รัสเซีย ยูเครน : นักบินในตำนาน “ปีศาจแห่งกรุงเคียฟ” ไม่มีจริง พลเรือนอพยพจากโรงงานเหล็กมาริอูโปลแล้ว

ที่มาของภาพ, Reuters
กองทัพอากาศยูเครนเผยแพร่ข้อความทางเฟซบุ๊ก โดยระบุว่าตำนานเล่าขานเรื่องนักบินมือฉมังที่มีฉายาว่า "ปีศาจแห่งกรุงเคียฟ" (Ghost of Kiev) ผู้สามารถยิงเครื่องบินรบรัสเซียตกมาแล้วถึง 40 ลำ และเคยยิงตกถึง 10 ลำในวันเดียว ไม่ใช่เรื่องราวของบุคคลที่มีตัวตนอยู่จริง
ก่อนหน้านี้ตำนานดังกล่าวได้รับความนิยมอย่างสูงในหมู่ชาวยูเครน โดยเรื่องราวถูกส่งต่ออย่างกว้างขวางผ่านสื่อสังคมออนไลน์หลายช่องทาง และถูกนำไปทำเป็นสัญลักษณ์บนสินค้าและของที่ระลึกหลายอย่าง แต่ล่าสุดกองบัญชาการกองทัพอากาศยูเครนได้ประกาศว่า "ปีศาจแห่งกรุงเคียฟ" เป็นเพียงวีรบุรุษในจินตนาการที่ชาวยูเครนสร้างขึ้น
"เราขอให้ชุมชนชาวยูเครนอย่าละเลยกฎพื้นฐานเรื่องความถูกต้องของข้อมูลข่าวสาร ตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูลก่อนนำไปเผยแพร่ต่อ" กองทัพอากาศยูเครนระบุ "ปีศาจแห่งกรุงเคียฟนั้น แท้ที่จริงแล้วคือกองพันอากาศยานเชิงยุทธวิธีที่ 40 ซึ่งเป็นผู้ปกป้องน่านฟ้าเหนือกรุงเคียฟ"
แม้ก่อนหน้านี้จะมีรายงานว่า นาวาอากาศตรี สเตปัน ทาราบัลกา วัย 29 ปี ซึ่งเสียชีวิตในการสู้รบเมื่อวันที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมา คือตัวจริงของปีศาจแห่งกรุงเคียฟ แต่ทางกองทัพอากาศยูเครนได้ปฏิเสธข่าวนี้ แม้จะยอมรับว่านาวาอากาศตรีทาราบัลกาเป็นนักบินที่มีผลงานยอดเยี่ยม และได้รับเหรียญเชิดชูเกียรติ "วีรบุรุษแห่งยูเครน" ภายหลังการเสียชีวิตด้วย

ที่มาของภาพ, SBU
นายมิคาอิล ซิโรฮอฟ ผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์การทหารของยูเครนบอกกับบีบีซีว่า เป็นไปไม่ได้ที่นักบินเพียงคนเดียวจะยิงเครื่องบินของข้าศึกตกถึง 40 ลำ ในเวลาเพียงไม่ถึงเดือน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงต้นของสงครามนั้น รัสเซียครองความเป็นใหญ่เหนือน่านฟ้าของยูเครนได้อย่างเด็ดขาด ดังนั้นหากนักบินยูเครน 1 คน สามารถยิงเครื่องบินข้าศึกตกได้ 2-3 ลำ ก็ถือว่าเก่งมากแล้ว
"ปีศาจแห่งกรุงเคียฟเป็นเพียงเรื่องโฆษณาชวนเชื่อ เพื่อปลุกขวัญกำลังใจให้แก่ชาวยูเครน ในภาวะที่รัสเซียมีกองทัพอากาศที่แสนยานุภาพเหนือกว่าอย่างมาก" นายซิโรฮอฟกล่าว "แต่ตำนานนักบินขับไล่มือฉกาจ ถือว่าเป็นสิ่งที่จะขาดเสียมิได้ในยามสงคราม และจำเป็นต่อการสร้างความสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวของชาวยูเครน"
เมื่อวันที่ 30 เม.ย. กองบัญชาการร่วมกองทัพยูเครนรายงานว่า มีอากาศยานของรัสเซียถูกยิงตกไปแล้วหลายร้อยลำ นับแต่สงครามได้เริ่มต้นขึ้น โดยแบ่งเป็นเครื่องบินรบ 190 ลำ และเฮลิคอปเตอร์ 155 ลำ แต่อย่างไรก็ตาม องค์กรวิจัยอิสระด้านการทหาร Oryx แย้งว่า รัสเซียสูญเสียเครื่องบินรบไปอย่างน้อย 26 ลำ เฮลิคอปเตอร์ 39 ลำ และโดรน 48 ลำ
พลเรือนเริ่มอพยพออกจากโรงงานเหล็กมาริอูโปลแล้ว
ชาวยูเครนราว 100 คน ซึ่งเป็นพลเรือนที่อาศัยหลบภัยอยู่ในโรงงานเหล็กกล้าอาซอฟสตัล (Azovstal) ของเมืองมาริอูโปลมากว่า 2 เดือน ได้อพยพเคลื่อนย้ายออกจากโรงงานดังกล่าวซึ่งถูกกองกำลังรัสเซียโจมตีอย่างหนักแล้ว โดยเดินทางมุ่งหน้าไปยังเมืองซาปอริซเซีย ซึ่งเป็นพื้นที่ใต้การควบคุมของรัฐบาลยูเครน
ทหารช่วยพยุงพลเรือนชาวยูเครน เพื่ออพยพออกจากโรงงานเหล็กกล้าที่ถูกถล่มพังยับเยิน

ที่มาของภาพ, Reuters
ปฏิบัติการอพยพพลเรือนดังกล่าวเริ่มขึ้น เมื่อวันเสาร์ที่ 30 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยทางการยูเครนร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ของสหประชาชาติและกาชาดสากล เพื่อนำพลเรือนออกจากวงล้อมการสู้รบไปยังที่ปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าก่อนหน้านี้กองกำลังรัสเซียได้พาพลเรือนในโรงงานเหล็กกล้าหลายสิบคน ออกเดินทางไปยังพื้นที่ภายใต้การควบคุมของตนด้วย
นาตาเลีย อุซมาโนวา หญิงชาวยูเครนที่มีลูกเล็กวัยเพียง 6 เดือน เล่าถึงความยากลำบากขณะถูกกองกำลังรัสเซียปิดล้อมอยู่ในโรงงานเหล็กกล้า ซึ่งเป็นที่มั่นสุดท้ายของกองพันอาซอฟที่รักษาเมืองมาริอูโปลว่า "ฉันไม่ได้เห็นแสงอาทิตย์มานานถึงสองเดือน เราอยู่ในบังเกอร์ที่สั่นอย่างรุนแรงทุกครั้งที่มีการโจมตี ฉันกลัวมากว่ามันจะถล่มลงมา พวกคุณนึกภาพไม่ออกหรอกว่าเราเจอความน่ากลัวสยดสยองอะไรมาบ้าง"
แม้จะมีการอพยพพลเรือนออกไปบางส่วนแล้ว แต่เจ้าหน้าที่กองกำลังพิทักษ์ชาติของยูเครนชี้ว่า ยังคงมีพลเรือนอีกหลายร้อยคนติดอยู่ในโรงงานเหล็กกล้าที่พังยับเยินจากการโจมตี ทำให้ต้องมีการอพยพเคลื่อนย้ายผู้คนกันอีกอย่างน้อย 2 ครั้ง









