รัสเซีย ยูเครน : เรือรบ "มอสควา" จมทะเลส่งผลสำคัญต่อการรบภาคพื้นดินของรัสเซีย

A sailor looks at the Russian missile cruiser Moskva moored in the Ukrainian Black Sea port of Sevastopol, Ukraine 10, 2013

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, เรือรบ "มอสควา" จมทะเลระหว่างถูกลากเข้าฝั่ง แต่รัสเซียไม่ยอมเผยสาเหตุการระเบิด

กระทรวงกลาโหมรัสเซียแถลงว่า เรือลาดตระเวนติดอาวุธนำวิถี "มอสควา" (Moskva) ซึ่งเกิดเหตุระเบิดและเพลิงไหม้เมื่อ 14 เม.ย. ได้จมลงในทะเลดำแล้ว ขณะกำลังถูกลากจูงไปยังเมืองท่าแห่งหนึ่ง

ชาชังก์ โจชิ บรรณาธิการข่าวกลาโหมของหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ ดิอีโคโนมิสต์ ระบุว่า การจมทะเลของเรือมอสควา มีนัยสำคัญต่อปฏิบัติการรบทางภาคพื้นดินของรัสเซีย

เขาให้สัมภาษณ์ในรายการ "เวิลด์ แอต วัน" (World At One) ของสถานีวิทยุเรดิโอโฟว์ ของบีบีซี ว่า แม้เรือรบลำนี้จะไม่มีขีปนาวุธร่อน (cruise missiles) ที่สามารถยิงเป้าหมายบนพื้นดินได้ แต่ก็ให้การป้องกันภัยทางอากาศแก่เรือลำอื่นโดยรอบ ซึ่งบรรทุกเครื่องยิงขีปนาวุธร่อนที่ใช้โจมตีเป้าหมายทางภาคใต้และภาคกลางของยูเครน

"มันคือฟันเฟืองสำคัญในปฏิบัติการของกองทัพเรือ ในแง่การป้องกันภัยทางอากาศ การควบคุมและบัญชาการ รวมทั้งในการสื่อสารกับเรือลำอื่น เพื่อช่วยให้สามารถโจมตีภาคพื้นดินได้โดยตรง"

โจชิ ชี้ว่า ภัยคุกคามจากเรือมอสควาและกองเรือรบรัสเซียบริเวณทะเลดำที่มีก่อนหน้านี้ ทำให้กองทัพยูเครนต้องเสริมกำลังพลเพื่อรับมือการโจมตีของข้าศึกในพื้นที่โดยรอบเมืองโอเดสซา แต่หลังจากเรือมอสควาจมลง ก็ทำให้กองเรือรบรัสเซียต้องถอยห่างออกจากแถบชายฝั่งยูเครนไปเล็กน้อย

รัสเซียใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดระยะไกลโจมตีมาริอูโปล

กระทรวงกลาโหมยูเครน ระบุว่า รัสเซียได้ใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดระยะไกลเข้าโจมตีเมืองมาริอูโปลที่กำลังถูกปิดล้อมเป็นครั้งแรกนับแต่สงครามเริ่มขึ้น

โฆษกกระทรวงกลาโหมระบุว่า ขณะนี้ รัสเซียมุ่งความสนใจไปที่การยึดเมืองทางภาคตะวันออก เช่น รูบีชเนอ และโปปาสนา รวมทั้งมาริอูโปล ซึ่งเป็นเมืองยุทธศาสตร์สำคัญทางภาคใต้

แม้การสู้รบบนท้องถนนจะยังดำเนินต่อไปในเมืองมาริอูโปล แต่ทหารรัสเซียก็ยังไม่สามารถเข้ายึดครองเมืองได้โดยสมบูรณ์

People gather outside a shopping centre destroyed during Ukraine-Russia conflict in the southern port city of Mariupol, Ukraine April 14, 2022.

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, สภาพศูนย์การค้าเมืองมาริอูโปลที่ถูกถล่มเสียหายย่อยยับ

ด้านเจ้าหน้าที่เมืองมาริอูโปลกล่าวหากองทัพรัสเซียว่า ได้ขุดศพผู้เสียชีวิตที่ฝังไว้ตามย่านที่พักอาศัยของพลเรือนที่อยู่ในพื้นที่ควบคุมของรัสเซียขึ้นมา เพื่อซ่อนหลักฐานการก่ออาชญากรรมสงคราม

นายวาดิม บอยเชนโก นายกเทศมนตรีเมืองมาริอูโปล ยืนยันข้อมูลของสภาเมือง โดยระบุว่า "พวกนั้น [ทหารรัสเซีย] กำลังเก็บกวาดหลักฐานอาชญากรรมของพวกเขา หลังจากสิ่งที่เกิดขึ้นในเมืองบูชา และเอียร์ปินกลายเป็นข่าวดัง พวกเขาเก็บกวาดศพพลเรือนที่เสียชีวิตจากอาวุธและเครื่องบินของข้าศึก [รัสเซีย]"

บีบีซีไม่สามารถยืนยันคำกล่าวหานี้ได้

นอกจากนี้ นายบอยเชนโกยังย้ำเรื่องที่รัสเซียได้นำเตาเผาศพเคลื่อนที่มาใช้ทำลายร่างผู้เสียชีวิตในมาริอูโปลด้วย ขณะเดียวกันได้ร้องขอให้มีการส่งอาวุธเข้าไปช่วยทหารยูเครนในพื้นที่ รวมถึงความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่พลเรือนที่ยังอยู่ในเมืองอีกราว 100,000 คน

เรือรบรัสเซีย "มอสควา" จมทะเลดำ ระหว่างถูกลากเข้าฝั่ง

เรือลาดตระเวนติดอาวุธนำวิถีมอสควา ขณะปฏิบัติหน้าที่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

ที่มาของภาพ, MAX DELANY/AFP

คำบรรยายภาพ, เรือลาดตระเวนติดอาวุธนำวิถีมอสควา ขณะปฏิบัติหน้าที่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

กระทรวงกลาโหมรัสเซีย ระบุว่า เรือมอสควาเสียการทรงตัวระหว่างถูกลากเข้าฝั่ง เนื่องจากมีความเสียหายอย่างหนักที่ลำเรือ ประกอบกับสภาพอากาศในทะเลมีคลื่นลมแรงอยู่ในขณะนั้นด้วย

อย่างไรก็ตามกองทัพรัสเซียยังไม่ยอมเปิดเผยว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้บนเรือจนเครื่องกระสุนและขีปนาวุธระเบิดขึ้นนั้นคืออะไรกันแน่ แถลงการณ์ล่าสุดระบุเพียงว่า มีการอพยพลูกเรือทั้งหมดออกจากที่เกิดเหตุ ไปยังเรืออีกลำหนึ่งของรัสเซียที่อยู่ใกล้เคียงกันได้ทันเวลา ซึ่งฝ่ายยูเครนระบุว่าทหารรัสเซียที่ประจำการอยู่บนเรือในขณะนั้นอาจมีกว่า 500 นาย

ก่อนหน้านี้กองทัพยูเครนอ้างว่า เป็นผู้ยิงขีปนาวุธเนปจูน (Neptune) เข้าใส่เรือมอสควาที่ลอยลำอยู่ในทะเลดำ จนทำให้ได้รับความเสียหายหนัก โดยขีปนาวุธเนปจูนนั้นเป็นขีปนาวุธต่อต้านเรือรบที่ยูเครนคิดค้นและผลิตขึ้นเอง หลังจากรัสเซียผนวกดินแดนไครเมียทางตอนใต้ของประเทศในปี 2014 ซึ่งทำให้ภัยคุกคามทางทะเลต่อยูเครนเพิ่มสูงขึ้น

หากคำกล่าวอ้างของยูเครนเป็นความจริง เรือมอสควาจะเป็นเรือรบลำใหญ่ที่สุดที่ถูกข้าศึกจม นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง เรือมอสควายังเป็นสัญลักษณ์แห่งแสนยานุภาพของกองทัพรัสเซีย โดยเคยมีบทบาทสำคัญในสงครามกลางเมืองของซีเรีย ทั้งยังเป็นเรือธงที่นำการโจมตีทางทะเลในสงครามรุกรานยูเครนครั้งนี้

ปืนใหญ่กระบอกหนึ่งบนเรือลาดตระเวนติดอาวุธนำวิถีมอสควา

ที่มาของภาพ, RUSSIAN DEFENCE MINISTRY PRESS SERVICE HANDOUT

คำบรรยายภาพ, ปืนใหญ่กระบอกหนึ่งบนเรือลาดตระเวนติดอาวุธนำวิถีมอสควา

อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์ล่าสุดของกระทรวงกลาโหมรัสเซียไม่ได้ปฏิเสธ หรือระบุถึงคำกล่าวอ้างเรื่องเรือถูกยิงด้วยขีปนาวุธของยูเครนแต่อย่างใด

เรือมอสควาเป็นเรือลาดตระเวนติดอาวุธนำวิถี ซึ่งสร้างขึ้นในช่วงต้นทศวรรษ 1980 ในยุคของสหภาพโซเวียต ที่เมืองท่าไมโคลายิฟ (Mykolaiv) ของยูเครน มีระวางขับน้ำ 12,490 ตัน ความยาว 186.4 เมตร สามารถแล่นด้วยความเร็วสูงสุด 32 น็อต หรือราว 60 กม./ชม. ในระยะไกลถึง 10,000 ไมล์ทะเล หรือราว 19,000 กม. ติดตั้งอาวุธหลักคือปืนยิงขีปนาวุธต่อต้านเรือรบ P-1000 Vulkan จำนวน 16 กระบอก และบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ได้ 1 ลำ

เรือมอสควานับเป็นเรือรบสำคัญลำที่สอง ซึ่งรัสเซียต้องสูญเสียไปในสงครามรุกรานยูเครนที่ดำเนินมาครบ 50 วันในวันที่ 15 เม.ย. โดยในเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา เรือยกพลขึ้นบกซาราตอฟ (Saratov) ถูกกองทัพยูเครนยิงขีปนาวุธทำลายขณะจอดเทียบท่าที่เมืองเบิร์ดแยนสก์ (Berdyansk) ซึ่งเป็นเมืองท่าติดชายฝั่งทะเลอาซอฟของยูเครนที่รัสเซียยึดครอง

รัสเซียอ้างยิงขีปนาวุธถล่มกรุงเคียฟ

Men walk around a burnt armoured vehicle near a damaged school in Bohdanivka village, northeast of Kyiv

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ความเสียหายที่เกิดขึ้นใกล้โรงเรียนแห่งหนึ่งทางเหนือของกรุงเคียฟ

กระทรวงกลาโหมรัสเซียเปิดเผยว่าได้ใช้ขีปนาวุธโจมตีกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครนหลายระลอก และเตือนว่าจะเพิ่มระดับการโจมตีอย่างต่อเนื่องและเข้มข้นขึ้น เพื่อตอบโต้ที่ยูเครนกระทำในสิ่งที่รัสเซียเรียกว่า "การก่อการร้าย" หรือ "ก่อวินาศกรรม" ในรัสเซีย

แถลงการณ์ของรัสเซียซึ่งเผยแพร่ทาง Telegram (เทเลแกรม) ระบุว่าได้ยิงขีปนาวุธร่อนจากทะเลถล่มโรงงานแห่งหนึ่งในกรุงเคียฟในช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา โดยโรงงานแห่งนี้เป็นสถานที่ผลิตระบบป้องกันทางอากาศและขีปนาวุธต่อต้านเรือของยูเครน ซึ่งส่งผลให้ "โรงงานผลิตและซ่อมแซมระบบขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานทั้งพิสัยกลางและพิสัยไกล รวมทั้งขีปนาวุธต่อต้านเรือ ถูกทำลาย"

เมื่อวันพฤหัสบดี (15 เม.ย.) รัสเซียกล่าวหายูเครนว่าส่งเฮลิคอปเตอร์หลายลำเข้าไปโจมตีเมืองชยแดนหลายแห่งของรัสเซีย

บีบีซีไม่สามารถยืนยันคำกล่าวอ้างนี้ได้

เซเลนสกีชี้ต้านรัสเซียนาน 50 วัน ถือเป็นผลสำเร็จ

ทหารยูเครนในดอนบาส

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ทหารยูเครนในภูมิภาคดอนบาส ทางตะวันออก ซึ่งเป็นบริเวณที่รัสเซียเน้นย้ำเป็นเป้าหมายโจมตี

นายวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน กล่าวว่าการที่ยูเครนยังคงต้านทานการรุกรานของรัสเซียได้นานถึง 50 วันแล้ว ถือเป็นความสำเร็จ เพราะรัสเซียเองคิดว่าจะเผด็จศึกได้ภายในเวลาเพียง 5 วัน

"แต่พวกเขาไม่รู้ว่าคนยูเครนนั้นกล้าหาญเพียงใด เราคำนึงถึงความมีเสรีภาพและการดำรงชีวิตอย่างที่เราต้องการมากแค่ไหน" นายเซเลนซกีระบุในการกล่าวกับประชาชนเมื่อวันพฤหัสบดี และยังยกย่องพลเมืองที่ร่วมรบด้วยว่า "การป้องกันประเทศมานานถึง 50 วันของเรา ถือเป็นความสำเร็จ เป็นความสำเร็จของชาวยูเครนนับล้าน ๆ คน"

line
line