รัสเซีย ยูเครน : คาดการณ์ 3 ฉากทัศน์ที่อาจทำสถานการณ์บานปลายจนดึงนาโตร่วมวงสงคราม

Woman surveys wreckage of Bucha near Kyiv

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, หญิงสาวสำรวจสภาพบ้านเรือนที่เสียหายในเมืองบูชา ทางเหนือของกรุงเคียฟ
    • Author, แฟรงก์ การ์ดเนอร์
    • Role, ผู้สื่อข่าวสายความมั่นคง บีบีซี

บรรดารัฐมนตรีของชาติสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต ได้ร่วมการประชุมในกรุงบรัสเซลส์ ของเบลเยียมในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อหารือว่าพวกเขาจะให้ความช่วยเหลือด้านการทหารแก่ยูเครนได้มากเพียงใด

ความท้าทายสำคัญในสงครามนี้ คือการที่นาโตจะให้ความช่วยเหลือด้านการทหารเพื่อให้ยูเครนใช้ป้องกันตนเองได้มากแค่ไหน โดยที่จะไม่ดึงเอานาโตเข้าร่วมเป็นคู่กรณีในสงครามกับรัสเซีย

ที่ผ่านมา รัฐบาลยูเครนได้ร้องขอความช่วยเหลือจากนาโตอย่างเปิดเผย โดยชี้ว่า หากประเทศจะสามารถป้องกันตนเองจากการโจมตีของรัสเซียในภูมิภาคดอนบาสทางภาคตะวันออกได้นั้น ก็จะต้องได้รับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนในการจัดส่งอาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ให้เพิ่มเติม เช่น ขีปนาวุธต่อต้านรถถัง "แจฟเวอลีน" (Javelin), จรวดต่อสู้รถถังน้ำหนักเบา NLAW, ขีปนาวุธ "สติงเกอร์" (Stinger) และขีปนาวุธ "สตาร์สตรีก" (Starstreak) ที่กองทัพยูเครนได้ใช้ต้านทานกองทัพรัสเซียจนประสบความสำเร็จมาแล้วในหลายแนวรบ

อาวุธที่ชาติตะวันตกส่งให้ยูเครน

แม้ชาติตะวันตกจะรับปากส่งอาวุธไปให้เพิ่มเติม แต่ยูเครนต้องการมากกว่านั้น

ยูเครนระบุว่า ต้องการรถถัง เครื่องบินรบ โดรน และระบบป้องกันภัยทางอากาศที่มีเทคโนโลยีทันสมัยเพื่อรับมือกับการที่รัสเซียเพิ่มการโจมตีทางอากาศ โดยใช้ขีปนาวุธพิสัยไกลในการถล่มคลังเชื้อเพลิง และสถานที่สำคัญทางยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ของยูเครน

แล้วอะไรยังทำให้นาโตไม่ให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลังแก่ยูเครน

คำตอบก็คือ ความวิตกว่าสงครามจะบานปลาย

บรรดาผู้นำชาติตะวันตกต่างกังวลว่า หากสถานการณ์เพิ่มระดับความรุนแรงขึ้น ก็อาจทำให้รัสเซียหันไปใช้อาวุธนิวเคลียร์ "เชิงยุทธวิธี" (tactical nuclear weapon) ซึ่งเป็นการโจมตีศัตรูที่อยู่ในระยะใกล้ หรืออาจทำให้สงครามขยายวงเข้าไปในยุโรป และสถานการณ์ในขณะนี้ก็อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ

คำบรรยายวิดีโอ, ปูติน จะกล้ากดปุ่มนิวเคลียร์ไหม
2px presentational grey line

ชาติตะวันตกให้ความช่วยเหลืออะไรแก่ยูเครนแล้วบ้าง

  • กว่า 30 ประเทศให้ความช่วยเหลือด้านการทหารแก่ยูเครน ซึ่งรวมถึงความช่วยเหลือจากสหภาพยุโรป (อียู) มูลค่า 1 พันล้านยูโร (ราว 3.6 หมื่นล้านบาท) และความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ มูลค่า 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.29 หมื่นล้านบาท)
  • ความช่วยเหลือส่วนใหญ่จำกัดอยู่ที่อาวุธ เครื่องกระสุน และอุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น ระบบขีปนาวุธต่อต้านรถถังและอากาศยาน
  • อาวุธเหล่านี้รวมถึง ขีปนาวุธต่อต้านรถถังแบบประทับบ่ายิง "แจฟเวอลีน"
  • และขีปนาวุธสติงเกอร์ ซึ่งเป็นระบบป้องกันภัยทางอากาศแบบพกพาของมนุษย์ (Man-portable air defence system หรือ Manpad) ที่โด่งดังจากการใช้ต่อต้านอากาศยานของโซเวียตในสมรภูมิอัฟกานิสถาน
  • รวมทั้ง "สตาร์สตรีก" ระบบป้องกันภัยทางอากาศแบบพกพาที่ผลิตในสหราชอาณาจักร
  • ชาติสมาชิกนาโตเกรงว่าการส่งอาวุธยุทโธปกรณ์อานุภาพร้ายแรงกว่านี้ให้แก่ยูเครน เช่น รถถัง หรือเครื่องบินรบ อาจฉุดให้นาโตเข้าสู่สงครามกับรัสเซียโดยตรง
  • อย่างไรก็ตาม นี่ไม่อาจหยุดยั้งสาธารณรัฐเช็กในการส่งรถถัง T72 จากยุคโซเวียตให้แก่ยูเครน ถือเป็นสมาชิกนาโตชาติแรกที่ทำเช่นนี้
2px presentational grey line

ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ได้ประกาศเตือนตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของสงครามว่า รัสเซียคือชาติมหาอำนาจด้านนิวเคลียร์ และได้สั่งการให้กองกำลังนิวเคลียร์ "เตรียมพร้อมเป็นพิเศษ"

แม้ชาติตะวันตกจะไม่ต้องการใช้อาวุธนิวเคลียร์ แต่หากรัสเซียตัดสินใจใช้อาวุธนิวเคลียร์ "เชิงยุทธวิธี" กับยูเครน ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดการตอบโต้ด้วยอาวุธนิวเคลียร์ระหว่างรัสเซียกับชาติตะวันตกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นายโทเบียส เอลล์วูด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และประธานคณะกรรมการกลาโหมของรัฐสภาสหราชอาณาจักร คือหนึ่งในผู้ที่เชื่อว่า นายปูตินต้องการแค่ข่มขู่ตอนที่พูดถึงเรื่องการใช้อาวุธนิวเคลียร์ และเขามองว่านาโตควรให้ความช่วยเหลือยูเครนมากกว่านี้

"เราต้องมีทัศนคติที่แข็งกร้าวกว่านี้ เราให้ความช่วยเหลือยูเครนแค่พอรอดชีวิต แต่ไม่ช่วยให้ชนะสงคราม และเรื่องนี้จะต้องเปลี่ยนแปลง"

แล้วการเพิ่มความช่วยเหลือแก่ยูเครนมากเพียงใด ที่อาจทำให้สงครามทวีความรุนแรงจนแผ่ขยายเข้าไปในยุโรป แล้วดึงให้นาโตเข้าเป็นคู่สงครามกับรัสเซียในที่สุด

นี่คือ 3 รูปการณ์ที่อาจทำให้สถานการณ์ลุกลามตามที่กล่าวมาได้

1. ทหารยูเครนในเมืองโอเดสซาใช้ขีปนาวุธต่อต้านเรือจมเรือรบรัสเซียที่นอกชายฝั่งทะเลดำ คร่าชีวิตทหารรัสเซียเกือบ 100 นาย และนาวิกโยธินอีกหลายสิบนาย ยอดผู้เสียชีวิตจำนวนมากขนาดนี้ในการโจมตีครั้งเดียวจะกลายเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และอาจทำให้ประธานาธิบดีปูตินตกอยู่ภายใต้แรงกดดันให้ตอบโต้กลับอย่างใดอย่างหนึ่ง

2. รัสเซียใช้ขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์ มุ่งเป้าโจมตีขบวนลำเลียงอุปกรณ์ทางทหารให้ยูเครนที่ส่งมาจากชาติสมาชิกนาโต เช่น โปแลนด์ หรือสโลวาเกีย ซึ่งหากเกิดความเสียหายครั้งใหญ่ต่อฝ่ายนาโต ก็อาจนำไปสู่การใช้มาตรา 5 ที่ระบุว่า "การโจมตีสมาชิกชาติใดชาติหนึ่ง จะถือเป็นการโจมตีสมาชิกโดยรวม"

3. ท่ามกลางการสู้รบอย่างดุเดือดในภูมิภาคดอนบาส ซึ่งมีการระเบิดคลังอุตสาหกรรมส่งผลให้มีก๊าซพิษจากสารเคมีรั่วไหลออกมา และไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต แต่หากเกิดกรณีที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากแบบที่ซีเรียใช้ก๊าซพิษในเขตกูตาตะวันออกก็จะถือเป็นการจงใจใช้อาวุธนิวเคลียร์ของฝ่ายรัสเซีย ซึ่งนาโตมีหน้าที่ในการตอบโต้

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงการคาดการณ์สถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งอาจจะไม่กลายเป็นความจริงก็ได้

คำบรรยายวิดีโอ, กองทัพยูเครนเผยแพร่วิดีโอการยิงเฮลิคอปเตอร์รัสเซียตก

แต่ในขณะที่ชาติตะวันตกกำลังแสดงความเป็นเอกภาพอย่างแข็งแกร่งต่อการรุกรานยูเครนของรัสเซีย แต่ผู้สันทัดกรณีบางคนก็เตือนว่า พวกเขาอาจไม่ได้คิดไปถึงปลายทางของสงครามครั้งนี้

หนึ่งในผู้มีประสบการณ์ด้านการทหารมากที่สุดของสหราชอาณาจักรที่ไม่ต้องการเปิดเผยนาม ชี้ว่า "คำถามเชิงยุทธศาสตร์ที่ใหญ่กว่าก็คือรัฐบาลของเราได้มีส่วนร่วมในการจัดการภาวะวิกฤต หรือมีส่วนร่วมในแผนยุทธศาสตร์จริงหรือไม่" เพราะนี่จะต้องใช้การคิดวางแผนตั้งแต่ต้นไปจนจบ

"สิ่งที่เราพยายามบรรลุเป้าหมายในตอนนี้คือการให้ความช่วยเหลือยูเครนทุกอย่างที่เราสามารถทำได้ เพื่อหยุดยั้งสงครามโลกครั้งที่ 3 แต่ปัญหาก็คือ ปูตินเป็นผู้เล่นไพ่โปกเกอร์ได้ดีกว่าพวกเรา"

ส.ส.เอลล์วูด ประธานคณะกรรมการกลาโหมของรัฐสภาสหราชอาณาจักร เห็นด้วยกับเรื่องนี้ โดยชี้ว่า "รัสเซียทำเช่นนี้ [ขู่จะใช้ความรุนแรงเพิ่มขึ้น] ได้มีประสิทธิภาพมาก และพวกเราต่างหวาดกลัว จนสูญเสียความสามารถในการควบคุมสถานการณ์ไม่ให้บานปลาย"

line
line

บทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับ "วิกฤตยูเครน"