ยูเครน : นาโต ระบุรัสเซียกำลัง “จัดทัพใหม่” ด้านยูเครนเผยพบการใช้ฟอสฟอรัสโจมตีพลเรือน

ที่มาของภาพ, Reuters
เลขาธิการนาโต ระบุรัสเซียยังไม่ได้ถอนกำลังจากยูเครน แต่อยู่ระหว่างจัดทัพและเติมเสบียง ด้านหัวหน้าหน่วยบริหารการทหารระดับภูมิภาคของยูเครน ระบุว่า พบสารฟอสฟอรัสในหลายเมือง และมีประชาชนอย่างน้อย 13 คน ได้รับบาดเจ็บจากการยิงปืนใหญ่ถล่มในเมืองโดเนตสก์ทางตะวันออกของยูเครน
นายเยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการนาโต ระบุดังกล่าวกับผู้สื่อข่าวในกรุงบรัสเซลส์โดยชี้ว่า รัสเซียกำลัง "จัดทัพใหม่" ในภูมิภาคดอนบาส ซึ่งนาโตคาดว่า "จะมีการลงมือโจมตีเพิ่มเติมอีก" ในเวลาเดียวกันรัสเซียยังคงกดดันเมืองอื่น ๆ ในยูเครนอยู่ต่อไป
ด้านนายพาฟโล คีรีเลนโก หัวหน้าหน่วยบริหารการทหารระดับภูมิภาคของยูเครน กล่าวว่า การโจมตีของรัสเซียอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ตอนกลางของภูมิภาคโดเนตสก์ ทำให้มีพลเรือน 11 คน ในเมืองมารีอินสกี รวมถึงเด็ก 4 คน ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 คน อยู่ในเมืองโอเชเรทีน
เขายังอ้างว่า มีการใช้สารฟอสฟอรัสในเมืองหลายแห่งได้แก่ มารีอินกา, คราสโนโฮริฟกา และโนโวมีไคลิฟกา อย่างไรก็ดี บีบีซีไม่สามารถตรวจสอบความถูกต้องของข้อกล่าวอ้างนี้ได้
นายคีรีเลนโก กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ทางการยังคงส่งน้ำและอาหารให้แก่ผู้ที่อยู่ในแนวหน้าของการสู้รบ แต่เรียกร้องให้ประชาชนอพยพออกจากพื้นที่เพื่อ "รักษาชีวิต"
ในระหว่างสนทนาทางโทรศัพท์กับผู้นำนาโตเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน กล่าวหารัสเซียว่า ใช้ระเบิดฟอสฟอรัส โดยสารชนิดนี้เป็นสารไวไฟ แต่ไม่ใช่สารต้องห้าม และมักใช้เพื่อสร้างกลุ่มควันในสนามรบ แต่อนุสัญญาเจนีวากำหนดห้ามไม่ให้ใช้อาวุธเชื้อเพลิงดังกล่าวโจมตีพลเรือน
สหราชอาณาจักรคว่ำบาตรสื่อรัสเซีย
สหราชอาณาจักรได้ประกาศคว่ำบาตรเพิ่มเติมต่อชาวรัสเซียที่มีความสำคัญหลายคน รวมถึงบุคคลสำคัญในวงการสื่อและผู้นำทหาร ล่าสุดนายเซอร์เกย์ บริเลฟ พิธีกรโทรทัศน์ และสถานีโทรทัศน์ ทีวี-โนวอสตี (TV-Novosti) ซึ่งได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลรัสเซียและเป็นเจ้าของช่องข่าวรัสเซียทูเดย์ (Russia Today) ถูกรวมอยู่ในบัญชีผู้ที่ถูกคว่ำบาตรเพิ่ม 14 คนด้วย

ที่มาของภาพ, Getty Images
นายอเล็กซานเดอร์ จารอฟ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของแก๊ซพรอม-มีเดีย (Gazprom-Media), นายอเล็กเซย์ นิโกรอฟ กรรมการผู้จัดการของสำนักข่าวอาร์ที (RT) และนายอันทอน อานีซีมอฟ หัวหน้าสถานีกระจายเสียงระหว่างประเทศสปุตนิก (Sputnik International Broadcasting) ก็อยู่ในรายชื่อผู้ถูกคว่ำบาตรรอบล่าสุด
นางลิซ ทรัสส์ รัฐมนตรีต่างประเทศสหราชอาณาจักร กล่าวว่า สงครามที่รัสเซียกระทำต่อยูเครนตั้งอยู่บนพื้นฐานของ "คำโป้ปดมดเท็จ"
เธอกล่าวเพิ่มเติมว่า "อังกฤษได้ช่วยเปิดโปงข้อมูลที่ไม่ถูกต้องของรัฐบาลรัสเซียให้โลกได้เห็น และการคว่ำบาตรรอบล่าสุดจะส่งผลกระทบต่อผู้โฆษณาชวนเชื่ออย่างไร้ยางอาย โดยเผยแพร่ข่าวปลอมและคำพูดที่ไม่เป็นความจริงของปูติน"
ปูตินบาดหมางกับที่ปรึกษา - ผบ.เหล่าทัพ
นางเคต เบดิงฟีลด์ หนึ่งในทีมโฆษกประจำทำเนียบขาวเปิดเผยว่า หน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ ได้รับรายงานถึงความขัดแย้งตึงเครียดระหว่างประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย กับบรรดาที่ปรึกษาใกล้ชิดและผู้บัญชาการทหาร เนื่องจากนายปูตินรู้สึกว่า คนเหล่านี้ทำให้เขาเข้าใจคลาดเคลื่อนเรื่องสถานการณ์สงครามในยูเครน
รายงานดังกล่าวระบุว่า ผู้นำรัสเซียไม่ได้รับรู้ข้อมูลที่ตรงกับความเป็นจริง เพราะเหล่าที่ปรึกษาและผู้บัญชาการทหารต่างพากันหวาดกลัว ไม่กล้ารายงานเรื่องความผิดพลาดล้มเหลวในการทำสงครามกับเขา นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า นายปูตินไม่ได้รับทราบถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจที่แท้จริง ซึ่งเกิดขึ้นจากมาตรการคว่ำบาตรด้วย

ที่มาของภาพ, Reuters
"สงครามของปูตินเป็นความผิดพลาดทางยุทธศาสตร์ ซึ่งจะทำให้รัสเซียอ่อนแอลงในระยะยาว และจะยิ่งถูกโดดเดี่ยวในเวทีโลกมากขึ้น" นางเบดิงฟีลด์กล่าว
นายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าววิจารณ์ถึงรายงานของโฆษกทำเนียบขาวข้างต้นว่า "จุดอ่อนของระบอบเผด็จการก็คือ ไม่มีใครกล้าพูดความจริงกับผู้มีอำนาจ หรือไม่ก็ไร้ความสามารถที่จะบอกความจริงกับผู้มีอำนาจ ผมคิดว่านั่นคือสภาพการณ์ที่เราทราบมาว่ากำลังเกิดขึ้นในรัสเซีย"
ส่วนนายจอห์น เคอร์บี โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ แสดงความเห็นว่า รายงานดังกล่าวทำให้เขาไม่สบายใจอย่างยิ่ง เพราะการที่นายปูตินไม่ได้รับรู้ข่าวสารตามความเป็นจริงนั้น จะส่งผลกระทบในทางลบต่อการเจรจาสันติภาพ โดยจะทำให้คู่เจรจาทั้งสองฝ่ายขาดความเชื่อมั่นและไม่พยายามยุติความขัดแย้งด้วยการเจรจาอย่างจริงจัง
"นอกจากนี้ คุณยังไม่อาจจะรู้ได้ว่า ผู้นำแบบนั้นจะมีปฏิกิริยาต่อข่าวร้ายอย่างไรบ้าง" นายเคอร์บีกล่าว

ที่มาของภาพ, Reuters
ด้านสำนักงานข่าวกรองและความมั่นคงของสหราชอาณาจักรหรือ GCHQ ระบุด้วยว่า ความขัดแย้งตึงเครียดระหว่างนายปูตินกับเหล่าผู้บัญชาการกองทัพเป็นเครื่องบ่งชี้ถึง "การประเมินสถานการณ์ผิดพลาดอย่างร้ายแรง" ซึ่งทำให้รัสเซียจำต้องหันมาทบทวนตนเองใหม่อย่างถี่ถ้วน
นายเจเรมี เฟลมมิง ผู้อำนวยการ GCHQ ยังรายงานถึงเรื่องที่กองกำลังรัสเซียบางส่วนขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา มีการลอบทำลายอุปกรณ์ทางทหารของฝ่ายตนเอง ทั้งยังเคยเกิดความผิดพลาดถึงขั้นยิงเครื่องบินรบของฝ่ายตนเองตกอีกด้วย
รัสเซียประกาศหยุดยิงที่มาริอูโปล ยูเครนเตรียมรับศึกหนักทางตะวันออก
กระทรวงกลาโหมรัสเซียประกาศว่าจะหยุดยิงเป็นเวลา 1 วัน ในเขตสมรภูมิเมืองมาริอูโปล โดยจะเริ่มตั้งแต่ช่วงเช้าของวันนี้ (31 มี.ค.) เป็นต้นไป เพื่อให้พลเรือนที่ยังเหลืออยู่ในเมืองอพยพออกจากวงล้อมของการสู้รบได้
แถลงการณ์ของรัสเซียระบุว่า "เพื่อให้ปฏิบัติการมอบความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมครั้งนี้สัมฤทธิ์ผล เราขอเสนอว่าจะดำเนินการอพยพผู้คนร่วมกับสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ และคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ"

ที่มาของภาพ, Reuters
ทางการยูเครนยังไม่ได้แถลงยืนยันข่าวการหยุดยิงดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ระเบียงมนุษยธรรมหรือช่องทางปลอดภัยสำหรับการอพยพที่กองกำลังรัสเซียเปิดให้นั้น เป็นเส้นทางไปสู่เมืองซาปอริซเซียซึ่งต้องผ่านเมืองท่าเบิร์ดแยนสก์ที่รัสเซียยึดครองอยู่ ทำให้หลายฝ่ายเป็นกังวลถึงความปลอดภัยของชาวเมือง ซึ่งก่อนหน้านี้มีรายงานว่าถูกรัสเซียกวาดต้อนไปยังเขตแดนของตนหลายพันคน
ด้านประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ออกมาแสดงความเคลือบแคลงสงสัยต่อข้อเสนอถอนทหารและลดระดับปฏิบัติการสู้รบบางส่วนของรัสเซียอีกครั้ง
"เราไม่เชื่อใครทั้งนั้น เราไม่ไว้ใจการสร้างเรื่องด้วยคำพูดสวยหรูใด ๆ ทั้งสิ้น" นายเซเลนสกีกล่าว "ขณะนี้มีการสั่งสมกำลังพลของรัสเซียในภูมิภาคดอนบาสเพื่อเตรียมพร้อมเข้าโจมตีครั้งใหม่ แต่ฝ่ายเราก็กำลังเตรียมการรับมืออยู่เช่นกัน"
มีรายงานว่าทหารรัสเซียยังคงระดมโจมตีเมืองเอียร์ปินที่อยู่ใกล้กับกรุงเคียฟอย่างหนัก รวมทั้งยกระดับการสู้รบในภูมิภาคดอนบาสทางตะวันออกของยูเครนขึ้นอีกด้วย ซึ่งเป็นการกระทำตรงกันข้ามกับคำมั่นสัญญาที่ได้ให้ไว้ในการเจรจาสันติภาพอย่างสิ้นเชิง
เงินรูเบิลแข็งค่าคืนสู่ระดับก่อนเกิดสงคราม
สกุลเงินรูเบิลของรัสเซียฟื้นคืนมูลค่า กลับสู่อัตราแลกเปลี่ยนเดิมที่ระดับเดียวกับช่วงก่อนเกิดสงครามรุกรานยูเครนแล้ว หลังจากที่ค่าเงินรูเบิลตกต่ำลงไปอย่างหนัก ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากรัสเซียเผชิญมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจจากทั่วโลก

ที่มาของภาพ, Getty Images
อัตราแลกเปลี่ยนเมื่อวานนี้ (30 มี.ค.) อยู่ที่ 85 รูเบิลต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเท่ากับอัตราแลกเปลี่ยนก่อนวันที่ 24 ก.พ. ซึ่งเป็นวันแรกที่รัสเซียเปิดฉากโจมตีรุกรานยูเครน
ค่าเงินรูเบิลเคยตกลงไปถึงระดับ 150 รูเบิลต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อวันที่ 7 มี.ค. หลังประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศห้ามนำเข้าผลิตภัณฑ์น้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากรัสเซีย อย่างไรก็ตาม ค่าเงินรูเบิลกระเตื้องขึ้นอีกครั้งเนื่องจากธนาคารกลางรัสเซียเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเป็น 20% และพยายามจำกัดควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศของเอกชนให้น้อยที่สุด ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าจะส่งผลเสียในระยะยาว











