รัสเซีย ยูเครน : ผู้เชี่ยวชาญชี้ ยูเครนเผชิญศึกหนักในสงครามยกสอง แต่รัสเซียไม่น่าจะเอาชนะได้ราบคาบ

ที่มาของภาพ, Getty Images
อดีตผู้บัญชาการทหารสหราชอาณาจักรชี้ ยูเครนอาจต้องเผชิญศึกที่หนักหน่วงขึ้นในสมรภูมิภาคตะวันออก ซึ่งรัสเซียได้ยกระดับปฏิบัติการทางทหารระลอกใหม่เพื่อมุ่งยึดครองภูมิภาคดอนบาส อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารประเมินว่า รัสเซียไม่น่าจะเอาชนะยูเครนได้อย่างราบคาบในศึกครั้งนี้ ด้าน รมว. ต่างประเทศ รัสเซียกล่าวว่าจะไม่ใช้อาวุธนิวเคลียร์ในสงครามนี้
พลเอก เซอร์ ริชาร์ด บาร์รอน อดีตผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรบร่วมของสหราชอาณาจักร อธิบายว่า การสู้รบในรอบใหม่จะแตกต่างไปจากรอบก่อนหน้านี้ เนื่องจากปัจจัยหลายประการ เช่น สภาพภูมิประเทศของพื้นที่สู้รบ
เขาอธิบายว่าที่เป็นเช่นนี้ เพราะภูมิภาคดอนบาสมีพื้นที่เปิดโล่งมากกว่า จึงเอื้อให้กองทัพรัสเซียมีโอกาสมากกว่าที่จะใช้รถหุ้มเกราะ เช่น รถถังสนับสนุนทหารราบ และปืนใหญ่อัตตาจรในการขับขี่ออกนอกถนน ซึ่งจะช่วยให้สามารถรุกคืบได้รวดเร็วและเข้าถึงพื้นที่ได้เป็นวงกว้างขึ้น เมื่อเทียบกับการสู้รบรอบกรุงเคียฟซึ่งมีลักษณะเป็นที่ลุ่มป่าพรุมีดินเลนเฉอะแฉะ และมีแม่น้ำหลายสายไหลผ่าน จึงทำให้การเคลื่อนกำลังพลขนาดใหญ่เข้าโจมตีทำได้ยาก
แต่ขณะเดียวกัน การที่สภาพอากาศเริ่มอบอุ่นขึ้น ก็ทำให้พื้นดินมีความเฉอะแฉะขึ้นจากน้ำแข็งและหิมะที่ละลาย ซึ่งไม่ใช่สภาพที่เหมาะสมนักสำหรับการขับรถถังออกนอกถนน นอกจากนี้เขาชี้ว่า แม้รัสเซียจะได้บทเรียนจากการรบในยูเครนช่วงแรก แต่ก็ไม่มีเวลามากพอที่จะฝึกฝนให้ทหารที่เข้ามาเสริมกำลัง และกำลังเสริมที่ระดมมาจากทั่วรัสเซียเหล่านี้จำนวนไม่น้อยก็อาจไม่ได้ผ่านการฝึกฝนที่เหมาะสม ซึ่งจะส่งผลต่อขวัญกำลังใจในการสู้รบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
พลเอก เซอร์ ริชาร์ด บาร์รอน ระบุว่า ประเด็นที่น่าจับตาในการรบรอบนี้ คือการที่รัสเซียจะยกทัพเข้าปิดล้อมยูเครนจากทิศตะวันออก รวมทั้งจากทิศเหนือ และทิศใต้ ซึ่งนี่จะทำให้ทหารยูเครนต้องเผชิญศึกหนักที่ซับซ้อนขึ้น

ที่มาของภาพ, Reuters
ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารที่สถาบันเพื่อการศึกษาสงคราม (Institute for the Study of War หรือ ISW) ในสหรัฐฯ ประเมินว่า ปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ของรัสเซียในภูมิภาคดอนบาส "ไม่น่าจะประสบความสำเร็จมากกว่าปฏิบัติการในรอบที่ผ่านมามากนัก" และรัสเซียอาจ "บรรลุเป้าหมายได้อย่างจำกัด"
ISW ชี้ว่า กองทัพรัสเซียไม่ได้พักปฏิบัติการรบที่จำเป็นเพื่อเสริมทัพใหม่ และเพื่อรวบรวมกองทหารที่ได้รับความเสียหายและถอนทัพออกจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือของยูเครน
คณะผู้เชี่ยวชาญจาก ISW ระบุว่า ข่าวหลายชิ้นมีการระบุถึงสภาพขวัญกำลังใจที่ตกต่ำอย่างหนักของทหารรัสเซีย รวมถึงการที่กองทัพยังคงเผชิญความท้าทายเรื่องการส่งกำลังบำรุง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ส่งผลต่อประสิทธิภาพการรบของทัพรัสเซียในภาคตะวันออกของยูเครน นี่จึงทำให้เชื่อว่าปฏิบัติการรบรอบนี้ไม่น่าจะประสบความสำเร็จสูงอย่างที่รัสเซียคาดหวังไว้
รัสเซียรับปากไม่ใช้อาวุธนิวเคลียร์ในยูเครน
นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียให้สัมภาษณ์กับช่องอินเดีย ทูเดย์ (India Today) ว่ารัสเซีย "จะใช้เฉพาะอาวุธแบบทั่วไป" ในสงครามยูเครน
ในช่วงต้นของสงคราม ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ได้สั่งการให้กองกำลังที่รับผิดชอบด้านอาวุธนิวเคลียร์ "เตรียมพร้อมเป็นพิเศษ" และเจ้าหน้าที่รัฐบาลหลายคนได้ส่งสัญญาณว่ารัสเซียจะใช้อาวุธนิวเคลียร์ในสถานการณ์บางอย่าง
นายลาฟรอฟยังระบุด้วยว่า ปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียขณะนี้ได้เข้าสู่ช่วงใหม่ อันเป็นช่วงสำคัญที่สุด โดยมุ่งเป้าไปที่ภาคคะวันออกของยูเครน ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลจากกองทัพยูเครน
"ปฏิบัติการทางภาคตะวันออกของยูเครนมุ่งเป้าไปที่การปลดปล่อยสาธารณรัฐประชาชนโดเนตสก์ และสาธารณรัฐประชาชนลูฮันสก์อย่างที่ประกาศมาตั้งแต่ต้น และปฏิบัติการนี้จะดำเนินต่อไป" เขากล่าว
รัสเซียระดมถล่มยูเครนคืนเดียวกว่าพันจุด
กระทรวงกลาโหมยูเครนเปิดเผยว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา (18 เม.ย.) รัสเซียได้ระดมยิงขีปนาวุธและปืนใหญ่ถล่มเป้าหมายในยูเครนถึง 1,260 จุด โดยเป็นการใช้ "ขีปนาวุธยิงจากอากาศสู่พื้นที่มีความแม่นยำสูง" โจมตีแนวรบ 13 แห่งของยูเครนในภูมิภาคดอนบาส ซึ่งรวมถึงเมืองสำคัญอย่างสลอเวียนสก์
นอกจากนี้ รัสเซียยังปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อทรัพย์สินทางทหารของยูเครน 60 จุด ซึ่งรวมถึงในเมืองที่ตั้งอยู่ใกล้กับแนวรบทางภาคตะวันออก อีกทั้งยังยิงเครื่องบินรบ มิก-29 ของยูเครนตกในโดเนตสก์
บีบีซีไม่สามารถยืนยันข้อมูลดังกล่าวของกระทรวงกลาโหมได้
ด้านกองทัพรัสเซียระบุว่า ได้เริ่มปฏิบัติการทางทหารในแนวรบภาคตะวันออกเป็นระยะทาง 480 กม. และเมื่อคืนที่ผ่านมาได้โจมตีเป้าหมายในภูมิภาคดอนบาสกว่า 1,000 จุด ซึ่งยูเครนระบุว่าขณะนี้ รัสเซียสามารถยึดเมืองเครมินนาในพื้นที่ลูฮันสก์ได้แล้ว
ขณะที่นายเซอร์เก ชอยกู รัฐมนตรีกลาโหมรัสเซีย กล่าวโทษสหรัฐฯ และชาติตะวันตกว่าพยายาม "ทำทุกอย่างเพื่อลากปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียในยูเครน" ให้ยืดเยื้อออกไป
นายชอยกูระบุว่า การที่ต่างชาติช่วยส่งอาวุธให้ยูเครนนั้นคือ "การแสดงออกอย่างชัดเจนถึงเจตนาในการส่งเสริมให้รัฐบาลยูเครนต่อสู้จนถึงวินาทีสุดท้าย"
นอกจากนี้เขายังกล่าวย้ำว่า กองทัพรัสเซียดำเนินการรบไปตามแผนการเพื่อ "ปลดปล่อยสาธารณรัฐประชาชนโดเนตสก์ และ สาธารณรัฐประชาชนลูฮันสก์"
ชาวยูเครนหนีภัยสงครามออกนอกประเทศแล้วเกือบ 5 ล้านคน
สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ระบุว่า นับแต่รัสเซียเข้ารุกรานยูเครนก็ทำให้มีชาวยูเครนลี้ที่ภัยสงครามออกนอกประเทศแล้วเกือบ 5 ล้านคน นับเป็นวิกฤตผู้ลี้ภัยที่เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วที่สุดในยุโรปนับแต่สงครามโลกครั้งที่ 2
โดยผู้ลี้ภัยราว 90% เป็นผู้หญิงและเด็ก เนื่องจากชายชาวยูเครนอายุ 18 - 60 ปีไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้ เนื่องจากต้องถูกเรียกไปเป็นทหาร
ยูเอ็นระบุว่า สงครามทำให้เกือบ 2 ใน 3 ของเด็กยูเครนต้องออกจากบ้าน ซึ่งรวมถึงเด็กที่พลัดถิ่นฐานภายในประเทศ
ขณะนี้มีผู้ลี้ภัยชาวยูเครนอยู่ในโปแลนด์กว่า 2.8 ล้านคน
UNHCR ระบุว่า เมื่อเดือน ก.พ. มีชาวยูเครนหลบหนีออกนอกประเทศเกือบ 645,000 คน และอีกเกือบ 3.4 ล้านคนในเดือน มี.ค. ขณะที่ในเดือน เม.ย.มีผู้หนีออกนอกประเทศแล้ว 945,000 คน
ซากเรือมอสควาฟ้องถูกยิงด้วยขีปนาวุธ

ที่มาของภาพ, MIKE RIGHT / TWITTER
นักวิเคราะห์การสงครามในสหรัฐฯ เผยแพร่ภาพนิ่งและคลิปวิดีโอจำนวนหนึ่งทางทวิตเตอร์ ซึ่งเผยให้เห็นเรือลาดตระเวนติดอาวุธนำวิถี "มอสควา" (Moskva) ที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ขณะกำลังจมลงเมื่อเรือรัสเซียอีกลำพยายามลากจูงเข้าฝั่ง เมื่อวันที่ 14 เม.ย. ที่ผ่านมา
เรือรบที่อยู่ในคลิปวิดีโอความยาว 3 วินาทีดังกล่าว มีรูปร่างลักษณะตรงกับเรือมอสควาเป็นอย่างมาก ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าคลิปนี้ถ่ายจากเรือกู้ภัย ซึ่งลอยลำอยู่ฝั่งเดียวกับกราบซ้ายของเรือที่กำลังเอียงลงน้ำ ส่วนเรือลากจูงน่าจะเป็นเรือ Shakhter ของรัสเซีย ซึ่งอยู่ทางฝั่งขวาของเรือที่กำลังจม
ด้านข้างของท้องเรือส่วนหนึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนักและมีควันดำจากเพลิงไหม้ ในภาพหนึ่งจะสังเกตเห็นรูโหว่ที่ทำให้น้ำเข้าเรือตรงบริเวณดังกล่าวได้อย่างชัดเจน สภาพของเรือชี้ว่ามีการนำเรือชูชีพทั้งหมดออกใช้งานแล้ว แต่สภาพอากาศในขณะที่ลากจูงซากเรือนั้นเป็นปกติ ไม่ได้มีคลื่นลมปั่นป่วนจนทำให้เรือจมเหมือนที่กองทัพรัสเซียแถลงแต่อย่างใด
บีบีซีนำภาพและคลิปวิดีโอดังกล่าวให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหาร 3 รายได้วิเคราะห์ โดยทั้งหมดลงความเห็นตรงกันว่า มีความเป็นไปได้สูงที่เรือลำนี้จะเป็นเรือมอสควา ซึ่งถูกยิงด้วยขีปนาวุธจนเสียหายหนักและจมลง ตามที่กองทัพยูเครนกล่าวอ้างก่อนหน้านี้ แต่ก็ยังมีความเป็นไปได้อยู่บ้างว่า เรือได้รับความเสียหายเพราะสาเหตุอื่น
โจนาธาน เบนแธม นักวิเคราะห์จากสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการศึกษาเชิงยุทธศาสตร์ (IISS) ของสหราชอาณาจักร บอกว่าเรือในคลิปวิดีโอนั้นเป็นเรือลาดตระเวนชั้น "สลาวา" (Slava-class) เช่นเดียวกับเรือมอสควา ทั้งยังมีรอยเขม่าควันที่รูโหว่บนกราบเรือซ้ายใกล้ผิวน้ำ ซึ่งตรงกับร่องรอยการถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธเนปจูน (Neptune) ของยูเครน ซึ่งเป็นขีปนาวุธร่อนแบบกวาดผิวน้ำ (sea-skimming missile)

ที่มาของภาพ, AFP
ด้านพลเรือตรี คริส พาร์รี อดีตผู้บัญชาการเรือพิฆาตของราชนาวีอังกฤษ ชี้ให้เห็นว่าผนังด้านข้างของเรือที่เสียหายมีลักษณะบุบเข้า เหมือนถูกขีปนาวุธยิงเจาะเข้าไปจากด้านนอก แทนที่จะเปิดอ้าออกตามคำกล่าวอ้างของฝ่ายรัสเซียที่ว่ามีการระเบิดของเครื่องกระสุนจากด้านใน
สิธารัต เกาศัล นักวิเคราะห์จากสถาบันวิจัยรวมเหล่าทัพของสหราชอาณาจักร (RUSI) ชี้ว่า บริเวณที่เรือได้รับความเสียหายนั้นเป็นที่เก็บเครื่องกระสุนของปืนต่อต้านอากาศยาน ซึ่งเป็นไปได้ว่าขีปนาวุธที่ยิงโจมตีเรือทำให้เครื่องกระสุนเหล่านี้ถูกเผาไหม้ จนเกิดเพลิงโหมกระหน่ำรุนแรงติดตามมา
ผู้นำยูเครนประกาศ สงครามชิงภูมิภาคดอนบาสเริ่มขึ้นแล้ว
ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน แถลงถึงสถานการณ์การสู้รบล่าสุด หลังรัสเซียเปิดฉากยิงถล่มเมืองหลายแห่งทั่วประเทศ รวมทั้งยกระดับการโจมตีพื้นที่ภาคตะวันออกไปพร้อมกัน

ที่มาของภาพ, Reuters
"สงครามชิงภูมิภาคดอนบาสเริ่มแล้ว" นายเซเลนสกีกล่าว "กำลังพลส่วนใหญ่ของกองทัพรัสเซียล้วนได้รับคำสั่งให้ร่วมปฏิบัติการโจมตีในครั้งนี้"
"เราจะต่อสู้ป้องกันตนเอง จะไม่ยอมสละสิ่งใดที่เป็นของยูเครนทั้งสิ้น ไม่ว่ารัสเซียจะส่งทหารมามากแค่ไหนก็ตาม"
เมื่อวานนี้ (18 เม.ย.) กองกำลังรัสเซียระดมยิงจรวดและขีปนาวุธใส่เมืองหลายแห่งทางตะวันออก รวมถึงภูมิภาคโดเนตสก์และลูฮานสก์ซึ่งพื้นที่กว่าครึ่งยังไม่ได้ตกเป็นของกลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนที่รัสเซียหนุนหลัง ทำให้มีพลเรือนเสียชีวิตไปอย่างน้อย 8 ราย ที่เมืองเครมินนา (Kreminna)

ที่มาของภาพ, Reuters
องค์กรปกครองส่วนภูมิภาคลูฮานสก์ของยูเครน ได้เตือนให้ประชาชนอพยพหนีภัยเสียแต่บัดนี้ เพราะเป็นโอกาสสุดท้ายก่อนอันตรายที่แท้จริงจะมาถึงในสัปดาห์หน้า ในขณะที่ผู้ว่าการภูมิภาคลูฮานสก์ระบุว่า สถานการณ์ในพื้นที่ตอนนี้ไม่ต่างจาก "นรก" โดยเมืองบางแห่งถูกกระหน่ำยิงโจมตีตลอดเวลา
นายโอเล็กซี ดานิลอฟ เลขาธิการสภาป้องกันประเทศและความมั่นคงแห่งชาติยูเครน กล่าวถึงสงคราม "ยกที่สอง" ในภาคตะวันออกว่า ไม่อาจวางใจได้เรื่องที่รัสเซียจะทุ่มเทสรรพกำลังมาที่สมรภูมิใหม่เพียงแห่งเดียว โดยจะไม่โจมตีภูมิภาคอื่น ๆ ของยูเครน รวมทั้งกรุงเคียฟด้วย
"ปูตินยังไม่ได้ล้มเลิกเป้าหมายที่จะทำลายประเทศของเรา รวมทั้งกลุ่มผู้นำทางการเมืองของเรา" นายดานิลอฟกล่าว








