รัสเซีย ยูเครน : ปูตินมีข้อเรียกร้องอะไรบ้าง ในการยุติสงคราม

วลาดิเมียร์ ปูติน 18 มี.ค. 2022

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย เรียกร้องหลายอย่างจากยูเครน

คณะผู้แทนจากฝ่ายรัสเซียและยูเครนได้จัดการเจรจาแบบพบหน้ากันในนครอิสตันบูลของตุรกี เพื่อหาทางยุติสงครามระหว่างสองประเทศ

ทั้งสองฝ่ายได้เปิดเผยจุดยืนบางส่วนของตัวเองต่อสาธารณะแล้วก่อนหน้านี้ ฝ่ายยูเครนระบุว่า จะพิจารณาข้อเรียกร้องของรัฐบาลรัสเซียในการวางตัวเป็นกลาง แต่จะไม่ประนีประนอมในเรื่องดินแดน รัสเซียเรียกร้องการ "กำจัดระบอบนาซี" และ "ปลดกำลังทหาร" ในยูเครน โดยไม่ได้อธิบายความหมายที่ชัดเจนของข้อเรียกร้องเหล่านี้

หลังการสู้รบและทิ้งระเบิดโจมตีมานาน 5 สัปดาห์ มีผู้คนล้มตายหลายพันคนในเมืองที่พังยับเยินหลายแห่ง และมีผู้พลัดถิ่นฐานอีกกว่า 10 ล้านคน ทั้งในยูเครนและอพยพไปนอกประเทศ ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ต้องการอะไรเพื่อยุติสงครามครั้งนี้

นี่คือข้อเรียกร้องของฝ่ายรัสเซียที่หยิบยกขึ้นมาในการเจรจา

ยูเครนที่ "เป็นกลาง"

รัสเซียเรียกร้องมานานแล้วว่า ให้ยูเครนวางตัว "เป็นกลาง" เกี่ยวกับการขยายตัวขององค์การแอตแลนติกเหนือ (North Atlantic Treaty Organization--NATO) หรือ นาโต ซึ่งเป็นพันธมิตรทางทหารของชาติตะวันตก

ปาสคาล ลอตทาซ ผู้เชี่ยวชาญด้านความเป็นกลางที่สถาบันวาเซดะเพื่อการศึกษาขั้นสูง (Waseda Institute for Advanced Study) ในญี่ปุ่น กล่าวว่า ในความเป็นจริง นักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่านี่คือ "เหตุผลที่สำคัญที่สุด" ในการบุกของรัสเซีย

ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ระบุว่า เขาเปิดกว้างในการพิจารณาข้อเรียกร้องให้ยูเครนวางตัวเป็นกลาง

ลอตทาซกล่าวว่า รัสเซียน่าจะขอให้ยูเครนระบุเป็นลายลักษณ์อักษรลงในรัฐธรรมนูญว่า จะไม่เข้าร่วมกับนาโตและลงนามในข้อตกลงทวิภาคีกับรัสเซียเพื่อย้ำถึงจุดยืนนี้

ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนระบุว่า เขาพร้อมที่จะหารือเรื่องการวางตัวเป็นกลาง แม้ว่าจะไม่ได้ระบุชัดเจนว่า จะส่งผลต่อความเป็นไปได้ในการเข้าร่วมกับสหภาพยุโรป (European Union—EU) หรือ อียู อย่างไรในอนาคต

การเป็นสมาชิกอียู จะมาพร้อมกับการรับประกันด้านความมั่นคงร่วมกัน และไม่เป็นที่แน่ชัดว่ายูเครนและรัสเซียมีมุมมองต่อเรื่องนี้อย่างไร

"ปลอดทหาร"

นี่อาจจะเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ยังตกลงกันไม่ได้ เพราะยูเครนที่ปลอดทหารทั้งที่ไม่ได้เป็นสมาชิกนาโตและอียู จะสุ่มเสี่ยงอย่างมากต่อการถูกรัสเซียรุกรานอีกครั้ง

แต่ลอตทาซเชื่อว่า สิ่งสำคัญที่สุดในข้อเรียกร้องนี้ ไม่ใช่การกำจัดยูเครน แต่เป็นการทำให้มั่นใจว่า ยูเครนจะไม่มีเขี้ยวเล็บทางการทหารหรือมีอาวุธนิวเคลียร์จะเป็นภัยคุกคามความมั่นคงของรัสเซียได้ โดยเฉพาะอาวุธของนาโต

ทหารกองทัพยูเครนนอกเมืองมาริอูโปล 5 ก.ย. 2014

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ปูตินบอกว่า เขาต้องการมั่นใจว่ายูเครนจะไม่ก่อให้เกิดภัยคุกคามต่อความมั่นคงของรัสเซียในอนาคต

กรณีทำนองเดียวนี้เคยมีการตกลงกันมาได้แล้วในอดีตช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อสหรัฐฯ เห็นควรให้ญี่ปุ่นมีกองกำลังป้องกันตนเอง และนับจากนั้นรัฐธรรมนูญของญี่ปุ่นก็ห้ามไม่ให้ใช้สงครามเป็นวิธีการแก้ไขข้อพิพาทระหว่างประเทศ

ในการแลกเปลี่ยนกับเรื่องนี้ ญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ได้ลงนามในข้อตกลงทวิภาคีและญี่ปุ่นได้กลายเป็นชาติที่พึ่งพาความมั่นคงจากสหรัฐฯ

ลอตทาซเชื่อว่า ข้อเรียกร้องของรัสเซียจะไม่ไปไกลถึงขั้นนั้น น่าจะเป็นการมุ่งไปที่การกำจัดขีดความสามารถในการโจมตีของยูเครน

"กำจัดระบอบนาซี"

ปูตินกล่าวหารัฐบาลยูเครนว่า ถูกควบคุมโดยกลุ่มนาซีใหม่ ซึ่งบรรดาผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองโต้แย้งเรื่องนี้

ในการสร้างข้อกล่าวหาเหล่านี้ ปูตินได้อ้างถึงการที่ฮิตเลอร์โจมตีสหภาพโซเวียต และเขาก็ได้นำไปเทียบเคียงการโจมตีกบฏแบ่งแยกดินแดนในทางตะวันออกของยูเครน

ข้อกล่าวหาเรื่องนาซีนี้ อาจจะทำให้ประธานาธิบดีเซเลนสกีรู้สึกขุ่นเคืองเป็นการส่วนตัวได้ เพราะเขามาจากครอบครัวชาวยิว ซึ่งปู่ย่าตายายสู้รบกับนาซีในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

สมาชิกของกองพันอาซอฟ ซึ่งเป็นกลุ่มขวาจัด เป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังของยูเครน

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, สมาชิกของกองพันอาซอฟ ซึ่งเป็นกลุ่มขวาจัด เป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังของยูเครน

ลอตทาซกล่าวว่า "การกำจัดระบอบนาซี" น่าจะ "เป็นคำพูดเฉพาะของรัสเซียที่หมายถึงการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล" แต่โอกาสที่จะทำได้สำเร็จดูเหมือนจะยังอยู่อีกไกล เพราะกองทัพยูเครนสู้กลับ และยับยั้งการเคลื่อนทัพของทหารรัสเซีย

เพื่อรักษาหน้า รัสเซียอาจยอมรับให้เซเลนสกีอยู่ในอำนาจต่อไป แต่ยืนกรานว่าจะกำจัดกองพันอาซอฟ (Azov Battalion) ซึ่งเป็นกลุ่มขวาจัดที่มีบทบาทสำคัญในการต่อต้านรัสเซีย ออกจากกองกำลังรักษาความมั่นคงแห่งชาติ

ลอตทาซกล่าวว่า นี่เป็น "เรื่องเล็ก ๆ ที่ทำได้" แต่ "คงไม่ได้ส่งผลอะไรต่อกองกำลังนี้"

โดเนตสก์และลูฮันสก์

หลังจากจัดการเจรจากับยูเครนมาหลายรอบ รัสเซียประกาศยุทธศาสตร์ทางทหารใหม่ รวมถึงการถอนการโจมตีกรุงเคียฟ แต่กลับมุ่งเน้นไปที่พื้นที่ที่คนพูดภาษารัสเซียทางตะวันออกของยูเครน ซึ่งกบฏแบ่งแยกดินแดนที่รัสเซียหนุนหลังควบคุมอยู่

รัฐบาลรัสเซียอาจเรียกร้องให้ยูเครนยอมสละดินแดนส่วนที่กลุ่มแบ่งแยกดินแดนเหล่านี้ที่อยู่ในภูมิภาคโดเนตสก์และลูฮันสก์บนลุ่มแม่น้ำดอนบาส ซึ่งเป็นศูนย์กลางของความขัดแย้ง

ธงชาติรัสเซีย

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, กลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่รัสเซียให้การหนุนหลัง ควบคุมพื้นที่หลายแห่งทางตะวันออกของยูเครน รัสเซียอาจเรียกร้องให้มีพื้นที่เหล่านี้แยกตัวออกจากยูเครน

ไครเมีย

เป็นไปได้เช่นกันที่รัสเซียอาจจะเรียกร้องให้ยูเครนยอมรับการผนวกรวมไครเมียของรัสเซียอย่างเป็นทางการ

รัสเซียรุกรานคาบสมุทรนี้และผนวกรวมเป็นประเทศเดียวกับรัสเซียในปี 2014 และปัจจุบันไครเมียอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลรัสเซียโดยพฤตินัย

ถ้ารัฐบาลยูเครนยอมรับเงื่อนไขนี้ จะเป็นการสูญเสียดินแดนครั้งใหญ่สำหรับยูเครน

ข้อตกลงระหว่างรัสเซียและยูเครนในสมัยก่อนที่ปูตินจะเข้ามาปกครองประเทศในปี 1997 ยอมรับอธิปไตยของยูเครนเหนือไครเมีย

ภาษารัสเซีย

รัฐบาลรัสเซียอาจเรียกร้องให้มีการรับประกันว่า การใช้ภาษารัสเซียจะได้รับความคุ้มครองในยูเครน

นับตั้งแต่ความขัดแย้งกับรัฐบาลรัสเซียทวีความรุนแรงขึ้นในปี 2014 ภาษารัสเซียกลายเป็นประเด็นพิพาททางการเมืองในยูเครน

ชายชราที่แผงหนังสือพิมพ์ในยูเครน 27 มี.ค. 2014

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ในการตอบโต้การกระทำของรัสเซีย ทางการยูเครนได้ห้ามการใช้ภาษารัสเซีย

ในปี 2017 ศาลยูเครนได้ห้ามการสอนภาษารัสเซียในโรงเรียน และนับจากนั้นก็มีร่างกฎหมายอีกหลายฉบับที่ลดการใช้ภาษารัสเซียในประเทศ

ตั้งแต่เดือน ม.ค. ที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์และนิตยสารระดับประเทศในยูเครนต้องตีพิมพ์เป็นภาษายูเครน

ไม่ว่าข้อเรียกร้องต่อประเด็นเหล่านี้ของปูตินคืออะไร ผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองบอกว่า อาจใช้เวลานานกว่าที่จะเจรจาข้อตกลงสันติภาพระหว่างยูเครนและรัสเซียได้สำเร็จ

แต่ทั้งสองประเทศมีเหตุผลหลายประการในการบรรลุข้อตกลงให้ได้

สำหรับยูเครน ข้อตกลงนี้เป็นการป้องกันไม่ให้พลเรือนต้องเสียชีวิตเพิ่มขึ้น ลดความสูญเสียที่เกิดจากการโจมตีเมืองต่าง ๆ และการยุติการหลั่งไหลออกไปลี้ภัยในประเทศเพื่อนบ้านของประชาชน

สำหรับรัสเซีย มันคือการบรรเทาความเสียหายที่ตามมาจากการบาดเจ็บล้มตายจำนวนมากของทหารและการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจที่ชาติตะวันตกบังคับใช้ ซึ่งกำลังส่งผลกระทบต่อประชาชนทั่วไปในรัสเซียอยู่ในขณะนี้