รัสเซีย ยูเครน : มีประเด็นไหนบ้างที่อาจทำให้ชาติตะวันตกแตกคอกันในวิกฤตยูเครน

People draped in US and Ukrainian flags at a rally in New York

ที่มาของภาพ, Getty Images

โดย เจมส์ แลนด์เดล

ผู้สื่อข่าวด้านการทูตบีบีซี

การรุกรานยูเครนของรัสเซียทำให้ชาติตะวันตกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมากขึ้น แต่เมื่อความขัดแย้งครั้งนี้ยืดเยื้อออกไป พวกเขาจะสนับสนุนกันและกันแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน นี่คือ 5 ประเด็นใหญ่ที่อาจทำให้ชาติตะวันตกแตกคอกันได้ในที่สุด

เป้าหมายของสงคราม

สงครามในยูเครนเป็นเครื่องเตือนใจอย่างดีว่า เสรีภาพ อำนาจอธิปไตย และหลักนิติธรรม คือหลักการสำคัญของชาติตะวันตกที่มีแนวคิดประชาธิปไตยแบบเสรีนิยม นี่ทำให้ประเทศเหล่านี้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในการตอบโต้การรุกรานของรัสเซีย

แต่แม้จะมีความพยายามใช้วิธีทางการทูตแบบที่นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ และฝ่ายอื่น ๆ ทำ สงครามนี้อาจยืดเยื้อไปอีกนาน และสิ่งที่อาจทำให้ชาติตะวันตกเห็นต่างกันคือเป้าหมายของสงครามในระยะยาว

ในระยะสั้น พวกเขาต้องการให้ความช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจและการทหารกับยูเครน แต่เป้าหมายในระยะยาวคืออะไร ให้รัสเซียพ่ายแพ้ ? ให้ยูเครนชนะ ? แต่จริง ๆ แล้ว "การพ่ายแพ้" และ "ชัยชนะ" ที่ว่ามีหน้าตาเป็นแบบไหน

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร บอกกับสภาผู้แทนอังกฤษว่าต้องสร้างความมั่นใจให้ได้ว่าประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ต้อง "ประสบความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง" แต่ผู้นำสหราอาณาจักรไม่ได้อธิบายต่อว่า "ประสบความล้มเหลว" นั้น หมายความว่าอะไร

นายจอห์นสันบอกอีกว่า เป้าหมายไม่ใช่เพื่อกำจัดผู้นำรัสเซีย หรือเปลี่ยนแปลงการเมืองในรัสเซีย แต่เพื่อ "ปกป้องคนในยูเครน"

อย่างไรก็ดี ดูเหมือนสหรัฐอเมริกาไม่ได้ต้องการจะหยุดแค่นั้น นายลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เพิ่งออกมาบอกว่า "เราอยากเห็นรัสเซียอ่อนแอถึงขั้นที่จะไม่สามารถทำสิ่งที่ได้กระทำในการรุกรานยูเครนได้อีก"

นี่อาจหมายถึงการพยายามคว่ำบาตรฝ่ายการกลาโหมของรัสเซีย หรือไม่ก็ให้ทรัพยากรยูเครนในการทำลายองค์ประกอบสำคัญของกองทัพรัสเซีย

อย่างไรก็ดี ชาติตะวันตกต่าง ๆ ไม่ได้เห็นตรงกัน หลายประเทศกลัวว่าปูตินจะใช้ท่าทีที่แข็งกร้าวขึ้นเป็นข้ออ้างว่าชาติตะวันตกจะทำสงครามกับรัสเซีย

การสนับสนุนทางการทหาร

ชาติตะวันตกให้การสนับสนุนด้านการทหารยูเครนในระดับที่แตกต่างกัน บางชาติไม่อยากให้อาวุธที่ทรงพลังมากเพราะกลัวจะทำให้การนองเลือดยิ่งยืดเยื้อ ขณะที่หลายชาติกลับยิ่งเพิ่มอาวุธที่ทรงพลังมากขึ้นเรื่อย ๆ

Oleg demonstrates firing the MBT-NLAW (Next generation Light Anti-tank Weapon) provided by the United Kingdom

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, สหราชอาณาจักรให้อาวุธต่อต้านรถถังแก่ยูเครน

อย่างที่นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย ได้ออกมาบอกว่ามีความเสี่ยงที่เกิดสงครามโลกครั้งที่สามขึ้น หลายชาติตะวันตกกลัวว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนจากการพยายามช่วยยูเครนปกป้องประเทศเป็นสงครามตัวแทนอย่างเต็มรูปแบบกับรัสเซีย ซึ่งจะเป็นแรงกดดันให้ ปธน.ปูติน เพิ่มความรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นการโจมตีเป้าหมายในประเทศตะวันตก อาทิ การโจมตีทางไซเบอร์ หรือแม้กระทั่งใช้อาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง

ข้อตกลงทางการเมือง

คำถามสำคัญคือ ชาติตะวันตกจะสนับสนุนท่าทีทางการเมืองของยูเครนหรือเปล่า จะเกิดอะไรขึ้นหากชาติตะวันตกอยากให้ยูเครนเจรจาเพื่อนำมาซึ่งสันติภาพ แต่ยูเครนอยากจะสู้รบต่อไป นี่จะทำให้บางชาติเริ่มจำกัดความช่วยเหลือด้านการทหารแก่ยูเครนหรือเปล่า

หรือถ้าไม่เช่นนั้น หากยูเครนเจรจาตกลงกับรัสเซียได้แต่ออกมาในรูปแบบที่ชาติตะวันตกไม่เห็นด้วย ชาติบางชาติอาจจะไม่ยอมเลิกคว่ำบาตรรัสเซียหรือเปล่า และก็ทำให้การเจรจาเพื่อสันติภาพล้มเหลวไปในที่สุด

ผู้กำหนดนโยบายในโลกตะวันตกยังถกเถียงกันอยู่ว่าหากมีการเจรจาหาทางออกขึ้นมาจริง ๆ ข้อตกลงนั้นจะเป็นอย่างไร จะมุ่งความสำคัญไปที่การยึดพื้นที่ที่รัสเซียยึดไปคืนมา หรือแค่ทำให้มั่นใจว่าพื้นที่ที่หลงเหลืออยู่จะอยู่ในสถานะที่มั่นคงหลังการสู้รบสิ้นสุดลง

Ukrainian President Volodymyr Zelensky addresses a UN Security Council meeting in New York, 4 April 2022

ที่มาของภาพ, Getty Images

แต่สำหรับ เบ็น วอลเลซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักร เป้าหมายไม่ได้สิ้นสุดแค่สองทางเลือกนั้น เขาคิดว่าปูตินและรัสเซียต้องถอนทัพไปมากกว่าช่วงก่อนเดือน ก.พ. อีก

"เขารุกรานไครเมียอย่างผิดกฎหมาย เขารุกรานโดเนตสก์อย่างผิดกฎหมาย เขาควรจะทำตามกฎหมายนานาชาติ และออกยูเครนไปในที่สุด"

แต่นี่อาจไม่ใช่มุมมองสำหรับชาติตะวันตกชาติอื่น

การคว่ำบาตรด้านพลังงาน

ตอนนี้ประเทศต่าง ๆ ตกลงกันได้ประมาณหนึ่งว่าจะต้องคว่ำบาตรไม่นำเข้าก๊าซธรรมชาติและน้ำมันจากรัสเซีย

แต่บางประเทศบอกว่าเศรษฐกิจประเทศพวกเขาไม่สามารถอยู่รอดได้หากไม่มีรัสเซีย และหากสงครามครั้งนี้ยังยืดเยื้อต่อไป บางประเทศอาจจะอยากคว่ำบาตรรัสเซียเพิ่มขึ้นอีก แต่บางประเทศก็อาจจะอยากลดมาตรการคว่ำบาตรเพราะประชากรในประเทศไม่อาจจะทนต่อค่าครองชีพที่สูงได้อีกต่อไป

อนาคตของยูเครน

และในที่สุด ชาติตะวันตกก็อาจจะเห็นไม่ตรงกันเรื่องอนาคตของยูเครนด้วย จะทำอย่างไรหากเกิดความแตกแยกในยูเครนเอง เช่นฝ่ายชาตินิยมที่อาจอยากจะสู้รบต่อไป และฝ่ายประนีประนอมที่อยากเจรจาข้อตกลงสันติภาพ หากเป็นเช่นนี้ ชาติตะวันตกจะต้องเลือกข้างหรือเปล่า

นักวิเคราะห์บางคนคาดเดาว่ายูเครนอาจแตกแยกเหมือนกับในไอร์แลนด์ก่อนปี 1922

จะเกิดอะไรขึ้นหากยูเครนต้องการดำเนินนโยบายแบบที่ชาติตะวันตกไม่เห็นด้วย

ฟิโอนา ฮิลล์ ผู้เชี่ยวชาญด้านรัสเซียและอดีตเจ้าหน้าที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ สหรัฐฯ ชี้ว่า อาจถึงขั้นที่ยูเครนอยากมีอาวุธนิวเคลียร์ครอบครองเป็นของตัวเองเพื่อความมั่นคงในอนาคต

หากเป็นเช่นนี้ ชาติตะวันตกจะยังพร้อมให้อาวุธแบบธรรมดากับยูเครนอยู่อีกไหม และจะพิจารณารับยูเครนเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปหรือเปล่า

ท่าทีเรื่องนโยบายมักเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดในช่วงที่ยังเกิดความขัดแย้งอยู่ และอาจเป็นเรื่องที่ผิดที่จะคาดว่าชาติตะวันตกจะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันไปตลอดเมื่อเจอความท้าทายในภายภาคหน้า