบุว่าประเทศใดเป็นผู้จัดส่งเครื่องบินดังกล่าว เนื่องจากสหรัฐฯ เคยออกมายืนยันหลายครั้งว่า จะไม่เป็นผู้จัดส่งเครื่องบินรบให้แก่ยูเครนโดยตรง

ส่วนผู้นำสหราชอาณาจักรให้คำมั่นว่า จะมอบเครื่องกระสุนสำหรับปืนใหญ่และขีปนาวุธให้อีก ด้านนายกรัฐมนตรีเยอรมนีก็บอกว่าจะมอบความช่วยเหลือทางการเงิน เพื่อให้ยูเครนสามารถซื้อขีปนาวุธต่อต้านรถถังและเครื่องกระสุนจากบริษัทผลิตอาวุธของเยอรมนีได้ ส่วนสาธารณรัฐเช็กอาสาช่วยซ่อมรถถังและยานยนต์หุ้มเกราะที่เสียหายให้โดยไม่คิดมูลค่า